[SF] ,,DoughNut & MarshMallow,,

posted on 16 Jul 2009 12:30 by kyokoong  in One-shot

[SF] ,,DoughNut & MarshMallow,,


TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Romance,?????,Cutey,Moe
Rating : PG-13 กรี๊สสส~

Note : รวม 3 พาร์ท 1 เอนทรี่จ้า

 

 

คุณรู้ไหม? ทุกครั้งที่เด็กๆ ร้องไห้ อะไรจะทำให้เขายิ้มออก?

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่ของเล่น...หรือขนมหวานๆ

ฮะ ผมเองชองยุนโฮ อายุ 8 ขวบ ก็มีขนมที่ชอบกินเหมือนกัน

จริงๆ ผมก็ชอบอยู่หลายอย่างเลยแหละ ทั้งสายไหม หรือมาชแมลโล่นุ่มๆ สีขาว...

แต่ถ้าชอบมากที่สุดรู้มั้ยฮะคืออะไร? แฮะ..

ก็ไอ้เจ้ากลมๆ เคลือบน้ำตาลหวานๆ สีชมพู มีรูตรงกลางไง....

นึกไม่ออกหรอ?

ก็ ”โดนัท” ยังไงล่ะฮะ....

 

......

 

                ปุยเกล็ดน้ำแข็งนุ่มโปรยปรายลงมาทั่วท้องฟ้าสีดำสนิท ไอเย็นอบอวลไปทั่วบริเวณจนชวนให้หนาวสั่นจับไปถึงขั้วหัวใจ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ หน้าเตาผิงอบอุ่นเครื่องโต เด็กหนุ่มตัวเล็กในชุดเสื้อไหมพรมหนาสีฟ้ากับผ้าพันคอผืนใหญ่จนดูกลมเหมือนก้อนผ้านั่งนิ่งเท้าแขนอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาว ดวงตาเรียวเล็กปรือปรอยใกล้จะหลับ หัวกลมผงกไปมา ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อมีมือใหญ่มาสัมผัสที่ศีรษะ

                “ยุนโฮ...ง่วงก็ไปนอนข้างบนเถอะลูก ข้างบนอุ่นกว่านะ เดี๋ยวไม่สบาย”

               เสียงหวานๆ ของคุณนายชองเอ่ยขึ้นกับเด็กน้อย ฝ่ามืออุ่นลูบไปที่เส้นผมนุ่มที่น้ำตาลเข้มอย่างเอ็นดูระคนห่วงใย

               เด็กน้อยส่ายศีรษะไปมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กๆ แต่ก็ติดจะทุ้มอยู่ไม่เบานั้นว่า “วันนี้วันคริสมาสต์อีฟ ปะป๊าสัญญาว่าจะเอาของขวัญมาให้ยุนโฮไม่ใช่เหรอฮะ? ก็มะม๊าบอกว่าวันพรุ่งนี้ปะป๊ากับมะม๊าจะไม่อยู่ แล้วคุณลุงตัวอ้วนที่ชื่อซานๆ อะไรนั่นก็ ไม่สบาย ปะป๊ากลัวคุณลุงมาให้ของขวัญยุนโฮไม่ได้ก็เลยไปเอาให้ก่อน ยุนโฮจะรอปะป๊า ยุนโฮอยากได้ของขวัญ”

              ได้ฟังคำบอกเล่าจากลูกชายแล้วคุณนายชองก็ได้แต่ถอนหายใจหนักหน่วง ในนิทานหลอกเด็กที่สามีของเธอคิดได้อย่างไรก็ไม่ทราบ จริงอยู่ที่ทั้งๆ ที่วันพรุ่งนี้เป็นวันคริสมาสต์ แต่เธอกับคุณชองกลับติดธุระส่วนเสียได้ เธอกลัวยุนโฮจะน้อยใจที่ไม่ได้ของขวัญก็เลยทำเช่นนั้น แต่นี่ดูสิ สามสี่ทุ่มเขายังไม่กลับถึงบ้านเลย แถมหิมะยังตกหนัก แบบนี้มีหวังตายุนโฮคงป่วยหนักไปก่อนแน่เลย

               “ยุนโฮ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวแม่เก็บของขวัญไว้ให้นะลูก”

               เด็กชายส่ายศีรษะเมื่อได้ฟังคำคนเป็นมารดา ก่อนเด็กจะยิ้มร่าแล้วกระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งไปหาหญิงสาวในชุดแม่บ้านอีกคนที่เดินถือถาดใบใหญ่เข้ามาในห้องโถง

              “อ๊ะ เคียวซัง!

               ยิ้มหวานถูกส่งไปให้เด็กชายอย่างอ่อนโยน ก่อนเสียงหวานของคุณนายจะเอ่ยออกมาทักทาย “อ้าวเคียว ยังไม่นอนอีกเหรอ?”

            “ยังค่ะ ก็รอคุณหนูไปนอนนี่แหละค่ะ” เธอตอบ ก่อนจะยกถาดที่ประกอบไปด้วยขนมหลากสีสันไปวางบนโต๊ะตามด้วยร่างเล็กที่วิ่งตามมาติดๆ “ไหนๆ ก็ไหนๆ เห็นคุณหนูยุนโฮนั่งง่วงๆ อยู่ไม่มีอะไรทำ ฉันก็เลยทำขนมมาให้เธอทานเล่นไปพลางๆ ก่อนนะค่ะ “

            “ก็นั่นน่ะสิ ตายุนโฮน่ะ ดื้อจริงๆ เลย...” เอ่ยกับเด็กชายที่เริ่มเอานิ้วสั้นๆ เขี่ยไปในจาน เรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาวได้ไม่น้อย “ไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ วันเดียวเอง ให้เธอดื้อไปก่อนนั่นแหละค่ะ เดี๋ยวป่วยมาก็หายซนเอง”

            สิ้นประโยคจากพี่เลี้ยงคนสนิท คุณนายชองก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาชุดใหญ่ “นั่นสิ คราวนี้ล่ะ ได้ซึมไปหลายวันแน่ตายุน”

            “มะม๊าอ่ะ เคียวซังด้วย! รุมผมอย่างงี้ไม่ยุติธรรมนะ!” ทำหน้ามุ่ยๆ ทั้งๆ ที่แก้มกลมๆ ยังอัดเต็มไปด้วยเอแคร์ชิ้นใหญ่ในปาก ฟองครีมนุ่มกระจัดกระจายเลอะเปรอะมุมปากหยักจนคุณนายชองส่ายศีรษะ พลางดึงทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปากเล็กนั้นให้

“ดูซิ ซกมกตั้งแต่เด็ก เหมือนพ่อไม่มีผิด”

            “ผมเปล่าซะหน่อย...” จะเถียงต่อฉอดๆ ตามประสาเด็กช่างพูด หากแต่เสียงกุกกักที่ประตูกลับดึงความสนใจจากเด็กชายได้มากกว่า

“แกร็ก..!

            “อ๊ะ ปะป๊า! ปะป๊ากลับมาแล้วแน่เลย~” ขาเล็กชันกระโดดลงมาจากเก้าอี้ตัวสูง ก่อนจะพาร่างกลมๆ ของตัวเองวิ่งออกไปที่หน้าประตู ริมฝีปากเล็กแย้มยิ้มกว้าง “ปะป๊า~~~

            บานประตูใหญ่ถูกเลื่อนเปิดออก ท่ามกลางเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยพายุโหมกระหน่ำ ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้มสีน้ำตาลตัวหนา ใบหน้าสูงวัยที่ยังฉายแววดูดีให้เห็นว่าเมื่อครั้งยังหนุ่มเขามีใบหน้าที่หล่อเหลาเพียงใดกับร่างสูงใหญ่ที่มีความสูงไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร อ้อมแขนกว้างอ้าออกทันทีรับร่างเล็กๆ ที่วิ่งหลุนเข้ามาเข้าไปไว้แนบอกกว้าง ก่อนจะกอดให้ความอบอุ่นด้วยความรัก

“ไงยุนโฮ ยังไม่นอนเหรอลูก”

            “ผมรอของขวัญจากปะป๊าอยู่ไงฮะ” เด็กน้อยว่า “ปะป๊าจะเอาของขวัญมาให้ยุนโฮไม่ใช่เหรอ? ไหนล่ะฮะ?”

            ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนทันทีเมื่อได้ฟังคำเด็กน้อย มองผ่านไปข้างหลังเด็กชายเห็นใบหน้างุนงงของคนเป็นภรรยาให้แล้วก็ถึงกับสลด ก่อนจะยิ้มแหะๆ แล้วเอ่ยคำตอบออกไปอย่างที่คุณนายชองได้แต่ประหลาดใจและสงสัย

“อ่า ยุนโฮ...นี่ไง ของขวัญ...”

            มือใหญ่ดันร่างเล็กขนาดไม่ต่างกับเด็กชายที่ซุกตัวอยู่ข้างหลังโค้ชตัวหนาเขาออกมาข้างหน้า ปรากฏเป็นร่างน้อยในเสื้อกันหนาวตัวใหญ่สีขาว ที่คอเล็กนั้นถูกพันด้วยผ้าพันคอผืนหนาสีชมพูเข้มจนคลุมไปถึงปากกลม ศีรษะเล็กถูกปกคลุมด้วยแพรไหมสีดำสนิทนิ่มสลวย ทั้งดวงตาใสก็กลมโตและเจือไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงดูสดใส

            น่ารัก.....

            น่ารักจังเลย....

            “อะไรฮะปะป๊า?” เด็กชายเอียงคอ ใบหน้าฉายแววสงสัย ดวงตาเรียวรีจับจ้องไปที่อะไรกลมๆ ตรงหน้าอย่างสงสัยใคร่รู้

“ก็นี่ไงของขวัญที่ปะป๊าขอลุงซานตาครอสมาให้ยุนโฮ ชอบมั้ยลูก?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเจื่อนๆ เด็กชายส่ายศีรษะ “ปะป๊าก็รู้ว่าผมเป็นเด็กผู้ชาย! ไม่เล่นตุ๊กตาซักกะหน่อย”

ตุ๊กตา...?

“ยุนโฮไม่ชอบเหรอ งั้นปะป๊าจะ พา ไปคืนก็ได้นะ” เขาแกล้งทำเสียงหงอย ประโยคที่เอ่ยออกมาแบบตั้งใจโกหกหลอกให้ลูกชายหลงใจอ่อน กลับทำให้เด็กน้อยที่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองจะถูกทิ้งน้ำตาคลอหน่วยดวงตากลมจนสั่นระริก

แต่เพราะเขาตัวเล็ก..คุณชองก็เลยมองไม่เห็นว่าเขากำลังจะร้องไห้..

ก็มีแต่เด็กตัวเตี้ยอีกคนเท่านั้นแหละ...ที่พอเห็นดวงตากลมนั่นคลอไปด้วยหยดน้ำแล้วก็ได้แต่ใจหายวูบ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอันดัง “อะไร? ใครบอกผมไม่ชอบ ผมแค่บอกว่าไม่เล่นตุ๊กตา แต่ผมเป็นเพื่อนกับตุ๊กตาได้นะ เธอ! ไปเล่นกันข้างบนดีกว่า อย่าไปสนใจคนแก่ใจร้ายเลย!

ว่าจบก็เอื้อมมือนิ่มไปจับที่ข้อแขนเล็กใต้เสื้อไหมพรมตัวอุ่นแล้วจูงวิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที ทิ้งเหลือไว้แต่ชายหนุ่มผู้เป็นบิดา ที่ได้แต่หัวเราะเบาๆ เมื่อตัวเองกลายเป็น คนแก่ใจร้าย ในสายตาลูกชายไปเสียแล้ว

“อะไรกันน่ะคะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลัจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้าจบลง เธอหัวเราะพลางเลื่อนเสื้อโค้ทเปรอะเกล็ดหิมะบนตัวสามีออก

“เด็กคนนั้น..? ของขวัญตายุนโฮ?”

ชายหนุ่มขยับกายให้ภรรยาถอดเสื้อออกไปได้สะดวก ก่อนจะเริ่มเล่า “วันนี้ผมลืมไปซื้อของขวัญให้เจ้ายุนโฮน่ะสิ” เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาว ยกมือขึ้นนวดที่ศีรษะคลายความแย็นที่มันเกาะเป็นริ้วๆ จนรู้สึกปวดหนึบ “หิมะตกหนักมาก ร้านอะไรก็ปิดหมดเลย ผมเลยไม่รู้จะไปหาซื้อของขวัญที่ไหน”

“แล้ว..?”

“เด็กคนนั้นน่ะ แจจุงไง”

“หะ...อะ อ๋อ” คุณนายชองนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงออกมาราวกับนึกอะไรออกได้ “ลูกของซุกจินใช่ไหม?”

“ก็พรุ่งนี้เขาก็ต้องไปธุระกับเราด้วยนี่ วันนี้ผมเจอเขาที่ทำงาน เขาบอกว่าที่บ้านไม่มีคนอยู่เลย ผมก็เลยไปรับแจจุงมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเรา ไหนๆ เจ้ายุนโฮก็มีเคียวอยู่ด้วยแค่คนเดียวคงเหงา พาแจจุงมาอยู่ด้วยกันอีกคนจะได้มีเพื่อนไง”

คุณนายชองพยักหน้าเข้าใจเรื่องราว ก่อนจะหัวเราะออกมา “แหม...แต่ไปหลอกลูกแบบนั้นก็นะ คุณนี่..”

“ก็ผมกลัวเจ้ายุนโฮงอนนี่นา รายนี้น่ะ ขี้งอนนักเขียว”

“ไม่ได้ผลเท่าไหร่นะคะ”

“นั่นสินะ” เขาหัวเราะ ...สุดท้ายเจ้าลูกชายก็งอนเขาจนได้ “แต่คิดไม่ถึงนะ ว่าซุกจินจะมีลูกน่ารักขนาดนี้ ตอนแรกฉันก็นึกว่าตุ๊กตาเหมือนกัน ไม่ติดว่าเธอเดินออกมาจากหลังคุณน่ะ”

“ฮะๆ น่ารักสิ น่ารักมากๆ เลย ผิดกับเจ้ายุนลิบลับ” สิ้นคำ สองคนก็ประสานเสียงหัวเราะกันดังลั่น ก่อนคุณชองจะกระแอมหนึ่งครั้งแล้วหันไปเอ่ยกับหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บถาดและจานไปล้างด้วยน้ำเสียงกลั้วอารมณ์สดใส

“เคียว ยังไงอาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ก็ฝากยุนโฮกับแจจุงด้วยนะ”

“ค่ะ”

 

 

:: Part 2

 

 

“ตึ่กๆๆๆๆๆ” เท้าคู่เล็กสองคู่ย่ำรวดเร็วขึ้นมาตามขั้นบันไดจนถึงชั้นบน มือทั้งสองยังจับกันแน่นไม่ปล่อย ก่อนเด็กชายเจ้าของผมชี้ตั้งต้านทานแรงโน้มถ่วงจะกระชากบานประตูไม้ใหญ่ตรงหน้าให้เปิดออก แล้วดันตุ๊กตาตัวน้อยเข้าไปในห้อง

“รีบๆ เข้าไปสิ”

ดันเสร็จก็พลิกตัวเองเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงกลอนล็อคแน่นหนา ดวงตากลมกะพริบปริบๆ จ้องเด็กผู้ชายตรงหน้า ก่อนยุนโฮจะหันหน้ามาแล้วเอามือจิ๋วๆ แปะเข้าไปที่แก้มนุ่มนิ่มขาวๆ ตรงหน้า

“เป็นไงมั่ง โดนปะป๊ารังแกรึเปล่า มีแผลมั้ย?”

หัวกลมส่ายศีรษะแรงจนผมปลิว ปากกลมอิ่มจัดสีแดงฉ่ำเม้มเข้าหากัน ยุนโฮยิ้มแป้น “ดีแล้ว ต่อไปนี้เวลาจะไปไหนต้องอยู่หลังฉันเข้าใจมั้ย ฉันจะปกป้องเธอเอง ว่าแต่ เธอชื่ออะไรล่ะ? ฉันชื่อชองยุนโฮ ปีหน้าจะ 9 ขวบแล้ว”

ไม่รู้จะพยายามพูดให้อายุตัวเองดูเพิ่มขึ้นไปทำไม ดวงตากลมโตสีดำสนิทจดจ้องเพื่อนใหม่ด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะเอานิ้วเล็กจึ้มจึ้กที่ปาก แล้วค่อยๆ เอ่ยเสียง

“ฉัน...ชื่อคิมแจจุง ปีนี้ 8 ขวบ”

“แจจุงหรอ ชื่อน่ารักดีนะ แต่ชื่อฉันเท่กว่าเยอะ” ยุนโฮพยักหน้ายิ้ม ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าใบน้อยในมือคนตัวจิ๋ว เขารีบชะโงกหน้าไปมอง

“กระเป๋าอ่ะไรอ่ะ”

“ขนม” คนแก้มขาวตอบ ก่อนจะหันหลังเดินวนไปรอบๆ ห้องเป็นการสำรวจ ยุนโฮหันไปมองกระเป๋าใบนั้นอีกแค่ครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมาจ้องคนเดินสำรวจห้อง

ตัวเล็ก หัวกลม น่ารัก

ไวเท่าความคิด เท้าเล็กสาวเข้าไปใกล้เพื่อนใหม่น่ารักที่ยืนหันหลังอยู่ ก่อนยุนโฮจะออกแรงผลัก

“ตุ้บ”

ตัวเล็กๆ ที่ถูกอัดอยู่ใต้ก้อนผ้าเสื้อกันหนาวตัวใหญ่เสียการทรงตัวทันที ก่อนจะล้มหน้าคว่ำลงไปที่พื้น แก้มขาวกระทบพื้นอย่างแรง

“โอ้ย...”

ตัวกลมเล็กค่อยๆ ชันตัวเองขึ้นมานั่งพับเพียบที่พื้น ก่อนจะเงยหน้าจ้องมองเด็กใจร้ายที่ผลักเขา ยุนโฮทำหน้าสงสัยก่อนจะมองแจจุงแล้วเอ่ย “ลุกขึ้นมาหน่อยสิ”

“ฮึก...ยุนโฮแกล้งเค้าอ่ะ ฮือ...เจ็บ” เท่านั้นเอง ดวงตากลมใสก็เจือน้ำคลอหน่วยจนวิ๊งขึ้นเป็นริ้วๆ ริมฝีปากกลมเบะออกแล้วเริ่มร้องไห้ จนยุนโฮที่ยืนดูอยู่ออกอาการตกใจอย่างแรง รีบนั่งลงปลอบทันที “ง่ะ...แจจุงร้องไห้ทำไมอ่ะ อย่าร้องสิ”

“ฮือ...เจ็บ ฮึก...ฮือๆ..” ร้องไห้กระจองอแงไม่หยุด จนยุนโฮใจแป้ว รีบเอามือเล็กขึ้นมาเป่า “เจ็บตรงไหนอ่ะเดี๋ยวฉันเป่าให้ ฉันขอโทษ นะ นะ แจจุง อย่าร้องไห้นะ ฉันขอโทษ”

“ยุนโฮผลักเค้าทำไม..ฮึก แกล้งเค้าทำไม...” สะอึกลูกใหญ่แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ยุนโฮรีบกอดเพื่อนตัวเล็ก “ ขอโทษ ขอโทษ...ฉันแค่สงสัยว่านายเป็นตุ๊กตาล้มลุกรึเปล่า ฉันขอโทษ”

ตุ๊กตาล้มลุก..?

“ฮึก แง..ฉันไม่ใช่ตุ๊กตานะ” สะอึกลูกใหญ่แล้วก็เริ่มร้องไห้อีก “ฮึก ...”

“หายน้า เป่าแล้ว โอ๋ๆ” ทำท่าทีเหมือนผู้ใหญ่ไม่มีผิด ทั้งที่ขนาดตัวก็ไม่ได้ต่างกันนัก ยุนโฮเอามือล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะยื่นแท่งสีขาวปลายกลมใสไปให้

“อ่ะ ฉันให้ เลิกร้องนะ”

ทันทีที่ดวงตากลมเห็นของในมือเพื่อนใหม่ก็หยุดร้องไห้ ก่อนจะยิ้มแล้วคว้ามันมาทั้งที่ใบหน้าใสยังเปื้อนครบน้ำตา “อ๊ะ ขอบใจนะ นายชอบกินจูป้าจุ๊บด้วยเหรอ ฉันอ่ะ ชอบมากๆ เลย..”

เลี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นทันที ยุนโฮรีบเนียน สวมเรื่องทันควัน “อื้อ ฉันชอบ..ที่บ้านฉันอ่ะ มีขนมทุกชนิดเลย เดี๋ยวฉันจะเอามาให้แจจุงกินให้หมดเลย”

“จริงเหรอ..” เสียงเล็กเอ่ยถาม มือก็ง่วนกับการแกะพลาสติกที่ห่อเจ้าขนมหวานๆ ในมือ ยุนโฮพยักหน้า

“หายงอนนะ”

“อื้อ” พยักหน้าสองสามทีก่อนจะเอาขนมเข้าปาก ร่างเล็กสองร่างจัดการปีนป่ายขึ้นไปบนเตียงกว้าง ก่อนจะนั่งจุ้มปุ้กกันอยู่บนฟูกนุ่ม ยุนโฮพูด “...แต่ว่า บ้านฉันอ่ะ มีแต่ของเล่นเด็กผู้ชายทั้งนั้นเลย ไม่รู้ว่าแจจุงจะชอบมั้ย”

คนตัวเล็กทำหน้างง “ทำไมอ่ะ”

“ก็ฉันน่ะมีแต่พวกเครื่องบินบังคับกับหุ่นยนต์ แจจุงเป็นผู้หญิงนี่นา...แต่บ้านฉันอ่ะ แทบไม่มีตุ๊กตาเลย”

“บ้าเหรอ ฉันเป็นเด็กผู้ชายนะ!” แก้มขาวป่องขึ้น แต่ยุนโฮนิ่งไปแล้ว

เด็กผู้ชาย?

ดูยังไงวะ???

“โกหก” ยุนโฮมุ่ยหน้า “แจจุงโกหกอ่ะ”

“ไม่ได้โกหกนะ” มุ่ยหน้าแข่งกัน “ฉันเป็นผู้ชายจริงๆ นะ”

“เป็นผู้ชายแล้วทำไมน่ารักอ้ะ!” สาบานได้ว่าที่พูดออกไปมาจากใจจริงล้วนๆ บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยจนคนเผลอโดนชมแก้มชมพูเรื่อไม่ทันตั้งตัว

“ก็ฉันเป็นผู้ชายจริงๆ อ้ะ...”

“ไม่เชื่อ ไหนถอดกางเกงซิ!” ยุนโฮเอ่ยวางท่า “เธอต้องมีหลักฐาน ไม่งั้นฉันไม่เชื่อหรอก”

“ไม่เอา”

“นั่นไง นายโกหกฉันอ่ะสิ” ยุนโฮยิ้มเป็นต่อ แจจุงเป็นเด็กผู้หญิงจริงด้วย

“ไม่ได้โกหก แต่ตอนนี้มันหนาวมาก ฉันถอดก็แข็งตายพอดี” ปากกลมเจื้อยแจ้ว “ฉันเป็นผู้ชายยยยยย เข้าใจมั้ยหมีอ้วน”

“หมีอ้วน? นายว่าฉันหรอ” รีบเบิกตัวโตทันที แจจุงหัวเราะ “ฮะฮะ ใช่อ่ะสิ หมีอ้วน อ้วนนน”

“หนอย ฉันเชื่อแล้วก็ได้ แต่มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!” ว่าจบก็กระโดดลงฟัดคนตัวเล็กจนจมลงไปบนเตียงทันที แจจุงหัวเราะคิกคัก เมื่อมือเล็กของยุนโฮล้วงเข้ามาใต้เสื้อแล้วจั๊กจี้เอวเขา

“ฮะฮะๆๆๆ ไม่เอา ฉันจั๊กจี้นะ ยุนโฮ! ไม่เอ๊า”

“นี่แน่ะๆๆ” พลิกตัวขึ้นมาเอาร่างเล็กๆ ของตัวเล็กทับร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ ก่อนจะ เปลี่ยนเป็นเอามือมาจิ้มแก้มนุ่มแทน “จิ้มๆๆๆ”

“โอ้ยย เจ็บนะ” แจจุงยิ้มพลางเอามือมาปิดแก้มตัวเอง ยุนโฮเอ่ย “ทำไมมันนิ่มอย่างงี้อ่ะ ยัดนุ่นไว้รึเปล่า? นายไม่ใช่ตุ๊กตาจริงหรอ?”

“ตุ๊กตาที่ไหนพูดได้ ติ๊งต้อง” แจจุงหัวเราะใหญ่ ก่อนจะหมดแรงลงไปนอนแผ่บนเตียงทั้งสองคน

“เฮ้อ เหนื่อยจังเลย” ยุนโฮถอนใจยาวเหยียด “พรุ่งนี้ปะป๊ากับมะม๊าไปทำงาน ฉันจะพาแจจุงไปกินขนมนะ”

“อื้อ....” เสียงเล็กเอ่ยตอบกลับเสียงเบา ยุนโฮชะโงกหน้าไปมองเพื่อนตัวเล็ก ที่ดูเหมือนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับมาแล้วผล็อยหลับตามไปเช่นกัน

“ขอบคุณสำหรับของขวัญฮะปะป๊า....น่ารักมากเลย”

...

...

 

แสงอาทิตย์สอดส่องเข้ามาตามช่องบานหน้าต่างกระจกใส หญิงสาวในชุดเมดเดินถือถาดกับข้าวเข้ามา ก่อนจะยกข้อมือบรรจงเคาะลงไปที่ประตูห้องนอนพลางเอ่ยเสียงเรียก “คุณหนูคะ คุณหนูยุนโฮ คุณแจจุง ตื่นรึยังคะ?”

เงียบ......

“ก็อกๆๆ คุณหนูคะ” เอ่ยเสียงเรียกซ้ำ นี่จะแปดโมงอยู่แล้ว กินข้าวสายจะปวดท้องได้ อีกอย่างยังไม่ได้พาคุณแจจุงไปเดินเที่ยวบ้านเลย ทำอะไรกันอยู่นะ?

คิมเคียวส่ายหน้า ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตู ...ไม่ได้ล็อค...

บานประตูเลื่อนออก เผยให้เห็นเตียงใหญ่กว้างภายใน หญิงสาวสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะต้องสะบัดผ้าห่มออกจากที่นอนอย่างแรงเมื่อเห็นว่าบนฟูกนุ่มนั้นว่างเปล่า

หายไปทั้งคู่...

“คุณยุนโฮ คุณแจจุง! ไปไหนกันคะเนี่ย!

...

....

“ยุนโฮ ออกมาอย่างนี้ไม่เป็นไรหรอ” ดวงตากลมใสจ้องมองไปที่เพื่อนใหม่ มือของยุนโฮเอื้อมมาจับมือน้อยของแจจุงเอาไว้ ก่อนจะเอ่ย “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเก้าโมงค่อยกลับไปกินข้าว แจจุงหิวรึยัง? ฉันเอาขนมมาด้วยนะ กินก่อนมั้ย?”

หัวกลมส่ายศีรษะไปมา “ยังไม่หิวเลย”

ยุนโฮพยักหน้า ก่อนจะจูงมือเพื่อนตัวเล็กเดินเข้าไปในส่วนที่เป็นสวน เมื่อคืนหิมะตกหนัก วันนี้จึงมีเกล็ดน้ำแข็งนุ่มๆ ให้พวกเขาปั้นเล่นกันได้ตลอดทั้งวัน คฤหาสน์ของตระกูลชองใหญ่มาก ดังนั้นสำหรับยุนโฮกับแจจุงแล้ว ทั้งสวนและบ้านก็ไม่ต่างไปจากฐานผจญภัยเลยแม้แต่น้อย “เนี่ย ตรงไปข้างหน้านิดนึงอ่ะ มีต้นแอปเปิ้ลต้นเบ้อเริ่มเลย เดี๋ยวจะพาไปนะ”

แจจุงพยักหน้า วันนี้เขามาเที่ยวสวนกับยุนโฮในชุดเสื้อกันหนาวตัวใหญ่เหมือนเดิมแต่เป็นสีชมพู พร้อมกับสวมหมวกไหมพรมแบบที่เด็กๆ ชอบสวมมาด้วย ปากกลมนั้นอิ่มแดงด้วยอากาศหนาวจัด ช่างดูน่ารักจนอยากจะก้มลงไปหอมเสียหลายๆ ที

“นี่ หิวอ่ะ” มือน้อยสะกิดไหล่เพื่อนใหม่หลังจากเดินเตาะแตะมาได้ซักพักแล้ว ยุนโฮหันหน้ามาก่อนจะรูดซิบกระเป๋าแล้วเปิดเอาขนมออกมากองที่พื้นหญ้าเต็มไปหมด

“งั้นเรานั่งกินกันตรงนี้ก่อนดีกว่าเนอะ” ยุนโฮขยับผ้าพันคอ ก่อนจะนั่งลงปุกับพื้นหญ้าเจือน้ำค้างเย็น แจจุงนั่งลงข้างๆ ก่อนมือน้อยสองคู่จะเริ่มแกะขนมออกมานั่งกินกัน

โดยที่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าขณะนี้เดินออกมาไกลจากคฤหาสน์แค่ไหน...

....

 Part 3 ::

 

“แจจุงลองกินนี่ดูสิ อร่อยนะ” มือเล็กยื่นขนัมปังก้อนโตไปให้คนที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ตากลมหันมามอง เอ่ยเสียงเล็กๆ ถามเพื่อน “แล้วยุนโฮไม่กินหรอ ...ฉันกินตั้งเยอะแล้วนะ”

“ก็ฉันบอกว่าจะเลี้ยงแจจุงเยอะๆ นี่นา” เด็กหัวแหลมตอบเสียงใส โยกตัวเองไปมา แล้วเอามือไปจับผมเส้นหนึ่งของเพื่อนตัวเล็ก ลูบมันช้าๆ แจจุงเงยหน้าขึ้นมอง “อะไรเหรอ?”

“น้ำค้างติดผมเต็มเลย แจจุงหนาวมั้ย?”

“ก็นิดหน่อย ...อิ่มแล้วล่ะ ไปกันต่อเถอะ” มือนุ่มนิ่มยกขึ้นป้ายๆ ที่ปากแล้วยิ้มแป้น ยุนโฮพยักหน้า ก่อนจะเก็บซากขนมใส่กระเป๋า ...ทีหลังคงต้องเอาขนมมาเยอะกว่านี้ แจจุงกินหมดซะแล้ว...

“อื้ม” ยุนโฮยื่นมือไปให้แจจุงจับแล้วดึงร่างน้อยขึ้นมา มือทั้งสองประสานกัน ก่อนจะเดินไปต่อ

ต้นไม้ดอกไม้ข้างทางสร้างความตื่นเต้นให้กับแจจุงได้เป็นอย่างมาก เสียงเล็กเอ่ยเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง ยุนโฮเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเพราะไม่นึกว่าสวนที่บ้านจะลึกแล้วก็สวยขนาดนี้

“นี่ไง ต้นแอปเปิ้ล”

“โห ต้นใหญ่จังเลย” ตากลมโตเป็นประกายทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ตรงหน้า ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้หันมามองยุนโฮ “เอ๋ แล้วทำไมมันไม่มีลูกอ่ะยุนโฮ”

“มะม๊าเคยบอกว่า มันจะออกลูกเวลาอากาศดีๆ หน้าหนาวอย่างงี้เลยไม่ออกมั้ง”

“อ๋อ” แจจุงพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยกนาฬิการูปมิกกี้เมาส์ขึ้นดูเวลา “ยุนโฮ จะเก้าโมงละอ่ะ กลับกันเถอะ เดี๋ยวเคียวซังเป็นห่วงนะ”

“อื้อ กลับกัน” ยุนยิ้มแป้นแล้นตั้งท่าจะจูงแจจุงเดินกลับด้วยกัน ก่อนจะมองไปทิวทัศน์รอบกายแล้วนิ่งไป

รอบตัวเขามีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด...

แล้วตะกี๊เค้ามาจากทางไหนกันล่ะ?

“อื้อ มีอะไรเหรอยุนโฮ” แจจุงเอียงคอ ยุนโฮยิ้มเจื่อน “...นี่แจจุง...ตะกี้เรามาจากทางไหนกันอ้ะ..”

ดวงตากลมฉายแววสงสัย ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วก็นิ่งไปเช่นกัน “ฉัน...ก็นึกไม่ออก” ร่างเล็กเริ่มสั่นขึ้นทีละนิด ริมฝีปากอิ่มเอ่ยน้ำเสียงระริก

“หยะ ยุนโฮ...เราหลงทางหรอ”

“อ่ะ แจจุง อย่าร้องไห้นะ อย่าร้อง...” ยุนโฮเดินเข้าไปใกล้ๆ แจจุงแล้วจับมือนิ่มเอาไว้ทันที “เดี๋ยวเคียวซังก็ออกมาตามหาเรานะ ไม่เป็นไรๆๆ อย่าร้องนะ อย่าร้อง”

.....

ในขณะเดียวกันคุณพี่เลี้ยงที่ว่า...

สองขาก้าวย่ำไปบนพื้นหญ้า มือข้างหนึ่งถือร่มกันน้ำค้างที่หยดแหมะลงมาตลอดทาง ปากก็พร่ำเสียงไม่ได้หยุด “คุณยุนโฮ คุณแจจุงคะ! อยู่ที่ไหนกันคะเนี่ย!

......


ผมนั่งชันเข่าอยู่บนขอนไม้ ปล่อยให้หัวกลมๆ ของแจจุงพิงไหล่ เราอยู่อย่างนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว ผมแน่ใจว่าเคียวซังต้องกำลังหาพวกเราอยู่ แต่สวนบ้านี่มันกว้างซะขนาดนี้...ก็คงต้องใช้เวลาหน่อยมั้ง

“อื..อือ” แพรขนตางอนกะพริบปริบก่อนจะลืมตาตื่น เล่นเอาผมสะดุ้ง เมื่อมองไปข้างๆ ผมก็เห็นอะไรกลมๆ จ้องอยู่ ..

ดูน่ากิน..เหมือนขนม...

“ยุนโฮ เคียวซังยังไม่มาอีกเหรอ” ปากเล็กๆ นั่นเจื้อยแจ้ว ในขณะที่ผมเริ่มหน้ามืด “อื้อ รออีกสักแปปละกัน”

“ยุนโฮหน้าซีดจังเลย ไม่สบายหรือเปล่า” แจจุงถาม สีหน้าเขาดูมีแววกังวล ผมเริ่มมองตัวเอง และก็รู้สึกได้ว่าท้องมันร้องขึ้นมา ...หิว...หิวชะมัด

“ปละ เปล่าหรอก...แค่หิว...นิดหน่อย”

“กินขนมมั้ยยุนโฮ...อ๊ะ!” แจจุงเงียบทันที “...ฉันกินไปหมดแล้วนี่”

“ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้...ชองยุนโฮซะอย่างหิวแค่นี้...โอ๊ย” มือเล็กรีบยกมากุมท้องทันทีเมื่อรู้สึกถึงอาการปวดหนึบ โอ๊ย...ทำไมมันปวดอย่างนี้เนี่ย...

“หยะ ยุนโฮ....ฮึก...ฮือ อย่าตายนะ...ฮึกยุนโฮ ..ทำใจดีๆ ไว้”

น้ำตาคลอหน่วยในตากลมๆ ของแจจุงอีกแล้ว ..บ้า ยุนโฮจะตายง่ายๆ ได้ไง ผมน่ะเก่งจะตาย

“ฉันจะตายเมื่อไหร่กันเล่า!

ผมเอ่ยออกไปในขณะที่ตาเบลอไปหมด เพราะเคยชินกับการทานอาหารเช้าแต่เช้า...จึงไม่แปลที่จะหน้ามืดแต่..

ในขณะที่ผมหันไปข้างๆ ...ผมก็เห็นของกินอยู่ตรงหน้า...

แจจุงนี่...ใจร้ายจัง...มีขนมซ่อนไว้อีกก็ไม่ยอมให้ผมกิน...

หิวขนาดนี้...ผมกินขนมของแจจุงได้หรือเปล่านะ...

เสียงของผมเอ่ยออกไป...

“แจจุง...หิวจังเลย ขอกินขนมหน่อยได้มั้ย...”

“แต่ ชะชั้นไม่มีแล้วอ่ะยุนโฮ...”

แจจุงโกหก....ก็ผมเห็นขนมอยู่บบนหน้าของแจจุง...ขนมอะไรก็ไม่รู้น่ากินชะมัดเลย....

อ๋อ...โดนัทกับมาชแมลโล่นี่เอง...น่ากินจังเลย...

“แจจุง ขอชั้นกินขนมของนายนะ...” หัวกลมเอียงคองง มือเล็กปัดป่ายมาประคองเพื่อนที่ดูเซไปมาไม่มั่นคง แม้จะไม่เข้าใจว่ายุนโฮกำลังพูดถึงอะไร เขาไม่มีขนมเหลือแล้ว แต่ก็ยอมเอ่ยออกไป “กะ ก็ได้..”

เห็นไหม...แจจุงใจดีจัง...

ผมหิว....ไม่ไหวแล้วนะ...กินก่อนดีกว่า...

โดนัทรสสตรอเบอร์รี่อยู่ตรงหน้าผม...ผมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ มัน..

คนตัวเล็กผงะตกใจ เมื่อเพื่อนหัวแหลมยื่นปากเข้ามาใกล้ แต่แจจุงก็ไม่ได้ขยับหนี...จวบจนสัมผัสนุ่มนิ่มประกบลงที่ริมฝีปาก ....อะ อะไรน่ะ.....หยะ ยุนโฮ....ทำอะ..ไร...

ริมฝีปากเล็กประกบลงอย่างไม่รีบร้อน ปลายลิ้นพยายามสอดเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวาน ยุนโฮเอื้อมมือสองข้างกอดเอวแจจุงไว้แล้วเริ่มละเลียดชิม...สิ่งที่เขามองเห็นเป็นโดนัทแสนอร่อย...กินเข้าไปทีละน้อย....ก่อนจะเป็นแจจุงที่หอบหายใจไม่ออกจนต้องร้องออกมา

“ยุนโฮ...หายใจ..ไม่ออก...อึก ปล่อยก่อน....”

แจจุงผลักอกเพื่อนตัวเล็กออกมา ยุนโฮที่ดูจะเบลอไปแล้วพยักหน้า ก่อนจะพูด  “โดนัทของแจจุงอร่อยจังเลย...แล้วมาชแมลโล่ล่ะ...กินได้รึเปล่า”

แจจุงเอียงคองงไม่เข้าใจในคำถาม ไม่รูว่าตะกี๊ยุนโฮทำอะไรเขา...แต่ก็ยอมพยักหน้า

ทันทีสิ้นสิ้นปฏิกิริยาตอบรับ ยุนโฮเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้มาชแมลโล่ทันที...แล้วดมมันแรงๆ

หอมจังเลย...มาชแมลโล่ของแจจุง...

จะกินละนะ.....

งั่ม....

ในขณะที่แจจุงไม่ทันตั้งตัว ฟันซี่เล็กก็ขบลงมาทันทีที่แก้มใส...

เจ็บ.......

“แง๊!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เจ็บบบบบบ ฮือออออ” แจจุงตะโกนลั่นพลางร้องไห้จ้าทันที ทำเอายุนโฮสะดุ้ง “ยุนโฮแกล้งเค้าอ้ะ กัดเค้าทำไม ฮึก...ยุนโฮกัดเค้า....ฮึก แงงงงง ฮือ....ฮือๆ เจ็บๆ เจ็บอ้ะ”

อะ ...อะไรกัน

ทำไมแจจุงร้องไห้แบบนั้นล่ะ..

ไม่เอา อย่าร้องสิ..

ทันทีที่ยุนโฮจะเข้าไปปลอบ.. เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหลัง ซ้อนทับกับเสียงร้องไห้ดังลั่นของแจจุง

“คุณยุนโฮ คุณแจจุง!” หญิงสาวปล่อยร่มในมือทิ้งก่อนจะวิ่งมาทางพวกเด็กๆ เธอสอดสสายตาไปมองก่อนจะเห็นคุณหนูเล็กคนใหม่ที่กำลังร้องไห้กระจองอแงไม่หยุด เธอเม้มปาก ก่อนจะจับยุนโฮลุกขึ้นมาทันทีแล้วเอามือตีสะโพกเล็กๆ นั้นไม่หยุด

“เพี๊ยะ!!

“โอ๊ย!! เคียว อย่าตี! เจ็บนะ โอ๊ย...”

เสียงเล็กร้องลั่น แต่มือคุณพี่เลี้ยงก็ยังไม่หยุดตี “คุณหนูยุนโฮ! ทำอะไรลงไปคะรู้ตัวบ้างมั้ย ในสวนเนี่ยมันทั้งกว้างทั้งอันตราย ฉันกะอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องหลงทางกันแน่ พาคุณแจจุงมาเที่ยวแบบนี้ได้ยังไง แล้วไปแกล้งอะไรเธอคะ ทำไมถึงได้ร้องไห้จ้าขนาดนั้น! คุณหนูยุนโฮนี่..นิสัยเสียจริงๆ ฉันจะตีให้หายดื้อเลยดีมั้ยนะ!

ว่าจบก็ลงมือที่ก้นนุ่มๆ นั้นอีก “โอ๊ย”

คราวนี้กลายเป็นคนร้องไห้จ้าที่เริ่มเงียบ..มองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วก็เริ่มเบะหนักก่อนจะร้องเสียงดังอีกครั้ง ...แต่ไม่ใช่เพราะว่าเจ็บที่โดนกัดแก้ม...

“ฮึก ฮือๆๆๆๆๆ พี่เคียวอย่าตียุนโฮนะ อย่าตียุนโฮ ฮึก...ยุนโฮเจ็บนะ ยุนโฮหิวข้าวด้วย ฮึกๆๆ แงงงงงงงง ฮือๆๆ อย่าตียุนโฮนะ!!” ตัวเล็กๆ วิ่งถลาเอามากันยุนโฮเอาไว้ปากก็ร้องไห้สียงดังลั่น ทำเอาแม้แต่คนโดนตีที่ยังไม่เบะซักแอะต้องรั้งตัวนุ่มนิ่มราวกับตุ๊กตาเข้ามากอด

“โอ๋ๆ ไม่เอานะแจจุง อย่าร้องไห้ น้า นะ..”

“ยุนโฮเจ็บมากมั้ย...ฮึก เพราะแจร้องไห้...เคียวซังก็เลยตียุนโฮ...เพราะแจแน่เลย...ฮือๆ”

“เปล่าๆ นะไม่ได้เป็นเพราะแจ นะน้า...อย่าร้องไห้”

ปลอบกันอยู่อย่างนั้นจนคนขี้แงผล็อยหลับ ร้อนถึงคุณพี่เลี้ยงที่ได้แต่ถอนหายใจ รอเด็กๆ โอ๋กันเสร็จแล้วจึงอุ้มให้แจจุงขี่หลัง

“ทีนี้จะกลับกันได้แล้วนะคะคุณหนูยุนโฮ”

...

“งั่มๆๆๆๆๆ” ปากเล็กๆ สองปากช่วยกันกินอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ คิมเคียวยิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นมาเอาจานไปเก็บ “คุณหนูไปเล่นกันเมื่อเช้าน้ำค้างหยดใส่เยอะไหม ไปเอาผ้าอุ่นๆ มาซับตัวด้วยนะคะเดี๋ยวจะไม่สบาย”

“รู้แล้วน่า” ยุนโฮตอบเสียงห้วน ทำเอาคุณพี่เลี้ยงชะงัก “คุณหนูยุนโฮ..เมื่อเช้ายังไม่เข็ดใช่มั้ย? ว่าแต่ไปแกล้งอะไรคุณแจจุงกัน ถึงได้ร้องไห้จ้าขนาดนั้น”

“เปล่าซะหน่อย เนอะแจจุง” ยุนโฮพยักเพยิด แจจุงก็พยักหน้า “ผมแค่ขอแจจุงกินขนม”

“ไปแย่งคุณแจจุงกินเหรอคะ? ตายแล้ว ช่างดื้อจริงๆ คุณแจจุงน่ะ ไม่ต้องไปเออออกับคุณหนูมากก็ได้ เดี๋ยวดูเถอะ คุณนายชองกลับมาจะโดนหนักกว่านี้นะคุณหนู”

“เคียวก็อย่าบอกมะม๊าซี่”

“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจให้กับความช่างรั้นของคุณหนูคนโปรด ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อคุณหนูเล็กจูงมือคุณหนูตุ๊กตาเดินขึ้นไปบนห้อง

 “สนิทกันเร็วจริงๆ น้า”

....

บ้านพักกลางฤดูหนาวมีอะไรให้เล่นมากมายกว่าที่คิด ทุกๆ วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แจจุงกับยุนโฮสนิทกันมาก พวกเขาเล่นด้วยกันทุกวัน กินขนมด้วยกัน เล่นปาหิมะด้วยกัน เป่าฟองสบู่ด้วยกัน และนอนด้วยกัน เกิดเป็นความผูกพันเล็กๆ ตามประสาเด็ก พวเขาแทบไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ นอกเสียจากว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรกับอีกฝ่ายดี เฝ้ารอให้อาทิตย์ขึ้นไวๆ ให้ถึงวันใหม่ที่พวกเขาจะได้เล่นด้วยกัน

แล้วเวลาก็ผ่านไป...รวดเร็ว...จนตามไม่ทัน...

วันที่หก

“คุณหนูแจจุง กินเสร็จแล้วไปเล่นกับคุณหนูได้เลยนะคะ ฉันซักเสื้อผ้าเอามาเก็บใส่กระเป๋าให้หมดแล้ว พรุ่งนี้คุณแม่มารับจะได้กลับได้เลย”

“กลับ?...พูดอะไรน่ะเคียว” เป็นยุนโฮที่เอ่ยเสียงถามแทน คิมเคียวทรุดกายลงนั่งยองๆ ใกล้เด็กชาย แล้วเอ่ย “ก็พรุ่งนี้ปะป๊ากับมะม๊าจะกลับมาแล้วไงคะคุณยุนโฮ”

“อันนั้นฉันรู้แล้ว...ฉันหมายถึงแจจุง”

“ก็พรุ่งนี้คุณท่านจะกลับแล้ว คุณแม่ของคุณแจจุงก็ต้องกลับมาด้วย คุณแจจุงก็ต้องกลับบ้านแล้วไงคะ”

แจจุง...จะกลับบ้าน?

ไม่จริง...แจจุงเป็นของขวัญของเขาไม่ใช่เหรอ..พ่อให้เขาแล้ว....

ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ...

“ไม่! ผมจะเล่นกับแจจุง! ผมไม่ให้แจจุงกลับ เคียวซังโกหก!!” นัยน์ตาใสสั่นระริก ส่ายศีรษะไปมาก้าวร้าวและไม่เชื่อคำของพี่เลี้ยง โดยที่เคียวไม่อาจรั้งไว้ได้ทัน ยุนโฮจับมือแจจุงแล้วจูงกันวิ่งขึ้นห้องไปทันที

ปัง!

“แจจุง แจจุง...ไม่จริงใช่ไหม...นายจะกลับเหรอ...” เด็กน้อยเอ่ยละล่ำละลั่ก เมื่อมองเห็นน้ำตาคลอหน่วยที่ใบหน้าน่ารักของเพื่อน “อื้อ...มะม๊าฉันก็โทรมาหา...บอกว่าพรุ่งนี้เย็นๆ จะมารับ...”

“ไม่เอาอ่ะฉันไม่ให้แจจุงไป! ถ้านายไปแล้วใครจะเล่นกับฉัน กินข้าวกับฉัน นอนกับฉัน ไม่เอานะ...แจจุงก็ไม่อยากไปใช่ไหม”

ใบหน้าน่ารักพยักลงมา น้ำตาหยดแหมะ “งั้นก็ไม่ต้องไปสิแจจุง..อยู่กับฉันตลอดไปเลย...”

“ไม่ได้อ่ะ...มะม๊าก็คิดถึงฉัน...ฉันต้องกลับไปอยู่กับมะม๊า...”

“ฉันก็คิดถึงแจจุงนี่นา”

“ดะ เดี๋ยว...ฉันมาเที่ยวบ่อยๆ ก็ได้นี่” แจจุงเริ่มสะอึก เพราะเขาเองก็ไม่อยากแยจากยุนโฮ “ไม่เอา..ฉันอยากอยู่กับแจจุงทั้งวันนี่...ฮึก...”

ยุนโฮเริ่มงอแง กอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะประคองกันร้องไห้จนหลับไปทั้งๆ ที่คราบน้ำตายังคงเหลืออยู่ทั้งคืน

ซานตาครอสใจร้าย...ลุงอ้วนใจร้าย....

ให้ของขวัญผมแล้วจะมาทวงคืนแบบนี้ได้ยังไง....

ทำให้ผมรักของขวัญชิ้นนี้แล้ว...จะมาขโมยกลับไปจากผมได้ยังไง

แจจุง.....

..............

วันที่เจ็ด

แสงสีส้มทอไปทั่วท้องฟ้า สาดส่องกระทบแสดงถึงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะตก ร่างของพี่เลี้ยงและเด็กน้อยในชุดเสื้อกันหนาวชุดเดิมยืนถือกระเป๋ารออยู่หน้าบ้าน ก่อนเสียงแตรจากรถยนตร์จะดังขึ้น

“ปี้น!!!

สิ้นเสียง ประตูรถข้างหนึ่งเปิดออก ปรากฏให้เห็นร่างของหญิงสาวหน้าตาสะสวยแม้จะดูมีอายุสองคนกับคุณชองที่เดินลงจากรถตามมาทีหลัง แจจุงเบิกยิ้มกว้าง “มะม๊า!!!

ร่างเล็กๆ วิ่งลุนๆ เข้าไปก่อนจะกระโดดกอดหญิงสาวอีกคนแน่น เธอยิ้มแล้วลูบหัวกลมปมา “เป็นไง คิดถึงแม่มั้ยลูกแจจุง”

“คิดถึงฮะ”

คุณนายชองและคุณชองยิ้มให้กับความน่ารักของแม่ลูก ก่อนจะมองหาร่างเล็กๆ อีกคนที่ไม่รู้ไปไหน เขาเอ่ยคุยกับพี่เลี้ยงคนสนิท “อ้าวเคียว แล้วเจ้ายุนล่ะ”

“คุณหนูยุนโฮอารมณ์ไม่ดีมากๆ ที่คุณแจจุงจะกลับ....ก็เลยงอนตุ้บป่องไม่ยอมมาส่งอยู่บนห้องน่ะค่ะ”

“อะไร นี่สนิทกันขนาดนี้เลยเชียวเหรอ ฮะฮะ” เขาหัวเราะ เฝ้ามองเด็กน้อยน่ารักอีกคนที่ทำหน้าไม่สบายใจนักยามมองขึ้นไปข้างบน

...ยุนโฮไม่มาส่งเขาจริงๆ ด้วย....

ร่างเล็กสะอึกฮักเริ่มงอแง แต่ก็ยอมเดินตามคุณแม่ขึ้นรถไปทั้งๆ ที่ยังร้องไห้เบาๆ อยู่คนเดียว

.....

เสียงรถดังขึ้นก่อนจะเคลื่อนลับออกไปสุดสายตา

หลังจากร่ำลากันเสร็จแล้ว คุณชองก็บิดตัว “เฮ้อ เหนื่อยชะมัด...ไหนเราขึ้นไปดูกันซิว่าเจ้าตัวเล็กจะทำหน้าบูดไปถึงไหนแล้วกันน้า”

คุณนายชองพยักหน้า ก่อนทั้งสองจะค่อยๆ เดินขึ้นไปห้องลูกชาย ที่ติดตุ๊กตาจนถึงขั้นงอแงไม่ยอมมารับพ่อแม่เลยทีเดียวทั้งๆ ที่ปกติแล้วไม่มีพลาดแน่

ข้อมือใหญ่ยกขึ้นเคาะประตู “ยุนโฮ ปะป๊ากับมะม๊ากลับมาแล้วนะลูก”

“......”

“ยุนโฮ...หลับเหรอ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

ห้องกว้างโล่งถูกเปิดไฟไว้เช่นเดิม หากแต่บนเตียงกว้างกลับไร้ซึ่งร่างเล็กที่น่าจะนอนขดอยู่บนนั้น ดวงตาสอดส่องไปรอบห้อง หากแต่ก็ไร้ซึ่งร่างเล็กๆ ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน..

“เจ้ายุนโฮหายไปไหนละเนี่ย!

..........

“ฮึกๆ” เสียงเล็กสะอื้นเบาๆ ในขณะที่นั่งอยู่บนเบาะหลังที่มีกระจกกั้น คุณแม่ของแจจุงขับรถอยู่ข้างหน้า ก่อนร่างน้อยจะต้องสะดุ้งเมื่อมีมือหนึ่งยื่นเอาผ้าสีขาวออกมาให้ “อ่ะเช็ดน้ำตาซะสิ”

“อ๊ะ...หะ อุ้บ...” มือเล็กรีบยกขึ้นมาปิดปากเพื่อนตัวเล็กทันที “อย่าส่งเสียงดังซี่ เดี๋ยวแม่นายก็รู้หรอก”

“หยะ ยุนโฮ....” ดวงตากลมโตมีท่าทีตกใจ เพื่อนรักเอ่ยเสียงงอน “อะไรกัน หนีฉันมานั่งร้องไห้งอแงอย่างเงี้ยเนี่ยนะ ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องไปๆ ไม่เชื่อฉัน ไม่เป็นไร นายไม่มาฉันไปหาเองก็ได้ เจ๋งมั้ยล่ะ”

สิ้นคำ แจจุงโผเข้ากอดเพื่อนตัวเล็กทันที ยุนโฮก็กอดแจจุงตอบเช่นกัน กอดกันแน่จนไม่เหลือแม้แต่ช่องว่าง ทันใดนั้นเอง...

“โครก....”

“เสียงอะไรน่ะ” แจจุงเอ่ยถาม ยุนโฮได้แต่นั่งหน้าแดง พูดขึ้นเบาๆ “สงสัยจอมมารบูในท้องฉันมันร้องแน่ๆ เลย”

“ฮะฮะ....”

“หิวอ่า...รู้งี้น่าจะกินมาก่อนซักหน่อย..” ยุนโฮลูบท้องป้อย รู้สึกพะอืดพะอมหิวขึ้นมาตะหงิดๆ เมื่อนั้นเอง ที่เสียงเล็กเอ่ยขึ้นข้างกายเขา คำพูดที่ยุนโฮไม่มีวันลืม...

“งั้นกินโดนัทของฉันมั้ยล่ะยุนโฮ?”

 

End~~~

 

เฉลยเฉลยเฉลย~

 

--------------

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊าคคคคคค


น่ารักอ่า.......

#1 By Devil_evil_Live_Sm_? on 2009-07-16 16:33

โดนัทกับมาชแมลโล่ ยี่ห้อแจจุง อิอิ
น่ารักมาก
ยุนหนีตามแจไปแล้ว 5555

#2 By bruin (117.47.190.34) on 2009-07-16 17:44

โดนัทแบบนี้ เค้าอยากกินม่างงงงงงงงงงง (อิโมหื่นตามอารมณ์ 555)

น่ารักม๊ากกกกกกกกกกค่ะ ฟิคใสๆ (เหรอ? กร๊ากกกก) ไร้มลพิษ (มั้ง)
น่ารักที่สุด cry ชอบเวลาที่แจร้องไห้แล้วยุนมันปลอบจริงๆ

อย่างน่ารักอ่ะ มีโอ๋ๆ แล้วกอดปลอบก็เป็นด้วย อั๊ยๆๆๆ 8 ขวบ (ปีหน้าจะ 9 ขวบ double wink)
แบบนี้มันน่ารักจริงๆ เยยยยยยยยย

#3 By sunny (125.26.84.204) on 2009-07-16 20:11

โอ้ววว น่าร๊ากกกกกกที่สุดดดดด

#4 By madamekim (124.157.132.223) on 2009-07-17 19:30

โอ๊ย!ๆๆๆๆๆ
หิวอ่ะ อยากกินโดนัท กะ มาชเมลโลจัง >.<

อิยุนนี่น๊า~หิวไรไม่หิว
มาหิวขนมของแจจุงซะงั้น

อิอิ...แต่น่ารักดีอ่ะ

แต่ว่า 8 กะ7 ขวบนี่นะ ไม่เด็กไปหน่อยเรอะ!

#5 By Lee MinNam~ on 2009-07-17 21:07

อ้ากกกกกกก ยุนแจน่ารักน่าหยิกจริงๆ อยากรู้จังว่ามาชแมลโล่ของแจจ๋าจะอร่อยขนาดไหน

#6 By มีนครับ (118.172.77.130) on 2009-09-18 13:35

อยากให้มีตอนที่ทั้ง 2 คนโตจัง อยากรู้ว่ายุนแจจะเป็นยังไงบ้าง

#7 By มีนครับ (118.172.65.248) on 2009-09-20 00:13

น่ารักมากกกกกเลย ทำไงดีชอบยุนแจแบบนี้ที่สุดเลย แบงค์แต่งได้น่ารักน่าฟัดมากๆเลย

#8 By prim on 2009-09-23 13:25