Apostrophe 'S'

posted on 08 Oct 2012 10:30 by kyokoong  in SHORTFIC
 
 
 
Apostrophe 'S'
 
 Author | Kyokoong , Pairing | Yunho/Jaejoong
Category | Erotic , Rate | R

 
 
 
 

เพราะ ‘s ทำหน้าที่แสดงความเป็น ’เจ้าของ’





“Apostrophe ‘s’”


มันเป็นมุขฝืดๆ ที่ยุนโฮมักจะใช้เป็นคำพูดประจำตัวหลังจากที่ฝังรอยจูบสีทับทิมเอาไว้บนต้นคอของแจจุง

ริมฝีปากหยักรูปคันศรนั้นถอนประทับออกช้าๆ ดวงตาเรียวคมจ้องมองร่องรอยที่ยังคงอุณหภูมิอุ่นๆ จากสัมผัสของตัวเองอยู่อย่างรักใคร่ ในขณะที่มันเรื่อสีเข้มออกมาตัดกับผิวขาวนวลเนียนละเอียด

การแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเขา

ก็แค่วางหน้าลงไปตรงที่ที่ต้องการ เม้มปาก แล้วดูดแรงๆ

พริบตาเดียวผลงานสวยๆ ก็จะออกมาให้เห็น


ยุนโฮยิ้มออกมาในขณะที่นึกไปถึงวิธีการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างง่ายๆ ของตัวเอง มีร้อยแปดพันวิธีที่เขาเลือกใช้ มุมริมฝีปากรูปคันศรยกยิ้มเล็กๆ ขณะเห็นเจ้าของต้นคอขาวๆ นั้นหันหน้าหนี ก่อนจะบ่นด้วยน้ำเสียงแหบหวานปนรำคาญ

“หยุดทำคิสมาร์คได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปทำงานไม่ได้กันพอดี”

สิ้นคำนั้น ยุนโฮก็ก้มลงดูดเนินเนื้อขาวตรงลำคออีกฝั่ง “Apostrophe ‘s’”

“ไอ้บ้า” แจจุงสบถ

เขาเป็นผู้ชายที่ทั้งห่ามและดื้อรั้น ดวงตาของยุนโฮโค้งลงพลางยิ้มอย่างขำขันเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของคนรัก แจจุงเป็นแบบนี้เสมอ ทำไมยุนโฮจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่แจจุงหงุดหงิดที่ถูกทำคิสมาร์คอยู่เสมอเป็น เพราะอะไร

“ทำเป็นบ่นไปน่า จั๊กจี้เหรอไง”

เพียงแค่นี้ น้ำเสียงที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจก็เงียบกริบ


แทงใจดำล่ะสิ




 
 
 
มันบังเกิดเป็นความเงียบขึ้นในทันทีที่ทั้งแจจุงและยุนโฮหยุดพูด จากภายในตัวรถ แสงไฟที่สะท้อนอยู่ข้างนอกยังคงแสดงถึงความมีชีวิตของกรุงโซลแม้จะในเวลาค่ำ คืน ที่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำที่แสนเงียบสงบ ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวลงปกคลุมประเทศเกาหลีในเวลานี้ ไม่มีใครมองเห็นรถยนต์หนึ่งคันที่จอดเทียบท่าอยู่บนพื้นหญ้าใกล้ๆ พื้นที่ตรงนี้ช่างร้างไร้ผู้คนหรือแม้แต่สัญญาณของสิ่งมีชีวิต แตกต่างกับอีกฝั่งหนึ่งลิบลับ

แต่หากใครสักคนจะเห็น ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตจำนวนถึงสองคนอยู่ด้วยกัน

กับสิ่งที่เห็นที่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่โตยิ่งนักหากใครมาเห็นเข้าและแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป


ยุนโฮกับแจจุงกำลังนัวเนียกันอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวยามวิกาล


ส่วนต้นเรื่องนั้นมันจะเริ่มมาจากตรงไหน ได้โปรดอย่าสนใจที่มาที่ไปเลย

ชองยุนโฮนั่งอยู่ตรงที่นั่งฝั่งคนขับ เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาเป็นฝ่ายขับรถ และแน่นอนว่าสาเหตุที่จะได้รับสิทธินั้นจากคนที่ชอบขับรถนักขับรถหนาอย่าง คิมแจจุงก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียไปจากว่าตอนนี้เจ้าตัวเพิ่งดื่ม แอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมาก จนแม้แต่จะยืนก็ยังทรงตัวไว้ไม่ไหว ได้แต่นอนเอนคอไปมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุกอยู่บนเบาะเท่านั้น

ขืนให้ขับ ก็มีหวังได้ไปเยี่ยมนรกกันทั้งคู่

เขาไม่ได้ดับเครื่อง ด้วยกลัวว่าหากไม่เปิดเครื่องปรับอากาศอาจจะทำให้อากาศร้อนจนคนเมารู้สึกไม่ สบายตัวได้ จริงๆ ยุนโฮอยากพาแจจุงกลับบ้าน แต่เพราะด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างก็เลยตัดสินใจมาจอดรถแวะพักที่นี่ก่อน

หนึ่งคืนในอีกหลายเดือน ... ที่อาจจะมีโอกาสได้เจอกันซักครั้ง

ยังไม่อยากให้มันจบลงง่ายๆ เพียงด้วยแค่พาแจจุงไปส่งบ้านเลย


มือใหญ่เลื่อนไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาบนใบหน้าขาวกระจ่างให้ ผิวแก้มของเขาดูโทรมลงไปมาก จากตารางการทำงานอันแน่นขนัด หากแต่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ สำหรับยุนโฮแล้วมันยังคงอ่อนนุ่มและงดงามเสมอ ความเอ็นดูนั้นส่งผลให้เขายกตัวขึ้น ก่อนจะเอื้อมไปช้อนร่างกายผ่ายผอมนั้นมานั่งบนตัก แขนเรียวของคนเมายกขึ้นมากอดคอคนรักหลวมๆ อย่างมึนงง ในขณะที่มองตัวเองถูกคนรักจัดท่าจัดทางไปมาราวกับตุ๊กตาตัวนุ่ม
 

“อื้อออ...ทำไร...”

“Apostrophe ‘s’”


ในตอนนั้นเอง ที่เขาเป็นฝ่ายเริ่ม


หลังจากพูดคุยกันได้อีกไม่กี่ประโยค แจจุงก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันเอ็นดูที่ดูเหมือนจะมีประกายไฟสว่างออกมาด้วยใน แววตาของยุนโฮ ในขณะที่เขาถูกระดมจูบอย่างหนักบนต้นคอ ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้แจจุงไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน ถึงจะหมั่นไส้คนรักแค่ไหนก็ตาม

ก็ได้แต่มองตัวเองถูกเปลื้องผ้าทีละชิ้น ทีละชิ้น

“คิดถึงจัง ขอนะ”

ก็แค่คำพูดมักง่าย...ที่ทำให้แจจุงตายใจเสมอ

พื้นที่อันคับแคบ นอกจากจะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ต่อชายผู้นี้แล้ว แจจุงยังสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นในน้ำเสียงขณะที่ยุนโฮหอบหายใจ สะโพกเล็กช่วยสะบัดกางเกงยีนส์แฟชั่นสีดำออกไปจากต้นขาขาวเนียนของตัวเอง เมื่อมือของยุนโฮเลื่อนตรงมาปลดตะขอให้ เขาพาดตัวข้ามที่ที่เบาะอีกฝั่ง พลิกกายขึ้นนอนหงาย ในขณะที่ปล่อยให้ฝ่ามือที่ลูบไล้ต้นขาเล็กอยู่นั้นรูดชั้นในให้ม้วนรัดไปตาม เรียวขาจนสุดปลายเท้า

ในทันที่ช่วงล่างของเขาเปลือยเปล่า คิมแจจุงก็ยกยิ้มที่หวานเชื่อมไปด้วยแอลกอฮอล์ ให้คนรัก ก่อนจะอ้าขา ใช้ฝ่ามือคล้องลำคอแกร่งสีคร้ามแดดลงมาแนบชิด แล้วกระซิบติดริมใบหู

“เบาๆ นะ”

ยุนโฮไม่รู้ว่าเขาจะทำตามสิ่งที่คนใต้ร่างต้องการได้อย่างไร



มันดูคล้ายกับเป็นแพทเทิร์น หรือขั้นตอนวิธีการทำอะไรสักอย่างในแบบฉบับของยุนโฮ
อันจะเป็นเคล็ดลับ หรือแค่ความเคยชินที่เขาทำเป็นประจำ



“อ๊ะ”
 
 
 
 

1.


แม้สติสัมปะชัญญะจะเลือนราง หากแต่ร่างกายอันร้อนระอุที่กำลังสวนเข้าออกอยู่ในตัวเขาย่อมไม่ทำให้แจจุ งลบลืมไปได้ ว่าเขากำลังทำอะไร กับใคร และอยู่ที่ไหน

“อ่ะ...”

เสียงร้องจากจิตใต้สำนึกดังออกมาเป็นระยะ ในขณะที่ของเหลวหนืดข้นพวยพุ่ง แม้จะดูคล้ายจุดจบ แต่เจ้าของนัยน์ตาหวานเชื่อมกลับรู้ดีว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผู้ชาย ที่ชื่อชองยุนโฮ

มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ยุนโฮเลื่อนฝ่ามืออุ่นร้อนที่เพิ่งเสร็จกิจจากการปรนเปรอให้คนรักขึ้นมายก ปลายเท้าขาวขึ้น เขาจับมันประกบกัน ก่อนจะไล่จูบที่ละปลายนิ้วอย่างเชื่องช้า ปลายลิ้นสากที่เคยรุกรานแจจุงบ่อยครั้งค่อยๆ ไล่ไต่ไปถามฝ่าเท้า ข้อเท้า ลากเรื่อยมาจนถึงน่อง ข้อพับ ต้นขา ยุนโฮค่อยๆ แยกมันออกจากกัน ก้มหน้าลงซุกไซร้ด้านใน ประทับจูบ ก่อนจะส่งนิ้วเข้าไปทักทายช่องทางอุ่นนุ่มที่กำลังขมิบเข้าออกด้วยสัญชาตญาณ อย่างตื่นเต้นราวกับคนมีมารยาท

พริบตาที่เขาให้สัญญาณ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นก็ทำให้เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าหวานสวย

ในขณะที่มุมปากรูปคันศรนั้นยกยิ้ม

“พร้อมนะ”


วินาทีนั้น แจจุงรู้ดีว่าคำพูดสั้นๆ นั้นคือประโยคคำสั่ง





2.


หลายครั้งที่ยุนโฮทำเหมือนจะฝืนใจแจจุง

เหตุการณ์เดิมเริ่มเล่นซ้ำกันหลายครั้งราวกับแผ่นเทปที่เริ่มสะดุด ยุนโฮเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และอีกครั้งจนบางทีแจจุงก็สงสัยว่าตลอดเวลาที่ห่างไป คนรักใช้เวลาทั้งหมดในการออกแบบท่าทางใหม่ๆ หรือหมกมุ่นคิดอยู่แต่เรื่องนี้หรือเปล่า

“อื้อ...ยุนโฮ ช้าหน่อย อ๊ะ อ๊ะ ได้โปรด อา ไม่!”

น้ำเสียงฟังไม่ได้ศัพท์นั้นคือสิ่งที่เขาตกหลุมรัก

อารมณ์ต่อต้านเล็กๆ คือสิ่งที่ยุนโฮชื่นชอบขณะทำรัก บางทีการได้ขัดใจคนดื้ออย่างคิมแจจุงก็เป็นอะไรที่เขาโปรดปราน อย่างเช่นในเวลาที่เจ้าตัวกรีดร้องเพราะอึดอัดจากจังหวะเข้ากระแทกที่เดี๋ยว แรง เดี๋ยวเบาไม่สม่ำเสมอของคนรัก มันยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเมื่อรู้ทั้งรู้ด้วยซ้ำว่ายุนโฮจริงๆ แล้วก็แค่ตั้งใจแกล้งเขาเล่น ... ซึ่งให้ตายเถอะ เขาไม่สนุกด้วยเลย !

“แรง อ๊ะ แรงกว่านี้ ที่รัก..” แจจุงเรียกเสียงหวาน อีกทั้งดวงตาก็หยดย้อยเสียจนคนมองอดขำไม่ได้ สภาพของคิมแจจุงผู้ดื้อรั้นและเป็นสุภาพบุรุษแทบไม่เหลือเค้าให้เห็นเลยแม้ แต่น้อย

สภาพตอนนี้ก็แค่ลูกแมวที่กำลังร่านรักจนตัวสั่น

น่ารักชะมัด


“หึ อยากมากขนาดนั้นเลยเหรอครับที่รัก?”


และวินาทีนั้น แจจุงก็รู้ดีว่าคำพูดกวนประสาทพวกนั้นต่างหากที่น่ากลัว

 
 
 
 
3.


ความกดดันอันมหาศาลที่ถูกคนรักทำรักไม่หยุดติดต่อกันถึงสามชั่วโมงแทบทำให้แจจุงมึนงง และลืมไปหมดว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

สิ่งที่จำได้มีเพียงความรู้สึกแปลกๆ ที่วาบหวิวสลับกลับกันไปมาจนน่าเวียนหัว สรวงสวรรค์ในดวงตาที่ผ่านเข้ามาหลายครั้งคล้ายภาพฝัน มันมักจะมาพร้อมแรงกระแทกอย่างหนักหน่วงและความรู้สึกหวิวๆ ในช่องท้อง ซักประมาณสิบหรือสิบสองนาทีก็จะหายไป

หลังจากนั้นจะตามด้วยสัมผัส จากความชื้นที่แจจุงจำได้แม่นว่ามันมาจากลิ้นของยุนโฮ ที่มักจะลากเลื้อยทั่วตลอดทุกซอกทุกมุมของเรือนร่างเขา ทิ้งตัวไว้ซักพัก ปรนเปรอเลี้ยงขีดจำกัดของอารมณ์ของแจจุงให้ถึงขีดสุดก่อนจะปลดปล่อย แล้วเริ่มทำแบบเดิมอีกครั้งด้วยท่าทางใหม่ จนแจจุงที่ตอนแรกแค่เมาเหล้าอย่างเดียวชักจะยิ่งรู้สึกเมากว่าเดิมไม่รู้กี่ สิบเท่า เมื่อยุนโฮนั้นก็ช่างแกล้งเสียเหลือเกินจนบางทีแจจุงต้องเป็นฝ่ายออกปากขอ ด้วยตัวเอง

ก็รู้ว่ามันนน่าสมเพชสิ้นดี

แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึง ‘ชองยุนโฮ’

“ช้าไปยุนโฮ....อื้มมมม”

ความอดทนของคนร่างบางขาดผึง เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่ หลายครั้งหลายคราที่โดนแกล้งให้ต้องค้างบ้างเสร็จบ้าง มั่วไปหมดจนอกแทบจะแตกตาย แม้วันนี้เขากับยุนโฮจะเสร็จกันไปก็ไม่รู้กี่รอบแล้ว หากแต่ความต้องการยังไม่หมดไปเสียที แจจุงขมวดคิ้วในขณะที่นอนหงายพลางอ้าขากว้างให้คนรักสอดใส่ ก่อนจะจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดเมื่อยุนโฮที่สอดส่วนร้อนแข็งขนาดใหญ่คาไว้ในช่อง ร้อนระอุและทำเพียงขยับไปมาช้าๆ ให้แจจุงรู้สึกสยิวเล่นเท่านั้น

เขาอ้าขาให้กว้างขึ้น พลางสั่ง

“แรงๆ สิ ขยับให้มันแรงๆ หน่อยได้ไหม!”

“หึ”

“กวนตีนนักนะ ไอ้บ้า!”

สิ้นคำ เรียวแขนขาวยันกายที่นอนแผ่ขึ้นมาตั้งตัวอย่างรวดเร็วพลางรั้งต้นคอหนาเข้า มาจูบดูดดื่ม ริมฝีปากอิ่มบดเคล้าคลึงความหอมหวานอย่างถึงพริกถึงขิง ปลายลิ้นเล็กสอดสลับยั่วยวน ไต่ไปมาตามแนวฟันขาวของคนรักอย่างเอาอกเอาใจ และเกินกว่าที่จะรอให้คนรักตามใจอย่างทุกที ขาเรียวขาเกี่ยวรัดเข้ากับเอวหนาแนบแน่น ก่อนจะเริ่มเป็นฝ่ายขยับด้วยตัวเอง


1 2 3 4 5 6 7 8 9 10


“อ๊ะ ! อ๊ะ ! อ๊ะ !”

ความคับแน่นนั้นกำลังจะทำให้เขาคลั่ง

“อา แจ”

ฝ่ามือใหญ่จับลำตัวขาวบอบบางร่อนไปมาบนหน้าตัก สีหน้าอันเพลิดเพลินนั้นบ่งบอกให้รู้ว่าคนทั้งคู่สุขสมแค่ไหน อาการว่า ‘สำลักความสุขตาย’ เป็นเช่นไรแจจุงจะได้รู้จักมันเสียเอาก็วันนี้ ในขณะที่เจ้าตัวรวบรวมแรงที่แทบไม่มีเหลือจะกิจกรรมเข้าจังหวะกว่าสี่ ชั่วโมงในการควบร่างเข้ากับคนรักแนบสนิท จิตราคะยังคงสั่งให้แจจุงขยับต่อไปอย่างนั้น แม้เจ้าตัวจะรู้ดีว่าหากตื่นขึ้นมาอีกที เขาอาจไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัวออกไปไหน
ก็น่ากังวลอยู่มิใช่น้อย


แต่ก็ช่างปะไรล่ะ


ในยามนี้ยุนโฮรู้ดีว่าคนรักของเขากำลังทุรนทุรายเจียนจะคลั่งตาย

เขารัก เขายินดีที่เห็นแจจุงเป็นเช่นนี้ ฝ่ามืออุ่นเลื่อนไปถูกริมฝีปากบวมๆ ที่มักจะคอยสรรหาแต่เรื่องให้เขามาวิตกกังวลเสมอด้วยความเอ็นดู แม้การมีเซ็กซ์กับแจจุงจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เขาทั้งคู่โปรดปราน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น สิ่งที่กอปรรวมกันออกมาเป็นคิมแจจุงนั้นต่างหากที่ทำให้สิบปีที่ผ่านมายุนโฮ ได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างคนที่รู้จักความรักที่แท้จริง

นี่เป็นแค่กิจกรรมตัวอย่างของเรื่องของเราก็เท่านั้น

ร้อนแรงน่าดูล่ะสิ?
 
 
 
บอกไปแล้ว มันเป็นแค่ ‘Apostrophe ‘s’

มันดูคล้ายกับเป็นแพทเทิร์น หรือขั้นตอนวิธีการทำอะไรสักอย่างในแบบฉบับของยุนโฮ
ที่อาจจะเป็นเคล็ดลับ หรือแค่ความเคยชินที่เขาทำเป็นประจำ
 
 
ก็แค่บทความสั้นๆ กับขั้นตอนที่จะบอกให้คุณรู้

ว่า คิมแจจุงเป็นของใคร
 
 
แรงกดกระแทกนั้นปะทุรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่คิมแจจุงกับชองยุนโฮกำลังนัวเนียกันอย่างเร่าร้อนอยู่ที่ไหนซักแห่งบนโลกใบนี้


1.


ต่อด้วย


2.


และตามด้วย


3.



“แจจุง ฉันรักนาย”



ในวินาทีสุดท้ายนั้น แจจุงรู้ดีว่าคำพูดนี้จริงใจเพียงใด

 
 
 
fin.



- - - - - -
 
 
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ร้อนแรงจริงๆคู่นี้
อิหมีก็ขี้หวงจริง
ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ว่า
แจจุงเป็นของใครฉันก็รู้อยู่แล้ว

#1 By silverfox (103.7.57.18|172.16.5.2, 172.16.5.2, 127.0.0.1, 203.144.221.254) on 2012-10-08 11:34

ร้อนแรงได้น่ารักจริงๆเลย ><
มาอ่านก่อนไปสอบ.. ได้กำลังใจมากมายเลยทีเดียว 555

#2 By LonelyFairy on 2012-10-08 14:29

ชอบค่ะชอบ  ร้อนแรงได้ที่เลย
อ่านแล้วเขินจัง  ขอบคุณนะค่ะ

#3 By lee marin on 2012-10-08 21:26