CLAUDIA.

posted on 04 May 2013 14:55 by kyokoong in SHORTFIC
 
 
 
 
 

CLAUDIA. 

Kyokoong.










 
 
 
 
 
 
 











ฉันชื่อคลาวเดีย มุลเลอร์ อายุ 15 ปี เป็นนักฟิกเกอร์สเก็ต และผู้ร่วมรายการ Kim Yuna’s Kiss & Cry

ฉันยืนอยู่กลางลานสเก็ตน้ำแข็งที่คุ้นเคยด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อาจเป็นเพราะว่าวันนี้ฉันมายืนที่นี่ในสถานะที่ต่างออกไป ฉันไม่ได้เป็นเพียงนักกีฬา แต่ยังเป็นผู้ร่วมรายการเรียลลิตี้โชว์



และเรื่องราวต่อไปนี้คือเรื่องราวของพาร์ทเนอร์ของฉัน.
 
 
 
 
ทันทีที่รู้ว่าเราต้องแข่งเป็นคู่ ชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นในสมองก็คงไม่พ้น สปีดสเก็ตไอดอลของฉัน อีคยูฮยอก จินตนาการถึงอนาคต และคิดว่าหากได้ร่วมงานกับเขาก็คงดี เพราะเราคงจะเป็นทีมที่สุดยอด

แต่ในขณะที่กำลังคิดแบบนั้น ผู้ชายคนหนึ่งก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะทำลายฝันกลางวันนั้นด้วยการบอกว่าฉันคือคนที่เขาเลือก

เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นรอบตัวในทันที ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ฉันเงยหน้ามองเขา มองดวงตาเรียวเล็กที่หยีเป็นประกาย รอยยิ้มสดใสที่เขาตั้งใจมอบให้ฉัน และองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบอื่นๆ บนใบหน้านั้นเท่าที่ฉันพยายามจะจดจำมันให้ได้ทั้งหมด

พลางเกิดคำถามขึ้นในใจ 

หมอนี่เป็นใคร?









ฉันทักทายเขาเป็นครั้งแรกด้วยการเรียกเขาว่า 'คุณยูโนยุนโฮ'

เขาทำหน้าตกใจมากเสียจนดูตลกเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะค้อมตัวทักทายฉันอย่างสุภาพ และพยายามฉีกรอยยิ้มพระอาทิตย์นั่นใส่ฉันเป็นระยะ

ใครสักคนบอกฉันว่าเขาคือยูโนยุนโฮ หรือชองยุนโฮ อายุ 27 ปี 

เขาเป็นนักร้อง เป็นหัวหน้าวงบอยแบนด์ทงบังชินกิที่แสนโด่งดัง เขามีความสามารถพิเศษคือ เต้นบีบอย สตรีทแดนซ์ กีฬาที่สนใจคือ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล สเก็ตบอร์ด สนุกเกอร์ ขี่ม้า ปีนเขาและแน่นอนว่าเล่นไอซ์สเก็ตเป็น 

บางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่ายูโนยุนโฮเป็นนักร้องหรือครูสอนพละกันแน่ 

ก่อนฉันจะมาพบความจริงทีหลังที่ว่าเขาเป็นยิ่งกว่านั้นเสียอีก


เขาพยายามแทนตัวเองว่าพี่เพื่อความสนิทสนม

เขาดูแลฉันเหมือนน้องสาวแท้ๆ – อ่อนโยน ใจดี เป็นกันเอง และดูแลฉันราวกับเขาลืมไปแล้วว่าฉันเองก็เป็นนักกีฬาเหมือนกัน

เพราะฉันเป็นเด็ก ฉันจึงมักแสดงความต้องการที่จะชนะให้เขาเห็น นั่นทำให้เขามักจะขอโทษฉันอยู่เสมอ เพราะตารางงานที่อัดแน่นของเขา ทำให้เรามีเวลาซ้อมด้วยกันไม่มากนัก 

ฉันมักจะเห็นเขาแสดงความขอโทษนั้น ด้วยการที่พบเขาที่ฝึกซ้อมอยู่คนเดียวในช่วงตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้ามืดของอีกวัน ก่อนจะไปทำงานต่อ

บางทีฉันก็คิด ว่ายูโนยุนโฮอาจจะเป็นซุปเปอร์แมนก็ได้


อะไรทำให้เขาทำเพื่อคนอื่นได้ขนาดนั้น?

เขาไม่ต้องนอนหรือยังไงกัน?

เขาไม่เหนื่อยหรือไง?

เขา...ไม่เหงาหรือ?


“หืม...อืม เดี๋ยวซ้อมต่ออีกหน่อย”

“ไม่เป็นไรน่า ไหวอยู่”

“ฮ่ะฮ่ะ ไม่ได้โกหก ไหวจริงๆ”

“ได้ยินเสียงนายก็อยู่ต่อไปได้อีก 100 ชั่วโมงแล้ว...”

“ไม่ตายหรอกน่า เสียงดังจัง”

“ถ้ากลัวฉันตาย อีก 100 ชั่วโมงก็โทรมาอีกสิ”










วันนี้มีเหตุผิดพลาดนิดหน่อยระหว่างการแสดงของเรา

เสียงผู้คนฮือฮาขึ้นเมื่อเขาพลาดท่าล้มลง ฉันเองก็ตกใจ แต่เมื่อหันกลับไป เขากลับลุกขึ้นมาแสดงต่อจนจบและยิ้มให้กับผู้ชมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาถูกคุณคิมยูนาคอมเมนท์ในเชิงติเรื่องที่ไม่มีเวลาซ้อมมากพอ และแม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ทำเพียงยิ้มเจื่อนๆ แบบที่ฉันเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย แน่นอนว่าไร้ซึ่งความโกรธเคืองบนใบหน้านั้น เขาเพียงยืนนิ่ง ก่อนจะค้อมศีรษะลงขอโทษ

ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับเป็นฉันแทนที่รู้สึกเหมือนน้ำตาตัวเองกำลังจะไหล

เราเป็นกังวลกับการแสดงนี้มาตั้งแต่เริ่ม 

ไม่ใช่ว่าเพราะไม่มีเวลาซ้อมที่มากพอ เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคืออาการบาดเจ็บที่ขาของเขา 

แม้ตอนซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นแสดง ฉันจะเห็นอยู่กับตาตัวเองว่าข้อเท้าของเขาบวมและแดงแค่ไหน แต่ยูโนยุนโฮก็ยังยิ้มให้ฉันแล้วบอกว่าไม่เป็นไร

แม้กระทั่งตอนที่เขาล้มลง

คำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ก็ยังคงแสดงออกมาทางสีหน้าของเขา...


เขาขอโทษฉันรวมถึงทีมงานทุกคนแม้มันจะเป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย และในขณะที่เขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวที่จะถูกพาไปตรวจอาการบาดเจ็บที่ขาต่อในทันที ฉันก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคยดังออกมาจากโทรศัพท์เครื่องนั้นอีกครั้ง

ท่ามกลางประตูที่ถูกปิดไว้อย่างไม่สนิทดีนัก ฉันถือวิสาสะมองลอดเข้าไปและแอบฟัง แม้ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่บางทีฉันก็แค่อยากรู้ความลับของซุปเปอร์แมน...

ภาพที่ฉันเห็นมีเพียงแผ่นหลังของเขา ซึ่งกำลังสั่นไหวน้อยๆ... 


“บอกแล้วว่าไม่เป็นไร”

“ไม่เอา ไม่ชอบร้องไห้”

“แล้วนายร้องไห้เสียงดังกว่าฉันทำไมเนี่ย”

“พอเหอะ ร้องเสียงดังอย่างนี้เลยอยากกอดขึ้นมาเลย”

“ฮะๆ...แล้วฉันร้องตามนายทำไมเนี่ย ไม่เท่เลยเนอะ”


ยูโนยุนโฮไม่เคยร้องไห้

ใครสักคนบอกฉันแบบนี้ และฉันก็คิดว่ามันอาจจะเป็นจริง 


เขาล้มนับครั้งไม่ถ้วนในขณะที่กำลังฝึกท่ายากๆ สำหรับการแสดงและฝึกล้มเพื่อเอาตัวเองมารองไม่ให้ฉันเจ็บ

เขาถูกกดดันอย่างมากกับตารางงานที่แน่นขนัด จนแทบไม่มีเวลาหายใจ

เขาคงเจ็บมาก และชาไปหมดในตอนที่ต้องวิ่งไปบนน้ำแข็งและแสดงกับฉัน ทั้งๆ ที่ขาของเขากำลังได้รับบาดเจ็บ

เขาคงกำลังรู้สึกแย่เต็มที ในวินาทีที่ล้มลงและทำให้โชว์ของเราออกมาไม่ดีเท่าที่ควร


แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีใครมีสิทธิเห็นน้ำตาของเขา

ยกเว้นเจ้าของเสียงโทรศัพท์คนนั้น...









เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ฉันเรียกเขาว่าพี่ และเขาก็ทำตัวเหมือนเป็นพี่ชายของเขาจริงๆ ในขณะที่ฉันเริ่มเชื่อสมมติฐานประหลาดๆ ของตัวเองที่ว่ายูโนยุนโฮเป็นซุปเปอร์แมนเข้าไปทุกวัน 

ฉันเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยสนใจสังคมรอบข้างเท่าไรนัก และมักจะเอาแต่ทุ่มเท่ความตั้งใจทั้งหมดไปที่การแข่งฟิกเกอร์สเก็ตเพียงอย่างเดียว แต่การได้รู้จักกับยูโนยุนโฮ ทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองก็มีอยากรู้อยากเห็นไม่น้อยไปกว่าใครเหมือนกัน

โดยเฉพาะเรื่องของซุปเปอร์แมนอย่างเขา


"พี่ไม่มีแฟนเหรอ" 

ฉันถามเขาในครั้งหนึ่งที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันกล้าพนันว่าหากคุณได้รู้จักกับเขา คุณก็คงอยากรู้ในประเด็นเดียวกันกับฉันที่ว่า ใครกันนะที่เป็นผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น?

เขาทำตาโต หันมามองฉันก่อนจะหัวเราะ "ทำไมจู่ๆ ถามขึ้นมาล่ะ"

"อืม...นี่มันเป็นคำถามเบสิกเลยไม่ใช่เหรอ?"

"พี่ก็อยากมีสักคนเหมือนกัน" เขาตอบ ในขณะที่ฉันส่ายหน้า "ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าอย่างพี่จะหาแฟนไม่ได้อ่ะ"

คราวนี้เขาหัวเราะเสียงดัง “ก็ไม่มีจริงๆ”

“ฉันได้ยินพี่คุยโทรศัพท์”

“หืม?” พอได้ยินฉันพูดแบบนั้น เขาก็หยุดหัวเราะ แต่ยังมีรอยยิ้มจางๆ อยู่บนใบหน้านั้น “โทรศัพท์...ทำไมเหรอ?”

“ตอนหลังเลิกซ้อม ฉันได้ยินพี่คุยโทรศัพท์กับใครสักคน เขาดูเป็นคนสำคัญ”

เขายิ้มกว้างอีกครั้ง

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ” เขาถาม และทำหน้าตาเหมือนอยากรู้เหตุผลนั้นจริงๆ ฉันครุ่นคิดสักพัก จึงตอบออกไปตามตรง

“ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนร่าเริง เป็นคนดีที่พร้อมจะทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อความสุขของคนอื่น” ฉันว่า “แต่ทุกครั้งที่เห็นพี่ไปที่ลานซ้อมตอนเช้ามืด ฉันไม่เห็นอะไรนอกจากความเหน็ดเหนื่อย และความโดดเดี่ยวของพี่ แม้พี่จะพยายามแสดงออกว่ากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำ”

“.....”

“ฉันไม่เคยรู้สึกว่าพี่มีความสุขจริงๆ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์นั้นดัง”

“.....”

“ทั้งๆ ที่คุยกันไม่กี่คำก็วาง แต่พี่กลับดูมีความสุขมาก นั่นทำให้ฉันคิดว่าเขาคงเป็นคนสำคัญ เป็นแฟนพี่”

“เธอนี่เป็นเด็กฉลาดจริงๆ” เขาตอบ แล้วก็ยิ้มอีกแล้ว

“ฉันเดาถูกใช่ไหมล่ะ?” ฉันรีบถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “เขาเป็นคนยังไงหรอ สวยไหม?”

“เขาไม่ใช่แฟนพี่สักหน่อย”

“อ้าว งั้นเขาเป็นอะไรล่ะ”

ยูโนยุนโฮครุ่นคิดพักหนึ่ง ก่อนจะตอบ

“เป็นเพื่อน...” เขาตอบ ไม่ได้หยุด แต่เพียงเว้นวรรคเพื่อพูดต่อไป “เป็นอีกครึ่งชีวิต เป็นคนรัก...เป็นคนที่พี่รัก”

“แล้วนั่นต่างจากแฟนตรงไหน”

“ก็นี่มันมากกว่าแฟนไง...”

“น้ำเน่า”

“เธอพูดเหมือนเขาเลย”









เรื่องน่าทึ่งอีกอย่างเกี่ยวกับยูโนยุนโฮคือเขาเป็นคนรักเด็ก ผู้ชายตัวโตเป็นยักษ์อย่างนั้นจะลงทุนฉีกยิ้มจนกว้างเพื่อหลอกล่อเด็กน้อยสักคนให้ตกหลุมรักเขา และพร้อมจะเปลี่ยนตัวเองจากไอดอลคนดังเป็นต้นไม้ทื่อๆ ให้เด็กๆ เกาะปีนเล่นโดยไม่คิดถือตัวเลยสักครั้ง

บางทีฉันก็ไม่แน่ใจว่ามีอะไรที่ฉันต้องตกใจกับผู้ชายคนนี้มากไปกว่านี้อีกไหม


“พี่ชอบเด็กหรอ”

“อืม พวกเขาน่ารักนะ” 

“พี่อยากแต่งงานไหม” ฉันถาม แค่อยากรู้ความคิดของเขา เขาตอบ “ก็อยากนะ”

“อยากมีครอบครัวไหม ฉันหมายถึง...มีลูกน่ะ” ก็เห็นว่าเขาชอบเด็ก และแน่นอนว่าเขาตอบกลับมาในทันที

“อยากสิ อยากมีเยอะๆ เลย คงสนุกน่าดู” เขายิ้ม

“ฉันว่าพี่ต้องเป็นคุณพ่อที่ดีได้แน่ๆ” ฉันพูดอย่างตื่นเต้น “และลูกของพี่ก็จะต้องดูดีมากแน่ๆ ถ้าเขาหล่อเหมือนพี่ และสวยเหมือน...” ฉันครุ่นคิด 

“เจ้าของโทรศัพท์คนนั้นสวยไหม?” ฉันเรียกบุคคลปริศนาของพี่ยุนโฮแทนด้วยชื่อนี้ เขาหัวเราะ ก่อนจะตอบ “ก็...สวยนะ”

“ตัวสูงไหม?”

“อืม ถ้าเทียบกับผู้หญิงทั่วไปก็สูงนะ”

“เจ๋ง งานแต่งงานของพี่คงจะเพอร์เฟ็คมาก เจ้าบ่าวก็หล่อ เจ้าสาวก็สวย” ฉันทำหน้าเพ้อฝัน ก็เรื่องแบบนี้มันเป็นความฝันสำหรับเด็กสาวอายุ 15 อย่างพวกฉันทุกคนนั่นแหละ “ถ้าพี่แต่งงานเมื่อไรเชิญฉันไปด้วยนะ”

สิ้นคำนั้น รอยยิ้มของเขาก็จางลงไปนิดหน่อย ฉันคิดว่านะ 

“ถ้าจะให้ดีต้องมีฉากที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวร้องเพลงด้วยกันด้วย พี่เป็นนักร้อง แทบไม่ต้องจ้างนักร้องมาในงานของพี่เลย ว่าแต่เธอคนนั้นร้องเพลงเพราะไหม?”

คราวนี้ยูโนยุนโฮกลับมายิ้มกว้างอีกครั้ง เขาตอบด้วยน้ำเสียงอันชัดเจน “เพราะสิ เพราะมากเลยล่ะ”

“เจ้าสาวของพี่นี่เจ๋งจริงๆ ฉันชักอยากเจอแล้วสิ” ฉันยิ้มให้เขา “เขาจะต้องเป็นเจ้าสาวที่ดี และมีลูกที่น่ารักให้กับพี่ได้แน่ๆ”

รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของยูโนยุนโฮอีกครั้ง เขาถอนหายใจ ก่อนจะมองท้องฟ้า เงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงหันมาพูดกับฉัน 

“คลาวเดีย เธอจะผิดหวังกับพี่ไหม”

“?”

“ถ้าพี่บอกว่าเขาคนนั้นเป็นผู้ชาย...” ณ วินาทีนั้น ฉันรู้สึกว่าตัวเองแสดงสีหน้าตกใจออกไป และซุปเปอร์แมนของฉันก็ทำสีหน้าไม่ดีนัก 

เอาตามจริงแล้ว เพราะฉันไม่เคยคิดอะไรถึงความสัมพันธ์แบบนี้ ก็เลยไม่คิดอะไร ไปมากกว่าประหลาดใจ

“จริงเหรอ?”

“อืม เธอไม่เกลียดพี่ใช่ไหม” เขาทำหน้าเจื่อนๆ “พี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง...พี่ก็แค่รักเขา”

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา และเห็นความจริงฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเชื่อ” ฉันตอบไปแบบนั้น และนั่นทำให้รอยยิ้มงดงามปรากฏบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง เขาทำสีหน้าขี้เล่น “แต่ยังไงก็ตาม...เรื่องนี้เป็นความลับนะ จุ๊ๆ ไว้โอเคไหม?”

ฉันยิ้มให้เขา ก่อนจะถามคำถามสุดท้าย ที่ตัวเองอยากรู้มากที่สุด

“ที่พี่ขอโทษฉัน เป็นเพราะว่าฉันจะไม่มีโอกาสได้ไปงานแต่งงานของพี่อย่างนั้นใช่ไหม?” เขายิ้มเจื่อน ก่อนพยักหนา ฉันจึงว่าต่อ 

“แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอ นั่นหมายความว่า พี่จะแต่งงานไม่ได้ มีครอบครัวไม่ได้ แล้วก็มีลูกไม่ได้ด้วยใช่ไหม?”

เป็นอีกครั้งที่ฉันเห็นความเจ็บปวดในแววตาของยูโนยุนโฮ แต่นั่นก็ยังไม่ชัดเจนเท่าความสุขที่อบอวลอยู่รอบตัวเขาในยามที่เขาเอ่ยคำตอบกลับมา


“ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการที่พี่มีเขาอยู่เคียงข้าง...”

“.....”

“ต่อให้สูญเสียทุกอย่าง แค่มีเขาอยู่ พี่ก็คงจะไม่เป็นไร”


และเมื่อนั้นเอง...ที่ฉันเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ของยูโนยุนโฮ 









ฉันกับเขาต้องถอนตัวออกจากรายการในที่สุด เมื่อตารางงานของพวกเราอัดแน่นจนไม่สามารถไปฝึกซ้อมและทำการแข่งขันได้อีก

เราจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี และประสบการณ์ที่มีค่า ฉันบอกลายูโนยุนโฮเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเตรียมเข้าฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแข่งขันจูเนียร์ ฟิกเกอร์ กรังปีส์ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ฉันไม่ได้เจอเขาอีกเลย จนกระทั่งหลายปีผ่านไป 

เราบังเอิญเจอกันบนถนนครั้งหนึ่ง ในเมืองหลวงของต่างแดนที่ฉันเดินทางไปแข่งขันฟิกเกอร์สเก็ต เขาเรียกฉันด้วยน้ำเสียงสดใส ฉันหันหลังกลับไป ก่อนจะพบว่าเป็นเขา ที่ดูไม่เปลี่ยนไปนัก เพียงแต่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และหล่อเหลาขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป

และหากจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปสักอย่าง ก็คงเป็นเพราะว่าคราวนี้ เขาไม่ได้ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว

ข้างกายเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่งดงามที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยพบ เขาเป็นคนเอเชียที่ย้อมผมสีแดง แก้วตาใสกลมโต ริมฝีปากอิ่มงดงาม รูปร่างดี และมีรอยยิ้มที่แสนน่ารัก

ยูโนยุนโฮแนะนำฉันให้เขารู้จัก ซึ่งเจ้าของใบหน้างดงามนั่นก็พยักหน้าก่อนจะยิ้ม และนั่นทำให้ฉันรู้ได้ในทันทีว่าเขาเป็นใคร 

 



“สวัสดีคลาวเดีย...พี่ชื่อแจจุง ยินดีที่ได้รู้จักนะ” 





ฉันชื่อคลาวเดีย มุลเลอร์ อายุ 20 ปี เป็นนักฟิกเกอร์สเก็ต และผู้บังเอิญเจอยูโนยุนโฮในต่างแดน

ฉันยืนอยู่กลางถนนของประเทศที่คุ้นเคยด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อาจเป็นเพราะว่าวันนี้ ฉันได้เจอกับซุปเปอร์แมนและครึ่งชีวิตของเขาเป็นครั้งแรกนั่นเอง.



















fin. ♥

















Comment

Comment:

Tweet

น่ารักมากเลย

นี่มันคือเรื่องจริง ไม่ใช่ฟิค!!! (555)

ชอบคาแร็คเตอร์ยุนมาก
แจออกมาแค่บทเดียว แต่ทำเราฟินมากกกก

แก้มแทบแตก เขิลลล~

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ fighting!

#4 By ant charisma (103.7.57.18|1.4.191.214, 37.228.106.17) on 2013-05-11 23:17

น่ารักมาก...อบอุ่นที่สุด..มีแอบร้องไห้ด้วย..

#3 By Asteroid ☆ (103.7.57.18|125.27.138.45) on 2013-05-08 23:38

ำนัเากยน้ากยนกดนส้านะ้านด
ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ตอนแรกสารภาพ เรานึกว่าเป็นแฟคล่ะ555555555555
ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
คือแบบ ถ่ายทอดอารมณ์ และนิสัยของยุนโฮจริงๆออกมาเลย
แต่งดีมากค่ะ ฮรึก T///////////T

#2 By pudjaee' on 2013-05-05 11:03

อ่านแล้ว มันใช่เลย เป็นฟิคที่อ่านแล้ว ชุ่มชื่นหัวใจที่สุด แต่อ่านแล้วเราว่ามันไม่ใช่ฟิคอ่ะ 
มันเป็น "เรื่องจริง" เลยล่ะ

#1 By beekojang (103.7.57.18|182.52.208.249) on 2013-05-04 21:24