[SF] GEEEE!,my baby!

posted on 20 Feb 2009 19:15 by kyokoong  in One-shot

[SF] GEEEE!,my baby!


TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Romance
Rating : PG-13

 

Author's note: ตามจริงแล้ว ถ้าใครที่ตามอ่านในทีทีเอฟ ฟิคเรื่องนี้จะถูกแบ่งออกเป็นตอน
ย่อยๆ 5 ตอนแต่เพื่อไม่ให้เป็นการเปลืองเนื้อที่ เราจึงรวมมาให้อ่านแบบเต็มครบสมบูรณ์ในหนึ่งเอนทรี่ทีเดียว

 

-------------------------

 

Part 1 ::


……………

…..

“อ่ะนี่ ฉันให้โบแจนะ” มือเล็กจับมือขาวนุ่มนิ่มราวมาชแมลโล่ขึ้นมาวางบนฝ่ามือตัวเอง ก่อนจะสวมแหวนเรียบๆ สีเงินลงที่นิ้วนางอีกอีกฝ่าย

“อะไรน่ะ เอามาจากไหนอ่ะยุนโฮ สวยจังเลย ให้ฉันจริงเหรอ” ดวงตากลมโตจ้องมองวัตถุมันวาวที่นิ้วอย่างสนใจ แก้มใสขึ้นสีฝาดๆ จากแรงลมในฤดูหนาว “แม่ให้ฉัน บอกว่าให้ฉันเก็บเอาไว้ให้คนที่ฉันรัก ตอนที่ฉันโตแล้ว”

“แล้วเอามาให้โบแจทำไมอ่ะ?” นิ้วกลมๆ จิ้มจึกที่ริมฝีปาก ท่าทางไม่มั่นใจ แต่เด็กชายกลับยิ้มร่า “ก็ฉันรักโบแจไง ฉันเลยให้”

แก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อทันทีที่ได้ยินคำพูดหวานหู ไม่รู้ว่าเพราะหนาว..หรือเขินคำพูดเลี่ยนๆ เมื่อกี๊กันแน่”แล้วโบแจรักฉันมั้ย?”

คำถามซื่อๆ หากแต่แสดงความรู้สึกมากมายดังออกมาจากปากเพื่อนสมัยเด็ก แก้มใสแดงเรื่อ ยกมือเล็กๆ ขึ้นกุมที่แก้ม ก่อนจะตอบออกไปเบาๆ “โบแจก็รักยุนโฮ..”

สิ้นคำ ดวงตาเรียวเล็กก็คลี่ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมหน้าไปหอมแก้มใสนั่นโดยที่เจ้าของไม่ทันตั้งตัว “งั้นอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ...”

........

...

ดวงตากลมโตเปิดขึ้นท่ามกลางความมืด เหงื่อพราวเกาะทั่วใบหน้าหวานใส ...ฝันอีกแล้วเหรอ..

มือขาวจัดยกขึ้นดูแหวนสีเงินที่สวมอยู่ที่นิ้วนางของตัวเองตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก่อนจะรำพันกับตัวเอง “ตลอดไปงั้นเหรอ..โกหกทั้งเพ..”

……

…………

“งืมๆ”

“แจจุง”

“งือ..”

“แจจุ๊งงงงง”

มือเล็กตบโต๊ะเสียงดังปึง จนคนที่หลับฟุบอยู่ที่โต๊ะเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ เลิ่กลั่กมองซ้ายขวา “หือ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร?”

“ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้นแหล่ะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มมุ่ยขึ้น “แต่นายจะเป็นแน่ถ้าหากยังหลับอยู่อย่างนี้ ฉันปลุกนายตั้งนานแล้ว รู้มะ?”

สิ้นคำเพื่อนรัก คิมแจจุงถึงกับยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างง่วงงุน “ก็แล้วมีอะไรเล่าถึงมาปลุก...ยังไม่เข้าเรียนซะหน่อย”

“ก็วันนี้น่ะ โรงเรียนเราจะมีนักเรียนเข้าใหม่นะซี้~~” คิมจุนซูยิ้มแป้นเริงร่า แต่งแจจุงกลับเบ้หน้าหนักกว่าเดิม “วันนี้วันเปิดเทอม ไม่มีนักเรียนเข้าใหม่สิแปลก! นายนี่นะ ..ฉันนอนต่อดีกว่า”

พูดจบก็ทำท่าจะฟุบลงไป ทำเอาคนตัวเล็กงอแงรั้งไว้แทบไม่ทัน “ง่า แจจุงอ่ะ นักเรียนใหม่วันเนี้ย เค้าว่ามีคนหนึ่งหล่อมากเลยน้า เรียนก็เก่ง เล่นกีฬาก็เก่งด้วย สมบูรณ์แบบเลย ไปดูกันเหอะน้า”

“เรียนเก่ง? ถ้างั้นวันนี้ไอ้หมอนั่นก็ต้องได้เข้ามาเรียนห้องเราอยู่แล้ว นายจะไปรอดูทำไม เดี๋ยวเขาก็มาให้ดู ว่าแต่เก่งนี่มั่วเก่งหรือเก่งจริงกันล่ะ? ถ้ามั่วเก่งจะได้มาช่วยชิงอันดับท็อบโหล่ไปจากฉันหน่อย”

ว่าแล้วก็เซ็ง ผมยังนึกปลงใจในชะตากรรมชีวิตไม่หาย ทั้งๆ ที่พระเจ้าก็รู้ว่าผมเรียนไม่เก่ง แถมยังโง่แสนจะโง่ ก็ยังอุตส่าห์ประทานพรให้ผมที่นั่งมั่วข้อสอบตอนสอบคัดเกรดห้อง ให้ทำคะแนนสูงลิบลิ่วจนน่าตกใจ ...แล้วก็ระเห็จมาอยู่ในห้อง A ห้องของพวกอัจฉริยะโดยที่ไม่มีความรู้ติดตัวมาเลย...

เทอมแรกมาก็ติดท็อบโหล่คะแนนแทบทุกวิชา ที่พอจะขึ้นมาสู้หน้าได้บ้างก็มีแต่พละกับงานบ้าน..

คิมแจจุงอยากจะกรี๊ดดังๆ!

แม้ว่าชีวิตในห้องอัจฉริยะจะดูน่าอับเฉา แต่ว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดหรอกนะ

แม้ว่าผมจะเรียนไม่เก่ง แต่ว่าเพื่อนในห้องทุกคนกลับดีกับผมมาก ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ผู้ชายทุกคนในห้องจะบอกว่ารักผม ทันทีที่ผมยิ้มหรือเขินจนแก้มแดง พวกเขาบอกว่าน่ารัก.. ทั้งๆ ที่ผมเป็นผู้ชาย พวกเขาก็บอกว่าผมสวย ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยังดีกว่าถูกคนในห้องเขม่นปรามาสว่าเป็น ไอ้โง่จนจบปีการศึกษาใช่มั้ยล่ะ?

เอ้อพูดถึงคิมจุนซู...ไอ้หมอนี่มันก็เป็นอัจฉริยะเหมือนกัน

แต่ถ้าเรื่องนิสัยล่ะก็ คงต้องย้อนความไปนับดูว่าอายุสมองของเขานั้นอยู่ในช่วงสี่ขวบหรือห้าขวบ

หมอนี่ไร้เดียงสาจนน่าตกใจ แถมยังงอแงเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง

เพราะหน้าตาที่น่ารักจึงทำให้มีพวกรุ่นพี่หลายๆ คนเข้ามาจีบ แต่ไหงไอ้ตัวเล็กมันกลับติดผมเป็นตังเมไม่ยอมมีแฟน ไม่ยอมมีใคร เอาแต่ติดสอยห้อยตามผมไปวันๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้

รู้สึกจะเคยได้ยินเค้าพูดอยู่แว่วๆ ว่า แจจุงของฉันน่ารักกว่าเจ้าพวกรุ่นพี่หื่นกามพวกนั้นตั้งเยอะ

น่ารักเหรอ? - -

ย้อนกลับมาที่ตรงหน้าของผมต่อดีกว่า ตอนนี้เจ้าตัวเล็กกำลังงอแงใหญ่เลยล่ะฮะ

“แจจุงอ่า~~ ไปกับเค้าน้า~

“ชื่ออะไร?” แจจุงถามคนงอแง เจ้าตัวเล็กเอ่ยเสียงเบา “หือ..”

“ฉันถามว่าไอ้คนที่นายอยากไปดูนักหนาน่ะชื่ออะไร ขนาดชื่อยังไม่รู้แล้วไปเที่ยวถามหานี่ฉันไม่เอานะ”

สิ้นคำ แก้มใสๆ ก็ฉีกแทบปริ กระโดดเขย่ามือเพื่อนรัก “รู้สิรู้~ รู้สึกจะชื่อ ชองยุนโฮ ล่ะ รีบไปดูกัน~ เดี๋ยวคนอื่นชิงดูก่อนเราหมดน้า~

เสียงเล็กที่ดังแว่วที่ข้างหู ทำเอาคนถามนิ่งสงัด

ชอง ..ยุนโฮ...งั้นเหรอ...

คงไม่หรอกมั้ง..

.......

..

“ขอทางหน่อยฮะๆ” คิมจุนซูแหลกทางฝูงคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูห้องอบรมสัมมนานักเรียนใหม่อย่าตื่นเต้น มือนิ่มก็กำมือขาวของเพื่อนตัวเองลากเข้ามาจนชิดขอบหน้าต่าง เสียงรอบข้างดังอื้ออึง

“กรี๊ด คุณยุนโฮ หล่อชะมัดเลยเธอ”

“อ๊ายๆ ดูสิได้ขึ้นไปปราศรัยแล้ว แสดงว่าสอบเข้าได้ที่หนึ่งสินะ”

“เพอเฟ็คไปเลย~

แจจุงหันมองซ้ายขวา นึกแปลกใจว่าใครกันที่ทำให้คนเฉยๆ อย่างผู้หญิงพวกนี้ตื่นเต้นกรี๊สกร๊าสกันขึ้นมาได้ และในทันทีที่ดวงตากลมโตมองเห็นผู้ที่ขึ้นไปยืนบนเวทีนั้นเอง..

ดวงตาเรียวเล็กเป็นเอกลักษณ์กำลังจ้อมองไปยังบรรดาอาจารย์และนักเรียนเบื้องหน้า ทรงผมชี้ตั้งๆ อย่างวัยรุ่นที่ถูกเซ็ตแบบไม่ผิดกฏโรงเรียนดูแปลกหน้าไปจากเด็กหัวฟูๆ ที่เคยนั่งข้างเขาเมื่อสิบปีก่อน ร่างกายที่เคยมีขนาดใกล้เคียงกับเขา บัดนี้กลับสูงใหญ่และแข็งแรงไปด้วยกล้ามเนื้อ

ใบหน้าหล่อเหลาที่แม้จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นไร เขาก็คงจะไม่มีวันลืม..

เพียงพริบตาเดียว ที่แจจุงรู้สึกว่าน้ำตาเม็ดกลมคลอหน่วยขึ้นที่คลองตา

..ยุนโฮ...เหรอ...

ข้อมือขาวสั่นระริกยามจับจ้องอยู่ที่ชายในห้องกระจกตรงหน้า ก่อนร่างบอบบางจะออกแรงรั้งเรียวขาวิ่งออกมาท่ามกลางฝูงชนที่แสนวุ่นวายจนลับตา เมื่อเจ้าของใบหน้าคมคายหันหน้ามาทางเขา

และสบดวงตาเรียวรีนั้นเข้ากับดวงตากลมโตของเขา...อย่างจัง...

“แจจุง! รอฉันด้วย เดี๋ยวสิ!!!!

.....

ใบหน้าหล่อเหลายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยหวานของใครอีกคนที่หน้ากระจก อยากจะวิ่งตามออกไปถามว่าใช่หรือเปล่า แต่ภาระหน้าที่ที่ยังต้องทำกลับรั้งเรียวขาให้ยืนหยัดอยู่บนเวทีปราศรัยนี้ต่อไป

จะได้เจอกันหรือเปล่านะ...

......

“แจจุง เป็นอะไรไปน่ะ วิ่งออกมาทำไมเหรอ” คนตัวเล็กหอบเสียงดัง หลังจากวิ่งตามหลังเพื่อนหน้าสวยมาได้แล้ว “ขะ ขอโทษ...ฉันนึกว่านายเห็นแล้วก็เลยออกมาก่อนน่ะ ..เข้าห้องเรียนเถอะนะ”

“อะ อื้ม..ใกล้เวลาออดเข้าเรียนดังแล้วนี่” มือเล็กยื่นไปลูบไหล่บอบบางเบาๆ แม้ว่าหยาดเหงื่อที่พราวทั่วใบหน้าหวานจะทำให้จุนซูรู้สึกไม่สบายใจ แต่คนตัวเล็กก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรแทนที่จะถามต่อ

……

“เอาล่ะนักเรียนทุกคนจ๊ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่การเปิดภาคเรียนใหม่ ห้องเราก็จะมีนักเรียนใหม่สามคนนะ”

“เฮ เฮ” เสียงพูดคุยโต้ตอบกันดังอื้ออึง เพื่อมองหาเก้าอี้ว่างที่ เด็กใหม่จะได้นั่ง แจจุงเงยหน้าจากที่ฟุบขึ้นชำเลืองมองข้างกายก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นที่ว่างข้างกายสามที่พอดี

อะไรกันนะ...

โต๊ะห้องเรียนถูกจัดไว้เป็นคู่ๆ แน่นอนว่าแจจุงนั่งข้างจุนซู แต่เพราะตรงนี้เป็นที่ข้างหลัง โต๊ะที่ว่างจึงมาอยู่ที่ข้างเขานี่เอง ..ต้องทักทายเด็กใหม่หน่อยสินะ..

“เข้ามาเลยจ้ะ”

สิ้นเสียงก็ปรากฏร่างของนักเรียนสามคนที่ดูท่าจะเป็นที่สนใจของใครหลายๆ คน มากทีเดียว

“สวัสดีครับ ผมชิมชางมิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เด็กหนุ่มคนแรกเจ้าของร่างสูงใหญ่กว่าเพื่อนๆ ใบหน้าเรียบร้อยหล่อเหลานั้นดูเป็นมิตรเรียกเสียงกรี๊ดในใจของสาวๆ ในห้องได้พอสมควรเลยทีเดียว “ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะครับ”

ว่าจบก็ยิ้มหวานเสียหนึ่งที เรียกเสียงแซวจากสาวๆ ได้อยู่โข “ยินดีรับฝากทั้งตัวทั้งหัวใจเลยจ้ะหนุ่มน้อย”

เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นทันที ชางมินยิ้มๆ ไม่พูดอะไร ก่อนอาจารย์จะพูดต่อ “เอ้าคนที่สอง แนะนำตัวเลยจ้ะ”

“ฉันชื่อปาร์คมินยอง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” คนที่สองเป็นสาวน้อยร่างบอบบางเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทตรงเหยียดยาวขขึ้นกลางหลัง ผมหน้าม้าตัดตรงกับดวงโตกลมโตของเธอขับให้รูปลักษณ์ของเธอดูน่ารักน่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตา

เป็นคิวของหนุ่มๆ บางแล้วซีที่จะได้เฮแซวกับเขาบ้าง “ฮิ้ววว น่ารักชะมัดเลย”

“เอาล่ะจ้ะคนสุดท้าย..”

“สวัสดีครับ ผมชองยุนโฮ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ”

“กรี๊ด คุณยุนโฮ หล่อชะมัดเลย” เสียงเฮอื้ออึงดังขึ้นทันที เป็นที่รู้กันว่าชองยุนโฮเด็กหนุ่มที่สอบเข้ามาได้เป็นอันดับหนึ่ง กีฬาก็เก่ง เรียนก็เทพ หน้าตาก็หล่อเพอเฟ็คไปเสียหมด จึงไม่แปลกที่จะมีแต่คนให้ความสนใจเขากันทั้งนั้น

แต่ทันทีที่ดวงตาเรียวรีหันมาสบกับดวงตากลมโตเป็นครั้งที่สอง วูบเดียว เจ้าของมือขาวนุ่มนิ่มก็ยกหนังสือเรียนฟิสิกส์ที่ไม่เคยคิดจะหยิบขึ้นอ่านมากางบดบังใบหน้าตัวเองทันที

...บ้าชะมัด ทำไมเอาแต่มองเรานะ...ตั้งแต่ที่ห้องปราศรัยนั่นแล้ว...

หรือจะจำเราได้นะ..

แก้มใสๆ ฉีดสีเรื่อ ..คงไม่มั้ง...

“นี่แจจุง” เสียงเล็กๆ ของจุนซูดังขึ้น เรียกให้คนที่กำลังหลบเป็นพัลวันหันไปมอง “อะไรเหรอจุนซู”

“ฉันว่าสาวๆ ห้องเราคงจะอกหักแน่แล้วล่ะ” เจ้าตัวเล็กกลั้นขำ “ฉันว่านะ ชองยุนโฮกับปาร์คมินยองต้องเป็นแฟนกันแน่เลยล่ะ”

“เอ๋....”

“ก็ดูสิ ฉันเห็นเค้าสนิทกันมาตั้งแต่ที่ห้องประชุมนักเรียนใหม่แล้ว รู้สึกจะย้ายมาจากที่เดียวกันนี่นา ตะกี้ก็แอบคุยกันตั้งหลายที ท่าทางปาร์คมินยองจะหวงแฟนน่าดู ดูทำหน้าสิ ฮ่าๆๆ ก็แฟนหล่อซะขนาดนั้นนี่ แต่ฉันว่าเธอก็น่ารักนะ เหมาะกันดีออก”

“แฟนเหรอ...” คำพูดของเพื่อนตัวเล็กทำเอาท่าทางร่าเริงของคนสวยดูจะมลายหายไปกว่าครึ่ง ดวงตากลมโตแอบมองจากขอบหนังสือ ...สนิทสนมกันจังนะ...

ปากกลมๆ มุ่ยขึ้น ดวงตาโตฉายแววน้อยใจ ก่อนจะหลับตาบ่นตัวเอง

ไม่ใช่ธุระอะไรของเราซะหน่อย เจ้านั่นจะมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องของเรานี่นา..

“เอาล่ะจ้ะ ทุกคนก็คงพอจะรู้จักกันพอสมควรแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เชิญทั้งสามคนเข้านั่งประจำที่ได้เลยจ้ะ อืม...ที่ข้างหลังว่างอยู่สามที่พอดี”

เสียงอาจารย์ดังขึ้นเป็นประกาศิต ก่อนหนุ่มสาวจะเดินเข้ามานั่งที่ทีละคน ชางมินนั่งข้างหน้าเยื้องแจจุงไปหนึ่งที่ ชองยุนโฮนั่งเก้าอี้ที่ว่างฝั่งของแจจุง และปาร์คมินยองนั่งข้างๆ ชองยุนโฮ

การเลือกที่นั่งแบบนั้นทำเอาแจจุงแทบจะกางหนังสือเล่มหนากว่าเดิม

ทำไมต้องมานั่งตรงนี้ด้วยนะ...อย่างนี้ก็นั่งข้างกันเลยนี่นา..

ในขณะที่แจจุงกำลังลุกลี้ลุกลนอยู่นั้นเอง เสียงที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดดังขึ้น “นี่นาย...”

อึ๋ย...เรียกทำไมนะ...

“นี่นาย” มือหนาเอื้อมมือมาลดหนังสือที่บดบังใบหน้าสวยออกโดยที่แจจุงไม่ทันตั้งตัว “เอ่อ...แจจุงรึเปล่า”

แจจุงรึเปล่าเหรอ?

นายจำฉันได้อย่างนั้นเหรอ...

ทำแบบนี้ทำไมนะยุนโฮ...

ใจร้ายที่สุดเลยรู้ไหม...

แววตากลมโตสุกใสฉายแววน้อยเนื้อต่ำใจถึงขีดสุด ก่อนเสียงหวานจะตัดสินใจตอบออกไป

“นะ นายชื่อชองยุนโฮใช่มั้ย...ฉันว่านายคงจำคนผิดแล้วล่ะ ฉันน่ะ ชื่อคิมยองอุงต่างหาก...”

 

 

Part 2 ::

 

ว่าจบก็ดึงหนังสือขึ้นปิดหน้าเหมือนเดิม ริมฝีปากอิ่มขบเข้าหากันอย่างฝืนใจ

สิบปีที่ผ่านมาเขาเป็นแค่เศษความทรงจำในหัวของนายแค่นั้นไม่ใช่เหรอ..คิมแจจุง..

ถึงเขาจะกลับมานายก็ต้องอยู่โดยที่ไม่มีเขาให้ได้...

 

ยุนโฮกลับมานั่งที่เดิมพลางถอนหายใจ

เขามั่นใจว่าคนข้างกายนี้คือคิมแจจุง...

แต่บางทีการให้อภัยคงไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด..

....

“นี่แจจุง ทำไมถึงบอกเค้าไปแบบนั้นอ่ะ?” เสียงโลมาน้อยกระซิบกระซาบ แจจุงหันไปบอกเสียงเบา “ช่างฉันเถอะน่า...”

จุนซูเบะหน้า พลางว่า “เดี๋ยวเขาก็ต้องรู้อยู่ดีว่านายไม่ได้ชื่อยองอุง...ทำแบบนี้เพื่ออะไร”

แจจุงนิ่ง เขารู้ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้นแต่แจจุงก็ยังเลือกที่จะหนี เพียงเพราะไม่อยากเผชิญกับความจริง มือขาวกำแหวนสีเงินที่นิ้วนางแน่น ก่อนจะนั่งเงียบต่อไปไม่พูดอะไรอีก

.......

“เอาล่ะจ้ะ เลิกเรียนได้”

“นักเรียนทั้งหมด เคารพ”

ทุกคนก้มให้กับอาจารย์ หมดเวลาเรียนคาบเช้าแล้ว เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นตามประสาเด็ก บ้างก็วิ่งไปเล่นตามระเบียง เข้าห้องอื่น บ้างก็นั่งกินขนมพูดคุยเม้าท์น้ำลายแตกฟองกับเพื่อนๆ เหลือก็แต่เด็กหนุ่มหน้าหวานคนเดิมที่ยังนั่งอ่านนั่งสืออยู่กับที่ไม่ไปไหน

แล้วทำไมเขาจะต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยนะ..

แจจุงนึกบ่นในใจ ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของจุนซู คนตัวเล็กก็ไม่ออกไปไหนเหมือนกัน รวมถึงชองยุนโฮและปาร์คมินยอง ที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ

แจจุงสาบานกับตัวเองได้เลยว่า เขาไม่ได้ตั้งใจ...แอบฟัง

“นี่ยุนโฮ นายคิดยังไงกับเรื่องที่คุณป้าจะย้ายมาโซลล่ะ?”

“ก็ดีแล้วนี่” ยุนโฮก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไม่พูดไม่จา แต่มินยองก็ยังไม่ละความพยายาม “แล้วตอนนี้นายพักอยู่ที่ไหน? เมื่อวานฉันไปที่คอนโดฯ เขาบอกว่านายย้ายออกไปแล้ว”

“อื้ม ก็ย้ายที่เรียนนี่ แม่ก็เลยให้ฉันย้ายออก ฉันเห็นว่าเธอยังไม่ถามก็เลยยังไม่ได้บอก”

หญิงสาวหน้าชา เธอเคยชินซะแล้วกับการพูดจาไร้เยื่อใยของชายหนุ่ม แต่การเจอแบบนี้ในที่แปลกก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดี ...เธอพยายามมามากเกินกว่าที่จะก้าวถอยหลัง...

แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร...ก็ไม่มีแม้สักครั้งที่ยุนโฮจะแสดงออกว่าชอบเธอบ้าง..

เธอควรจะทำอย่างไร?

ในขณะที่มินยองกำลังสับสนนั้นเอง ร่างบอบบางข้างโต๊ะก็ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหวานใสหันมามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มให้ แล้วทำท่าจะเดินออกไป

เมื่อนั้นเองที่หญิงสาวรู้สึกถึงความผิดปกติ

“จะไปไหนน่ะ?” เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทักใครก่อนดังขึ้น เรียกความแปลกใจได้ทั้งจุนซู แจจุง และมินยอง “ฉันถามว่าจะไปไหน? ทำไมไม่ตอบล่ะ”

เสียงทุ้มเอ่ยถามเป็นครั้งที่สอง เมื่อนั้นเองที่แจจุงรู้สึกตัว หันกลับไปอย่างเหม่อๆ “นายถามใครน่ะ..?”

“ก็นายนั่นแหละโบ...เอ่อ ยองอุง”

“ไปเข้าห้องน้ำ”

“ฉัน..ฉันไปด้วย” ยุนโฮปิดหนังสือในมือทันที แล้วทำท่าจะเดินตามออกไป มือบอบบางของหญิงสาวข้างกายรั้งเขา “อะไรน่ะยุนโฮ..จะตามเขาไปทำไม?”

“ก็ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” ยุนโฮจับมือของเธอปล่อยออก และจุนซูที่นั่งอยู่นิ่งๆ กับที่ไม่พูดไม่จาเอาแต่มองดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทำเอาแจจุงหงุดหงิด “นั่งอยู่ทำไม ไปสิ”

“ก็ฉันไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำ” โลมาเคี้ยวหมากฝรั่งงุบหงับ “อีกอย่าง ให้คุณยุนโฮไปเป็นเพื่อนนายก็ได้นี่”

“แต่ฉัน...” เสียงหวานใสถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าตึงตังจากด้านนอก ก่อนบุรุษผู้มีหน้าผากเป็นเอกลักษณ์จะออกเสียงตะโกนดัง “เฮ้ จุนซู! ไปเล่นบอลกันเหอะ”

คนตัวเล็กหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะยิ้มแป้นแล้น แก้มใสๆ แดงฝาด “รุ่นพี่ยูชอน....”

ร่างสูงเดินตรงเข้ามาทักทายรุ่นน้องคนสนิทอย่างที่เคยทำเป็นประจำ แจจุงไม่เคยคิดโกรธปาร์คยูชอนคนนี้สักเพียงครั้ง แม้ว่าเขาจะชอบเอะอะตะโกนคุยกับเพื่อนของเขาอยู่ได้ไม่สำนึกว่าสร้างความรำคาญให้กับเขาแค่ไหนก็ตาม แต่คราวนี้...

คิมแจจุงกลับอยากจะเอาเข็มแหลมๆ แทงปากห้อยๆ นั่นเสียให้ฉีก...

เมื่อใบหน้ายิ้มแย้มหันมาทางเขา ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ “สวัสดีแจจุง’! ไปเล่นบอลกันมะ?”

......

ขาเรียวสาวเท้าเร็วๆ ใบหน้าหวานไม่แม้แต่จะสบตาหันไปมองข้างหลัง จนคนเดินตามต้องออกแรงรั้งมือ “นี่นาย...จะรีบไปไหนน่ะ ห้องน้ำมันไม่หนีไปไหนซะหน่อย”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มพราว ติดจะขำอยู่นิดๆ ที่รุ่นพี่คนนั้นทำให้แผนคนตัวเล็กแตกยับไม่มีชิ้นดีในเวลาที่รวดเร็วเกินไป มือเล็กสะบัดการเกาะกุมออก “จะไปไหนมันเรื่องของฉัน”

มือหนาเลื่อนไปจับที่ข้อแขนบาง แต่แจจุงกลับดิ้นพล่าน จนร่างสูงต้องรั้งร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน คนหน้าสวยตกใจ ร้องลั่น”นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!!

“ทำไมต้องหนีฉันด้วยล่ะ...โบแจ”

“หนี? ฉันไม่ได้หนี และฉันก็ไม่ได้ชื่อโบแจด้วย” แจจุงค้าน หัวกลมๆ ส่ายไปมาจนกลุ่มผมนิ่มกระจาย “นายชื่อโบแจ...นายชื่อโบแจจริงๆ...”

“ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันไม่รู้จักนาย!

“นายรู้จัก!

“ฉันไม่ใช่โบแจของนาย” คิมแจจุงยืนยันเสียงแข็ง ยุนโฮเอ่ยปากถาม “ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมต้องปิดบัง นายไม่ใช่คิมยองอุงแต่เป็นคิมแจจุง...แล้วก็เป็นโบแจ..”

“เงียบนะ!” ข้อมือขาวเกร็งแน่นขึ้นอีก นิ้วเรียวกำแหวนสีเงินที่นิ้วนางจนซีด “นายไม่รู้จักฉันหรอกยุนโฮ และจะไม่มีวันรู้จัก...”

ร่างเล็กออกแรงด้วยกำลังทั้งหมดที่มีผลักยุนโฮออกไปก่อนจะเดินหนีไป ใบหน้าหล่อเหลาหมองลง

ทำไมนายต้องโกรธฉันถึงขนาดนั้น...

ทั้งๆ ที่ตอนเราจากกัน...

ก็มีแต่ฉันที่ต้องมานั่งเจ็บคนเดียวแท้ๆ ...

ทำถึงมองไม่เห็น ทำไมนะแจจุง...

.......

“ทุกคน ต่อจากนี้จะเป็นกิจกรรมพิเศษนะ ให้ทุกคนมายืนล้อมเป็นวงกลม ครูจะโยนลูกบอลที่มีแค่ลูกเดียวในสนามให้ จะแย่งกันยังไงก็ได้ตามสบาย แต่คนที่ถูกปาต้องออกจากสนามไปนะ คนสุดท้ายที่อยู่ในสนามครูจะให้รางวัล”

“เฮ!!

เสียงตะโกนดังขึ้นอื้ออึง แจจุงรีบถอยหลังไปหลบอยู่หลังจุนซู เขาเก่งกีฬาแต่แน่นอนว่าเล่นรุมแบบนี้เขาไม่มีทางถนัด ก็ดูตัวเขาสิ บางอย่างกับผู้หญิง

แต่คิมจุนซูลูกเจ้าพ่อนักบู๊ไม่ใช่คนขี้ขลาด กล้าได้กล้าเสีย โลมาน้อยวิ่งหลุนๆ เข้าไปหาลูกบอลอย่างกับคนบ้าท่ามกลางฝูงชนทันที ทำเอาแจจุงใจหายวาบ “เฮ้..นายจะไปไหนน่ะ!!

ร่างบอบบางถูกชนเซกระแทกไปตามฝูงคน ก่อนสัมผัสที่แผ่นหลังจะทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงวาบ

อ้อมกอดจากสัมผัสอบอุ่น..ที่เขาจำมันได้ดี..

ยุนโฮ.....

มือหนารั้งร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด ในยามที่ทุกอย่างชุลมุนแบบนี้คงไม่มีใครมองเห็น ว่าร่างของคิมแจจุงกำลังถูกปกป้องจากทุกทิศทางด้วยร่างกายของชองยุนโฮ ที่ไม่ว่าลูกบอลจะใกล้เข้ามาโดนกี่ครั้ง ยุนโฮก็จะปามันกลับไปให้อย่างปลอดภัย

“นายทำแบบนี้ทำไม ปล่อยนะ..” แจจุงเอ่ยเสียงเบา ยุนโฮกลับตีหน้าเรียบเฉย “นายอยู่เฉยๆ ก็พอแล้ว...”

“.....” แขนขาวๆ เกาะเอวหนาของร่างสูงเอาไว้เมื่อจวนจะเซ กลิ่นกายของชายหนุ่มทำเอาใบหน้าใสแดงวาบ หัวใจเต้นแรงเหมือนทุกครั้งที่เขาเป็น แจจุงรู้ดีว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ว่ากันว่าคนเราไม่อาจลืมรักครั้งแรก...

เขายังคงใจสั่นอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่อยู่กับยุนโฮ ไม่ว่าจะเมื่อก่อน...หรือตอนนี้..

หัวใจจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว...ทำไงดี..

ทำไมมึนหัวแบบนี้นะ...

ไม่ไหวแล้ว...ง่วงจัง...

ใบหน้าหวานที่แดงขึ้นเรื่อยๆ กับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายทั่วใบหน้าในชั่วพริบตา สะกดให้ร่างเล็กที่อ่อนแรงค่อยๆ ทรุดตัวลงในอ้อมกอดของยุนโฮ..

ในช่วงเวลาที่ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือจะยืนหยัด..

สติสุดท้ายรับรู้แต่เพียงว่าบางทีหัวใจดวงนี้...

ได้เวลาถูกเจ้าของที่แท้จริงทวงคืนแล้ว...

........

“สงสัยแดดคงร้อนมากเกินไปก็เลยเป็นลมน่ะจ้ะ” อาจารย์พยาบาลเอ่ยอย่างใจดี ก่อนจะว่า “เอ เราใช่ชองยุนโฮเด็กใหม่รึเปล่าจ๊ะ แหม หล่อเหลาสมคำร่ำลือจริงๆ นะเรา”

“เอ่อ ขอบคุณครับ” ยุนโฮยิ้มเขินๆ ก่อนอาจารย์สาวจะว่าต่อ “ฮะฮะ แล้วนี่แฟนเราเหรอ น่ารักจังเลยนะ ตอนที่อุ้มมาน่ะ ยังกับเจ้าชายอุ้มสโนวไวท์ออกมาจากนิทานแน่ะ”

คำพูดนั่นทำเอายุนโฮหน้าแดงหนักกว่าเดิม..

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ฝากดูแลแจจุงด้วยนะจ๊ะ ปกติก็ไม่ใช่คนอ่อนแอนี่นา อาจารย์ไปธุระก่อนนะ บายจ้ะ”

“ครับ”

เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังร่างของผู้เป็นอาจารย์ลับตาไปแล้ว ยุนโฮนั่งลงข้างๆ เตียงคนป่วยก่อนจะเอามือลูบเส้นผมสีดำสนิทนุ่มมือนั้นเบาๆ

ดวงตากลมโตที่เคยเจิดจ้า บัดนี้กลับปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มเชิดขึ้นน้อยๆ ยามผ่อนลมหายใจ ใบหน้าใสชนิดที่เรียกว่าสวยแบบทำลายล้างสะกดยุนโฮให้ไม่แม้แต่จะกะพริบตา

ตอนเด็กๆฉันก็ว่านายน่ารักมากๆ อยู่แล้วนะ...

ยิ่งโตขึ้นยิ่งสวยชะมัดเลย...

ยุนโฮตกใจนิดหน่อย ที่จู่ๆ ร่างบางก็ล้มลงในอ้อมแขนเขาแบบนั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือการพาแจจุงไปห้องพยาบาลก่อน ยุนโฮใช้สองมือช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาของทุกคน

ไม่เว้นแม้แต่...ปาร์คมินยอง

“ถ้านายรู้ความจริงล่ะก็ นายต้องหายโกรธฉันแน่ๆ เลย แจจุง” ยุนโฮคลี่ยิ้มเศร้า “แต่ฉันไม่อยากให้นายร้องไห้ เพราะฉะนั้นรออีกหน่อยนะ...”

ร่างสูงเอ่ยปากพูดแม้จะรู้ว่าคนข้างใต้ไม่อาจรับรู้ “นายเป็นรักครั้งแรกของฉัน และคงจะเป็นรักเดียว ..ฉันรักนายจริงๆ นะแจจุง...”

 

Part 3 ::

 

ขาเรียวลุกขึ้นหยัด วางมือบนหน้าขาก่อนจะเปิดประตูพลางเดินออกไปเมื่อเห็นว่าคนร่างสวยตรงหน้าหลับสนิท จนทั้งห้องกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง..

ก่อนดวงตากลมใสที่เคยเปิดสนิทจะค่อยๆ เปิดออกพร้อมๆ กับเลือดฝาดที่ฉีดไปทั่วใบหน้าใส..

...รัก? ....รักฉันเหรอยุนโฮ...

นายบอกว่ารักฉัน...อย่างนั้นหรือ...

ก้อนเนื้อที่อกซ้ายขยับรัวราวกับกำลังร่ำร้อง..

ตอบคำถามของใครอีกคนเสียงดัง

ฉัน...ก็รักนาย...

......

ร่างเล็กเดินโซเซกลับบ้านอย่างคนหมดแรง แจจุงรู้สึกเพลียๆ ไม่หาย แม้ว่าเขาจะนอนพักเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว แจจุงก็ยังรู้สึกง่วงๆ อยู่ดี

คิดแล้วใบหน้าใสก็ได้แต่แดงวาบเมื่อนึกถึงเหตุผลที่เขาเป็นแบบนี้..

ถ้าใครรู้เข้าว่าเขาเป็นลมเพราะ “เขิน” หมอนั่นล่ะก็ คงโดนลเอไปทั้งชาติแน่..

แถมยังมาบอกว่ารักกันแบบนั้นอีกต่างหาก...

หมีบ้าชะมัดเลย!! >//<

“นี่ หายแล้วเหรอ” ในขณะที่กำลังยืนทำแก้มแดงอยู่นั้นเอง แจจุงก็ถึงกับต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสเย็นๆ แตะเข้าที่หัวไหล่ ใบหน้าใสหันกับไปมองข้างหลัง ...หมะ...หมอนี่อีกแล้ว!

“ทำอะไรน่ะ” มือเล็กปัดมือใหญ่ออก ทำหน้ามุ่ย “นายตามฉันมาเหรอ”

“ฉันไม่ได้ตาม แค่บังเอิญเจอ” ยุนโฮฉีกยิ้ม “ก็เห็นว่ายืนทำแก้มแดงอยู่นานแล้ว เลยนึกว่าไม่สบายอีก”

แจจุงมองหน้าทะเล้นๆ ของยุนโฮก่อนจะเบิกตาโต

หรือว่า...ยุนโฮจะรู้?

คิ้วเรียวสวยพยายามตีหน้าเข้มอารมณ์ประมาณว่าจะให้ดูน่ากลัว ตะเบ็งเสียงใส่ร่างสูง “ฉันสบายดี”

แต่สำหรับยุนโฮ เขาคิดว่ามัน...น่ารักดี

“น่ารัก”

แต่ถึงจะตั้งใจคิดยังไงก็ไม่ควรจะพูดออกไปไม่ใช่หรือ?

ยุนโฮนึกอยากตบปากตัวเองที่เผลอพูดออกไปอย่างใจคิด ก่อนจะต้องฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าคนหน้าบึ้งตรงหน้าเปลี่ยนเป็นทำแก้มแดงแจ๋อีกแล้ว

สิ้นเสียงทุ้มน่าฟัง คนได้ยินก็ได้แต่พองแก้มสีแดงขึ้นอีกนิด “พะ พูดบ้าอะไรน่ะ..ฉันไม่สนนายแล้ว”

น่ารัก....ชะมัด

แจจุงบู้หน้า แลบลิ้นใส่ร่างสูงก่อนจะเดินหนีออกมาทั้งๆ ที่แก้มยังแดงอยู่ รอยยิ้มหวานเผยขึ้นที่มุมปาก

...

“ตึก ตึก ตึก”

“ตึก ตึก ตึก”

“ตึกๆๆๆ”

“ตึกๆๆๆๆ”

“หยุด!” เสียงหวานเอ่ยดังลั่น หันหลังกลับมาพลางค้อนใส่คนร่างสูงชุดใหญ่ ใบหน้าหล่อยิ้มที่มุมปาก “มีอะไรเหรอ?”

“ทำไมนายต้องตามฉันมาด้วยเนี่ย!” แจจุงแว้ด “บ้านช่องไม่มีกลับรึยังไงฮะ”

“ฉันไม่ได้ตามนายซักหน่อย” ยุนโฮทำไม่รู้ไม่ชี้ “หลงตัวเองชะมัด..”

“นะ นาย!! ...บ้า บ้าที่สุดเลย” แก้มใสพองลมจนป่องด้วยความโกรธ ทั้งอายทั้งเคือง ไอ้หมอนี่ทำเขาหน้าแตกอีกแล้ว

ร่างบอบบางเดินตรงไปเรื่อยๆ พลางทำหน้าบูดไปตลอดทางเมื่อยุนโฮไม่มีท่าทีว่าจะเดินแยกไปทางอื่น ร่างสูงเดินตามเขาต้อยๆ มาตลอดทาง แจจุงหันหลังกลับไปมองเป็นครั้งที่ห้า แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็มีแค่รอยยิ้มทะเล้นๆ จากคนข้างหลังก็แค่นั้น

ไอ้หมอนี่...บ้าแน่ๆ เลย...

แจจุงกระทืบเท้าปึงปัง เดินตรงไปที่หน้าประตูบ้านก่อนจะล้วงกุญแจจากกระเป๋ากางเกงขึ้นไข เสียงทุ้มหยุดยืนที่หน้าบ้านก่อนจะเอ่ยถาม “ไฟมืดเลย...อยู่คนเดียวเหรอ?”

“แล้วมันธุระอะไรของนาย กลับไปได้แล้ว” แจจุงตอบเสียงสะบัด แต่ยุนโฮยังยิ้ม “ฉันอยากเจอคุณป้าจังเลย สวยขึ้นเยอะมั้ยน้า”

“พ่อกับแม่ไปต่างประเทศตั้งปีครึ่งแล้ว ฉันอยู่นี่คนเดียว ไปสวยต่อที่อังกฤษเหอะ”

“ฮ้า...คุณลุงกับคุณป้าไปอังกฤษเหรอ ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย” ยุนโฮเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กยอมคุยกับเขาแล้ว “บ้านนี้ยังสวยอยู่เลยนะจำได้มั้ยนายเคยเล่น...”

“นายจะไปรู้อะไรได้ยังไงล่ะ..” แจจุงก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา “ฮะ?”

“นายจะไปรู้อะไรได้ยังไง ในเมื่อนายหายหัวไหนก็ไม่รู้ตั้งสิบปี!!!” ยุนโฮชะงัก เมื่อใบหน้าใสที่เงยขึ้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา มือเล็กยกขึ้นปาดที่ขอบตากลม “กลับบ้านไปได้แล้ว”

แจจุงเปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไป แต่มือหนากลับล็อคข้อมือเล็กเอาไว้ “ดะ เดี๋ยวสิโบแจ...”

“ฉันไม่ใช่โบแจ” เสียงเล็กสะบัดก่อนจะแกะมือใหญ่ออก ดวงตากลมชุ่มชื้นน้ำใสช้อนขึ้นมองร่างสูงด้วยความน้อยใจ ยุนโฮสบตาใสๆ นั้นก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “แจจุง...ฉันขอโทษ”

ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีเสียงใดเอ่ยขึ้นอีก จนเสียงหวานต้องเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “แค่นี้ใช่มั้ยที่จะพูด...งั้นฉันไปนะ..”

ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในบ้านจนลับสายตา ทิ้งให้ร่างสูงทรุดกายลงที่หน้าประตูบ้านอย่างเดียวดาย เข่าสองข้างยกขึ้นก่อนมือหนาจะปาดไรเหงื่อที่หน้าผากออกอย่างคนหมดกำลัง

ฉัน....ขอโทษ..

ยกโทษให้ฉันเถอะนะโบแจ...

….

“น่าโมโหชะมัด ขอโทษ งั้นเหรอ พูดได้แค่นี้หรือไง ไอ้หมีบ้าเอ๊ย! นี่ๆ” มือเล็กนุ่มนิ่มกระหน่ำตีไปที่เจ้าตุ๊กตาหมีหน้าบึ้งไม่ยั้ง ก่อนจะรั้งมันขึ้นแนบอกแล้วทรุดกายลงที่ข้างเตียงนอน

ดวงตากลมใสกรอกไปมาไล่หยดน้ำตาที่เอ่ออยู่ที่ขอบตา วางเจ้าตุ๊กตาเคราะห์ร้ายลง มือขาวขยับชุดอาบน้ำสีขาวสะอาดขึ้นกระชับกายมากขึ้น ก่อนจะสวมเท้าเปล่าลงบนรองเท้าแตะฟูกนิ่มๆ แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า

“ก๊อกๆ”

เสียงกุกกักดังขึ้นที่บานกระจกใส ร่างบอบบางหันไปมองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะต้องเลิ่กลั่กเมื่อคิดจินตนาการไปว่าจะเป็นขโมยหรือเปล่า มือนิ่มคว้าฉวยเอาไม้กวาดด้ามแข็งขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะย่องไปที่หน้าต่างประตูบานใหญ่แล้วชะโงกคออกไป

ภาพร่างสูงที่ยืนโบกมือไหวๆ อยู่หน้าบานกระจกปรากฏชัดในสายตา ภาพที่ทำเอาหัวใจของแจจุงหล่นไปอยู่ที่ตามตุ่ม..

ไอ้หมอนี่มันมาอยู่ที่นี่ได้ไงล่ะเนี่ย!!

แจจุงเดินเข้าไปใกลบานกระจกพลางมองผ่านไปข้างหลังคนที่ยืนโบกไม้โบกมืออย่างนึกสงสัย ..นี่มันชั้นสอง แล้วก็เป็นระเบียงสูง แล้วเจ้าหมีนี่เข้ามาทางไหนเนี่ย...

เสียงทุ้มแว่วเบาๆ ลอดผ่านช่องประตูออกมา “โบแจ ขอฉันเข้าไปหน่อยสิ”

แจจุงทำหน้าบึ้ง ก่อนจะตะโกนตอบกลับไป “นายเข้ามาได้ไง กลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“นายทำอย่างนี้ไม่ได้...เฮ้ๆ!” เสียงทุ้มตะโกนไล่หลัง เมื่อมือเล็กเลื่อนผ้าม่ายผืนโตขึ้นปิดฉับอย่างไม่ไยดี ...ถ้าคิดว่าเข้ามาได้ก็เข้ามาสิ..!!

“ก๊อกๆๆๆ” ยุนโฮเคาะประตูรัว “เปิดสิแจจุง เปิดเดี๋ยวนี้นะ!” ยุนโฮทรุดตัวลงนั่งยองๆ อย่างคนหมดอาลัยตายอยาก มองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมา

...เฮ้อ อุตส่าห์ลงทุนเช่าบ้านติดกัน แถมยังปีนระเบียงตามออกมาขนาดนี้ ทำไมยังใจร้ายใส่กันอยู่ได้นะโบแจ..

เอาไงดีเนี่ย ปีนกลับห้องเราดีกว่า หนาวชะมัดเลย..

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นถูกันพลางทำหน้าบูด เมื่อไม่สามารถมองทะลุผ้าม่านผืนโตนี้ผ่านไปถึงคนตัวเล็กข้างในได้ ในขณะที่ขาเรียวกำลังจัดแจงท่าทางปีนกลับไปนั้นเอง สายลมที่พัดผ่นร่างก็ทำให้เขาฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง..

หนาวเว้ย ลมอะไรกันเนี่ย จะพัดให้ตายกันไปเลยรึไงฮ้า?

หนาว...ตาย..?

ริมฝีปากหยักยกยิ้มที่มุมปาก ยกมือต่อยหัวตัวเอง ก่อนจะปีนกลับห้องไปโดยไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกเสียเช้ามืดไว้เพื่อแผนการตามที่วางไว้

...........

แจจุงมองซ้ายขวา เดินวนไปวนมาเป็นรอบที่สิบ ..ทำไมวันนี้หนาวแบบนี้น้า..

ยุนโฮจะกลับไปยังไงนะ...

ใบหน้าหวานทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะอมแก้มป่องใส่ตัวเองจนพอง ...แล้วมันเป็นธุระอะไรของเราด้วยล่ะ เค้าจะหนาวตายก็เรื่องของเค้าทั้งนั้น..

แต่ว่ายุนโฮ...

“เงียบได้แล้วคิมแจจุง ไปนอนซะ ให้เค้าได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าคนที่ต้องรอมาตลอดน่ะมันรู้สึกยังไง”

อมแก้มป่องอย่างนึกขัดใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปนอนโดยไม่หันหลังกลับมาอีก

หมีอ้วนบ้าไม่เป็นอะไรหรอก...

....

เสียงเมโลดี้ของนาฬิกาปลุกดังขึ้นที่ข้างหู แจจุงเอื้อมมือไปปิดมันก่อนจะม้วนตัวบางๆ ของตัวเองเข้าไปในผ้าห่มอย่างงัวเงีย มือเล็กยกขึ้นขยี้ดวงตากลมโตอย่างหงุดหงิด

..ง่วง หนาว..ไม่อยากตื่นเลย..

แขนเรียวยกขึ้นบิดซ้ายบิดขวา ก่อนจะพยุงร่างปวกเปียกของตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำ แปรงฟันทั้งๆ ที่ดวงตายังปิด ก่อนจะวักน้ำขึ้นสาดใบหน้าใสจนชุ่มแล้วซับด้วยผ้าขนหนูเบาๆ ลำตัวบางสั่นไหว

หนาวจังเลย..

หนาว...จริงสิ

ทันทีที่ฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างออก คิ้วเรียวก็เริ่มขมวดเข้าหากันอย่างเป็นกังวล เจ้าหมีอ้วนจะกลับไปรึยังนะ..

แจจุงค้อนขอดตัวเองอีกครั้งเมื่อรู้สึกตัวว่าคิดถึงยุนโฮบ่อยเกินไปแล้ว ก่อนจะเดินตรงไปที่บานกระจกพลางให้เหตุผลกับตัวเอง

ก็แค่อยากไปเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าก็แค่นั้นเอง..

แค่นั้นเองคิมแจจุง..

มือเล็กนุ่มนิ่มแหวกผ้าม่านผืนหนาออก ก่อนดวงตากลมจะต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งขดพิงอยู่กับบานกระจก ร่างบอบบางตะลีตะลานเลื่อนบานกระจกออกทันที

ลมหนาวที่พัดอย่างรุนแรงแตะสัมผัสเชือดเฉือนเข้าไปที่ผิวเนื้อนิ่มจนรู้สึกเจ็บแปลบ แจจุงถลาเข้าไปประคองคนที่นั่งขดอยู่กับบานกระจกขึ้นมา ริมฝีปากหยักของร่างสูงซีดเผือดจนน่ากลัว

“หยะยุนโฮ.. ตื่นสิ ตื่น!” มือเล็กๆ เขย่าไหล่กว้าง ก่อนจะเอามือแนบไปที่หน้าผากของคนตรงหน้า “ตัวอุ่นๆ ด้วย..ยุนโฮ ตื่นเถอะ ตื่น”

คนร่างสูงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ส่งเสียงแหบแห้งตอบกลับไป “อือ...อืม โบแจ..หนาว..”

“หนาวเหรอ..เดี๋ยวนะ ฉันจะพานายเข้าไปข้างใน เอามือเกาะไหล่ฉันไว้สิ ยุนโฮ ฉันจะพานายเข้าไปข้างในนะ”

ร่างบอบบางประคองร่างสูงเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ ลากเข้ามาข้างใน ยุนโฮตัวใหญ่กว่าเขามากจนดูเหมือนร่างสูงกำลังกอดเขาอยู่เสียมากกว่า มือเล็กค่อยๆ ปล่อยคนตัวใหญ่วางลงบนเตียง ก่อนหัวกลมๆ ของคนสะลึมสะลือด้วยพิษไข้จะโอนเอียงมาพิงที่ซอกคอขาวพลางพึมพำ “อือ...อือ...คิดถึงโบ..แจ”

เสียงทุ้มที่เพ้อเอ่ยแว่วเข้ากระทบในโสตประสาท แจจุงหน้าแดงวาบ ก่อนจะเอื้อมมือเล็กไปทาบที่แก้มและหน้าผากของคนงัวเงียแล้วค่อยๆ วางร่างสูงนอนราบลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอม

“นอนอยู่นี่ก่อนนะยุนโฮ เดี๋ยวฉันจะไปทำอะไรมาให้ทาน”

“อือ...ปวดหัวจังเลย..”

“ปวดหัวด้วยเหรอ นายต้องไม่สบายด้วยแน่เลย จะทำยังไงดี เป็นเพราะฉันแท้ๆ” ร่างบอบบางเริ่มร้อนรน ก่อนจะเอ่ย “ฉันจะไปเอายาด้วย รอก่อนนะยุนโฮ”

สิ้นเสียงหวาน ร่างเล็กก็รีบผลุนผลันออกไปอย่างคนร้อนใจ ความเป็นห่วงที่แสดงออกชัดเจนอย่างมากมายนั้นทำเอาคนป่วยแสดงปฏิกิริยาตอบรับเอามาอย่างที่คิมแจจุงไม่อาจมองเห็น

เบื้องหลังใบหน้าที่แสนอิดโรย ริมฝีปากที่ซีดเผือด กับอุณหภูมิที่ร้อนจัดบนใบหน้า

ที่มุมปากหยักสวยกลับยกขึ้น

ชองยุนโฮกำลังยิ้ม...

 

Part 4 ::

 

ดวงตาเรียวรีกระพริบถี่ๆ ลอบมองบรรยากาศรายรอบตัวอย่างใคร่รู้..

ห้องที่เขาอยู่เป็นห้องสีครีมเรียบๆ ที่ไม่ได้ตกแต่งจนหรูหรา แต่เป็นแค่ห้องเล็ฏๆ ที่อบอุ่น ข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ที่นอนนุ่มกรุ่นกลิ่นน้ำยาซักผ้าสะอาดน่านอน ยุนโฮยิ้มกว้างเมื่อรู้สึกว่าร่างบอบบางเติบโตขึ้นเป็นคนน่ารักที่มีนิสัยน่าคบหาเพียงใด ก่อนริมฝีปากหยักจะเปลี่ยนเป็นเส้นตรง แล้วหลับตาลงเมื่อได้กลิ่นอาหารลอยโชยมา

เสียงประตูเปิดดังเบาๆ ก่อนจะปรากฏร่างของคนน่ารักที่ถือถาดชามโจ๊กกลิ่นหอมน่ารับประทานเดินเข้ามาใกล้ๆ เขา เสียงหวานเอ่ยเรียกเขาเบาๆ “ยุนโฮ...หลับแล้วเหรอ ตื่นมากินโจ๊กก่อนสิ”

“อือ...” เสียงแหบแห้งเอื้อนตอบ ปรือดวงตาเรียวรีขึ้นอย่างคนเพลีย “จะ แจ...แค่กๆ น้ำ..ขอน้ำ..“

“นะ น้ำเหรอ” คนตัวบางเอื้อมมือไปรินน้ำใส่แก้วใส ก่อนจะยื่นไปตรงปากของร่างสูงที่นอนซม “ค่อยๆ ดื่มนะ..”

ริมฝีปากหยักดื่มน้ำอึกๆ อย่างคนกระหาย ก่อนจะส่งแก้วเปล่าๆ คืนให้แจจุง พลางทำหน้ามึนๆ “โบแจเหรอ? ที่นี่..ที่ไหนเนี่ย”

“ห้องฉันเอง” แจจุงเลื่อนเก้าอี้มาใกล้ๆ เตียงก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง “นายไข้ขึ้นสูงนอนซมอยู่หน้าระเบียงฉันก็เลยลากเข้ามา ...บ้าจริงๆ เลยยุนโฮ นี่ กินโจ๊กก่อนสิ จะได้กินยา”

ร่างสูงพยักหน้าหงึกหงักเชิงว่าเข้าใจ ก่อนจะมองโจ๊กในชามตาละห้อย ”อยากกินจังเลย..” ถอนหายใจ “แต่ว่าไม่มีแรง ทำไมแขนขามันหนักไปหมดทั้งตัวเลยแบบนี้ก็ไม่รู้..ปวดหัวด้วย”

เสียงเจื้อยแจ้วอย่างคนป่วยทำเอาคนร่างบางนึกสงสารจับใจ เสียงหวานว่า “ถ้าให้ฉันป้อน...พอกินไหวมั้ย?"

สิ้นคำ ดูเหมือนปากหยักจะยกยิ้มกว้างขึ้น “ไหวสิ ...ถ้านายป้อน ฉันจะกินให้เกลี้ยงเลย”

แจจุงทำหน้ายู่ ยกมือนิ่มขึ้นฟาดที่ต้นแขนหนาเบาๆ เมื่อเห็นคนป่วยทำหน้าทะเล้น “นี่แน่ะ! กะล่อนดีนัก อย่างนายน่ะ ป่วยหนักอย่างนี้ก็สมควรแล้ว”

ถึงจะบ่นแต่มือเล็กก็ยังตักโจ๊กร้อนๆ ขึ้นเป่าที่ปากก่อนจะยื่นไปตรงใบหน้าคมคาย ปากหยักงับหมับพลางยิ้มแป้น “อร่อยจังเลย”

ท่าทางน่ารักและแสนจะเอาใจของยุนโฮเรียกเลือดแดงๆ มารวมกันที่ข้างแก้มใสอีกครั้ง แจจุงพยายามทำหน้ายู่ยี่ไม่ใส่ใจกับคำพูดทะเล้นทะลึ่งของยุนโฮที่คอยหยอดใส่เขาตลอด มือเล็กป้อนโจ๊กให้ร่างสูงไปเรื่อยๆ บรรยากาศในห้องของแจจุงดูอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ผ่านไปครู่หนึ่ง...คนทะเล้นก็ทำได้อย่างที่ปากว่า

“ฮ้า..อิ่มจังเลย” ยุนโฮเอามือลูบที่ท้องอ้วนๆ ของตัวเอง “โจ๊กฝีมือแจจุงอร่อยที่สุดในโลก”

“ไม่ต้องพูดมาก กินเสร็จแล้วก็ทานยาซะ” แจจุงยื่นน้ำกับยาไปให้ ยุนโฮรับมาก่อนจะมองมันแล้วเอ่ย “นายพกของแบบนี้ไว้ด้วยเหรอเนี่ย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่กินแท้ๆ”

“รู้ได้ยังไงว่าฉันไม่กินยา ถึงไม่ชอบแต่ถ้าป่วยก็ต้องกินอยู่ดี”

“สาธุ ทำให้ได้อย่างที่ปากว่าเถอะ”

แจจุงหน้ามุ่ย ในขณะที่มองร่างสูงโยนเม็ดยาขมๆ เข้าปาก คนตัวเล็กอดจะหมั่นไส้ไม่ได้ ที่ร่างสูงรู้จักเขาดีหมดทุกอย่าง และก็เป็นอย่างที่ยุนโฮว่า ป่วยให้ตายแจจุงก็ไม่มีวันที่จะกินยา เขาพกติดบ้านเอาไว้ก็แค่เผื่อฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น

“ว่าแต่นายพักอยู่ที่ไหน? แล้วเมื่อวานขึ้นไปอยู่ที่ระเบียงได้ยังไง” แจจุงถามในขณะที่มองยุนโฮนั่งกึ่งนอนบนเตียงมองเขาตาแป๋ว เสียงทุ้มเอ่ยตอบ “ฉันก็อยู่ข้างๆ บ้านนายนี่ไง เมื่อวานคิดถึงเลยปีนระเบียงข้ามมาหา”

แจจุงแก้มแดง เมื่อเผลอโดนเจ้าหน้าทะเล้นนี่หยอดมุกใส่อีกแล้ว ร่างบางถลึงตาโต “ข้างบ้านฉันเนี่ยนะ! พูดเป็นเล่น”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่น พอย้ายโรงเรียนมาปั๊บ ฉันก็เช่าบ้านข้างแจจุงปุ๊บ” แจจุงถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมเมื่อวานไม่ปีนกลับไป”

ยุนโฮยิ้มลึก ...โดนเขาหลอกจริงๆ ด้วย

เมื่อวานหลังจากที่แจจุงไปนอนแล้ว ร่างสูงจอมวางแผนก็กระโดดดึ๋งดั๋งกลับเข้าห้องตัวเองไปอย่างสบายอารมณ์ รอจนเจ้าเสียงหวีดแหววแหลมดังขึ้นที่หัวเตียงเท่านั้นแหละ ยุนโฮถึงได้แหกขี้ตาตื่นมาอบตัวอยู่ในห้องน้ำทำซาวน่าจำเป็นเสียตัวร้อนฉ่า กระโดดกลับมานอนขดที่หน้าห้องแจจุงตั้งแต่ตีสี่เพื่อเล่นละครตบตาคนน่ารัก หวังจะขอความเห็นใจจากคนขี้งอน ให้เลิกโกรธเขาเสียที..

ถึงแม้จะพลาดไปหน่อยที่แจจุงตื่นสายกว่าที่เขาคิดเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด เล่นเอาพระเอกจอมเนียนอย่างเขาต้องตากลมหนาวยามเช้าซะเกือบสี่ชั่วโมงจนเกือบจะไข้กินไปแล้วเสียจริงๆ ..

“ก็นั่งรอคนใจร้ายบางคนมาเปิดประตูให้ แต่รอยังไงเค้าก็ไม่มาซักทีเลยเผลอหลับไปแค่นั้นเอง”

สิ้นเสียงทุ้ม คนร่างเล็กทำหน้าเจื่อน ก้มหน้าหงอยพลางเอ่ยเสียงเบา “ฉันขอโทษ...”

ยุนโฮแอบตกใจนิดหน่อยที่เห็นคนน่ารักทำหน้าหงอย เลยรีบตบบ่าเล็กให้กำลังใจ “เอางี้ ถ้านายยอมหายโกรธฉันล่ะก็ ฉันจะให้อภัยที่นายทำให้ฉันเป็นหวัด โอเคป่ะ?”

แจจุงเงยหน้าขึ้นสบตาเรียวทะเล้น ก่อนจะทำหน้าสงสัย “หายโกรธ?”

ยุนโฮพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียด “นายรู้จักฉัน...เรารู้จักกันใช่มั้ยโบแจ?..”

แจจุงทำสีหน้ากระอักกระอ่วน เขายังจำมันได้ดี ..วันที่เขาตะโกนใส่หน้ายุนโฮไปว่าเขาไม่รู้จักยุนโฮ..และจะไม่มีวันรู้จัก..

“ฉัน...”

“ฉันรู้ดีว่าฉันทำผิดต่อนาย...ฉันไม่ควรทิ้งนายไว้แบบนั้น ..แต่ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้อยากจะไปจากนายหรอกนะ” ยุนโฮก้มหน้า “พ่อกับแม่ฉันแยกทางกัน...พ่อจะเอาฉันไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนแรกฉันก็ไม่ยอมไป บอกพ่อว่าอยากจะอยู่กับนาย แต่พ่อบอกฉันว่านายกำลังจะแต่งงาน..”

“แต่งงาน?” แจจุงทำตาโต “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

“พ่อบอกว่าคุณป้ากำลังจะให้นายหมั้น...ฉันไม่รู้จะทำยังไง ตอนนั้นฉันเอาแต่ร้องไห้ทุกวัน แล้วพ่อก็พาฉันไปอเมริกาแล้ว กว่าจะรู้ว่าโดนพ่อหลอก ฉันก็ลืมมันไปหมดแล้ว...”

สิ้นเสียงทุ้ม ร่างบอบบางที่นั่งอยู่ข้างกายก็นิ่งสนิท ดวงตากลมท้นไปด้วยหยาดน้ำกลมใสรอบดวงตา “ยุนโฮบ้า ใจร้ายที่สุด...”

“ฉันคิดว่านายลืมฉันไปแล้ว...”

“ถ้าอย่างนั้นแล้วนายกลับมาที่นี่เพื่ออะไร”

“เพราะฉันลืมนายไม่ได้น่ะสิ”

หยาดน้ำกลมใสไหลกลิ้งลงมาอาบแก้มขาวทันที ไหล่บางค่อยๆ สั่นไหวจนกลายเป็นสะอื้นเสียงดัง ยุนโฮโน้มร่างเล็กนั้นเข้ามาพลางกอดปลอบ เอ่ยเสียงสั่นพร่าถาม “แล้วนายลืมฉันไปหรือยัง ...ลืมชองยุนโฮคนนี้แล้วหรือเปล่า...โบแจ?”

มือหนาเลื่อนไล้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาที่ข้างแก้มใส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อแขนขาวยื่นปลายนิ้วเล็กมาที่ตรงหน้าเขา

“ถ้าฉันลืมนายแล้ว ...แล้วนี่คืออะไร?”

ที่บนนิ้วนางเล็กตรงหน้ายุนโฮ ปรากฎแสงแววาวส่องสะท้อนคุ้นเคยเข้าไปในดวงตาเรียวเล็กเจิดจ้า ยุนโฮมองแหวนเล็กๆ บนนิ้วมือของแจจุงก่อนจะมองร่างเล็กอย่างไม่เชื่อสายตา

“นาย...ยังเก็บมันไว้..?”

“นายเป็นคนใส่มันให้กับฉัน...แล้วฉันก็ไม่เคยถอดมันออกสักครั้ง..จากที่หลวม..ก็เริ่มพอดี และตอนนี้..มันก็ชักจะคับแล้วล่ะ..”

“ขอโทษโบแจ ...ขอโทษ..” ยุนโฮโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน แจจุงเอนศีรษะซบลงที่ไหล่หนา เอ่ยถามเสียงเบา “นาย..ยังรักฉันอยู่มั้ย?”

“รัก รักสิ...” ยุนโฮพร่ำ “ฉันรักนาย รักตลอดเวลา...รักมาตลอดสิบปีที่เราแยกจากกัน”

“.....”

“กลับมารักฉันเถอะนะโบแจ..”

            ……………………

            “ทำอะไรอยู่เหรอ โบแจ?”

            เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยที่ข้างหู ก่อนจะนั่งลงจดๆ จ้องๆ ที่แผ่นกระดาษเป็นปึกๆ บนโต๊ะเล็กหน้าตัวเล็กๆ ของร่างบาง แจจุงถดกายหนี พลางเอาแขนเสื้อปิดใบหน้าที่แดงก่ำ “ก็อ่านหนังสือน่ะสิ..นี่ เขยิบเข้ามาชิดขนาดนี้ทำไม...ฉันขนลุก”

            “ทำไมอ่ะ ก็แจจุงหอมอ่ะ อยากดมใกล้ๆ “ ว่าจบก็ทำจมูกฟุดฟิด สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายคนตัวเล็กแล้วยิ้มแป้น “คิดถึงโบแจจังเลย คิดถึง คิดถึง”

            “รู้แล้วน่าหมีบ้า..” แจจุงอมแก้มป่อง “ถ้าไม่ติดว่ายุนโฮน้อยเมื่อสิบปีที่แล้วก็นั่งร้องไห้เพราะหาฉันไม่เจอล่ะก็ ฉันไม่ยอมหายโกรธง่ายๆ หรอก ...แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าโบแจได้แล้ว อายคนเค้า”

            “ง่า....โบแจชื่อน่ารักดีออก อีกอย่าง ชื่อนี้ก็มีฉันเรียกได้คนเดียวด้วย” ยุนโฮยิ้มแป้น “โบแจ โบแจ โบแจ”

            “ถอยไปเลย อย่ามากวนได้มั้ย ฉันจะอ่านหนังสือ” แจจุงปัดหน้าหมีๆ ออกไปให้พ้นทาง “แค่นี้ก็โง่จนไม่รู้จะโง่ยังไงแล้ว”

            “โง่เหรอ? นายหมายถึงใครน่ะ” ยุนโฮทำหน้าซื่อ “ก็หมายถึงฉันเนี่ยแหละ นายรู้มั้ยถ้าคะแนนสอบคราวนี้ของฉันยังไม่ดีขึ้น ฉันคงไม่มีหน้าจะอยู่ห้องเอแล้ว... “ แจจุงทำหน้าแหย “อาจารย์ก็คงไม่ให้ฉันอยู่ด้วย ถึงเพื่อนๆ จะรักฉันมากแค่ไหนก็เหอะ”

            “นายจะบอกว่า นายเรียนไม่เก่งเหรอ?” ยุนโฮงงหนัก “ฉันไม่เชื่อหรอก ไม่งั้นทำไมโบแจอยู่ห้องเอล่ะ โบแจหลอกฉันแน่เลย”

            “ก็ฉันฟลุ้คไงเล่า” แจจุงแว้ด ”นี่ ถ้าจะมาตอกย้ำกันล่ะก็ เชิญกลับบ้านนายไปได้เลย เบื่อ รำคาญคนเก่ง คนโง่อย่างฉันตามไม่ทัน จะอ่านหนังสือ กลับไป~~

            “โอ๋ อย่างอนสิคนสวย” ยุนโฮยิ้มอ้อน โยกตัวคนร่างเล็กไปมา “ไหนๆ ที่บ้านก็ไม่มีใคร อยู่ด้วยกันดีกว่าน่า ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ~ อนุรักษ์พลังงานและช่วยลดโลกร้อน~

            “เอออ ดีแต่กะล่อนไปเรื่อยแหละนายอ่ะ เงียบซักที” แจจุงขี้คร้านจะเถียง ไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับคนไร้สาระอย่างยุนโฮต่อ ร่างสูงปิดปากเงียบ ยอมนั่งอยู่เฉยๆ ของว่าที่ภรรเมีย สองมือยื้อยุดที่ข้อเท้าในขณะที่นั่งขัดสมาธิ โยกตัวเอนไปมาเป็นตุ๊กตาล้มลุก ตาแป๋วๆ มองไปที่คนน่ารักอย่างสนใจ

สิบนาที..ยุนโฮยังจ้องเขาอยู่..

สิบห้านาที...เจ้าหมียังไม่ได้ไหน...

ยี่สิบนาที...คิมแจจุงหมดความอดทน..

“นี่ยุนโฮ จะไปทำอะไรก็ไปสิ ฉันไม่มีสมาธิเลยรู้มั้ย”

“ฉันหล่อมากเหรอ เลยทำให้โบแจเสียสมาธิอ่ะ” ยุนโฮถามหน้าซื่อ

“ไอ้หมีอ้วนบ้า!” แจจุงโผกระโดดเข้าทับคนตัวอ้วนมือเล็กฟาดไปที่พุงกลมๆ ของยุนโฮไม่ยั้ง ก่อนจะต้องมานั่งหอบแฮ่กเสียเองเพราะสู้แรงคนตรงหน้าไม่ไหว

โธ่โถ..หมีถึกกับนางฟ้า คุณคิดว่าแรงใครจะเยอะกว่ากันเล่า?

“นี่ โบแจไม่คิดถึงฉันมั่งเหรอ เราไม่ได้เจอกันตั้งสิบปีเลยนะ” จู่ๆ คนร่างสูงก็เปิดปากถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงทุ้มดัดเสียง้องแง้งจนดูกวนประสาทมากกว่าที่จะน่ารัก แจจุงมุ่ยหน้าใส่ “อะไรอีกล่ะ”

“ก็ฉันน่ะ อุตส่าห์คิดถึงโบแจแทบตาย ลงทุนตามถึงนี่ กว่าจะง้อได้ก็เล่นฉันเสียหายไปหลายแสน แต่พอดีกันได้โบแจก็เอาแค่อ่านหนังสือๆ ไม่เห็นสนใจฉันเลยอ้า~~

“เป็นอะไรของนายเนี่ยยุนโฮ ทำไมงอแงแบบนี้อ่ะ อยู่โรงเรียนก็ออกจะเก๊กเท่” แจจุงทำหน้าตาประหลาดใจ อิมเมจชองยุนโฮนักเรียนสอบเข้าอันดับหนึ่งไม่ใช่แบบนี้นี่นา? ไม่ใช่แน่ๆ! นี่ไม่ใช่ยุนโฮคนนั้น หมีน้อยปัญญาอ่อนนี่ใครกัน?

“ฉันก็งอแงเฉพาะกับนายเท่านั้นแหละน่า” ยุนโฮมุ่ยหน้า วงแขนกว้างเอื้อมไปรัดที่เอวบางอย่างเอาแต่ใจ “ไม่อยากจู๋จี๋กับฉันมั่งเหรอ ฉันออกจะหล่อบาดใจนะ”

“ฉันอยากจะบ้าตาย~” แจจุงยกมือปิดหน้าเมื่อได้ยินคำพูดสุดแสนจะไร้ยางอายของยุนโฮ แต่ถึงอย่างนั้นแก้มขาวก็ยังเรื่อสีแดงจัดด้วยความเขิน “การเรียนสำคัญนะยุนโฮ นายมาถึงนี่แล้ว อยากจะเล่นกับฉันก็เล่นตอนอื่นได้ นายเรียนเก่งน่ะคงไม่รู้สึกอะไร แต่คนโง่อย่างฉันน่ะ มันทำใจลำบากรู้มั้ยเวลาผลสอบออกน่ะ”

“อย่าไปสนใจเลยน่า~ ไปเที่ยวกันดีกว่า~~~” ยุนโฮยังดึงดัน จนสุดท้ายคนสวยถึงต้องงัดไม้ตาย “ฮึ ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย เราเป็นอะไรกันงั้นเหรอ?”

“กะ ก็เป็นแฟนไง..” ยุนโฮชะงัก เอ่ยเบาๆ แบบไม่แน่ใจ เสียงหวานเอ่ยเป็นต่อ “ฉันบอกว่าจะเป็นแฟนนายเมื่อไหร่? แล้วผู้หญิงคนนั้นที่นายสนิทด้วยล่ะ? ประเด็นนี้ยังไม่เคลียร์นะ ทำมาเป็นพูดดี”

สิ้นประโยค ทำเอาคนหน้าหมีถึงกับหน้าเหวอ เหตุผลที่ค้างหาได้ใช่ประโยคอ้างถึงเรื่องผู้หญิงเอยอะไรเอยที่ยังไม่เคลียร์ไม่..

แต่ที่เหวอ คือคำที่โบแจน้อยของเขาบอกว่า “เป็นแฟนนายเมื่อไหร่กัน?” นั่นต่างหาก..

ทอดสะพานขนาดนี้.. ยังไม่ตกลงหรือครับเนี่ย คนหล่ออยากจะบ้า~!

“คิมแจจุง โบแจ คนดี เปนแฟนกับชองยุนโฮคนนี้ตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วจำไม่ได้เหรอ~” ยุนโฮเอ่ยเสียงหงอย กอดร่างเล็กในอ้อมกอดแน่นขึ้น “ส่วนเรื่องของมินยอง เค้าเป็นแค่เพื่อนสนิทแค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรจริงๆ นะโบแจ ไม่มีอะไรในก่อไผ่เลย~~~

“ดูตาก็รู้ว่าเค้าชอบนายมากนะยุนโฮ” แจจุงยิ้มกระหยิ่มในใจเมื่อเห็นหมีโดนน้ำร้อนลวกขนจนดิ้นพล่าน เบี่ยงประเด็นต่ออย่างได้ใจ “นายคิดจะรังแกผู้หญิงหรือไง?”

“เปล่านะ~ มินยองก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบเค้า ฉันบริสุทธิ์ใจเลย สาบานได้เลยนะโบแจ”

“ยังไงซะฉันก็คงไปเที่ยวกับนายไม่ได้หรอก เรื่องมันยังไม่เคลียร์นี่นา~

แจจุงเล่นลิ้นหยอกคนร้อนรนไปเรื่อย จนยุนโฮคนรักเดียวใจเดียวคนนี้หมดหนทาง เอ่ยเสียงเรียบจนร่างบางแปลกใจ “แจจุงอยากสอบได้คะแนนดีๆ ใช่ไหม..”

“เอ๋” หน้าสวยๆ แสดงอาการงง “ก็ใช่น่ะสิ”

“งั้นฉันจะติวให้ ฉันจะช่วยติวให้โบแจอย่างสุดความสามารถ ฉันจะช่วยสอนโบแจให้เอง แต่มีข้อแม้ว่า..”

“....?”

“ถ้าโบแจคะแนนดีขึ้นเกินสิบห้าเปอร์เซนต์ของคะแนนเก่าล่ะก็ โบแจต้องยอมเป็นแฟนฉันนะ”

!!!

“ถึงสิบปีที่แล้วฉันจะเคยขอคบโบแจเป็นแฟนมาแล้วครั้งนึง แต่ถ้าโบแจลืม ฉันก็จะขอโบแจเป็นแฟนใหม่”

ก็บอกแล้ว...

หมีมันลงทุน..

 

 

Part 5:: [End-Part]

 

“ไม่ใช่แบบนี้ ตรงนี้แก้อย่างนี้ต่างหาก”

“อืม..หรอ” แจจุงหน้ามุ่ย ตั้งแต่เอ่ยเรื่องข้อตกลงนั่น เจ้าหมีของเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือไปเป็นหลังมือ อาการขี้เล่นทะเล้นตึงตังหายหดหมดไปในทันที เจ้าของร่างสูงจัดแจงอุปกรณ์สมุดกระดาษ วิ่งไปขนหนังสือจากบ้านตัวเองมาให้เสร็จสรรพ ก่อนจะมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชคนโง่ๆ อย่างเขาให้แสดงสปิริตออกมาอย่างตั้งใจโดยที่คอยจิกอยู่ไม่ห่าง

..ตอบกี่ทีก็ผิด ผิด ผิด ...ชักจะอายหมีมันแล้วนะเนี่ย..

“นี่ ยุนโฮ” แจจุงเอามือนิ่มสะกิดคนตัวใหญ่ “ฉันเบื่อแล้วอ่ะ ไปเที่ยวกันมะ?”

“ไหนตะกี๊แจจุงยังบ่นว่าไม่อยากไปต้องอ่านหนังสืออยู่เลยไม่ใช่หรอ”

“ก็อยากไปอ่ะ เบื่อแล้ว ทำไม่ได้เลยอ่ะ”

“ก็ตั้งใจอีกนิดสิ”

“ถ้านายไม่พาฉันไปเที่ยว ฉันจะยกเลิกสัญญา” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ปากกลมๆ เม้มมุ่ย จนยุนโฮถอนหายใจ “ก็ได้ งั้นไปกินไอติมนอกบ้านกัน”

.....

“เอาวานิลลากับช็อคโกแลตครับ” ยุนโฮชี้ไปที่เนื้อไอศกรีมสีขาวกับสีน้ำตาลตรงหน้า ก่อนคนตัวเล็ฏกว่าจะชะโงกหน้ามาบ่น “อะไร นายเลือกไปแล้วเหรอ? ฉันยังไม่ได้เลือกเลยอ่ะ”

“ก็วานิลลาไงของนาย” ยุนโฮรับไอศกรีมมาจากคุณป้าท่าทางใจดีก่อนจะยื่นเงินไปให้ แจจุงบ่น “นายรู้ได้ไงว่าฉันจะเอารสไหน ทำมาเป็นรู้ดี”

ยุนโฮยื่นไอศกรีมสีน้ำตาลในมือให้ “งั้นเอาช็อคโกแลตของฉันไปแทนไหม?”

สิ้นคำ มือเล็กก็คว้าไอศกรีมวานิลลาจากมืออีกข้างของยุนโฮไปทันที พลางหันหน้าไปทางอื่น “ไม่เอา จะเอาวานิลลา”

ยุนโฮยิ้ม เมื่อเห็นโบแจของเขาทำท่างอนได้น่ารักน่าฟัดเกินกว่าที่คิด ตอนเด็กๆ แจจุงไม่เคยแตะไอศกรีมรสอื่นนอกจากวานิลลา และยุนโฮเดาว่าโตมายังไงก็คงจะเหมือนเดิมอย่างนั้น

คนสองคนนั่งโยกชิงช้าไปมาเบาๆ สายตาสองคู่จับจ้องไปที่พระอาทิตย์ลูกส้มๆ ที่กำลังหมิ่นจะตกจากฟ้า ปากก็กินไอศกรีมโคนโตไปเรื่อยๆ จวบจนเสียงหวานเอ่ยทำลายความเงียบ

“นี่ยุนโฮ พระอาทิตย์ตกแล้วจะไปที่ไหนน่ะ” คนตัวเล็กถามซื่อๆ มือน้อยก็โยกชิงช้าของตัวเองไปมา “มันไม่ได้ตกไปไหน เพียงแต่โลกเรากำลังหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่ ตอนนี้เปลือกโลกส่วนที่เราอยู่กำลังขยับหมุนไปข้างที่ไม่โดนแสงอาทิตย์ และมันก็จะค่อยๆ กลายเป็นตอนกลางคืนเมื่อหมุนใกล้จะครบรอบ”

“พูดอะไรวกไปวนมา ฉันงงนะรู้มั้ย” แก้มใสๆ พองป่อง ลิ้นเล็กก็เลียไอศกรีมแผล่บๆ อย่างเอร็ดอร่อย เสียงทุ้มเอ่ยทัก

“นี่ เลอะหมดแล้ว กินอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้” แจจุงยกมืออีกข้างปัดซ้ายปัดขวาที่ใบหน้าทันที แต่ก็ไม่มีท่าทางจะโดนคราบไอศกรีมซักนิด

ยุนโฮขยับชิงช้าเข้ามาใกล้ เอามือหนาประคองใบหน้าหวานไว้ “อยู่นิ่งๆ นะ”

ดวงตากลมจ้องร่างสูงตาแป๋ว ก่อนจะต้องเบิกกว้างเมื่อร่างสูงหาได้เช็ดคราบไอศกรีมด้วยมือเปล่าไม่

ใบหน้าคมคายโน้มลงมา ก่อนจะแลบเลียลิ้นสากไปตามขอบริมฝีปากนุ่ม แล้วประทับรอยจูบที่แก้มใสเบาๆ..

การกระทำที่ทำเอาคนขี้อายหน้าร้อนฉ่าเหมือนโดนไฟเผา..

“หยะ ยุนโฮ..”มือเล็กยกขึ้นลูบที่แก้ม “ทำอะไรเนี่ย~!

“ก็ทำให้ปากหายเลอะไง” ริมฝีปากหยักยกยิ้ม “ดูดิ สะอาดหมดจดเลย ฮ่าๆๆ”

“ไอ้.. ไอ้หมีทะลึ่ง!!” มือเล็กผลักร่างสูงจนตกจากชิงช้า ก่อนจะวิ่งหนีกลับบ้านไป จนคนทะลึ่งได้แต่ลูบท้ายทอยพลางร้องโอดโอย

“เขินรุนแรงจริงนะที่รัก..”

......

“โบแจ~ มาอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้~

“ไม่เอา ไม่อ่าน” แจจุงเชิดหน้าใส่ สองขายกขึ้นกอดที่หัวเข่าก่อนจะจ้องไปที่ตัวการ์ตูนแมวหูกุดตัวอ้วนๆ ที่กำลังเต้นระบำอยู่ในทีวีอย่างสนใจ “จะดูการ์ตูน”

“ไม่อ่านหนังสือแล้วจะสอบได้ได้ยังไง เหลืออีกแค่สองอาทิตย์ก็จะมีเทสต์ย่อยแล้วไม่ใช่หรอ”

“ก็ช่างสิ”

“แต่ถ้าคะแนนนายไม่เพิ่มฉันก็ไม่ได้เป็นแฟนนายน่ะสิ”

“ก็เรื่องของนาย”

“คิมแจจุ๊งงงงงงง” เจ้าหมีเบิกตัวจนอ้วน(หรืออ้วนอยู่แล้ว)ทันทีที่ได้ยิน ตาตี่ๆ จ้องเขม็งไปที่คนน่ารักบนโซฟา ก่อนจะวิ่งเอาตัวเข้าบังทีวีทันทีจนแจจุงร้องลั่น

“อ๊า~ อย่าบังสิอย่าบัง โดเรมอนจะเอาของวิเศษออกมาแล้ว ยุนโฮหลบไปนะไอ้หมีอ้วน ตัวก็อ้วนยังจะมายืนบังอีก หลบๆๆๆๆ”

“ไม่หลบ ถ้าโบแจยังไม่เลิกทำท่าไม่สนใจฉันล่ะก็”

“หลบบบบ จะดู~~

“ไม่หลบ~~

“หลบบบบ” ตัวเล็กออกแรงกระแทกร่างสูงที่เกาะจอโทรทัศน์แน่น มือน้อยๆ ทุบตีไปที่ไหล่หนาอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อจะต้องสะดุ้งกระโดดถอยหลังออกมาเมตรใหญ่ เมื่อยุนโฮตะโกนลั่น “ถ้ายังไม่หยุดตีจะจูบปิดปากให้ดู!!!

“อดดูเลย ..ยุนโฮบ้า หมีบ้า” เมื่อสู้ด้วยกำลังไม่ได้ก็ต้องเอาลูกงอนเข้าสู้ แจจุงเอานิ้วจิ้มกันจึกๆ อย่างคนงอแง ก่อนจะเดินสะบัดตูดกลมๆ หนีเข้าห้องไปจนหมีหน้าเสีย

“เดี๋ยว เดี๋ยวสิโบแจ..” มือใหญ่ยกขึ้นเคาะประตูปังๆ ก่อนจะหงอยหมดอาลัยตายอยากอยู่หน้าประตูในเวลาต่อมา

....

เวลาผ่านไป ยุนโฮก็เอาแต่แกล้งแจจุง หยอกแจจุงบ้างอยู่ทุกวัน เขาแทบจะลืมไปเลยว่าสัญญาอะไรกับคนสวยไว้ ไปโรงเรียนก็ไปกับแจจุง ตอนพักก็ขอไปกินข้าวด้วย จุนซูที่ดูจะเห็นดีเห็นงามก็เป็นใจกับเจ้าหมีทะเล้นนี่ซะจนแจจุงหมั่นไส้ เมื่อโลมาน้อยยอมหลีกทางอ้างว่าไปกินข้าวกับรุ่นพี่ปาร์คเสียทุกวัน แถมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ปาร์คมินยองถึงได้เลิกทำท่าเกาะแกะยุนโฮเสียถาวรหลังจากวันที่แจจุงอ้างว่า “ประเด็นนี้ยังไม่เคลียร์”

“โบแจ เดี๋ยวฉันซื้อน้ำมาให้นะ เอาน้ำอะไรดีล่ะ” ยุนโฮยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงใส แจจุงกระซิบเบาๆ “เลิกเรียกฉันว่าโบแจได้แล้ว เอาน้ำส้ม รีบๆ ไปซื้อไป”

ยุนโฮไม่เลิกยิ้ม ร่างสูงก้าวเดินออกไป ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมกับน้ำส้มกับเป็ปซี่แก้วใหญ่ในมือ ร่างสูงนั่งลง ก่อนจะยื่นแก้วน้ำไปให้ “น้ำส้มคั้นสดๆ เพื่อนางเอกของยุนโฮโดยเฉพาะ~

มือเล็กยกขึ้นฟาดแขนยุนโฮดังป้าบ “แหวะ เลี่ยน”

“เลี่ยนแล้วชอบมั้ยล่ะ~ เห็นมะๆ เขินอีกและ~” ยุนโฮยิ้มกว้าง เมื่อเห็นแก้มใสๆ เปลี่ยนสี แจจุงเป็นคนขาวมาก เพราะฉะนั้นเวลาเขินก็จะสังเกตได้ง่ายกว่าปกติเป็นธรรมดา มือเล็กยกขึ้นปิดแก้มตัวเองทันที “บ้า เขินอะไร ใครเขิน”

“ฉันรักโบแจที่สุดในโลกเลย~

........

ตีสอง หนึ่งวันก่อนการเทสต์ย่อย

มือเล็กหมุนดินสอกดในมือไปมาพลางครุ่นคิด ปากก็งึมงัมท่องสูตรบนกระดาษอย่างใช้ความคิด ...ตรงนี้ก็ทำอย่างงี้...

ดวงตากลมโตปรือลงมึนๆ อย่างคนใกล้จะหลับ ก่อนร่างบางจะยกดินสอขึ้นเคาะหัวตัวเอง

ตั้งใจอีกนิดสิคิมแจจุง!

ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้กลัวการสอบครั้งนี้นักหนา ถึงกับลงทุนอ่านหนังสือเกือบโต้รุ้งแบบนี้

กลัวจะไม่ได้อยู่ห้องเอ หรือว่า...

กลัวจะไม่ได้เป็นแฟนกับเจ้าหมีนั่นกันแน่หว่า?

...

ไม่รู้สิ...

......

...

หนึ่งอาทิตย์ผ่านมา

“เอาล่ะทุกคน วันนี้ครูจะแจกกระดาษผลสอบนะ ดูคะแนนที่เราทำได้ แล้วอย่าลืมเอาไปปรับปรุงล่ะ”

“ครับ//ค่ะ”

ตากลมๆ จ้องปึกกระดาษในมืออาจารย์ที่ค่อยๆ ถูกแจกไปทีละใบอย่างสนใจก่อนจะกลืนน้ำลายเอื้อก ใบหน้าหวานเหลือบมองสีหน้าคนข้างกายนิดๆ

ร่างสูงก้มฟุบลงไปกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยากทันทีที่อาจารย์พูดเรื่องผลสอบ..

ยุนโฮลืมไปเสียสนิทว่าถ้าแจจุงผลการสอบดีขึ้นจะยอมเป็นแฟนกับเขา..

และสองอาทิตย์ที่ผ่านมายุนโฮก็ไม่เค๊ย ไม่เคยซักครั้งที่จะได้ติวให้แจจุง..

...ชวดแน่แล้วไอ้หมีเอ๊ย...

“อ่ะนี่ แจจุง ของนายอ่ะ” จุนซูผู้น่ารักยื่นแผ่นกระดาษที่ถูกส่งมาจากข้างหน้าให้แจจุง มือน้อยๆ ยกขึ้นปิดตาก่อนจะค่อยๆ เลื่อนออก ในใจก็คำนวนคะแนนไปด้วยอย่างลุ้นๆ

..ถ้าคราวนี้ถึงหกสิบคะแนนก็จะขึ้นมาสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของคะแนนเก่าพอดี..

ตัวเลขตัวหลัง เลขแปด...

ตัวเลขข้างหน้า....

เลขเจ็ด...

78 คะแนนเหรอ..

ขึ้นมาเยอะเลยนี่...

แจจุงทำตาโต ก่อนจะแย้มริมฝีปากออกมา แล้วหันไปมองที่อาจารย์เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ คราวนี้ท็อปของเราก็ยังเป็นยุนโฮเหมือนเดิมนะ 100 คะแนนเต็มทุกครั้งเลย เจ๋งจริงๆ”

เสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราว แต่ยุนโฮยังคงนอนฟุบอยู่อย่างนั้น แจจุงหัวเราะ ก่อนจะก้มลงกระซิบเบาๆ “นี่ยุนโฮ ออกไปรับผลสอบสิ นายได้ตั้งร้อยคะแนนแน่ะรู้มั้ย”

“ฉันไม่มีอารมณ์จะไปเอาหรอก ร้งคะแนนร้อยคะแนนน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยอู้อี้ ปากกลมๆ เม้ม

“ดูถูกฉันจังเลยนะนาย นี่...รู้มั้ย ฉันได้ตั้ง 78 คะแนนแน่ะ...มากกว่าคราวที่แล้วเยอะเลย..”

ทันทีที่เสียงหวานเอ่ยจบ หูหมีที่ลู่ตกก็ตั้งชันขึ้นทันที

เจ็ดสิบแปด คะแนน...?

มากกว่าเก่าตั้งเยอะ...?

งั้นก็แสดงว่า...

“นะ นายทำได้เยอะกว่าคราวที่แล้ว?” ยุนโฮผุดลุกขึ้นมาจากโต๊ะ เอ่ยถามคนน่ารักเสียงสั่น แจจุงพยักหน้ายิ้มๆ “อื้ม”

“เย้!!!!!!!!!!!!!! ยะฮู้วววววว”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดังลั่นห้อง ทำเอาอาจารย์สะดุ้งเฮือก

“ได้ร้อยคะแนน...ดีใจขนาดนี้เลยเหรอยุนโฮ?”

....

.....

“แจเป็นแฟนยุนแล้ว~ รู้ตัวบ้างไหม แล้วเมื่อไหร่ถึงยุนจะได้ เป็นแฟนของแจ~

“หมีบ้า เลิกร้องได้แล้ว”

“ที่รักจ๋า มาจุ๊บทีม้า~~” ยุนโฮอ้าแขนออก ก่อนจะตระคองกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแล้วโยกไปมา “ยุนโฮรักแจจุงที่สุดในโลก~ แฟนยุนโฮน่ารักจริงๆ”

“อื้อ...รู้แล้ว ปล่อยเหอะ หายใจไม่ออก”

“คร้าบ” ริมฝีปากยกยิ้มอย่างน่ารัก จนแจจุงเห็นก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้

ยุนโฮจะรู้บ้างรึเปล่าน้า ...จริงๆ แล้ว แจจุงเองก็แอบรักยุนโฮมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน

เล่นตัวไปงั้นแหละ ก็ดูหมีเวอร์ชั่นขี้อ้อนแบบนี้ก็น่ารักดีแฮะ

อย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย

“นี่ยุนโฮ...” เสียงหวานเรียก ใบหน้าคมคายหันกลับมาก่อนที่จะ..

“จุ๊บ!

.....

แล้วคุณล่ะ.. ตามหาความรักน่ารักๆ แบบนี้เจอรึยัง?

 

---------

Talk: เอามาลงวันเดียว 3-4 เรื่องเลย ลงซะให้หมด ฮ่าๆ ใครที่จะค้นฟิคในบล็อคดูที่ Kyokoong' MAP
ข้างบนนะ ^^

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบเรื่องนี้จังเลยอ่ะ น่ารักจิงๆๆ

หวานได้อีก โฮะโฮะๆ สู้ๆนะค้า

#1 By pui_fai (124.120.203.88) on 2009-02-28 00:23

น่ารักจังเลยค่ะ><
หวานกันเข้าไป คู่นี้


#3 By 1 (117.47.76.141) on 2009-03-04 13:58

ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาฝากข้อความน่ารักๆถึงพี่น๊า อ่านแล้วปลื้มจังเลยค่ะ ขอบคุณและดีใจมากๆที่ชอบผลงานของพี่ ดีใจที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเขียนฟิกได้ แอบเขินนิดหน่อย 555

สู้ๆนะคะ

ส่วนเรื่องฟิกรวมเล่มที่ถาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีโครงการรีปริ๊นเหมือนเดิมจ้ะ แต่เห็นว่าเดือนมิถุนาหรือกรกฏาจะมีงานฟิก ซึ่งถ้าพี่สามารถเอาหนังสือไปลงงานนั้นได้พี่ก็จะรีปริ๊นทุกเรื่องเลยค่ะ ยังไงรบกวนติดตามที่บล็อกไปก่อนนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ปล ตอนพิเศษในหนังสือ ถ้ารอไม่ไหวพี่จะส่งแบบPDFให้อ่านก่อนมั้ยคะ แล้วพอหนังสือสามารถรีปริ๊นได้แล้วพี่จะเก็บไว้ให้หนูทั้งสองเล่มเลย เผื่อพิมพ์น้อย ดีมั้ยคะ^^

#4 By Riku陸 on 2009-03-23 23:36

หมีเก๊กเท่ห์ไปทำม้าย อยู่กับแจนี่อย่างแบ๊วอ่ะ อ้อนแจน่ารักมากกก

แต่แจน่ารักกว่า ตอนจบมีจุ๊บด้วยอ๊ะ อ๊า อิจฉาหมี surprised smile

#5 By bobo (121.219.131.240) on 2009-04-19 10:24

แอบมาอ่านยุนแจหน่อยย....
ก้อหายูซูยากจังอ่ะ
แต่ก้อน่ารักดี ยังงัยๆเทพก้อน่ารักซำเหมอเน๊อะ
ไรท์เตอร์สู้ๆ

#6 By คุณนายปาร์ค (222.123.45.241) on 2009-04-19 11:37

สวัสดีค่ะ KyoKoong

ตามมาจาก TTF ค่ะ
เพราะอยากบอกว่าเรื่องนี้น่ารักมากเลย...>-<

ยุนโฮจอมแผนการ !!
แต่ก็สำเร็จนี่นะ ^^

แต่ละเรื่องของ kyokoong น่ารักทั้งนั้นเลย จะมาตามอ่านอีกนะคะ big smile

#7 By hari_me_aom (124.121.66.75) on 2009-04-20 18:19

คู่นี้หวานกันได้อีก อ่ะนะ คริคริ

แต่ว่าแจจ๋าก็นะ ยุนมันลงทุนขนาดนนี้แล้ว

แต่ว่ายังไงยุนมันก็ยังเจ้าเหล์อยุ่วันยังค้ำอ่นะ

#8 By monzone (117.47.198.174) on 2009-05-02 01:20

=//////////="

หมีเวอร์ชั่นนี้โดนใจค่ะ 55+

อ้อนนได้อีกก กี๊สสๆ ><~

เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์!!

#9 By perfect_siwon (58.8.204.241) on 2009-06-07 19:05

น่ารักจัง แอบอิจฉาแจ sad smile

#10 By Racy Zephyr on 2009-10-05 12:20