[SF] Whisper's Story
posted on 16 Jul 2009 11:43 by kyokoong in One-shot
[SF] Whisper's Story
TVXQ Fan Fiction
By: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Romance / One-shot
Rating: PG-13
Author's note: *เอาฟิคเก่ามาเทในคลัง*
คุณคิดว่าช่วงเวลาหนึ่งวันของคุณ จะหมดไปกับการทำอะไรบ้าง?
นั่งกินข้าวคนเดียว ดูทีวี หรือทำงานตัวเป็นเกลียว..
สำหรับผม..
แม้แต่เวลาที่เหงาๆ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครให้คิดถึง ?
และต่อให้ใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการนึก ..ผมก็คงจะยังหาคนๆ นั้นๆ ไม่เจออยู่ดี..
6 February, 2009
….
[ขอโทษนะเว้ยไอ้ยุนโฮ แต่วันนี้ฉันมีนัดไปกินข้าวที่บ้านจุนซูว่ะ พ่อเค้าอยากเจอ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเจอกันแล้วกันนะ]
เสียงที่ปลายสายตัดไปแล้ว หากแต่งมือใหญ่ยังถือโทรศัพท์อยู่แบบนั้น ดวงตาเรียวรีหันไปมองเค้กปอนด์เล็กๆ ที่ตั้งสวยอยู่ในถุงพลาสติคพลางถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถประจำทางกลับบ้านเหมือนอย่างเคยด้วยความเบื่อหน่าย
ชีวิตคนโสดวัยสิบสี่สองมันน่าเบื่อขนาดนี้นี่เอง ...ไม่สิ ยี่สิบสามนี่นา..
เพราะเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาที่ไม่ได้มีเงินทองร่ำรวยอะไรมากมาย แค่ปั่นงานตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเลี้ยงตัวคนเดียวก็นับว่าลำบากอยู่แล้ว ทำงานจนลืมแม้กระทั่งวันเกิดตัวเอง ..ทั้งที่อุตส่าห์ลืมแท้ๆ ก็ยังมีคนมาเตือนความจำให้ แถมไอ้คนเตือนที่ว่าก็ดันมาบอกให้รู้แล้วหายไปต๋อมไปเลยอีกต่างหาก
ถ้าจะมาเตือนให้กูเหงาเล่นเฉยๆ อ่ะ ที่หลังไม่ต้องก็ได้นะเว้ย...ไอ้ยูชอน
ท้องฟ้าสีครามแปรสีลงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นมืดสนิทในเวลาต่อมา แสงนวลเหลืองจากไฟข้างทางส่องสะท้อนมาโดนใบหน้าของร่างสูง ยุนโฮหันหน้าไปมองรอบตัว ถนนแคบๆ ที่เป็นทางผ่านกลับบ้านของเขายามนี้โล่งกว้างไม่มีรถผ่าน ไม่มีคนเดิน เงียบสงบจนน่าแปลกใจ และทำไมถึงต้องเป็นเฉพาะกับวันนี้ด้วยนะ..
“โฮ่งๆ โฮ่งๆๆ” ยุนโฮหันหลังกลับไป เจ้าหมาสีน้ำตาลตัวหนึ่งกำลังโก่งคอร้องตะโกนใส่เขาอย่างสุดกำลัง
เอาสิ...ขนาดหมามันยังไล่เลยเนี่ย..
ขาเรียวก้าวเดินต่อไปอย่างเดียวดาย ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่เขาจะต้องมาคิดมาก เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้จัดวันเกิดของตัวเองแบบนี้..
คิดไปเดินไปจนมาถึงหน้าบ้าน...ก่อนคนโสดจะต้องทำสีหน้าแปลกใจเป็นครั้งแรกขอฃวัน
ในความมืดที่แสนสงบ ปรากฏร่างบอบบางที่นั่งชันเข่าหลับไหลไม่ได้สติอยู่ที่หน้าบ้านของเขา ยุนโฮเอียงคอนึกถึงคนที่รู้จัก ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วประคองหัวกลมๆ นั่นขึ้นมาดูหน้าให้ชัดๆ
ใบหน้าขาวใสถูกล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีน้ำตาลจมอยู่ในห้วงนิทราอย่างคนเหนื่อยอ่อน แพรขนตางอนยาวพริ้มปิดดวงตากลมใสภายในเอาไว้ ปากกลมๆ สีชมพูเชิดเผยอน้อยๆ เพื่อผ่อนลมหายใจ..
..ยุนโฮจำไม่ได้ว่าเขาไปเคยรู้จักกับคนสวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร..
ก่อนสายผ้าแดงๆ ที่ข้อมือคนน่ารักจะทำให้ยุนโฮยิ้มขำกับตัวเองออกมาพรืดใหญ่
ผูกริบบิ้นด้วยแฮะ..
นายเป็นของขวัญวันเกิดของฉันรึไงกันเนี่ย..?
...
ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ ก่อนจะเปิดออก มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาอย่างง่วงงุน จนร่างสูงที่นั่งมองอยู่นานเอ่ยเสียงถาม
“ตื่นแล้วเหรอ...”
ใบหน้าหวานหันมามองตามเสียง หัวกลมเอียงคองง ก่อนยุนโฮจะต้องยกมือโบกๆ “เอ้า เอ้า..ห้ามมางงตอนนี้นะ ก็นายนั่นแหล่ะที่มานอนหน้าบ้านคนอื่นเค้าทำไม... เห็นตาดีฉันเลยกลัวจะโดนฉุด ก็เลยอุ้มมานอนในบ้านแค่นั้นเอง ข้างนอกมันหนาวใช่มั้ยล่ะ?”
หัวกลมพยักเบาๆ แสดงการรับรู้ ยุนโฮยิ้มกับท่าทางน่ารักนั้น ก่อนจะเอามือลูบศีรษะคนขี้เซาแล้วเอ่ยถามต่อ “แล้วหายง่วงหรือยัง จะให้พาไปส่งบ้านมั้ย..?”
เสียงทุ้มที่แสนอบอุ่นเอ่ยถาม หากแต่มันก็ทำให้ใบหน้าหวานหมองลง ทำยุนโฮแปลกใจ
“ไม่มีบ้านเหรอ..?”
แต่หัวกลมก็ส่ายหน้าอีก ถ้าไม่อยากตอบเค้าก็จะไม่ถามต่อ “แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ..?”
นิ้วเล็กๆ ชี้ๆ ลงที่พื้น ร่างสูงเอียงคองง “จะอยู่ที่นี่เหรอ?”
หัวกลมพยักหงึกๆ แต่คราวนี้ยุนโฮไม่ได้แสดงอาการแปลกใจเพราะคำตอบของร่างเล็ก
แต่เป็นความรู้สึกที่ยุนโฮสังเกตมาตลอด...ว่าตั้งแต่ร่างบางนี้ตื่น เขาก็ยังไม่เห็นปากกลมๆ นั่นเอ่ยเสียงออกมาแม้แต่แอะเดียวเลยต่างหาก..
“นี่ แล้วนายชื่ออะไรล่ะ?” ร่างสูงถาม ก่อนมือเล็กจะดึงมือใหญ่มาใกล้ๆ แล้วจรดปลายนิ้วนุ่มนิ่มลงไปบนฝ่ามือร่างสูง
'김재중’
“คิมแจจุงเหรอ..?” ยุนโฮยิ้ม “งั้น ฉันชื่อชองยุนโฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะแจจุง”
เงียบกันไปซักพักก่อนเสียงร้องดังที่หน้าท้องแบนราบจะทำให้ร่างสูงหัวเราะเบาๆ
“หิวแล้วเหรอ งั้นไปหาไรกินกันเถอะ..”
ทั้งๆ ที่ผมเองก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่พูด..
หากแต่ผมกลับไม่เข้าใจตัวเองเสียมากกว่าว่าทำไมสุดท้ายถึงได้ไม่พูดออกไป..
....
ปากกลมแลบเลียคราบครีมที่ริมฝีปากอย่างรวดเร็ว มือน้อยจิ้มตักเค้กในกล่องไม่หยุด แจจุงกินเร็วจนเจ้าของเค้กแทบไม่ได้แตะด้วยซ้ำ.. แต่ถึงอย่างนั้น ยุนโฮก็ยังยิ้ม..
วันนี้เขาไม่ได้ฉลองวันเกิดคนเดียว..
ถึงจะดูแปลกๆ ไปซักหน่อย ...แต่มันก็ยังดีกว่าจะเอาเค้กก้อนนี้ไปโยนทิ้งไม่ใช่เหรอ?
“อะ แค่กๆ” จู่ๆ ปากกลมที่เคี้ยวหงุบหงับก็ไออกมาอย่างแรงจนยุนโฮตกใจ มือหนารีบคว้าแก้วน้ำทันทีเมื่อเห็นมือเล็กเอามือทุบๆ ที่อกไม่หยุด “เอ้า นี่น้ำๆ แปลกคนจริงๆ กินเค้กยังติดคอได้อีก”
แจจุงรับน้ำมาจากมือคนตัวโตก่อนจะดื่มเข้าไปอึกใหญ่ มือหนาลูบหลังบางให้อย่างเป็นห่วง ก่อนจะยื่นทิชชู่ให้ “เช็ดปากซะด้วย ดูสิ เลอะเทอะไปหมดเลย”
มือเล็กรับทิชชู่มาจากมือใหญ่ ใบหน้าหวานหันไปยิ้มให้ยุนโฮจนดวงตาหยีเล็ก ..รอยยิ้มที่ฆ่าคนให้ตายได้ทั้งคน...
โคตร....น่ารัก
....
“ปิดไฟแล้วนะ” ยุนโฮเอ่ย ก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟ แล้วเดินไปนอนตรงโซฟา หากแต่มือเล็กกลับรั้งแขนเอาไว้แล้วชี้ไปที่เตียงนอน “เอ๋...ไม่เป็นไรหรอก ฉันนอนนี่ก็ได้ เตียงมันเล็ก แคบจะตาย”
ภายใต้ความมือสลัว ยุนโฮยังคงมองเห็นเสี้ยวใบหน้าหวานรำไรนั้นส่ายหัวไปมาได้อยู่
มือเล็กลากร่างสูงไปที่เตียงนอนก่อนจะผลักให้นอนลง ยุนโฮแสดงสีหน้าแปลกใจแต่ก็ยอมนอนลงไปดีๆ แจจุงยกผ้าห่มขึ้นก่อนจะสอดตัวเล็กๆ เข้าไปข้างใน ไหล่เล็กเกยพ้นขอบเตียงออกมาเพราะความแคบ จนยุนโฮต้องเอ่ยเสียงปราม “เห็นมั้ย..จะตกเตียงอยู่แล้ว ฉันตัวใหญ่จะตาย เตียงนี่มันเล็ก นอนกันไม่ไหวหรอก”
แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่ฟัง มือนิ่มยกแขนร่างสูงอ้อมไปวางที่แผ่นหลังเล็กของตัวเอง ก่อนจะจัดใบหน้าหวานซุกลงไปที่อกกว้าง ขยับตัวให้แนบเข้าไปอีกนิดจนกลิ่นกายหอมกรุ่นลอยปะทะจมูกโด่งเป็นสัน ก่อนจะเอานิ้วเล็กๆ เขียนตัวหนังสือลงไปบนแผ่นอกกว้าง
‘แบบนี้ก็นอนได้แล้ว’
ยุนโฮเอ่ยหน้าแดงเรื่อ แต่ด้วยความมืดในเวลานี้แจจุงคงไม่อาจมองเห็น “จะ...ให้ฉันกอดนายนอนแบบนี้น่ะเหรอ...?”
หัวกลมที่ซุกอยู่ตรงอกของเขาพยักหงึกหงัก ก่อนจะหลับตาพริ้มไม่สนใจอะไรอีก
ได้แต่ปล่อยให้คนฟุ้งซ่าน...ต้องนอนลืมตาค้างอยู่อย่างนั้น..
...
มือหนาคว้าถุงเท้าคู่เก่งมาสวมลวกๆ รวบกองเอกสารที่วางยุ่งอยู่บนโต๊ะโกยๆ ใส่มือมาอย่างเร่งรีบ ปากก็พร่ำบ่นไม่ได้ศัพท์ “สายแล้ว สายแล้ว ตายแน่ๆ”
ดวงตากลมชะโงกมองอาการลุกลี้ลุกลนของยุนโฮให้แล้วก็แปลกใจ ก่อนจะเอื้อมหยิบเน็คไทเส้นสวยขึ้นมาเส้นหนึ่งแล้วยื่นให้ยุนโฮเมื่อเห็นว่าที่คอของร่างสูงยังว่างเปล่า “ขอบใจมากนะแจจุง เอ้อ....ผูกไงวะ โอ๊ย ลนไปหมดแล้วเรา”
มือหนาสั่นพั่บๆ ความรู้ความจำที่เคยทำได้มั่วมึนไปซะหมด จวบจนสัมผัสนุ่มนิ่มที่รอบคอขยับมาผูกเน็คไทให้อย่างรวดเร็วและสวยงาม แจจุงเอื้อมมือไปหยิบโค้ทที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้ร่างสูง ก่อนจะจรดปากกาลงบนกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่นแล้วส่งให้
‘เสร็จแล้วยุนโฮ รีบไปรีบกลับนะ’
ร่างสูงมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าอึ้งปนตกใจ แจจุงเป็นคนที่ใจเย็นกว่าคนอย่างเขามาก ก่อนร่างสูงจะยกมือโบกไวๆ “ฉันต้องรีบแล้วล่ะ อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย? ในตู้เย็นมีไอศกรีมกับข้าวกล่องอยู่ ถ้าหิวก็เอามาอุ่นกินนะ แล้วฉันจะรีบกลับ ไปล่ะ”
มือเล็กไวๆ ให้ร่างสูงจนลับสายตา ก่อนเช้าวันแรกที่แสนสดใสในบ้านของคนเพิ่งรู้จักจะเริ่มต้นขึ้น..
เพราะอะไรกันนะเขาถึงได้ทำกับยุนโฮเหมือนกับรู้จักันมาเนิ่นนานเช่นนี้
เพราะอะไรถึงได้รู้สึกอบอุ่น..มากมายขนาดนี้...
......
“เฮ้ย ไอ้ยุนโฮ เป็นไงบ้างวะ” เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยทัก ยุนโฮหันหน้าไปมองเพื่อนรักก่อนจะเอ่ยทักทาย “อืม ก็ดี”
“เมื่อวานขอโทษทีว่ะ พอดีว่าที่พ่อตาเค้าขอมา กูจะขัดเค้าก็เสียคะแนนใช่ป่ะ โทษที โทษที” มือใหญ่ยกขึ้นโบกมือขอโทษ ก่อนจะเอ่ยปาก “เมื่อวานวันเกิดแกนี่หว่า งั้นวันนี้ไปดื่มกันมั้ย ฉันเลี้ยงเอง”
“ไม่ล่ะ” ยุนโฮเอ่ยเสียงเรียบ “วันนี้ต้องรีบกลับบ้านว่ะ”
“ทำไมวะ” ยูชอนเลิกคิ้ว ปกติถ้าเขาถึงขั้นออกปากเลี้ยงเองแบบนี้แล้วล่ะก็ ชองยุนโฮเพื่อนรักของเขาคนนี้ก็ไม่มีทางปฏิเสธแน่นี่นา แล้วมันมีธุระอะไรที่สำคัญกว่าของฟรีอีกรึไงเนี่ย?
“กะก็ มีแล้วกันน่า..” ยุนโฮปฏิเสธเสียงเบา “ฉันต้องรีบไปละ มีส่งงานให้หัวหน้าดูอ่ะ”
“เดี๋ยว” ยูชอนเอ่ยรั้ง ก่อนจะยิ้มขำๆ “นี่แกผูกเน็คไทสวยขนาดนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย เห็นปกติเละแทบดูไม่ได้”
ยุนโฮก้มมองที่คอตัวเอง ก่อนจะยิ้มบางๆ “ตั้งแต่เมื่อวานว่ะ..”
ว่าจบร่างสูงก็ก้าวเท้าเดินออกมา ทิ้งให้ยูชอนได้แต่ยืนงงต่อไปกับคำพูดนั้น ก่อนมือใหญ่จะคลายฝ่ามือที่กำแผ่นกระดาษแผ่นเล็กออกมา
‘เสร็จแล้วยุนโฮ รีบไปรีบกลับนะ’
ก็เป็นซะอย่างเนี้ย...
......
“กลับมาแล้ว...” ยุนโฮเปิดประตูบ้านเข้ามาข้างใน มองซ้ายขวาหาคนน่ารัก เขารู้ตัวเองดีว่านี่ไม่ใช่นิสัยของชองยุนโฮเลยสักนิด แต่จะให้ทำยังไงล่ะ มันเป็นไปแล้วนี่...
กระจกที่ใส พื้นที่มันเป็นเงา กับบ้านที่สะอาดกว่าที่เคยทำให้ยุนโฮรู้สึกแปลกใจ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการมองหาคนใจดี ที่อุตส่าปัดกวาดเช็ดถูบ้านให้ อย่างน้อยทำทั้งหมดนี่วันเดียวก็คงจะเหนื่อยน่าดู...
และคงไม่แปลกที่ร่างเล็กจะนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างนี้..
ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้ๆ นั่งลงบนโซฟาข้างๆ กายคนตัวเล็กก่อนจะอมยิ้ม คงจะเหนื่อยน่าดู..
ขอบคุณมากนะแจจุง...
มือใหญ่ลูบศีรษะกลมเล็กอย่างผูกพัน ก่อนจะผล็อยหลับตามแจจุงไปข้างๆ นั้นเอง..
ผูกพัน...เหมือนกับรู้จักกันมานาน..
อบอุ่น..ยิ่งกว่าอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา...
ความรู้สึกแบบนี้คืออะไรกันนะ...
ทันทีที่ดวงตาเรียวปิดสนิท ดวงตากลมโตก็เปิดขึ้น ริมฝีปากกลมแย้มยิ้มน่ารัก ก่อนจะเดินไปหยิบปากกาเมจิคสีๆ มากมายใต้โต๊ะยุนโฮขึ้นมา แล้วจรดลงไปที่ใบหน้าและโหนกแก้มสากนั้นเบาๆ
น่ารักจังเลย...
…
นิ้วมือใหญ่สะดุ้งน้อยๆ ก่อนยุนโฮจะค่อยๆ รู้สึกตัว มือหนายกขึ้นขยี้ตาอย่างง่วงงุน ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ผนัง ..นี่กี่โมงแล้วเนี่ย..
03 : 45
เห้ย...นี่เราหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
มองไปข้างๆ เห็นใบหน้าสวยยังหลับพริ้มอยู่ก็เผลอยิ้มออกมา นอนโซฟาอย่างนี้เมื่อยแย่..
เอื้อมอ้อมแขนโอบร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะอุ้มไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอม ยุนโฮยกผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเล็กนั้นจนถึงหัวไหล่ ก่อนจะเดินไปล้างหน้าล้างตาอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลที่สะสมมาทั้งวัน..
ร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นเย็นเฉียบก่อนจะเงยหน้ามองวัตถุตรงหน้า
บานกระจกเงาส่องทำมุมสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาออกมา..
ใบหน้าของใครซักคนที่ยุนโฮคิดว่าไม่รู้จักแน่ๆ..
“ร้ายจริงๆ นะ ตัวแสบ...” ยุนโฮเอ่ยยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ เริ่มวักน้ำขึ้นลบคราบเมจิคที่วาดเขียนทำจิตรกรรมบนใบหน้าของตัวเองออก โดยที่ปากก็ยังพร่ำหัวเราะอยู่ไม่ได้ขาด..
.....
แสงแดดสีส้มส่องผ่านม่านสีโอรสจางเข้ามาภายในห้อง แจจุงลืมตาตื่น ก่อนจะหันไปมองบนโต๊ะทำงานที่บัดนี้ว่างเปล่า..
ยุนโฮไปทำงานแล้วเหรอ...
เสียงกุกกักที่ครัวดังขึ้นทำลายความคิด แจจุงยิ้มออกมา ก่อนจะเดินตรงไปที่ครัว สะกิดไหล่แผ่นหลังกว้างที่กำลังง่วนอยู่กับขัดแก้วใสๆ ที่ไม่ได้ล้างเป็นเวลานานอยู่ ยุนโฮหันหลังกลับมา “มีอะไรเหรอแจ..อุ๊บ ฮะฮะฮะ”
ใบหน้าหวานเอียงคองง ..ยุนโฮขำอะไร?
มือเล็กจรดปลายปากกาบนโต๊ะลงบนกระดาษโน้ต ‘ทำอะไรอยู่เหรอ’
“อ๋อขัดแก้วอยู่น่ะ ฝุ่นมันจับแล้ว ไม่ได้ใช้นาน” ยุนโฮยิ้มแป้น “แต่จะว่าไป...น่ารักจริงๆ เลยนะเราน่ะ น่ารักจริงๆ เล้ย” ยุนโฮเอมมือข้างที่ไม่เปียกมาขยี้หัวกลมเบาๆ ก่อนจะหักลับไปล้างแก้วต่ออย่างสบายอารมณ์
เมื่อนั้นเองที่แจจุงพอจะนึกอะไรออก..
ร่างเล็กวิ่งหลุนๆ เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะมุ่ยหน้าทันทีเมื่อเห็นภาพที่สะท้อนในกระจก..
กล่มผมนุ่มสีน้ำตาลถูกรวบเป็นปอยเล็กๆ สองข้างด้วยหนังยาง ปากกลมๆ ถูกแต้มด้วยสีชมพูจนดูเหมือนกับว่าทาลิบสติก แก้มของเขาเองก็เหมือนกัน...
แก้แค้นกันเหรอไง..
มือเล็กเปิดน้ำวักใส่หน้าลบรอยแปลกๆ บนใบหน้าออก ก่อนจะเดินกระทืบเท้าปึงปังออกมา ยื่นกระดาษสีขาวให้ร่างสูง
‘แกล้งกันเหรอ’
ยุนโฮรับกระดาษในมือน้อยมาอ่านก่อนจะขำพรืด “อ้าว ล้างออกแล้วเหรอ ตะกี๊ก็น่ารักดีออก ...แต่ไม่เป็นไร ฉันเอามือถือถ่ายไว้แล้วล่ะ ฮ่าๆ “
ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน มือเล็กฟาดตีไปที่ไหล่หนาเบาๆ จรดปลายนิ้วลงบนต้นแขนใหญ่ด้วยความรวดเร็ว
‘เอามือถือมาให้ฉันนะ ไปลบเดี๋ยวนี้’
“เรื่องอะไรเล่า? เอ้าๆ ฉันต้องรีบไปทำงานแล้วล่ะ เก็บแก้วให้หน่อยนะ ไปละๆ”
ว่าจบก็ดึงเน็คไทบนคอเข้าที่ก่อนจะเผ่นผลิวออกไปทั้งอย่างนั้นจนร่างเล็กตามไม่ทัน..
อะไรของเขานะ...
.....
ร่างสูงจรดปลายนิ้วพิมพ์ตัวหนังสือลงไปบนแล็ปท็อบของบริษัทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเปิดดูรูปแบคกราวด์หน้าจอที่เห็นกี่ครั้งก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ...ฮะฮะ
“ยุนโฮ งานไปถึงไหนแล้ววะ อ้าวแล้วนั่น...ว้าว ใครวะเนี่ย น่ารักจังเลย” ยูชอนที่หอบเอกสารกองใหญ่เข้ามาชะโงกหน้าไปมอง ก่อนยุนโฮจะเอามือถือหลบ “เฮ้ย อะไรวะ แอบดูทำไม”
“แหม ไม่ยักรู้นะเนี่ย ว่าคนโสดอย่างแกก็มีเด็กเก็บอยู่เหมือนกัน”
“เด็กเดิกอะไรของแก”
“ก็คนในมือถือแกไง น่ารักดีนะ”
“ไม่ใช่เด็กฉันซะหน่อย”
“แล้วใครล่ะ”
ยุนโฮนึกอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป “....ของขวัญน่ะ ของขวัญจากพระเจ้า..มั้ง”
.....
หนังสือเล่มโตวางอยู่บนโต๊ะสีครีม มือเล็กเลื่อนเปิดหน้ากระดาษสูตรอาหารมากมายไปอย่างไม่รู้เบื่อ..
ข้างๆ กันนั้นมีปฏิทินตั้งโต๊ะ ถูกเน้นข้อความที่วันที่ 14 ไว้เด่นชัด..
ดวงตากลมสวยจ้องมองเมนูช็อคโกแลตมากมายบนโต๊ะ ก่อนจะตัดสินใจปิดมันและเอาไปเก็บไว้ที่เดิม ...ไม่ไหวแฮะ ทำไม่ทันแน่เลย...
อีกแค่สามวันเอง..
ใกล้จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว ...จะให้อะไรยุนโฮเป็นของขวัญดีนะ..
นั่งเอามือจิ้มกันอยู่ซักพัก ก่อนริมฝีปากกลทสวยจะยกยิ้ม แล้วเดินออกไปข้างนอกทันที..
ไม่ใช่คนรักกันไม่ใช่เหรอ.. ทำไมต้องให้ด้วยนะ?
ก็แค่อยากให้น่ะ ...แค่นั้นเอง..
......
14 February, 2009
[ยุนโฮ วันนี้กูมีเดทกับจุนซูว่ะ ฝากทำงานส่วนที่เหลือนะ แล้วจะเลี้ยงขอบคุณที่หลัง จาก ยูชอน]
แน่ะ! ไอ้เพื่อนเวร นี่ไปเดทกับแฟน แล้วยังจะโยนงานมาให้เขาทำอีก..
วาเลนไทน์งั้นเหรอ เฮ้อ...น่าเบื่อ
วันแห่งความรัก อาจจะเป็นความที่โรแมนติคที่สุดของคู่รัก แต่สำหรับคนโสดอย่างเขา ...มันน่าเบื่อสุดๆ ไปเลย..
….
“ยุนโฮ กลับบ้านเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อก็ได้”
เสียงทุ้มจากหัวหน้าเอ่ยทัก ร่างสูงหันไปมองแล้วก็ถอนหายใจ “นี่กี่โมงแล้วเหรอครับ..”
“ทุ่มนึงแล้วล่ะ กลับบ้านเถอะ คนอื่นเค้ากลับกันหมดแล้วนะ วันนี้วาเลนไทน์ด้วย ไม่ไปเที่ยวกับแฟนเหรอยุนโฮ..?”
“อ๋อ นั่นสินะฮะ ผมลืมไปเลย ..แย่จัง ดึกป่านนี้แล้ว เธอคงรอแย่..”
“นั่นน่ะสิ รีบไปเถอะยุนโฮ”
“ครับๆ งั้นลาละครับหัวหน้า”
“กลับดีๆ ล่ะ”
ร่างสูงโค้งให้ผู้จัดการใจดีก่อนจะเก็บข้างของแล้วเดินเลี่ยงออกมา ‘เธอ’ เหรอ..?
‘เธอ’ ไหนล่ะ?
คงน่าอายพิลึกแหละ ถ้าจะบอกใครต่อใครว่าจริงๆ แล้วเขายังไม่เคยมีแฟนกับเขาสักคน..
แม้แต่เวลาเหงาๆ จะคิดถึงใครก็...ไม่มี..?
ไม่สิ....
ทำไมจะไม่มีล่ะ...
ร่างสูงแย้มยิ้มออกมา ก่อนจะก้าวเดินขึ้นรถกลับบ้านไปด้วยความเร่งรีบ..
“กลับมาแล้ว...” ยุนโฮเอ่ยเหมือนกันทุกวัน สองทุ่มกว่าแล้ว แจจุงจะนอนรึยังนะ..
เหมือนกับเทปของวันเดิมๆ เล่นซ้ำ ร่างบอบางของใครคนหนึ่งที่เคยเป็นคนแปลกหน้าเมื่อหลายวันก่อน แต่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเมื่อเวลาผ่านไป จะแปลกไปก็แต่ วันนี้ในมือเล็กมีกล่องของขวัญสีเงินผูกด้วยริบบิ้นสีแดงวางอยู่บนตักด้วย ยุนโฮยิ้มกว้างกว่าเดิมก่อนจะนั่งลงข้างๆ คนตัวเล็ก สัมผัสยวบที่ข้างๆ ทำให้แจจุงรู้สึกตัว
ยุนโฮกลับมาแล้วเหรอ....
มือเล็กยกขึ้นขยี้ตา ก่อนจะเอามือขีดๆ ที่ต้นแขนใหญ่ ‘ทำไมวันนี้กลับช้าจัง...’
“ติดงานน่ะ” แก้ตัวน้ำขุ่นๆ จะบอกได้ไงว่ามัวแต่งอนที่วาเลนไทน์ไม่มีคู่ก็เลยทำงานเสียลืมเวลา “ถ้ารู้ว่ามีคนรอจะให้ของขวัญที่บ้านก็คงจะรีบกลับหรอก..”
แจจุงหน้ามุ่ย ริมฝีปากอิ่มเชิดเผยอ เอานิ้วขีดเร็วๆ ไปบนฝ่ามือใหญ่
‘อะไร ของขวัญอะไร ใครจะให้?’
ยุนโฮก่อนจะพยักเพยิดไปที่ตักนิ่ม “นั่นไง จะให้ฉันไม่ใช่เหรอ?”
บ่นพรึมพรำเบาราวกับมีแต่ลมครูดผ่านออกมาจากลำคอ อย่างที่ยุนโฮอ่านปากได้ไวๆ ว่า
‘อะไร หลงตัวเอง กลับบ้านช้า ให้คนอื่นรอ ...ไม่ให้แล้ว’
ริมฝีปากหยักยิ้มเมื่อเห็นแก้มใสพองลม “อะไรกัน งอนเหรอ...”
หัวกลมส่ายไปมาแต่คิ้วเรียวกับผูกกันเป็นโบว์ ยุนโฮยิ้มขำ “อ่ะ โอ๋ งอนแล้ว งอนแล้ว ดีกันนะ นะน้า “ นิ้วก้อยใหญ่เอมมาเกี่ยวกับนิ้วเล็กนิ่มพลางโยกไปมา ดวงตาเรียวหยีจนเล็ก
“.....”
“งั้นฉันไม่เอาแล้วก็ได้ ถ้าแจจุงไม่อยากให้จริงๆ ล่ะก็...” ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าซึมเศร้า ก่อนกล่องของขวัญสีเงินบนตักนิ่มจะถูกโยนกลับมา พร้อมกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ
‘เอาไปสิ ฉันให้ก็ได้’
ยุนโฮยิ้มกว้าง ก่อนจะเอามือลูบๆ ที่ริบบิ้น “แกะนะ..”
ฝากล่องถูกเปิดออก ปรากฏให้เห็นวัตถุนุ่มนิ่มทำจากไหมพรมอยู่ในนั้น ยุนโฮยกมันขึ้นดูอย่างประหลาดใจ “อะไรน่ะ...”
ตุ๊กตารูปเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักถือตุ๊กตาหมีหน้ามุ่ยยืนยิ้มแฉ่งอยู่ในกล่องใบนั้น ยุนโฮยกมันขึ้นดูใกล้ ก่อนเสียงๆ หนึ่งจะดังออกมาเมื่อปลายนิ้วเรียวเผลอกดลงไปเบาๆ
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ฉันรักยุนโฮนะ...”
ดวงตาเรียวรีเบิกกว้าง เมื่อรู้ว่าตุ๊กตาที่เขาถืออยู่เป็นตุ๊กตาอัดเสียง... แล้วเสียงตะกี๊ เสียง...
“ตะกี๊ เสียงของนายเหรอแจจุง...?”
ไร้คำตอบ มีเพียงแก้มขาวที่ค่อยๆ เรื่อสีขึ้นเท่านั้นที่เป็นคำตอบ..
“มั้ง ไม่รู้สิ...”
คุณคิดว่าช่วงเวลาหนึ่งวันของคุณ จะหมดไปกับการทำอะไรบ้าง?
นั่งกินข้าวคนเดียว ดูทีวี หรือทำงานตัวเป็นเกลียว..
จนถึงตอนนี้...
ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องเสียเวลาหนึ่งวันไปกับการหาคนให้คิดถึงแล้วล่ะ..
คุณว่าอย่างนั้นไหม?
Ending~ [to be mirrored of Jaejoong part in "Once and again"]
------------------------
:: เทเทเทเท *เกลื่อนบล็อก*

ก็ว่าอยู่ว่าชื่อมันคุ้นๆ
ฮ่าๆลืมไปๆ
**ทำไมก่อนหน้านั้นแจจุงไม่ยอมพูดล่ะเนี่ย
#1 By Lee MinNam (202.12.97.119) on 2009-07-18 23:26