S e l f i s h n e s s

posted on 02 May 2013 07:49 by kyokoong in SHORTFIC
 
 
 
S e l f i s h n e s s .
 
 


Author | Kyokoong , Pairing | Yunho/Jaejoong
Category | Romantic , Rate | PG
 
 
 
 

ชองยุนโฮเป็นผู้ชายคนหนึ่ง

เขามีหน้าตาที่หล่อเหลา รูปร่างที่เพอร์เฟ็คท์ และความสามารถหลายด้านจนน่าอัศจรรย์ 

เขาร่ำรวย มีเงินมากมาย อีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดัง จนใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพ

เขามีกลุ่มแฟนคลับที่ยิ่งใหญ่ เพื่อนที่สุดยอด และครอบครัวที่น่ารัก

เขามีทุกสิ่งที่ชายทั้งโลกต้องอิจฉา และมีทุกอย่างที่ผู้หญิงทั้งโลกต้องตกหลุมรัก

และอย่างที่คุณรู้...เขาฉลาด ใจดี มีความรับผิดชอบและสุดแสนจะเสียสละ
 
 
 
ชองยุนโฮคือใคร?

 

หากถามศิลปินรุ่นใหม่สักคน 


เขาอาจตอบว่าคือรุ่นพี่คนหนึ่ง...ที่มักให้คำแนะนำและกำลังใจกับรุ่นน้องทุกๆ คนอย่างเท่าเทียมเสมอ

หากถามแฟนคลับสักคน 

เขาอาจตอบว่าคือผู้ชายคนหนึ่ง...ที่ยอมบริจาคนับไม่ถ้วนทุกๆ ปีเพื่อเป็นทุนให้แก่มูลนิธิเด็กผู้ด้อยโอกาส

หากถามคนในวงการสักคน 

เขาอาจตอบว่าก็คือผู้ชายคนหนึ่ง...ที่สามารถซื้ออาหารเลี้ยงทีมงานทั้งหมดได้ และค้อมศีรษะเคารพรุ่นพี่ทุกคน โดยไม่เคยถือว่าตัวเป็นศิลปินโด่งดัง

หากถามใครก็ได้สักคน 

เขาอาจตอบว่าคือผู้ชายคนหนึ่ง...ที่คนทั้งโลกตกหลุมรัก



แต่หากลองถามชองยุนโฮดู...ว่าชองยุนโฮคือใคร?

เขาก็คงจะตอบว่าหมอนั่นเป็นแค่ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นเอง...





(1.)
 
 


ในช่วงเวลาเกือบ 30 ปีตั้งแต่ชองยุนโฮลืมตาดูโลก เขาใช้ชีวิตเศษหนึ่งส่วนสี่หมดไปกับการเป็นนักร้อง และอีกหนึ่งส่วนสี่กับคำว่าเสียสละ ซึ่งแม้ในตอนแรกเขาจะยังบอกไม่ได้ว่าอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรจะเป็นอะไร แต่การร้องเพลงและการให้ ก็ดูเหมือนจะเป็นสัจธรรม 2 ข้อที่ชีวิตของเขายึดถือมากที่สุดในเวลานั้น

ตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาพูดเสมอว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ หากไม่รู้จักการเสียสละหรือทำเพื่อคนอื่นบ้าง ก็คงจะมีชีวิตไม่ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉานทั่วๆ ไปที่มีเพียงสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดและความเห็นแก่ตัว – นั่นคือสิ่งที่ยุนโฮได้รับการปลูกฝัง และเขาเริ่มปฏิบัติมันเป็นครั้งแรกตั้งแต่จีฮเยลืมตาดูโลก เธอคือน้องสาวของเขาเอง ยุนโฮทำตามคำสอนของบิดาด้วยการดูแลเลี้ยงดูจีฮเยเป็นอย่างดี และเสียสละสิ่งที่เขามีให้น้องก่อนเสมอหากเธอต้องการ

ที่โรงเรียนก็เช่นกัน ยุนโฮมักได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง และความใจกว้างกับความรับผิดชอบของเขาก็เป็นที่ชื่นชมกันทั่วไป เขาทำจนติดเป็นนิสัย ใครๆ ก็ว่าเขาเป็นคนดี ดีมากเสียจนไม่อาจทำใจให้เกลียดลงได้

เขาไม่เคยเปลี่ยนไป และเป็นเช่นนั้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน

ตั้งแต่เป็นชองยุนโฮ จนกระทั่งเติบโตเป็นยูโนยุนโฮ




 
(2.)




นี่เป็นวันที่ 10 พอดีที่เขาอยู่ที่ญี่ปุ่น

มันเป็นเวลาพักสามชั่วโมงที่มีค่ามาก สำหรับคนที่มีคิวซ้อมคอนเสิร์ตเฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อวันอย่างเขา และยุนโฮเลือกที่จะใช้เวลาทั้งหมดนี้ไปกับการพักผ่อนในห้องแต่งตัว แทนที่จะไปหาอะไรใส่ท้องอย่างที่น้องชายของเขาชวน

“แน่ใจนะว่าจะไม่ไป ไม่หิวเหรอ?”

“อืม ใครจะหิวได้ตลอดเวลาอย่างนายเล่า ไปเหอะ” เขาล้อเลียนน้องชายตัวเอง

“สำหรับผมน่ะใช่ แต่พี่ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย”

“ไม่เป็นไร”

“ถ้าคิดว่าพูดแล้วดูพระเอก บอกเลยนะว่าผมไม่ชวนซ้ำหรอก”

“ฮ่าๆ เออ ไปเหอะๆ ไม่หิวๆ”

“ตามใจ ระวังเจอเขาบ่นหูชา” ชางมินเน้นที่คำว่าเขา และนั่นส่งผลให้คิ้วคมเข้มของคนเป็นพี่ชายขมวดเป็นปมเล็กน้อย ก่อนเขาจะร้องอ๋อ แล้วว่า “ฮ่าๆ หมอนั่นไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก ถ้านายไม่ไปฟ้องน่ะนะ ชางมิน” ที่ประโยคสุดท้าย เขาหรี่ตา ก่อนจะจ้องเด็กตัวสูงเขม็ง ราวกับจะสั่งให้เขาปิดปากเงียบ

และแม้ท่าทางนั้นจะดูน่าเกรงขาม แต่คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ยังหัวเราะ เขาฉีกยิ้มร้ายกาจ แบบที่พี่ชายทุกคนเกรงกลัว ก่อนจะบอก “พี่ขอร้องผิดคนแล้ว นี่ชิมชางมินนะไม่ใช่คิมจุนซู พี่ก็รู้ว่าผมพวกใคร”

“ไอ้เด็กแสบ!” ยุนโฮหัวเราะ ฝ่ามือยกขึ้นมาเหมือนจะขู่ แต่ชางมินไหวตัวทัน เขารีบวิ่งไปที่หน้าประตูทันที

ก่อนจะไม่วายหันหลังมาทิ้งประโยคสุดท้ายที่ทำให้แผนพักผ่อนของยุนโฮแทบพังทลายเป็นการแก้เผ็ด

“เอาแต่บ้างานจนไม่รู้เรื่องเลยหรือไงว่าคิมแจจุงกลับเกาหลีแล้