- Behind the light -

posted on 28 Jun 2015 16:12 by kyokoong in SHORTFIC
 
 
 
 
 
 
  - Behind the light - 

Kyokoong.
 
 
 
 
 
 
 
 
“ว่าไงนะ เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ!?”

(อื้ม ล้มผิดท่าน่ะพี่ ซ้อมหนักไปหน่อย นี่พวกทีมงานยังวิ่งวุ่นกันใหญ่อยู่เลย)

“ให้ตายเหอะ ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ พวกบ้าพลัง!”

(เห็นว่าท่าทางจะโดนจับตรวจนู่นนี่นั่นจนไม่ได้แตะโทรศัพท์อีกพักใหญ่ เลยโทรมาบอกพี่ก่อน)

“ขอบใจ...ว่าแต่ไม่เป็นไรมากใช่ไหม?”

(เอา ตามจริงเลยปะ – คือจากสภาพอ่ะ หนักเอาเรื่อง แต่ถ้าดูจากที่ยังมีแรงสั่งผมให้บอกพี่ว่า ‘เจ็บนิดหน่อย’ เนี่ย สงสัยจะยังไม่หายซ่าเท่าไร)

“เหอะๆ...ให้มันได้อย่างนี้สิ เจ้านั่น” คนฟังแค่นหัวเราะ แม้ว่าท้ายเสียงจะแผ่วเบาลงไป “แล้วเรื่องงาน...”

(โปรโมตส่วนที่เหลือยกเลิกหมดแล้วล่ะ)

“ก็ยังดี แล้วเห็นว่าปลายเดือนมีไปญี่ปุ่นด้วยไม่ใช่เหรอ”

(อัน นั้นแหละที่เครียด ต้องรอตรวจอาการละเอียดก่อนอ่ะพี่ แต่เอาจริงๆ ยังไงงานนั้นก็เลื่อนยาก ได้แต่หวังว่าจะไม่เจ็บหนักมากขนาดนั้นน่ะนะ)

“งั้น เหรอ” เอ่ยรับคำเพียงเท่านั้น ก่อนเจ้าของสุ้มเสียงหวานจะเงียบไปครู่หนึ่งราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พลางเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

“ชางมิน...”

(ครับ)

“ถ้าพี่...พี่อยากไปดูยุนโฮหน่อย จะได้หรือเปล่า”

(.....)

“.....”

มันเป็นคำถามที่ไม่ต่างอะไรจากคำขอร้องอยู่ในที และนั่นทำให้ปลายสายเงียบงันไป ก่อนเสียงของน้องชายจะตอบกลับมาเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

(คือ...อันที่จริงผมก็อยากให้พี่มานะ)

“.....”

(แต่ตอนนี้เขาเพิ่งเรียกหมอมาตรวจแล้วคนก็เยอะมากเลย...ผมกลัวว่าพี่แจจุง...)

“.....”

(คือ...พี่...ผม)

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ”

(.....)

“ยังไง...ก็ฝากดูแลหมอนั่นด้วยนะ”

 
 
 
 
- Behind the light -
 

 

“พักผ่อนเยอะๆ นะลูก”

“ฉันซื้อของกินมาฝากพี่เพียบเลย”

“พักบ้างนะพ่อดาราดัง ฮ่าๆ”

“หายไวๆ นะยุนโฮ พี่เป็นห่วงนายนะ”


มันเป็นเช้าวันหยุดที่แสนน่าเบื่อในความรู้สึกชิมชางมิน


ร่าง สูงโปร่งของเด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยมาตั้งแต่เช้าทิ้งตัวลงนั่ง อย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากต้องทำหน้าที่จัดการของเยี่ยม ปรนนิบัติพัดวีและรับแขกแทนพี่ชายมาตั้งแต่เช้า ไหนจะรอยยิ้มที่ต้องปั้นแต่งให้บรรดานักข่าวกับพรรคพวกของคนเพื่อนเยอะที่ ผลัดกันมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสายนั่นอีกล่ะ

กว่าจะทยอยกลับไปกันหมดและปล่อยให้คนป่วยนอนพักจริงๆ ก็ผ่านไปร่วมครึ่งวันแล้ว

แม้จะเคยชินกับบรรยากาศแบบนี้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ชางมินถึงได้รู้สึกเซ็งนัก

น่าเบื่อ

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ก็เบื่อเหลือเกิน



“ชางมินนี่ใจดีจังน้า”

หลังจากปล่อยให้ญาติมิตรกลับไปจนเหลือกันอยู่สองคนได้พักใหญ่ จู่ๆ เสียงของคนป่วยก็เอ่ยขึ้นมา

“อะไร อีกล่ะ ไม่พักหรือไง” เขาเอ่ยสั้นๆ ในขณะที่ยกขาขึ้นมานั่งไขว้สบายๆ ด้วยเพราะในห้องไม่มีใครให้ต้องเกรงใจแล้วในเวลานี้  คนป่วยยิ้ม “ก็พักอยู่นี่ไง เดี้ยงเลย”

“กวนกันหรือไง ผมหมายถึงนอนหลับ”

“นอนได้ไง นายอุตส่าห์มาเยี่ยมแต่เรายังไม่ได้คุยกันเลยน้า ตั้งแต่เช้า”

“นั่น ก็เพราะว่าญาติพี่เยอะเกินไปต่างหาก” และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่มาตั้งแต่เช้าต้องรับบทน้องชายแสนดีไปโดย ปริยาย และแม้จะทำเพราะเต็มใจ รักษาภาพพจน์ต่อหน้าสื่อ หรืออะไรก็เถอะ...ชองยุนโฮก็ยังต้องจ่ายค่าจ้างเป็นของเยี่ยมแสนอร่อยให้เขา อยู่ดี

“ฮ่าๆ โทษที นายเลยเหนื่อยเลย” คนป่วยเอ่ยยิ้มๆ “เพราะที่บ้านพี่ไม่ว่างมาเฝ้ากัน...ถ้าไม่ได้ชางมินคงแย่เลย ขอบคุณนะ”

“ขอบ คงขอบคุณอะไร ขนลุกว่ะพี่” ทว่าคนเป็นน้องกลับไม่รู้สึกซึ้งอะไรไปกับพี่มันเลยแม้แต่น้อย “อีกอย่างนะ ดูจากที่มาเยี่ยมกันเนี่ย...แต่ละคนก็ดูจะเต็มใจจะมาเยี่ยมกันทั้งนั้น... เหอะๆ ถ้าพี่ขอให้เฝ้าแทนมีแต่จะรีบปรี่กันมาดูแล ไม่ต้องเป็นผมก็ได้”

“เอ่อ...ประชดใครหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆ” คนเป็นพี่ยิ้มแหย “ยังไงพี่ก็ไว้ใจนายที่สุดอยู่ดีนะ”

“เป็นเกียรติมากเลยครับ” เขาตอบห้วน “แต่บอกเลยถึงพี่จะจ้างผมด้วยข้าวหน้าปลาไหลหรืออะไร...พรุ่งนี้ผมก็ไม่มาแน่ บอกไว้ก่อน”

“อ้าว จะไปไหนอ่ะ”

“วันหยุดทั้งที ก็ไปเที่ยวกับพวกคยูฮยอนบ้างไรบ้าง”

“ทริปกินอีกล่ะสิ”

“เรื่องของผมน่า”

“โห่ย แต่พี่ชายนายป่วยอยู่นะ” โวยวายขึ้นมา ทำท่าเรียกร้องสิทธิ์ ในขณะที่คนน้องทำหน้าเฉยเมย

“อย่ามา พี่ก็แค่อิจฉาที่ผมได้ไปเที่ยว”

แล้วทำไมต้องรู้ทันตลอดเลยด้วยล่ะ!

“ชางมินใจร้าย”

“อย่า มาแอ๊บแบ๊ว ตรงนี้ไม่มีกล้อง” เขาตอบ ก่อนจะหันไปนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือไม่สนใจคนป่วยที่เอาแต่จะก่อกวนกัน อยู่เรื่อยอีก จนคนถูกว่านิ่งไป ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่งลง พลางลอบสังเกตสีหน้าของน้องชายอยู่เงียบๆ

ท่าทางอารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เช้าแล้วแฮะ

เป็นอะไรนะ?

“นี่...เป็นอะไรหรือเปล่า”

“อะไรอีกล่ะ”

“ก็เห็นหน้าเซ็งๆ”

“ผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” เขาปฏิเสธ

“อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปีแล้วน่า” ยุนโฮย้ำ

“...ก็...ไม่รู้ดิ” เขาตอบอ้อมแอ้ม...ก็ไม่รู้จริงๆ นี่

“ไม่บอกก็ตามใจ” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นปัดไปมา ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่...เขารู้เรื่องหรือยัง”

“เขาไหน”

“ใครกันแน่ที่กวนประสาท”

“สนใจรึไง” อยู่ๆ คนเป็นน้องก็เหวี่ยงขึ้นมาซะอย่างนั้น

“อ้าว”

“พูด อย่างกับมาเยี่ยมได้ ญาติเยอะเพื่อนเยอะซะขนาดนี้ เป็นฮ่องเต้รึไง”  บ่นเสียงขุ่น ก่อนจะตอบ “ผมออกไปหาไรกินก่อนละ ส่วนโทรศัพท์พี่ ถ้าจำไม่ผิดผมวางไว้แถวๆ นั้นแหละ ไปนะ”

อ่า...

ดูเหมือนจะรู้เหตุผลที่ทำให้เจ้าน้องเล็กนี่เซ็งแบบไม่มีสาเหตุเสียแล้วสิ...
 
 


 

- Behind the light -
 





มันเป็นบ่ายวันหยุดที่แสนน่าเบื่อในความรู้สึกชองยุนโฮ



‘ทำอะไรอยู่’

ปลายนิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความในโปรแกรมแชทส่งไปหาใครบางคน ที่เขาคาดเดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้จะทำหน้าบึ้งขนาดไหนอยู่

ก็ ดูท่าเจ้าน้องชายตัวแสบน่าจะคาบข่าวไปบอกตามที่เขาสั่งเรียบร้อยแล้ว...แต่ พอเปิดโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ ขึ้นมาก็รู้สึกผิดคาด เพราะไม่มีสักมิสคอลหรือข้อความเลยน่ะสิ

เรื่องไม่เป็นห่วงก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นถ้าจะมีปัญหาอะไร...ก็คงมีสาเหตุอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก

รอไม่ถึงสามนาทีหน้าจอก็แสดงสัญลักษณ์ที่ทำให้เขารู้ว่าเจ้าตัวรับรู้ข้อความนั้นแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น...ยุนโฮก็ตั้งรออยู่เกือบสิบนาทีกว่าจะได้รับคำตอบกลับมา

‘ไม่ได้ทำอะไร’

ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันนะ

‘เจ็บขาจัง’

คราวนี้ตอบกลับมาทันที

‘รู้แล้ว’

‘ให้โทรไปไหม’

‘โทรทำไม’

‘ก็เผื่ออยากจะบ่นอะไรยาวๆ นี่เตรียมรอฟังแล้วนะ’

‘ก็รู้นี่ แต่พูดไปก็ยังกับจะฟัง’

‘ฟังซี่’

‘ถ้าฟังจะเจ็บแบบนี้ไหม’

‘โธ่...พลาดนิดหน่อยเอง’ ขนาดเห็นแค่ตัวอักษร ยังรู้สึกได้ถึงความดุของเขาเลย...ก็เลยได้แต่ส่งสติ๊กเกอร์ไปขอความเห็นใจ







‘ตลก’

‘งั้นโทรไปให้ดุเดี๋ยวนี้เลย...โอเคไหม’

‘ตรงนั้นไม่มีคนหรือไง’

‘อื้อ ไม่มีเลย โทรนะ’

ปลายทางเงียบไปพักใหญ่ แต่ก่อนจะได้กดปุ่มโทรออก ข้อความที่ตอบกลับมาก็ทำให้เขาชะงักไปเสียก่อน

‘ไม่ต้อง’

‘ทำไมล่ะ ไม่สะดวกเหรอ’

เขาก็ถามไปอย่างนั้นเอง คิมแจจุงน่ะเหรอจะไม่สะดวกถ้าชองยุนโฮจะโทรหา?

‘เปล่า’

‘แล้วทำไม’

‘ไม่รู้’

ตอบสมกับเป็นคนโปรดของชิมชางมินจริงๆ เหมือนกันทั้งคู่...

‘ให้ฉันโทรเถอะ’

‘ทำไม คุยทางนี้ก็ได้’

‘มันไม่เหมือนกัน’ เขาตอบ รู้สึกเหมือนความเร็วในการพิมพ์ของตัวเองจะเพิ่มขึ้นทันทีในเวลาแบบนี้ ‘ฉันอยากได้ยินเสียงนาย’

อีกคนเงียบอีกแล้ว

แต่ซักพักก็ตอบกลับมาจนได้

‘เปิดเพลงฉันซักเพลงก็ได้ฟังแล้ว ในเครื่องไม่มีเลยหรือไง’

กวนประสาท...นี่ก็เหมือนชิมชางมินอีก

‘บอกเหตุผลดีๆ มาดีกว่าว่าทำไมถึงโทรไม่ได้’

‘…..’

‘เป็นอะไรหรือเปล่า’

‘เปล่า’

‘แต่...’ กำลังจะพิมพ์ตอบกลับไป แต่ก็ไม่ทันข้อความที่ถูกส่งมาอย่างเร่งรีบจากอีกฝ่ายเสียก่อน

‘ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ’

‘.....’

‘แค่คิดถึง’

‘.....’

‘แล้วก็อยากเจอ...’


‘.....’

‘ฮะๆ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ...ไว้ทีหลังก็ได้นี่เนอะ’

‘.....’

‘ขอโทษนะที่พูดอะไรแปลกๆ นายพักผ่อนเถอะ ฉันต้องไปทำงานแล้วเหมือนกัน’


ข้อความจบลงเพียงแค่นั้น

แต่ มันก็ทำให้คนป่วยยอมละมือจากปุ่มโทรออก ก่อนจะเบนสายตาไปยังเฝือกแข็งๆ ที่ห่อหุ้มข้อเท้าอันปวดระบมจนแทบไร้ความรู้สึกของตัวเอง เขาเอนตัวขึ้นนั่ง...พยายามลุกขึ้น

ก่อนสุดท้ายจะต้องทรุดตัวลงไปนั่งเหมือนเดิมอยู่ดี

ชองยุนโฮยอมรับว่าเขาโกรธตัวเอง

โกรธที่อ่อนแอ โกรธที่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังจนทำให้ตัวเองเจ็บ โกรธที่ทำให้ตารางงานยกเลิก โกรธที่ทำให้คนอื่นเป็นห่วง

และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด


เขาโกรธขาของตัวเองเหลือเกินที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะไปหาคิมแจจุงแบบนี้


ขอโทษ...

‘อย่าร้องไห้เลยนะ ฉันขอโทษ’

มันเป็นข้อความสุดท้ายที่คิมแจจุงยังไม่ได้อ่าน
 




- Behind the light -
 





มันเป็นเย็นวันหยุดที่แสนน่าเบื่อในความรู้สึกคิมแจจุง


ที่เขาเบื่อก็คงไม่มีอะไรนอกจากตัวเอง

เบื่อที่งี่เง่า เบื่อที่เป็