True or Lies?[40]
posted on 03 Jan 2009 10:02 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
40. Two hearts
ณ ห้องโถงขนาดใหญ่ไร้ซึ่งสรรพสิ่งหรือแม้แต่แสงไฟ แพรขนตางอนยาวกะพริบถี่ๆ ก่อนจะค่อยๆ เปิดออก ความรู้สึกปวดหนึบที่แถวบริเวณขมับเรื่อยไปจนถึงท้ายทอย ทำให้ดวงตากลมต้องหรี่ลงจนเหมือนกับจะปิดอีกครั้ง มือขาวยกจะยกขึ้นมานวด แต่เมื่อขยับดูกลับยิ่งรู้สึกปวดกว่าเดิมจนขยับไม่ได้
เมื่อย...ทำไมเมื่อยขนาดนี้...
สายตากลมๆ พยายามปรับให้ชินกับความมืดตรงหน้า ข้อมือที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือกกระสอบแน่นหนา แจจุงไม่กล้าแม้แต่จะขยับมือ ด้วยทุกครั้งที่ฝืนข้อมือขาวๆ ก็ถูกผิวสากระคายของเชือกสีจนเจ็บทุกครั้งไป ข้อเท้าเองก็เช่นกัน ริมฝีปากกลมที่เคยปลั่งด้วยสีชมพูอ่อนๆ ถูกมัดแน่นด้วยเทปกาว อยากจะร้องให้คนช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งงอเข่าอยู่กับตัวเองก็เท่านั้น
นี่เราหลับไปนานเท่าไหร่..
แล้วที่นี่ที่ไหน..
ทำไมทั้งมืด..ทั้งเงียบได้ขนาดนี้..
ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที...
ยุนโฮ...
พริบตาที่ใบหน้าของเจ้าของชื่อปรากฏขึ้นในมโนภาพ หยดน้ำตาก็หลั่งรินไหลเปรอะแก้มขาวอีกครั้ง เขาคิดได้อย่างไรที่หวังจะให้ยุนโฮมาช่วย? ก็ตอนนี้เราแยกกันอยู่นี่นา..
ทั้งๆ ที่ฉันกำลังจะไปหานายแล้วแท้ๆ..
ทำไมเรื่องแบบนี้จะต้องมาเกิดกับฉันด้วย..
ทั้งๆ ที่ฉันแค่รักนาย..
ทำไมถึงจะต้องเจ็บขนาดนี้...
แจจุงไม่อาจลบเลือนความผิดในใจที่มีต่อซองฮยอนได้เลย ทั้งๆ ที่เขารู้ดีแก่ใจว่าช่วงเวลาความรักที่ชายคนนี้มีให้เขาเนิ่นนานมากเพียงใด สั่งสมมานานมากแค่ไหน..
แต่หัวใจของเขาก็ทำได้เพียงร้องเรียกยุนโฮเท่านั้น..
ชองยุนโฮ..ผู้ชายที่แสนอบอุ่นที่โอบกอดเขาในทุกวินาทีที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ตัวตนของตัวเอง
เขาหลงรักแผ่นหลังของยุนโฮ..ที่แบกเขาที่หมดสติในวันฝนตกทั้งที่ไม่รู้จักกันแม้แต่ชื่อ..
เขาหลงรักฝ่ามือของยุนโฮ...ที่จับมือเขาวิ่งจนสุดแรงเพียงเพราะกลัวเขาจะมีอันตราย..
เขาหลงรักดวงตาของยุนโฮ..ที่จ้องมองมายังเขาอย่างห่วงใยในทุกเวลา
เขาหลงรักริมฝีปากของยุนโฮ..ที่มักจะมอบรอยยิ้มและถ้อยคำปลอบโยนให้เขาอย่างจริงใจ
เขาหลงรักทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของยุนโฮ...
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาลืมตามาเห็นตัวตนของผู้ชายคนนี้...
รัก..รักอย่างหมดหัวใจ..
แม้จะถูกบางสิ่งพยายามพันธนาการไว้แค่ไหน..
หัวใจก็ไม่เคยปฏิเสธความรู้สึกรักที่มอบให้ยุนโฮอย่างไม่ปิดบังเลยได้แม้เพียงครั้ง
ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่ทำมันกำลังผิดต่อใครบางคนที่รักเขา
แจจุงก็ไม่อาจห้ามใจได้เลยจริงๆ..
ความรักคือความเห็นแก่ตัวอย่างบริสุทธิ์..
แต่รักก็คือการเสียสละที่แสนยิ่งใหญ่เช่นกัน..
คิมแจจุงเข้าใจดี เข้าใจความหมายทุกอย่างของความรักตั้งแต่ได้พบกับยุนโฮ
และ..
ตั้งแต่ที่ได้เห็นสายตาของลีซองฮยอนที่จ้องมองมายังเขาในขณะที่ปากเอื้อนเอ่ยคำร้องว่าจะปล่อยเขาไป..
คนเรา..บางสิ่งก็ไม่อาจทำอย่างที่ใจต้องการได้
เพราะบางอย่าง...ไม่อาจบังคับได้ด้วยสมอง หรือแม้แต่ร่างกาย..
แต่เป็นความต้องการของหัวใจเพียงอย่างเดียว ที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่สิ่งใดๆ จะสามารถควบคุม..
น้ำตาใสๆ ไหลลงอาบแก้ม ไม่นึกโทษโชคชะตาที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เลยแม้เพียงน้อย
เพราะนี่...อาจจะเป็นบทลงโทษของพระเจ้า
จากการกระทำที่แสนเห็นแก่ตัวของเขาเอง..
พระเจ้า..
ผมยอมเจ็บได้มากยิ่งกว่านี้..
ถ้าเพียงแต่ท่านจะยอมให้ผมได้รักยุนโฮต่อไป..
…………
มือหนาเกร็งแน่น ยกขึ้นนวดที่ขมับอย่างคนปวดหัว ยุนโฮรู้สึกแปลกๆ กับอาการของตนเองตั้งแต่สะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังการพักผ่อนรอบเย็น ทั้งๆ ที่เขาก็แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เจ็บป่วยเป็นไข้หรืออย่างไร แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกปวดหัวแบบนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
แล้วก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดี..รู้สึกไม่ดีมากจริงๆ
หรือว่าเป็นเพราะเขากังวลเรื่องของแจจุงมากไปหรือเปล่า ถึงเป็นแบบนี้?
บางทีเขาคงจะต้องปล่อยวางเสียบ้าง..
ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ พยุงร่างของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำวักเอาขึ้นสาดใส่หน้า อุณหภูมิเย็นๆ จากหยดน้ำ ชำระสายตาที่พร่าเลือนของเขาให้กลับมากระจ่างชัดในความรู้สึกได้อีกครั้ง ชองยุนโฮมองตัวเองอีกคนในกระจก มองอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเขา..
นี่เรา..ผอมลงหรือเปล่านะ
ยุนโฮ...ฮะฮะ แกหล่อน้อยกว่าเดิมเยอะเลยนะเนี่ย
ทำไมตาของแกมันถึงได้เศร้าขนาดนี้กันนะ..
มือหนายกขึ้นบดบังแผ่นกระจก ก่อนจะเดินออกมาด้วยท่าทางเลื่อนลอย
ทนไม่ได้..ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นตัวเองที่เป็นแบบนี้..
เพราะยิ่งเห็น..ก็ยิ่งคิดถึง..
โต๊ะอาหารที่รายล้อมไปด้วยร่างของน้องชายทั้งสาม ถูกจับจองด้วยที่ที่สี่ของพี่ชายคนโต สามร่างหันมามองยุนโฮที่ตักข้าวมากินด้วยท่าทีแปลกใจ ก่อนคนถูกมองจะรู้สึกตัว พูดออกไปเบาๆ เชิงอ่อนเสียง
“ก็หิว...มากินข้าวด้วยไม่ได้เหรอ..?”
“ดะ ได้สิ..” ชางมินเอ่ยตะกุกตะกัก จุนซูกับยูชอนเองก็ได้แต่พยักหน้าลงหงึกหงัก เกือบจะคิดว่าดี ..แต่เมื่อเห็นแววตาของยุนโฮก็เข้าใจ
บางที...การลืมใครสักคนที่เคยเป็นเจ้าของหัวใจอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้..
“กินเยอะๆ นะฮะพี่ยุนโฮ..”
.....
“อือ ..ม..”
“คุณซองฮยอน! คุณซองฮยอนฟื้นแล้วจ้ะป้า!” เสียงสาวใช้หวีดลั่น เมื่อได้ยินเสียงครางเบาๆ ของเจ้านายของเธอ เรียกหัวหน้าแม่บ้าน ให้กรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อน กระพริบตาเรียวขึ้นรับแสงตรงหน้าอย่างพร่าเลือน มือหนาค่อยๆ ยกขึ้น ...ที่นี่..ในคฤหาสน์..?
หน้าคฤหาสน์..แจจุง
ใช่แล้ว แจจุงล่ะ!!???
ร่างสูงผุดกายลุกขึ้นทันควัน หันหน้ามองซ้ายขวาอย่างคนกังวล สะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวเองออก พลางว่าเสียงดัง “แจจุงอยู่ที่ไหน!”
“ดิฉัน..ก็ไม่เห็นเหมือนกันคุณซองฮยอน บอกดิฉันทีได้ไหมนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..”
“ชิบเอ๊ย!!!” เขาสบถ “รถผมยังอยู่หน้าบ้านใช่ไหม?”
“เดี๋ยวสิคุณซองฮยอน คุณน่ะยังบาดเจ็บที่ศีรษะ..”
“ช่างมันเถอะน่า..” เสียงทุ้มว่าจนคนชราหน้าหมอง “ช่างไม่ได้หรอก คุณต้องเล่าให้ดิฉันฟังเดี๋ยวนี้ เพราะคุณแจจุงก็เป็นคุณหนูของดิฉันเหมือนกัน ตอนที่เราพบคุณนอนสลบหัวแตกอยู่หน้าบ้าน แถมยังรู้ว่าคุณหนูใหญ่หายตัวไปอีก คุณรู้ไหมว่าพวกเราตกใจกันมากแค่ไหน..”
คนชราว่าเสียงแข็งจนร่างสูงอ่อนใจ เขายกมือยอมแพ้ “เอาล่ะๆ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังแน่ แต่ตอนนี้ผมจำเป็นต้องไปก่อน ขอเถอะนะ”
“แต่ว่าแผล..” ซองฮยอนไม่ตอบ เขาเดินออกไปทันทีท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน
“อะไรของเขาน่ะป้า..”
....
มือหนายกกุญแจขึ้นไขก่อนจะสตาร์ทรถ บิดขับออกไปด้วยความเร็วจนน่ากลัว ...แจจุงโดนจับตัวไปแล้ว..
แล้วจะถูกจับตัวไปที่ไหน? ถ้าคุณแจฮีรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็เรื่องใหญ่แน่..
คุณแจฮี...ใช่สิ คิมจุนยอง! ไอ้หมอนั่น! โทพาซเป็นเลขาของจุนยองนี่นา..
คิมจุนยอง น้องชายของคิมแจฮี มันต้องจับแจจุงไปขู่บังคับให้คุณแจฮียอมเซ็นสัญญามอบมรดกให้แน่ๆ
ไอ้เลวเอ๊ย...
มือหนาบิดพวงมาลัย มุ่งหน้าไปคฤหาสน์ของจุนยอง แต่ในทันทีทีรถเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็ว ความรู้สึกของเขาก็พร่าเลือนลงทันทีจนแทบจะต้องปล่อยมือออกจากพวงมาลัย
ปวด..ปวดหัว..
ร่างสูงละมือข้างหนึ่งออกเลื่อนไปจับที่ศีรษะ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงหยดน้ำหนืดที่ตรงบริเวณท้ายทอย ..เลือดนี่...แผลเปิดหรือ..
ถ้าเขาไปทั้งสภาพแบบนี้คงไม่พ้นจะต้องโดนจับไปอีกคนเป็นแน่
ถ้ายกเรื่องใช้ชื่อ EAGLE เรียกทุกคนมาตอนนี้..มันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และคุณแจฮีจะต้องร้อนใจแน่..
ทำยังไงดี..
เค้าจะต้องไปช่วยแจจุงเดี๋ยวนี้..
ช่วยแจจุง..ไปหา..ยุนโฮ
ใช่แล้ว เขาจะต้องไปหา ’ชองยุนโฮ’ เดี๋ยวนี้..
มือหนากระชากทิชชู่ขึ้นปาดซับเลือดที่เกรอะกรังเบาๆ ก่อนจะแข็งใจบึ่งรถไปที่คอนโดของยุนโฮทันทีให้ทันเวลา
ก่อนที่เขาจะหมดสติลงอีกครั้ง..
.....
รถมาสเซอราติคันหรูดริฟจอดที่หน้าคอนโดอย่างรวดเร็ว ลีซองฮยอนเปิดประตูรถออกพลางก้าววิ่งเข้าไปภายในตัวอาคารอย่างเร่งรีบ เสียงทุ้มพยายามเค้นออกจากลำคอพลางถามไถ่โอเปอเรเตอร์สาวที่หน้าตึกทันที
“ห้องของชองยุนโฮ..อยู่ที่ไหนเหรอครับ..”
พนักงานสาวเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างสูงหล่อเหลาในสภาพเลือดไหลไม่หยุดก็ตกใจ หล่อนยกมือขึ้นปิดปาก มือข้างขวาของเธอเอื้อมจะโทรศัพท์ไปเรียกรปภ. แต่เมื่อเห็นสายตาที่แสนร้อนรนของชายตรงหน้า หล่อนจึงยอมวางหูโทรศัพท์แล้วคีย์ข้อมูลของ ‘ชองยุนโฮ’ ให้อย่างรวดเร็วตามที่ชายหนุ่มต้องการ
“303 ชั้นสี่ค่ะ..เอ่อ ลิฟต์อยู่ด้านนี้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
ต้องรีบ...รีบมากกว่านี้อีก
....
ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินกว้างพลางมองหาห้อง 303 ด้วยความกระสับกระส่าย ตอนนี้ซองฮยอนรู้สึกปวดหัวมาก เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะไม่ไหว แต่ก็ทันท่วงทีก่อนที่เขาจะหมดสติ..สายตาที่พร่าเลือนเรียกร่างกายของตนไปหยุดยืนที่ห้อง 303 ตรงหน้าก่อนจะบรรจงเคาะประตูลงไปไม่ยั้ง
“ปังๆ!!”
....
ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้าง สี่ร่างเงยหน้าละจากโต๊ะอาหารขึ้นมองกัน คิดเหมือนๆ กันว่าใครจะมาเคาะประตูห้องพวกเขาในเวลาอย่างนี้ ในที่สุด ร่างเล็กเจ้าของรอยยิ้มน่ารักก็พยักหน้าให้ทุกคน ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกไปเปิดประตูเอง
“ครับ..”
“คุณยุนโฮ! คุณยุนโฮ...” ร่างสูงที่ยืนพิงประตูอยู่ผลุนผลันเข้ามาในห้องอย่างหมดแรง ไขว่คว้าร่างที่หน้าประตูห้องไว้ คิมจุนซูเบิกตาโตอย่างตกใจ ร้องลั่น
“ดะ เดี๊ยวสิคุณ..อะไรเนี่ย! ละเลือด..เลือดเต็มเลย”
เสียงโวยวายของร่างเล็กเรียกอีกสามคนให้ออกมาดูหน้าห้อง ยูชอนทำท่าจะเข้าไปปรามคนแปลกหน้าที่บุกรุกห้องเขาเข้ามา ชางมินก็เช่นกัน หากแต่เมื่อยุนโฮเห็นใบหน้าของชายคนนี้แล้ว ร่างกายก็กลับหยุดนิ่งขยับไม่ไหวติง
“คุณ..คุณซองฮยอน..” เสียงทุ้มที่แจ่มชัดในความรู้สึกเรียกสายตาคนใกล้หมดสติให้จ้องมองไปได้ ซองฮยอนเดินเซไปหายุนโฮ พลางขยับมือที่สั่นระริกเลื่อนไปจับที่หัวไหล่กว้าง
“ช่วย...ช่วยแจจุงด้วย...” เขาพร่ำ “ไปช่วยแจจุงที..”
“คุณว่ายังไงนะ!” เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อชื่อของคนที่เป็นเจ้าของหัวใจดังหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของชายตรงหน้า ยุนโฮกำมือซองฮยอนไว้แน่น “แจจุง...แจจุงเป็นอะไร! บอกผมสิ บอกผม!”
“แจจุงโดนจับตัวไปแล้ว..” เสียงทุ้มค่อยๆ พร่าลง “ที่คฤหาสน์ของคิมจุนยอง..รีบไป ได้โปรด..”
“มันอยู่ที่ไหนกันล่ะ!” ดูเหมือนจะช้าไป “ซองฮยอน ซองฮยอน!”
ร่างสูงตรงหน้าหมดสติไปแล้ว
“พะ พี่ยุนโฮ..เขา..”
“โธ่เว้ย! จุนซูชางมิน พาคุณซองฮยอนไปโรงพยาบาลที ยูชอน แกมากับฉัน ฉันจำเป็นต้องให้แม่ช่วย ตอนนี้แจจุงกำลังตกอยู่ในอันตราย”
“นะนี่มันเรื่องอะไรกันพี่..” ชางมินใจหาย เขาพูดไม่ออกเมื่อเจออะไรที่ผลุนผลันเช่นนี้
ยุนโฮถอนหายใจ เลื่อนมือไปกุมที่ไหล่น้อง “เชื่อใจพี่เถอะนะ”
หนึ่งในเหตุผลของการมีชีวิตอยู่..
คือการได้เห็นคนที่รักใช้ชีวิตด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่ายุนโฮจะบอกกับตัวเองให้ลืมแจจุงไปมากกี่ครั้ง
ความห่วงใยที่ล้นออกมาจากใจก็ยังคงร่ำร้อง..
รอก่อนนะ..แจจุง..
...............
แสงไฟถูกเปิด ทำเอาร่างบอบบางสะดุ้งจนกายไหว แจจุงมองไปยังต้นแสงที่มาพร้อมกับบรุษปริศนาอีกสามสี่คน กายบอบบางถดไปแนบอยู่ที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว ร่างทั้งร่างยังคงถูกพันธนาการ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“อ้าว คุณแจจุง ตื่นแล้วเหรอ..?” เสียงชราเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ บุคคลตรงหน้าทำให้แจจุงต้องตกใจ เมื่อใบหน้าของเขากระจ่างชัดในความรู้สึก
“ท่าทางอยากจะพูดอะไรสินะ? นี่แก! ไปเปิดปากมัน” หันไปสั่งชายอีกคนข้างกาย เขาพยักหน้า ก่อนจะก้มลงดึงเทปที่ริมฝีปากบางอย่างแรง “แควก!!”
“โอ๊ย..” เสียงหวานร้องเบาๆ ก่อนจะคราง “คะ..คุณอา..ทำไม..”
“ยังจำอาได้อีกหรือหนูแจจุง?” ยิ้มแสยะ อย่างที่ใครเห็นคงอยากจะกระชากมาต่อยสักหมัด “น่ารักจริงๆ เลยนะหลานเนี่ย”
“ทำไมถึงเป็นคุณอา...คุณอาต้องการอะไร..” ใบหน้าหวานส่ายไปมาราวกับจะไม่เชื่อ ว่าญาติแท้ๆ ของตนเองที่เป็นคนกระทำเรื่องเช่นนี้ คิมจุนยองเกรี้ยวกราดขึ้นมา ก่อนจะสบถเสียงดัง “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี!!! ไม่รู้รึไงว่าพ่อของแกนั่นแหละที่ทำให้ฉันต้องล้มละลาย!! มันฮุบมรดกไปทั้งหมดแบบนี้ ยังจะมีหน้ามาเรียกฉันว่าอาอีกเหรอ!!”
“ฮึก...ไม่..คุณพ่อไม่ได้ทำอย่างนั้น..”
“เพี๊ยะ!!” เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อนิ่มดังลั่น “คนโง่อย่างแกอย่าทำเป็นรู้ดี”
แก้มใสขึ้นรอยแดง น้ำตาไหลรินลงอาบใบหน้าด้วยความเจ็บปวด คิมจุนยองยังคงสำทับ “ฉันจะเอาแกนี่แหละเป็นตัวประกัน ให้ไอ้แจฮีมันเซ็นสัญญายกมรดกให้ หึ รักกันซะจริง รักกันก็ไปตายด้วยกันนั่นแหละ!! ฮ่าๆๆ”
“ไม่..คุณพ่อไม่มีทางเซ็น..!!” ดวงตาคู่โตฉายแววเกรี้ยวกราดใส่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาพลางตะโกนลั่น ทำเอาปีศาจอย่างมันเกรี้ยวกราด “ปากดี..ปากดีจริงๆ หึหึ แล้วฉันจะให้ไอ้แจฮีมันเจ็บยิ่งกว่านี้อีก! พวกแก!!”
“ครับ!”
“อยากทำอะไรไอ้คุณหนูนี่ก็เชิญตามสบาย เห็นว่าอยากกันนักนี่ ฉันปล่อยให้ตามสบาย ไปก่อนล่ะ อย่าให้เสียงดังมาถึงข้างนอกล่ะ!”
สิ้นคำ ชายชราก่อนเดินออกไปพร้อมเสียงหัวเราะ กดล็อคประตูจากด้านนอก คำพูดนั่นทำเอาร่างเล็กสั่นไหวขึ้นอีกเป็นทวีคูณ “พะ พวกแก...จะ จะทำอะไรฉัน..”
“สวยจังเลยว่ะ” มันคนหนึ่งพูด “เด็กผู้ชายจริงๆ เหรอ”
“ผิวก็ขาวขนาดนี้..” ลูบมือหยาบกร้านลงไปที่ข้อและฝ่าเท้า “เท้าก็เล็กแค่นี้...”
“อยะ..อย่ามาจับนะ!!” แจจุงตะโกนเสียงดัง ไม่เอา...อย่าเข้ามาใกล้นะ “ฉันเป็นผู้ชายจริงๆ นะ”
“เสียงก็หวานด้วย...” มันยิ้ม “อยากรู้จัง...ว่าถ้าทำให้ร้องดังกว่านี้..เสียงจะหวานกว่าเดิมไหม”
“ไม่!!!!!” แจจุงร้องลั่น เมื่อมันสองคนตรงเข้ามาแกะเชือกที่ข้อมือและปลดกระดุมเสื้อของเขา “ปล่อยฉันนะ!! ฮึก...ปล่อยสิ!!!”
“เพี๊ยะ!!” ฝ่ามือหยาบกร้านกระทบลงไปที่แก้มอีกข้าง “หุบปาก! ถึงเวลาแล้วจะให้ร้อง..”
“ฮึก.. ปล่อย!! ไม่!! ฮึก..” เสียงใสร้องปนสะอื้น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เมื่อมันแนบริมฝีปากหยาบกร้านลงไปบนต้นคอ มือเล็กพยายามจะดิ้น แต่ก็ถูกล็อคเอาไว้ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ดีดดิ้นราวกับจะขาดใจ “เฮ้ย กูขอก่อนแล้วกัน รอบต่อไปมึงค่อยจัดการ”
“เออ มึงชอบซิงๆ แบบนี้อยู่แล้วนี่?” มันพูด “จับเอาไว้ดิ๊”
มือหนากดลงที่ข้อมือขาวจนขึ้นจ้ำ มันอีกคนขึ้นคร่อมร่างบอบบางของแจจุงไว้ ถอดเสื้อของตัวเองออก ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมของร่างบางออกอย่างไม่รีบร้อน “ดูดิวะ ขาว ขาวไปทั้งตัวเลย น่ากินชะมัด...”
“ฮึก...ฮือออ ไม่เอา ปล่อยนะ.. ฮึกๆ” แจจุงร่นคอหนี เมื่อปลายลิ้นหยาบแนบลงบนต้นคอ ฝ่ามือสกปรกที่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกขาวทำให้แจจุงรู้สึกเกลียดตัวเองในยามนี้เหลือเกิน
ยุนโฮ...ยุนโฮ ฮึก...
ได้ยินเสียงของฉันไหม...
เสียงของฉันที่บอกว่ารักนายมากแค่ไหน...
ได้ยินหรือเปล่า..
….
“โค้งหน้านั่นแหละ” ร่างสูงกรีดตาลงบนแผนที่ที่ได้รับมาจากแม่ของเพื่อน พลางว่า “เฮ้ย ไอ้ยุนโฮเป็นไรไปวะ”
ยูชอนเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าคนขับดูท่าทางจะไม่ค่อยดี มือหนายกขึ้นโบกไวๆ ให้เพื่อน “เปล่า..แค่รู้สึกไม่ค่อยดี...”
ความรู้สึกแปลกๆ ที่เหมือนโดนแทงที่หัวใจนี่มันอะไร..
หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับแจจุง..
“อีกสิบนาทีแม่จะส่งคนมาช่วยใช่ไหม?” ยุนโฮเอ่ยปากถามเพื่อน ในขณะที่จอดรถ “ใช่ ไม่เกินสิบนาที”
“บ้านนี้เหรอวะ ใหญ่ชิบหาย แล้วจะเข้าไปยังไง” ยูชอนสบถ ยุนโฮเกาคางทำท่างครุ่นคิด “ปีนเข้าไปทั้งอย่างงี้เนี้ยแหละ”
ยูชอนมองหน้าเพื่อนอึ้งๆ เค้ารู้ว่ายุนโฮเป็นคนฉลาด แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นคนบ้าบิ่นด้วย ร่างสงมองหน้าเพื่อนก่อนจะถอนหายใจ “เอาก็เอาวะ”
กำแพงเหล็กสูงราวสองเมตรครึ่งตระหง่านตรงหน้ายุนโฮและยูชอน สายเรียวมองไปรอบๆ สองขาปีนป่ายขึ้นไปอย่างชำนาญ มือหนาคว้ากล้องวงจรปิดเครื่องหนึ่งมาก่อนจะทุบด้วยแท่งเหล็กที่เก็บได้ แล้วช้อนตัวเข้ามาภายในตัวบ้านอย่างชำนาญ จนเพื่อนซี้อย่างยูชอนถึงกับอึ้ง
“แกเซียนขนาดนี้เลยเหรอวะยุนโฮ...ทำมาหลายทีแล้วเหรอเนี่ย ยกเค้าบ้านคนอื่นน่ะ”
“ยกเค้าป้าเอ็งดิ ไอ้ยูชอน อย่ามัวแต่ลูกเล่น รีบลงมาเร็วๆ” ว่าจบก็เดินเข้าไปก่อน จนคนชักช้าอย่างยูชอนได้แต่กุลีกุจอลงแทบไม่ทัน “เฮ้ย รอด้วยดิ”
แผ่นหลังกว้างแนบลงกับกำแพง ยูชอนหันไปพูด “สายลับเค้าทำงานกันงี้เองเหรอ เท่วะ”
“ชู่วส์” ยุนโฮจุ๊ปากให้เงียบ เมื่อพวกยามหน้าคฤหาสน์เริ่มส่งเสียงคุยกัน “นี่ แก ตะกี๊เห็นคนที่พวกคุณจุนยองพามารึเปล่า ใครวะ”
“เห็นสิ ก็คุณหนูคิมไงล่ะ นี่..รู้แล้วอย่าไปบอกใครล่ะ คราวนี้พาไอ้ฮาริมกับเอียนเข้าไปด้วยนะ ฉันว่าคราวนี้ คุณหนูคิมอะไรนั่นน่ะ ไม่รอดแน่เลย”
“ควาย จริงดิ? ไอ้ฮาริมกับไอ้เอียนมันยิ่งโรคจิตอยู่ด้วย คราวที่เห็นว่ามันข่มขืนอิสาวข้างบ้านไปด้วยนะ ตัวอันตรายขนาดนั้นเอาเข้ามาทำไมวะ”
“ช่างมันเหอะ เรามีหน้าที่แค่เฝ้า....อุ๊บ” ริมฝีปากที่ขยับเขยื้อนถูกปิดจากด้านหลังด้วยฝ่ามือของเด็กหนุ่ม ชายอีกคนเองก็เช่นกัน ชองยุนโฮกระทุ้งเข่าเข้าไปที่ส่วนสสำคัญของมันทั้งสองอย่างแรง ก่อนจะส่งหมัดหนักๆ เข้าปะทะที่สันกรามจนสลบคามือ ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองคนก็ไร้สติ ยูชอนลากร่างไร้สติพวกนั้นไปไว้ที่พงหญ้าในสวนข้างๆ ก่อนจะเอาเชือกฟางมามัดตัวเอาไว้แน่นหนา พลางปรบมือเบาๆ “เท่ไปเลยว่ะ”
แต่ก็ดูเหมือนเพื่อนคนเก่งจะไม่ฟัง เสียงทุ้มออกท่าทางร้อนรนจนดูเหมือนจะตื่นตระหนก
“แจจุงกำลังแย่ ช้าไม่ได้แล้ว!”
ถ้านายเป็นอะไรไปล่ะก็...
ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย...แจจุง..

แจจ๋า อย่าตกเป็นของใครนะ
มาช่วยแจเร็วๆเซ่
#1 By Sharingyoochun Team on 2009-01-06 23:53