True or Lies?[41]
posted on 18 Jan 2009 07:19 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
41. Just you
“แล้วนี่เอายังไงต่อ” เสียงทุ้มเสน่ห์ร้องถามเพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนซี้ย่องเข้ามาในคฤหาสน์ได้ลึกพอสมควรแล้ว ตัวเองที่ยังร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้จะโดนจับได้เมื่อไหร่ก็เลยขอถามหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อนก็แล้วกัน
“ปาร์คยูชอน แกจะป๊อดหาอะไรนักหนา”
“อ้าว...ก็ถ้าโดนจับได้ เพื่อนว่ามันฆ่าจริงนะเว้ย”
“เออ ถ้าโดนจับได้ เพื่อนคนนี้จะส่งเพื่อนไปให้มันฆ่าก่อนเลยเหอะ”
“โห่ ไอ้ยุนอ่า..” ยูชอนทำหน้าเบ้ พลางยกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้ “เอาล่ะๆ เอาเป็นว่าฉันจะแยกไปตรวจสอบทางของที่นี่ให้ละเอียด ส่วนแกก็ไปหาแจจุง ถ้าถูกจับได้ให้ปิดปากเงียบทั้งคู่ อย่างนี้โอเคใช่ป่ะ?”
“เออ ก็รู้นี่หว่า แล้วถ้าคนของแม่ตามมา ก็จัดการที่เหลือให้ด้วยล่ะ” พูดเหมือนรู้ใจกันดีทุกอย่าง ยุนโฮสำทับปิดท้าย “แกคงเข้าใจใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงลากแกมาด้วยน่ะ”
“โธ่ เพื่อนคนนี้ไม่ได้โง่ซักหน่อย ก็เพราะว่าปาร์คยูชอนเป็นเพื่อนซี้ตลอดกาลของชองยุนโฮไงเล่า”
“งั้นแยกตรงนี้ อย่าเพิ่งตายไปก่อนล่ะ” เสียงส่งท้ายทำเอาว่าที่สายลับจำเป็นชะงักกึก ส่งเสียงตอบเพื่อนรักกลับไปแบบไม่มองหน้า “จุนซูผู้น่ารักยังรอฉันอยู่ที่บ้านน่ะเฟ้ย ตายก็โง่แล้ว”
..........
....
ร่างสูงแนบแผ่นหลังไปตามกำแพงอย่างระมัดระวัง ดีที่ตอนนี้มืดแล้ว คนในบ้านก็น่าจะหลับกันหมด แต่สิ่งที่ทำให้ปาร์คยูชอนรู้สึกแปลกใจกลับเป็นห้องหับมากมายที่ไร้ซึ่งสิ่งของเสียมากกว่า
..อย่างกับว่าไม่มีคนอยู่..
เสียงกุกกักที่ห้องๆ หนึ่งเรียกความสนใจจากคนบุกรุกให้สะดุ้งขึ้นมาได้ ยูชอนพลิกตัวเข้าไปหลบอยู่ที่ข้างประตูทันที ก่อนจะค่อยๆ เงี่ยหูฟังเสียงด้านในอย่างตั้งใจ
เสียงเหมือนค้นอะไรสักอย่าง..กระดาษ เหมือนเสียงกระดาษ..
“ฮ่าๆ เจอแล้ว” เสียงทุ้มชราดังลอดออกมาตามประตู ยูชอนนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย
“เท่านี้มรดกทุกอย่างก็เป็นของฉัน พรุ่งนี้แหละแจฮี พรุ่งนี้...”
สักพัก เสียงที่ถูกความมืดกลืนกินหายไปก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมสัมผัสลูกบิดประตูที่เปิดออก ยูชอนสะดุ้ง เกร็งแขนพลิกกายไปตามทิศการเปิดของประตูอย่างระมัดระวัง จวบจนได้เห็นหน้าของผู้ร้ายชัดเต็มสองตา ร่างโปร่งจึงค่อยๆ ถดถอยออกมาจากที่ซ่อนนั้นช้าๆ
ชะเง้อคอขึ้นมองซ้ายขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอีก ก่อนจะย่องเข้าไปในห้องมืดๆ นั้นอย่างระวัง
มือหนาขยับหน้าปัดนาฬิกาที่ข้อมืออยู่สักพัก แสงไฟขนาดเล็กก็ส่องสว่างขึ้นท่ามกลางความมืด ร่างสูงกระหยิ่มยิ้มอย่างได้ใจ ..ให้มันได้งี้สิวะ เพิ่งเห็นประโยชน์ของของแบรนด์เนมก็วันนี้
เบื้องหน้ายูชอน เป็นลิ้นชักขนาดเล็กที่ข้างในรกรุงรังไปด้วยกองเอกสาร ยูชอนค้นอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่พบอะไรที่เขาพอจะรู้เรื่องสักอย่าง เอาตามจริงแล้ว ยูชอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังเข้ามาหาอะไร และไอ้เจ้าของเสียงหัวเราะตะกี้มันเป็นพวกดีหรือชั่วเขาก็ไม่รู้จัก แต่ดูจากหน้ามันแล้ว คงไม่ดีมั้ง?
“แล้วเอาไงดีวะ เกิดไอ้พวกนี้มันสำคัญ เราปล่อยให้พลาดไปก็แย่อ่ะเด่ะ” มือหนายกขึ้นเกาศีรษะ พลางแหวกถุงพลาสติกเก่าๆ แถวนั้นออกจนกว้าง “แม่ง ขนไปหมดนี่เลยแล้วกัน”
ก็ไหนๆ เข้ามาแบบนี้เค้าก็เรียกคนบุกรุกแล้วนี่หว่า?
เพิ่มข้อหาลักทรัพย์อีกซักอย่างคงไม่น่าจะเสียหาย..
ร่างสูงก้มงกๆ ขนเอกสารชั้นที่บุรุษปริศนาเมื่อครู่มาค้นเข้าถุงพลาสติก ม้วนๆ ใส่กระเป๋ากางเกงลงไป ก่อนจะต้องรีบดับไฟจากนาฬิกาแล้วนั่งนิ่งตัวแข็งเป็นหินอยู่ในความืด เมื่อได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าประตู ...ชิบหาย มีคนมา...
หัวใจดวงโตสั่นพั่บๆ เต้นแรงเป็นเจ้าเข้า ถึงอย่างนั้นก็ยังนั่งแข็งเป็นตุ๊กตาปั้นอยู่อย่างนั้น เพราะรอบๆ ตัวเขามีแต่กระดาษ ถ้าขยับล่ะก็ได้เรื่องแน่ ยูชอนหลับตาปี๋ กลั้นทุกอย่างแม้แต่เสียงลมหายใจ จุดที่เขานั่งอยู่เป็นมุมอับ ถ้าไอ้บ้าที่กำลังเดินเข้ามานั่นมันไม่เปิดไฟล่ะก็ บางทีเขาอาจจะมีทางรอด
“นั่นใคร?มีใครอยู่ในนั้น!” เสียงทุ้มเจ้าของเสียงเดียวกับเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจดังขึ้น เล่นเอาแผ่นหลังกว้างสะดุ้งโหยง คิมจุนยองกรีดสายตาอย่างกราดเกรี้ยว ..เมื่อกี้รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรนี่นา...
หรือว่าคิดไปเอง..?
ส่ายหัวช้าๆ ราวกับจะปลอบใจตัวเอง บางทีเขาคงคิดมากไป ใครจะมาอยู่ที่นี่เอาตอนนี้กันเล่า.. มือหนาขยับยั้งมือที่กำลังจะกดเปิดสวิตซ์ไฟเอาไว้ ก่อนจะผละออกมา เลื่อนปิดประตูห้องให้เรียบร้อย พลางล็อคกลอนจากด้านนอก
ยูชอนถอนหายใจโล่งอก เมื่อดวงของเขาดีกว่าที่คิด มือหนาปัดเบาๆ ที่ขากางเกง ก่อนจะค่อยๆ ย่องข้ามกองกระดาษเหล่านั้นออกมา เลื่อนมือไปขยับบิดที่ลูกบิดประตู “แกร๊กๆ”
“อ้าวเฮ้ย..” คนดวงดีเบิกตาโต เมื่อกลอนที่เคยเปิดปิดสะดวกบัดนี้กลับถูกล็อค “แล้วจะออกไปยังไงวะเนี่ย?”
.....
ร่างสูงโปร่งค่อยๆ ลัดเลาะไปตามเส้นทางมืดมิดในคฤหาสน์อย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งสุ้มเสียง ยุนโฮดูสุขุมกว่าเดิมมาก ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าร้อนใจเช่นนี้ หัวสมองครุ่นคิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
...เมื่อกี้ตอนปีนกำแพงเข้ามากับยูชอนทางนี้ มองจากด้านนอก..ไฟปิดหมดทุกห้อง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองไปอีกฝั่ง...
“นี่คุณจุนยองเข้าไปทำอะไรที่ห้องใต้ดินวะ..” เสียงพูดคุยดังขึ้น ยุนโฮรีบถอยกายเข้าไปในมุมแคบของห้องเก็บของ พลางเงี่ยหูฟัง “รู้สึกว่าจะเอาใครไปขังไว้เนี่ยแหละ..”
“เราลองแอบไปดูกันดีไหม?” เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น “จะบ้าเหรอ ถ้าถูกจับได้มีหวังโดนฆ่าตายพอดี”
ห้องใต้ดินงั้นเหรอ..
ยุนโฮไม่ต้องการข้อมูลอะไรมากไปกว่านั้น เพราะตอนนี้เขารู้ที่ซ่อนของแจจุงแล้ว
รออีกหน่อยเถอะนะ แจจุง...
……..
“ไม่!!!!!!!!!!” เสียงเล็กกรี๊ดลั่น แจจุงใช้สองเท้าที่ถูกมัดออกแรงถีบกายจนโดนร่างหนากระเด็น ฮาริมยกมือขึ้นลูบหน้าพลางสบถลั่น “ชิบ!! ทำกูได้นะ!!”
“อะไรกันวะ แค่นี้ก็ทำไม่ได้รึไง” คนที่มองอยู่ห่างๆ พูดขึ้น “ให้ฉันช่วยมั้ยล่ะ”
คนเจ็บตัวตวัดสายตาไปมองเพื่อนพลางกรีดยิ้มโหด “ไม่ต้องหรอก ที่ฉันไม่อยากออกแรงมากก็เพราะกลัวมันจะช้ำไปซะก่อนน่ะสิ”
แจจุงหอบหนัก ร่างบอบบางชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ เพลียจนแทบจะหมดสติ หลังจากออกแรงปัดป้องตัวเองจากการรุกรานอยู่นานสองนาน ข้อมือทั้งสองมีเลือดไหลซิบเพราะการเสียดสีกับเส้นเชือกสากระคายผิว สายตาพร่าเลื่อน ทั้งน้ำตา หยาดเหงื่อ จากการร้องไห้อย่างหนักไหลรดอาบดวงตาจนบวมช้ำไปหมด
“แรงหมดแล้วหรือคนสวย” มันยิ้ม เมื่อเห็นแจจุงหอบหายใจช้าลง “เตรียมพร้อมหรือยังล่ะ”
ฮาริมจ้องมองร่างขาวบริสุทธิ์ตรงหน้าด้วยสายตาหื่นกระหาย เสื้อผ้าที่ถูกทึ้งลงเผยช่วงไหล่ขาวเนียนน่าสัมผัสเอาไว้ ใบหน้าหวานที่พราวไปด้วยหยาดเหงื่อมากมายซึมทั่วรุมขุมขน ทำให้มัน’อยาก’จะทำร่างตรงหน้านี้จนแทบทนไม่ไหว
มือหนาเลื่อนขึ้นจับที่ข้อมือขาว แน่นอนว่าแจจุงออกแรงดิ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ มันกลับบีบที่ข้อขาวอย่างแรงจนแจจุงร้องลั่น “โอ๊ย!!!”
มืออีกข้างล็อคที่เอวบางเอาไว้ ริมฝีปากหนาพรบจูบไปที่ลำคอขาวอย่างไม่ลดละ กดร่างเล็กลงกับพื้นเย็นเยียบอย่างแรงไร้ความปราณี ก่อนจะกระชากเสื้อหลวมๆ ที่ตัวคนถูกกระทำจนขาดกระจุย “ม...ไม่!!”
ดวงตาเรียวเล็กเบิกขึ้นอย่างหวาดกลัว หมดเรี่ยวแรงจะต่อสู้ซึ่งทุกสิ่ง ได้แต่ปล่อยร่างกายให้ค่อยๆ ถูกละเลียดชิมจากริมฝีปากหยาบช้าทีละน้อย “หึหึ สิ้นฤทธิ์แล้วสินะ”
ไม่นะ... ยุนโฮ
ฮึก...ช่วยด้วย ไม่ไหวแล้ว...ช่วยด้วย..
“ไม่!!!!!!!!!!!!!”
“ก๊อกๆ!!!!”
เสียงเคาะประตูอย่างแรงดังขึ้น สองร่างหยาบช้าเสสายตาไปมองอย่างหงุดหงิด ฮาริมว่า “ใครอีกวะ!!!”
เสียงกระแทกอย่างแรงดังอีกเป็นครั้งที่สอง เอียนที่ตีหน้าเซ็งด้วยความไม่รู้จึงจัดการเดินออกไปเปิดประตู “มีอะไรอีก...พลั่ก!!!”
ท่อนเหล็กแข็งๆ ถูกฟาดลงกับศีรษะอย่างแรง ร่างสูงใหญ่หมดสติทันทีก่อนจะค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ฮาริมเบิกตากว้างด้วยความโกรธ “ไอ้เชี่ยตัวไหนอีกวะ!!”
ที่ปลายแสงประตู ปรากฏร่างสูงท่วมไปด้วยหยาดเหงื่อ แผ่นหลังกว้างยืนพิงประตูด้วยความเหนื่อยอ่อน หากแต่เมื่อเห็นร่างบอบบางที่ทรุดหอบหายใจหนักอยู่ที่พื้น ดวงใจก็พลันกระตุกอย่างรุนแรง
ภาพคนรักที่นอนแน่นิ่งเสื้อผ้าช่วงบนถูกทึ้งหลุดจนหมด กายบอบบางหอบสะท้านถลอกไปด้วยแผลและรอยบอบช้ำมากมาย กรีดห้วงอารมณ์โทสะของชองยุนโฮให้แหลกสลายทันที เสียงทุ้มตะโกนลั่น “แจจุง!!!!”
สองขาวิ่งไปข้างหน้าราวกับไม่เห็นอะไร ฮาริมเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะปล่อยหมัดไปที่ร่างสูงอย่างแรง “พลั่ก!”
มือหนายันหมัดนั้นด้วยมือข้างเดียว ดวงตาคมของยุนโฮกรีดเรียวจนเรียกได้ว่าเลือดเย็น จ้องมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาอำมหิต “ไอ้เลวเอ๊ย!!!!”
ขายาวแข็งแรงเหวี่ยงซัดไปที่ต้นขาคนชั่วอย่างแรงจนมันร้องลั่น มือข้างขวากระชากศีรษะมันขึ้นก่อนจะซัดหมัดลงไปไม่ยั้ง เลือดสดๆ ไหลทะลักอาบโหนกแก้มสาก โพรงจมูกและมุมปาก ร่างสูงใหญ่แน่นิ่งลงไปกับพื้น ก่อนยุนโฮจะออกแรงซัดไปที่กลางลำตัวของมันอีกครั้ง “โธ่เว้ย! กูนึกว่าจะแน่!”
“มึง..แค่ก..เป็นใคร” ไม่ทันที่จะได้เอ่ยต่อ ยุนโฮก็อัดรองเท้าผ้าใบคู่เก่งเข้าไปที่กลางลำตัวมันอีกทีจนสลบ
“ฮึก....” เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้น ร่างสูงหันหน้าไปมองยังต้นเสียง ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปประคองร่างบอบบางอย่างทะนุถนอม เอ่ยเสียงสั่นพร่า “จะ แจจุง...ทำใจดีๆ ไว้นะ แจจุง..”
สายตาพร่าเลือนปรือขึ้นมองภาพตรงหน้า
ใคร ใครกัน?..
ยุนโฮ...ยุนโฮใช่ไหม..
“หยะ ยุนโฮ..อึก...” เสียงหวานขาดห้วง มือเล็กยกขึ้นแตะที่ปลายคางได้รูปแผ่วเบา “ฮึก...ยุน..”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ต้องพูดแล้วแจจุง...” น้ำตาล้นปรี่อยู่ที่คลองตาเรียว ร่างบอบบางที่เขารัก...ผิวขาวเนียนที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด..
เลวที่สุด..ทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้..
“ยุนโฮมาหา..ฉะ ฉันจนได้...” ดวงตาพร่าเลือน น้ำตาไหลรินไม่อาจสิ้นสุด “ฉัน คะ..อึก คิดถึงยุนโฮจังเลย..”
สองมือโอบร่างสุดที่รักเอาไว้แนบหัวใจ กระซิบที่ใบหูเล็กสั่นพร่า “ฉันก็คิดถึงแจจุง ฉันรักแจจุงที่สุดเลยรู้ไหม..”
ในที่สุดก็ได้เจอ..
มือหนาถอดเสื้อคลุมออกคลุมให้ร่างเล็กในอ้อมกอด อุ้มลำตัวบอบบางแนบอก ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น “ทนอีกหน่อยนะแจจุง ฉันจะพาออกไปจากที่นี่เอง...”
“จะออกไปไหนเหรอ หนุ่มน้อย?”
เสียงแหลมเล็กดังขึ้น ร่างของหญิงสาวยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ยุนโฮหันไปมอง ..ผู้หญิงคนนี้...
“วางคุณแจจุงลงซะ แล้วฉันจะยอมปล่อยนายไป”
“พูดเป็นเล่น” ร่างสูงตอกกลับไม่ลดละ ทำเอาโทพาซกรีดยิ้มเหี้ยม “อะไรกัน กะอีแค่เพื่อนคนเดียว จะห่วงอะไรนักหนา”
“ไม่ใช่เพื่อน แต่แจจุงเป็นแฟนฉัน”
สิ้นคำ ดูเหมือนหญิงสาวอยากจะกลั้นหัวเราะ มือขาวซีดยกวัตถุแข็งสีดำสนิทขึ้นจ่อตรงหน้า พลางยิ้มเย็น “ไม่ปล่อยก็ตามใจ แต่...” ปลายนิ้วสะบัดที่ปลายล็อค ก่อนจะออกแรงเหนี่ยวไกลงอย่างแรง
“ปัง!!!!”
“ไม่นะ!!!! ยุนโฮ!!!” เสียงหวานกรีดร้องลั่น แจจุงออกแรงฝืนตัวเองดันยุนโฮล้มลงไปกับพื้น มือเล็กเขย่าที่ไหล่คนรัก น้ำใสๆ ไหลออกมาไม่หยุด “หยะ ยุนโฮ...ยุนโฮ”
“ไม่เป็นไรแจจุง ฉันไม่เป็นอะไร อย่าเพิ่งร้องไห้สิ” แขนขวาจะยกขึ้นปาดน้ำตา หากแต่กลับชาจนขยับไม่ได้ “โอ๊ย..”
เลือดสีแดงฉานทะลักออกเปื้อนเสื้อร่างสูงจนชุ่ม ร่างเล็กในอ้อมกอดยิ่งออกแรงร้องไห้ สะอื้นจนตัวโยน “ยุนโฮ ยุนโฮ!! ฮือ...ฮึก“
“เอาล่ะคุณ...”
“พอได้แล้วล่ะ คนสวย”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น โทพาซขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองด้านหลัง แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง “คะ คุณจุนยอง..”
ตำรวจอาวุธครบมือยืนกรูกันอยู่เต็มทางเดินไปหมด ร่างของคิมจุนยองถูกจับล็อคด้วยกุญแจมือ ปืนหลายกระบอกถูกจ่อมายังหญิงสาว เสียงทุ้มภูมิฐานดังขึ้น “วางปืนลงซะ!”
มือขาวซีดค่อยๆ วางปืนลงกับพื้น สองมือยกขึ้นอย่างหวาดกลัว ไหล่แคบสะดุ้งเมื่อตำรวจในเครื่องแบบออกแรงตะโกนอีก “เตะอาวุธมาทางนี้”
รองเท้าส้นสูงสั่น โทพาซออกแรงเตะมันออกไปให้พ้นทาง เมื่อนั้นเอง ที่เหล่าผู้พิทักสันติราษฏร์เข้ารุมล้อมเธอและใช้กุญแจมือล็อคข้อแขนของเธอ หมดสิ้นการต่อต้านทุกอย่าง
แพ้...แพ้แล้ว..
ยูชอนยกม้วนกระดาษในมือขึ้นเคาะไหล่ชายชรา พลางตีสีหน้าเย้ย “โธ่ลุง ผมน่ะอายุเพิ่งจะสิบเจ็ด ลูกเล่นน่ะแพรวพราวกว่าลุงเยอะ” แลบลิ้นอีกที “ถ้าจะเล่นบทมาเฟีย ทีหลังก็เอาให้แน่กว่านี้หน่อยนะ”
“ไอ้เด็กนี่..”
ยูชอนไม่หันไปสนใจคนตรงหน้าอีก ใบหน้าหล่อเหลามองซ้ายขวา ก่อนจะสะดุดกับอีกสองร่างที่กอดกันแนบแน่นให้รู้สึกสะเทือนใจ
ร่างสูงที่โอบกอดร่างคนรักที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุดจนหมดสติไปทั้งอ้อมกอดนั้น ถูกปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนจากคนบาดเจ็บ ที่ถึงจะหลุดบทพระเอก โดนยิงเข้าถากๆ แต่ก็ยังมีแก่ใจจะนั่งอยู่นิ่งๆ กอดคนรักเอาไว้ ยุนโฮเงยหน้ามองยูชอน พลางยกนิ้วให้เชิงว่าไม่เป็นไร
แต่นั่นกลับทำให้เพื่อนรักหน้าซีด “อ่าวเฮ้ยไอ้ยุน โดนยิงเหรอวะเนี่ย” ปาร์คยูชอนทำหน้าเหมือนเห็นผี “คุณนายชองประหารฉันแน่ๆ ข้อหาทำองค์ชายรัชทายาทบาดเจ็บ”
ยุนโฮตีหน้าเซ็งก่อนจะบ่น “ยังไงก็เหอะ ช่วยพาไปโรงพยาบาลก่อนได้มั้ย ไอ้คุณปาร์ค เพื่อนเจ็บจะแย่แล้วเว้ย”
....
ดวงตาเรียวกระพริบถี่ค่อยๆ เปิดออก สายตาคมค่อยๆ ปรับให้เข้ากับภาพตรงหน้าช้าๆ ...หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...
“ตื่นแล้วเหรอพ่อพระเอก” เสียงแหลมสูงวัยดังขึ้น ทำเอาคนเพิ่งตืนรีบหันไปมองอย่างฉงน ก่อนจะร้องลั่น “แม่! มาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”
“ใครกันแน่ที่ควรจะเป็นฝ่ายถาม ว่าไปทำอีท่าไหนถึงไหนมาอยู่สภาพนี้ฮะ ชอง ยุน โฮ!”
“กะ ก็ ..โอ๊ย” ทำท่าจะยกมือปรามอย่างนิสัย แต่อาการปวดหนึบที่แขนกลับทำเอา’พ่อพระเอก’ ตีหน้าเบ้ “นั่น อยากจะเก๊กแต่ไม่เจียมบอดี้ ดูสภาพตัวเองบ้างมั้ยน่ะ”
ยุนโฮทำหน้าเซ็งก่อนจะมองสภาพตัวเอง แขนซ้ายของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลทบใหญ่ ร่างสูงมองตัวเองในชุดผู้ป่วยที่นอนแน่นิ่งผิวซีดอย่างกับเป็นไวรัสตับอักเสบบีด้วยสายตาอาลัย “ทำไมซีดแบบนี้เนี่ย”
“นี่ลูกโดนยิงแค่แขน ถึงกับสมองเสื่อมเลยเหรอ” คุณนายชองบ่น “เสียเลือดมากขนาดนั้น คงแข็งแรงตายเลยไอ้ลูกบ้า”
ยุนโฮพยักหน้าเชิงยอมรับสภาพ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ “แม่! แล้วแจจุงอยู่ไหนล่ะ”
“แจจุง? แจจุงไหน” หญิงสาวตีหน้างง ก่อนจะดีดนิ้วที่ประกอบไปด้วยเล็บสีสันฉูดฉาดขึ้น “อ๋อ ว่าที่ลูกสะใภ้แม่น่ะเหรอ”
คำพูดนั่นทำเอาคนหน้าหล่อหน้าขึ้นสี บ่นหน้าเบ้ “ใช่ซะที่ไหนกันเล่า..”
“โธ่” ทำหน้าเอือมระอา “แน่จริงก็ปฏิเสธให้เต็มเสียงกว่านี้ซี่”
“เงียบน่า รีบบอกมา” เสียงบ่นอย่างเอาแต่ใจของลูกชายทำเอาชองอึนซองยิ้มพราย ..ก็นะ..ไม่ได้เห็นเจ้ายุนโฮทำท่าเหมือนเด็กๆ อย่างนี้มาตั้งนานแล้วนี่..
เก่งจริงน้า..ลูกสะใภ้แม่
“หนูแจจุงนอนเฝ้าแกอยู่ตั้งหลายชั่วโมง เพิ่งจะออกไปซื้อกับข้าว เดี๋ยวก็คงเข้ามา” ไม่ทันขาดคำ เสียงที่ประตูก็ดังขึ้น “เอ่อคุณป้า..”
สิ้นเสียงหวานใส ร่างบอบบางที่ตามมาก็ถึงกับหยุดนิ่ง เหมือนได้ประสานสายตาเข้ากับร่างสูงบนเตียง
แววตากลมโตเบิกกว้าง มือเล็กๆ สั่นพร่าอย่างคนตื่นตระหนก ความรู้สึกทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาจนสับสนไปหมด
คิดถึง...เป็นห่วง...แทบขาดใจ..
ร่างบอบบางออกแรงวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กระโดดกอดคนป่วยจนตัวลอย “ยุนโฮ...ฮึก ยุนโฮฟื้นแล้ว..”
เสียงสะอื้นทึค่อยๆ ดังขึ้นทำเอาคนถูกกอดทั้งเขินทั้งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยกมือกอดปลอบเก้ๆ กังๆ “จะ แจจุง...ร้องไห้ทำไม..”
“เฮ้อ งั้นแม่ออกไปข้างนอกก่อนก็แล้วกัน” คุณนายชองยิ้มบางให้ลูกชาย ก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องไป ลับสายตา ยุนโฮก็ออกแรงกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนทันที “แจจุง..ไม่เป็นไรใช่ไหม”
“จะเป็นอะไรได้ยังไงเล่า..คนบ้า” ร่างเล็กยังคงคร่อมอยู่บนตัวคนป่วย “ทำไมทำแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแทบแย่”
“ก็ใครจะไปรู้เล่า” ยุนโฮเสหน้าไปทางอื่น “แล้วที่มาเนี่ย บอกคุณซองฮยอนหรือยัง”
“บอกซองฮยอน บอกทำไมล่ะ?” เสียงหวานถาม ใบหน้าน่ารักตีหน้างง จนยุนโฮชักจะเดือด “คนรักกำลังบาดเจ็บ ทำไมไม่ไปดูแลเขาเล่า!”
จะให้เขาสับสนไปถึงไหนกัน..
“ดูแล้วไง” ตอบสามคำ
“คุณซองฮยอนเป็นยังไงบ้าง” กลั้นใจถาม
“ก็เกือบหายแล้ว เจ็บที่หัวนิดหน่อย” สิ้นเสียง ยุนโฮก็สะบัดศีรษะกลับมามองคนบนตัวพลางตะโกนเสียงดัง “แล้วมาหาฉันทำไม!”
ทั้งที่ยอมปล่อยไปแล้ว..
ทั้งๆ ที่เกือบจะตัดใจได้แล้วแท้ๆ ..
“ก็นายพูดเองว่า ‘คนรักกำลังบาดเจ็บ ทำไมไม่ไปดูแล’ ฉันก็บอกว่าดูแล้ว ดูอยู่เนี่ย ฉันทำผิดอะไรนักหนา” สิ้นเสียง แจจุงก็อมยิ้ม แก้มป่องๆ ขึ้นสีชมพูจางๆ ทำเอาคนป่วยชะงัก “คะ คนรัก..นาย...ไม่ได้หมายถึงคุณซองฮยอนหรอกเหรอ?..”
“ซองฮยอนเป็นอะไรน่ะฉันไปดูอาการมาแล้ว แต่คนรักที่นอนป่วยน่ะ ฉันกำลังดูใจอยู่”
สิ้นคำ ร่างสูงก็โอบกอดร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดแน่น ก่อนจะว่า “ชอบทำให้คนอื่นคิดมากอยู่เรื่อย”
แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่ยอม “นายก็เหมือนกันนั่นแหละ”
กลับมาแล้ว..
กลับมาหาฉันแล้วใช่ไหม..
กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วใช่หรือเปล่า..
“เซอไพร์ส!!!” สามเสียงประสานกันดังขึ้นที่หน้าห้อง พลุกระดาษโคนใหญ่ถูกดึงขึ้นจนกระดาษสีว่อนไปทั่ว ตามด้วยเสียงแหลมๆ ของโลมาที่ตามมา “ยินดีต้อนรับกลับครอบครัวสุขสันต์ ฉัน ลูกชายคนโต คิมจุนซู”
“ผม ลูกชายคนเล็ก ชิมชางมิน”
“ฉัน ลูกเขย ปาร์คยูชอน” ฉีกยิ้มแฉ่ง ก่อนจะโดนครีบโลมาฟาดเข้าอย่างแรง “ลูกสะใภ้สิ”
“จะบ้าหรือไง” คนตัวสูงไม่ยอม “อยากโดนปล้ำโชว์ตรงนี้เหรอ”
“บ้า”
ชางมินตีหน้าเอือมใส่คู่รักคู่กัดข้างๆ ก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้พี่ๆ อีกสองคน “สวัสดีคุณพ่อของเรา ชองยุนโฮ และ..” เสียงทุ้มหวานเว้นวรรค ก่อนทั้งสามเสียงจะประสานขึ้นพร้อมกัน
“ว่าที่คุณแม่ นางฟ้าของเรา คิมแจจุง!”
“ทุกคน..” น้ำใสๆ รื้นขึ้นเต็มดวงตากลม “ขอบคุณนะ...”
รอยยิ้มสดใสระบายขึ้นทั่วใบหน้าเด็กหนุ่มทั้งห้า ราวกับพระเจ้าได้ตอบรับคำขอของพวกเขา ที่เคยได้อ้อนวอนเอาไว้ร่วมกัน
แล้วพวกเราจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง..
คิมจุนยองและพรรคพวก ถูกจับในข้อหาพยายามฆ่า และกักขังหน่วงเหนี่ยว มูลเหตุคือ บริษัทของเขาที่ล้มละลายถูกบริษัทคู่แข่งตามล้างแค้นไม่เว้นแต่ละวัน ความแค้นทั้งหมดจึงไปลงกับพี่ชาย ผู้รับทรัพย์สินมรดกครึ่งหนึ่งของตระกูลเอาไว้ในครอบครอง คิมแจฮีมีลูกชายเพียงคนเดียว และสูญเสียภรรยาไปนานแล้ว ประกอบกับไม่ลงรอยกับน้องชายมาเป็นทุนเดิม คิมจุนยองจึงได้ตัดสินใจก่อเหตุขึ้น
ฝ่ายซองฮยอน หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ก็ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง หลังจากอาการดีขึ้นแล้ว จึงไปขอยื่นใบคำร้องรับมอบหมายไปเป็นเลขาของเคจีกรุ๊ปสาขาอเมริกา เขาไม่มีเหตุผลที่จะอยู่เกาหลีต่อ และเพราะด้วยวัยวุฒิที่ยังน้อย แต่มากด้วยความสามารถ จึงมีหมายติดต่อจากโรงเรียนนันไค ให้ประธานนักเรียนลีซองฮยอนไปเรียนต่อที่อเมริกาจนกว่าจะจบปริญญาโท ซึ่งจะทำให้เขาได้ทั้งทำงานและเรียนไปพร้อมๆ กันได้อย่างสะดวก
และที่สำคัญ...เพื่อยุติความรักของบอดี้การ์ดกับคุณหนูเล็กไว้ที่โซล
คิมแจฮี รู้สึกขอบคุณพวกยุนโฮเป็นอย่างมากจึงได้จัดงานเลี้ยงฉลอง แจจุงได้แนะนำทุกๆ คนให้พ่อของเขาได้รู้จัก แจฮีรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก เพราะตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา หลังจากแม่ของแจจุงเสีย แจจุงก็ไม่ค่อยสบาย ป่วยจนต้องขาดเรียนอยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อน เป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ทีคนเป็นพ่ออย่างเขาได้เห็นแจจุงยิ้มมากมายถึงขนาดนี้
แจจุงขออนุญาตไปพักอยู่ที่ห้องของพวกยุนโฮ ซึ่งในระหว่างนี้เขาก็ขอให้คุณพ่อช่วยทำอะไรบางอย่างให้ โดยที่พวกยุนโฮเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ปาร์คเรนะ แม่ของยูชอน แม้จะยอมรับไม่ได้ว่ายูชอนรักจุนซู แต่หล่อนก็ไม่คิดจะจับลูกไปหมั้นกับใครที่ไหนอีก จากคำขอจากปาร์คฮุนจี พ่อของยูชอน ที่จนแล้วจนรอดก็ยังตามใจลูกชายตัวแสบคนนี้อยู่วันยันค่ำ และแน่นอน ความคิดที่จะคลุมถุงชนก็กลับเป็นภาระไปตกอยู่ที่ปาร์คยูฮวาน น้องชายของยูชอนแทน ที่คาดว่าคงต้องต่อล้อต่อเถียงเล่นเทปซ้ำแบบเดียวกับยูชอนกับคุณแม่ไปอีกนาน
ณ คอนโดมิเนียมย่านจัตุรัสกลางกรุงโซล
“กลับมาแล้ว...” สี่ร่างมองสอดส่องหาเพื่อนคนสวย พวกเขาห้าคนกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมได้หลายอาทิตย์แล้ว หากแต่วันนี้ อะไรๆ กลับแปลกไปนิดหน่อย
กลิ่นซุปหม้อโตที่น่าจะโชยออกมาจากห้อง ..หายไป
น้ำต้มอุ่นๆ ที่น่าจะถูกเปิดอยู่ในห้องน้ำ...ก็ไม่มี
ไฟห้องที่น่าจะเปิดต้อนรับกลับบ้าน ...วันนี้กลับปิดสนิท
เงียบงันราวกับไม่มีคนอยู่อาศัย
สี่ร่างประสานสายตากัน ก่อนจะตะเบ็งเสียงใส่กันด้วยความงุนงง “แจจุงหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย!?”
-----------------
ตอนหน้าจบแล้วจ้ะ :] มีตอนพิเศษด้วยนะ
เก่งจังเรยอ่ะ
#1 By Eternal-u.know on 2009-01-18 08:38