True or Lies?[39]

posted on 14 Dec 2008 18:42 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13


39. Whisper of..

 



“อรุณสวัสดิ์ แจจุง”

เสียง...เสียงใคร..?

“เลี้ยงข้าวนางฟ้าน่ะ ไม่มีคำว่าฟุ่มเฟือยหรอกนะแจจุง”

เรียกฉัน..เรียกฉันอย่างนั้นเหรอ..

“ฉันเบื่อๆ อยู่คนเดียว คิดถึงสุดที่รักที่เพิ่งหายป่วยเลยพามาเที่ยว..ไม่ได้รึไง?”

รัก...รักหรือ?

“ไม่สบายหรือเปล่า..หน้าแดงเชียวแจจุง”

“อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะแจจุง..”

ทั้งๆ ที่บอกกันว่าอย่างนั้น..

แต่ทำไม...?

.....

“อย่าโกหกตัวเองอีกเลยนะ..”

เสียงอะไร...เงียบสักทีได้ไหม...

“คุณซองฮยอนเขามารับแล้ว..ไม่ดีใจเหรอ”

ทำไมไม่อยากได้ยิน..

....

“แจจุง...บ๊ายบายนะ”

ไม่อยากได้ยินเข้าใจไหม!!...

...

 

ไหล่บางสั่นกระเพื่อมน้อยๆ ก่อนเจ้าของร่างบอบบางจะดึงตัวตัวเองออกมาจากห้วงฝันที่แสนโหดร้ายได้ทันการ เหงื่อกาฬที่แตกพลั่กไหลซึมเนื้อผ้าบางจนชุ่มชื้นกับหยดน้ำที่พราวรอบในหน้าได้รูปแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกที่แทบ ไม่ต้องบรรยายให้มากความไปมากกว่า หัวใจเต้นแรงบีบรัดจนเจ็บไปหมด มือขาวยกขึ้นกุมที่หน้าผาก ก่อนจะเสตามองไปรอบตัว

ที่นี่...ที่บ้าน..

แค่คืนแรก...ก็ฝันแล้วหรือ..

แจจุงถอนหายใจ เมื่อเห็นว่ารอบกายยังถูกล้อมรอบด้วยความมืด นี่เป็นคืนแรกที่เขาได้กลับมานอนบ้านตั้งแต่เกิดเรื่อง อะไรๆ ก็เลยดูจะแปลกสำหรับเขาไปเสียหมด

ก็แค่แปลกทีล่ะมั้ง..

อีกหน่อยก็คงชิน..

อีกหน่อยก็คงลืม...

ลืม...ลืมทุกๆ อย่าง

ใบหน้าใสก้มซุกลงกับฝ่ามือ ก่อนน้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะไหลลงมาเป็นสายอีกครั้ง

เสียงสะอื้นที่ดังก้อง ภายใต้ความมืดที่เหลือเพียงเขา..

แจจุงรู้ดีแก่ใจ

คิดถึง....คิดถึงยุนโฮ...

 

…..

 

ด้ามช้อนสีเหล็กยังคงถูกกำไว้ในมือนิ่มนานกว่าห้านาทีแล้ว ปลายสายตากลมโตยังคงจดจ้องไปที่เงาสะท้อนใบหน้าบานๆ เบี้ยวๆ ของเขาในนั้น ไม่มีจุดหมาย ไม่มีหนทาง จวบจนข้าวในจานที่เริ่มจะเย็นชืด จึงทำให้คนที่มองอยู่ตลอดเวลารู้สึกตัวว่าควรจะทำอะไรสักอย่าง

ใบหน้าคมคายก้มลงไปมองภาพสะท้อนในช้อนสีด้วยพลางยิ้ม เมื่อใบหน้าของตัวเองไปปรากฏอยู่ข้างๆ คนแก้มใสในช้อนนั้นด้วยพลางว่า

“มองอะไรอยู่เหรอแจจุง” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหู ไหล่เล็กสะดุ้งน้อยๆ เมื่อรู้สึกถึงภาพสะท้อนที่เปลี่ยนไป หน้าสวยๆ หันไปมองคนข้างๆ ก่อนจะลดช้อนในมือลง เอ่ยเสียงเบาหวิวราวกับละเมอ “ปละ..เปล่าหรอก”

“งั้นก็กินข้าวเถอะนะ ข้าวเย็นหมดแล้ว” ซองฮยอนยิ้มให้ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอีกครั้ง เสียงหวานเอ่ยถามเขาอย่างไม่แน่ใจ

“ซะ ซองฮยอน....แล้วคุณพ่อ..ไปไหนงั้นเหรอ?” แผ่นหลังกว้างชะงัก รอยยิ้มที่เคยกว้างลดลงเหลือเพียงโค้งจางๆ ที่มุมปาก อย่างที่ใครสังเกตเห็นคงรู้สึกไม่ค่อยดี หากแต่ก็แค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาก็กลับมายิ้มกว้างให้แจจุงเหมือนเดิม

“คุณแจฮีไปบริษัท เขาเตรียมความคุ้มครองให้แจจุงอยู่น่ะ ถึงเรื่องมันจะวุ่นวายไปบ้าง แต่แจจุงจะต้องปลอดภัยแน่ๆ เลย เชื่อฉันนะ”

สิ่งที่ทำให้ลีซองฮยอนรู้สึกไม่ดี..ไม่ใช่คำถามที่ออกจากปากร่างบาง

หากแต่เป็นคำหนึ่งคำ ที่เขาได้ยินอยู่เป็นประจำ..

ซองฮยอน...อย่างนั้นเหรอ..?

คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าน่ะ แจจุง...

รอยยิ้มที่จางลง...ถึงจะเพียงครู่เดียวแต่หากสังเกตก็คงมองเห็น

หากใส่ใจ ถ้าหากว่าสนใจ...ก็คงจะมองเห็น

ที่ทำเป็นกลบเกลื่อนเป็นเพราะไม่อยากให้ฝ่ายตรงข้ามรู้หรือว่า...

ไม่อยากจะรับรู้ว่าเขามองไม่เห็นกันแน่...

 

....

 

เสียงที่เงียบงันสะท้อนก้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว มือเรียวยกขึ้นไล้ที่แก้มมนอย่างรักใคร่ ร่างเล็กที่สลบไสลไม่ได้สติทำให้เขาเป็นห่วง ก่อนสัมผัสเบาๆ ที่มือหนาจะทำให้ปาร์คยูชอนต้องสะดุ้งอย่างแปลกใจ

แพรขนตางอนยาวกระพริบถี่ๆ ก่อนเสียงแหบแหลมๆ อย่างเป็นเอกลักษณ์ที่เขารักจะครูดฝ่านลำคอน้อยๆ ออกมาบางเบา แต่ก็พอที่จะจับใจความได้อย่างชัดเจน..

“หยะ ยูชอน...ฮยอคแจเป็นยังไงบ้าง...”

“ตื่นแล้วเหรอจุนซู..” ร่างสูงไม่ตอบ แต่พยักหน้าให้ร่างเล็กแทนคำตอบ จุนซูถอนหายใจเบา ทั้งที่ความกังวลยังไม่คลายออกไปจากใบหน้า เสียงเล็กยังพยายามเอ่ย

“แล้วคุณทงแฮล่ะ..”

“เห็นหมอบอกว่าฮยอคแจปลอดภัยแล้ว เขาก็เลยขอตัวกลับไปก่อนน่ะ” ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้ รับสัมผัสอ่อนโยนที่ศีรษะด้วยการก้มลงน้อยๆ

“แล้วอยากจะกินข้าวก่อน หรืออยากไปหาฮยอคแจก่อนกันล่ะ..?”

ดวงตาเรียวเล็กเงยขึ้นสบ ก่อนจะเอ่ย “ไปหาฮยอคแจก่อนได้ไหม...”

 

...

 

ร่างโปร่งบนสีนอนที่ขาวชันกายขึ้นครึ่งตัวพลางยกหนังสือสีเดียวกับชุดขึ้นอ่านปกปิดใบหน้า เสียงประตูที่ดังเรียกกิริยาที่กำลังหมกหมุ่นอยู่กับหน้ากระดาษตรงหน้าให้หันมาให้ความสนใจกับผู้มาไหม่ที่ประตูได้

“อ้าว...จุนซู”

ใบหน้าเรียวกับผิวที่ซูบซีดผิดคนปกติทำให้คนตัวเล็กอยากจะร่ำไห้ออกมาอีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ทำให้คนป่วยแปลกใจได้เท่ากับร่างสูงของอีกคนที่เดินตามคนตัวเล็กมาทางด้านหลัง

“คุณยูชอน...”

“สวัสดีครับ”

ยูชอนโค้งให้ฮยอคแจหนึ่งครั้งเป็นการทักทาย เขาคงจะลุกขึ้นมาโน้มตัวกลับ หากแต่พลังงานที่น่าจะถูกนำมาเผาผลาญในการขยับกายมันกลับไม่รู้ว่าสูญสลายหายไปไหนหมด ร่างกายแม้แต่จะขยับแขนก็ยังลำบาก ทำให้เขาได้แต่พยายามส่งเสียงกลับเท่านั้น

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ คุณยูชอน”

“ผมไม่รู้..จะขอบคุณคุณยังไงดี จริงๆ..”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ จนคนที่ถูกขอบคุณได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ ฮยอคแจว่า

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณยูชอน จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้ทำเพื่อคุณสักหน่อยนี่นา”

มือขาวซีดยกขึ้นจับที่ข้อมือเล็กๆ ที่สั่นระริก พลางหันมาพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียง

“ที่ผมทำ ก็เพื่อหมอนี่ทั้งนั้น...”

ร่างเล็กเงยหน้ามองเพื่อนรัก พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก

“นี่จุนซู ลูกผู้ชายน่ะเขาไม่ร้องไห้กันหรอกนะ”

ฮยอคแจหลับตา ก่อนจะหันมาพูดกับทั้งสองคน “ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไปเยอรมัน ต่อจากนี้ คงนานๆ ทีแล้วล่ะที่จะได้เจอกัน”

“อะ..เอาอีกแล้วเหรอ” จุนซูเริ่มสะอื้นหนัก ทำเอาคนป่วยได้แต่ยกไหล่จะจนปัญญา จนคนนอกอย่างยูชอนต้องเข้ามาปลอบ เขาว่าต่อ

“นี่ไอ้เจ้าโง่ ที่ฉันเนี่ยก็จะได้ไปรักษาไอ้โรคบ้าๆ นี่ให้หายแล้วจะได้กลับมาอยู่กับนายนานๆ ไงเล่า อยากให้ฉันอยู่นี่ไปจนตายรึไง?”

“ฮึก...ไอ้บ้า พูดอะไรแบบนั้น”

คนป่วยส่ายหัวให้กับนิสัยเด็กไม่รู้จักโตของเพื่อน เขาหันหน้าไปทางยูชอนพลางว่า “ยังไงต่อจากนี้ ก็ฝากดูแลเจ้าหมอนี่ด้วยนะครับ”

ยูชอนพยักหน้า ก่อนจะโอบร่างเล็กที่สะอื้นไว้ในอ้อมแขน

รักษาตัวให้ดีนะไอ้ตัวเล็ก

จนกว่าจะได้พบกันใหม่...

 

..............

..

 

อากาศเย็นๆ ทำเอามือขาวจัดต้องถูกยกขึ้นมาเป่าเบาๆ เพื่อเพิ่มไออุ่น คนตัวเล็กที่นั่งไกวเท้าอยู่ระเบียงหน้าบ้านถูกสวมทับด้วยโค้ทสีดำตัวใหญ่จากทางด้านหลัง เรียกสายตาคนรับลมชมอากาศให้หันไปมองได้

“หนาวขนาดนี้ยังมานั่งข้างนอกอีก เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกแจจุง”

คนสละเสื้อให้ช้อนตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนแจจุงจะยื่นเสื้อคืนไปให้ “แล้วเอาเสื้อมาให้ฉันอย่างนี้ ซองฮยอนก็หนาวน่ะสิ”

ใบหน้าคมคายรับเสื้อกลับมาพลางยิ้ม ก่อนจะก้มลงสวดกอดคนข้างๆ “ทำแบบนี้ก็ไม่หนาวแล้ว..”

“ขอกอดหน่อยนะ กอดแจจุงแล้วอุ่นดี..”

ใบหน้าใสสงบนิ่ง รอยยิ้มหวานเลือนหายไปในพริบตา ทันทีที่ความอบอุ่นที่อ้อมแขนแข็งแรงถูกส่งมาให้ ราวกับภาพเดิมๆ ถูกกดรีเพลย์ซ้ำๆ เสียงทุ้มย้อนดังในความรู้สึก ให้เจ็บเจียนตายจนอยากจะร้องไห้

เสียง..เสียงนี้อีกแล้ว...

“ฉันรักแจจุงจัง...”

“ฉันก็รักนาย รักมากที่สุดจริงๆ แจจุง..”

ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้

“ฉะ...ฉันก็รักซองฮยอน..”

ทั้งๆ ที่รู้ว่าฝืนตัวเองแท้ๆ...

มือหนาเลื่อนไปปิดที่ริมฝีปากบาง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้..

“ผม...จูบคุณได้ไหม..”

ลืม....ลืมไปซะให้หมด..

“ดะ ได้ ได้สิ...” ดวงตากลมโตหลับปี๋ ริมฝีปากกลมที่เม้มสนิทพยายามคลายออก ริมฝีปากได้รูปเลื่อนเข้าใกล้จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ

แจจุงคงมองเห็น ว่ามือที่โอบกอดเขาอยู่สั่นระริกเพียงใด

สั่นระริกจนต้องหยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วเป็นฝ่ายที่ถอยออกมา

...เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกแทง...

แจจุงลืมตา เมื่อรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนิ่มไม่ถูกสัมผัสเสียที ก่อนจะส่งเสียงถามอย่างแปลกใจ

“ทะ ทำไมล่ะซองฮยอน ทำไมถึงไม่...”

มือหนายกขึ้นปาดที่ดวงตากลมสวย สายตาที่จ้องมองมายังแจจุงช่างแสนเศร้า

“จะให้ผมจูบคุณ...ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำให้คุณร้องไห้ได้ยังไง”

น้ำตาไหลอาบเปื้อนแก้มสวย ด้วยเพียงเพราะกลัวที่จะต้องจูบ..

น้ำตาที่เป็นเครื่องหมายของทุกอย่าง..

“ทำไมกันล่ะ” เขาพร่ำ “ทำไมคุณถึงต้องฝืนถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่คุณรักเขา...แล้วทำไมถึงพูดว่ารักผม..”

“ซะ ซองฮยอน...” เสียงใสสั่นพร่า ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

“กลับไปหายุนโฮไหม...ให้ผมพากลับไปหายุนโฮไหมแจจุง...?”

ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยชื่อที่แจจุงไม่อยากจะนึกถึงมาตลอด

ชื่อที่ไม่อยากจะนึกถึง แต่ก็ไม่อาจลืมได้แม้กระทั่งยามหายใจ..

น้ำตาที่รวมกันอยู่ที่คลองตา ก็ดูจะไหลออกมาเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุดทันที

“คุณเปลี่ยนไปแล้วล่ะแจจุง เปลี่ยนไปอย่างที่ผมไม่อาจวิ่งตามให้ทันได้อีกแล้ว..”

ไม่อาจกลับมารักกันอย่างเก่า....ได้อีกตลอดไป...

“ฉัน..ฮึก ฉันขอโทษ...”

“อย่าร้องไห้เลยแจจุง” เขากระชับร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด “ผมแค่อยากให้คุณรู้ ว่าถ้าเพื่อความสุขของคุณแล้วล่ะก็ผมทำได้ทุกอย่าง..”

ถ้าเพื่อรอยยิ้มของแจจุง เขาทำได้ทุกอย่าง

แม้จะต้องทิ้งทุกสิ่งในชีวิต เขาก็ยอมได้

แม้จะต้องเจ็บเจียนตาย...เขาก็ทำได้...

ท่ามกลางเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของร่างในอ้อมกอด ดวงตาคู่โตคงไม่อาจมองเห็น

หยดน้ำตาของใครอีกคน ที่มอบอ้อมแขนให้เขาได้พักพิง

หยดน้ำตาของสิ่งที่เรียกว่าความเสียใจ..

..........

“กลับมาแล้วฮะ” เสียงทักทายจากคนคุ้นเคย ดังขึ้นในห้องที่พวกเขาเรียกกันว่าบ้านแห่งนี้

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ทั้งสี่คนเลิกที่จะเดินไปเดินมาระหว่างห้องทั้งสองห้อง ห้องของยุนโฮกลับเป็นห้องเดียวที่ทุกคนตัดสินใจจะใช้อยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะด้วยในเหตุผลไหนก็ตาม

“โอ้โห ชางมิน กลิ่นอะไรเนี่ยหอมจังเลย” เสียงแหลมเล็กของคนยิ้มเก่งถูกส่งไปทักทายเจ้าน้องชายที่อยู่ดีไม่ว่าดีคิดจับตะหลิวมาทำอาหารเอง โลมาน้อยรีบวิ่งหลุนๆ ไปใกล้ๆ ทันที

“นายทำเองจริงเหรอเนี่ย? สุดยอดเลยชางมิน”

“ผมก็แค่ลองน่ะ...ว่าแต่ว่าพวกพี่ไปโงพยาบาลมาเป็นยังไงกันบ้างล่ะ” น้องเล็กตอบกลับไปแบบไม่มอง เขาพอจะรู้ได้บ้างว่าเพื่อนของจุนซูคนนั้นคงจะไม่เป็นอะไรมาก ไม่งั้นเจ้าตัวเล็กคงไม่ได้มาเริงร่าแบบนี้แน่

เสียงเล็กว่าอ่อนลง แต่ก็คงทำใจได้มากแล้ว “ฮยอคแจตัดสินจะไปรักษาตัวที่เยอรมัน”

“ทำเสียงแบบนี้ ไม่คิดถึงเขาเหรอ” ชางมินแอบตะล่อม มีคนรักแล้วนี่?

“เขาบอกว่าให้ฉันรักษาตัวดีๆ ..” จุนซูเอ่ย “ฉันจะอยู่รอฮยอคแจที่นี่ รอจนกว่าเขาจะกลับมา..”

ริมฝีปากเล็กโค้งขึ้น ก่อนจะหันหน้าไปหาคนรัก “อยู่รอพร้อมกับนายด้วยนะ..ยูชอน”

สิ้นคำ คนที่ดูจะกังวลอยู่บ้างก็คลายยิ้มอบอุ่นออกมา

แม้จะเป็นคำสั้นๆ ทว่ายูชอนกลับเข้าใจความหมายของมันได้ชัดเจน

ความหมายของคำที่แทนว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป..

“พอเถอะ พวกพี่อย่ามาเลี่ยนกันแถวนี้จะได้ไหม” เสียงน้องเล็กเอ่ยยานคางราวกับจะบ่น แต่ใบหน้ากลับเผยยิ้มจางๆ “ไม่เป็นอะไรกันก็ดีแล้ว...ไปอาบน้ำกันก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวจะได้มากินข้าวกันนะ..”

เสียงน้องชายที่เอ่ยร้องราวกับห่วงใย ภายใต้น้ำเสียงนั้น ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจ

ถึงบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม..

ชามซุปสาหร่ายร้อนๆ ถูกวางลงบนโต๊ะทรงเตี้ยตัวเดิม ชางมินเอื้อมมือไปด้านหลัง ปลดเชือกชุดกันเปื้อนที่ชมพูอ่อนที่ตัวออก ก่อนจะเดินเข้าไปหายุนโฮในห้อง

ไม่อยากให้คนเป็นพี่ชายได้เห็น อะไรก็ตามที่เกียวกับคนๆ นั้น..

ผ้ากันเปื้อนสีชมพูของแจจุง..

ไม่ใช่ว่าโกรธคนที่จากไปที่ทำให้ยุนโฮต้องเป็นแบบนี้ เพียงแต่ไม่อาจทนมองทุกสิ่งที่ประจักษ์แก่ตาตรงหน้าได้

“ฮยองยุนโฮ..กินข้าวเถอะ..” เสียงชางมินตะโกนถามแบบเหนื่อยใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่ได้คงจะมีเพียงคำตอบเดิม “กินกันไปก่อนเถอะ พี่ยังไม่หิว..”

“วันนี้มีซุปสาหร่ายด้วย...มากินด้วยกันเถอะนะ” ชางมินส่งเสียงราวกับขอร้องอีกครั้ง เขาไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นชองยุนโฮที่ใช้ชีวิตราวกับไร้วิญญาณเช่นนี้

“ซุปสาหร่ายกับกิมจิ อร่อยมั้ยยุนโฮ..”

อะไรกันเล่า ฉันเป็นผู้ชายจริงๆ นะ นายนี่..”

แก้มแดงๆ ที่ป่องขึ้นมาเวลาถูกแกล้งเสียจนเขิน..

ริมฝีปากกลมๆ ที่เจื้อยแจ้วใส่เวลาไม่ชอบใจ..

คิดถึง คิดถึงจนแทบบ้า..

ใบหน้าคมคายที่ยามนี้นิ่งงันราวกับไร้ความรู้สึกได้แต่เม้มปากจนซีดเพื่อคลายความเจ็บปวด

เจ็บปวดที่ไม่มีแจจุงอีกแล้ว เจ็บปวดที่ทำร้ายหัวใจตัวเองซะจนยับเยิน

ทำลายเสียจนเจ็บเองไปทั้งหัวใจ

ภาพน้ำตามากมายที่ไหลเปรอะทั่วใบหน้าแสนรัก ยังคงสะกดยุนโฮให้ไม่สามารถแม้แต่จะข่มตาหลับ..

อยากรู้ว่าจะยังมีความสุขดีไหม..

อยากรู้ว่าว่าเวลานอนห่มผ้าบ้างหรือเปล่า..

อยากหอม อยากกอด อยากก้มจูบที่แก้มใสๆ นั้นเวลารู้สึกกลัว..

อยากจะปกป้องร่างบอบบางนั้นไว้ด้วยสองมือ..

“ฉันแค่รักนาย...แค่รักนายเท่านั้นเองจริงๆ..”

 

.....

 

ท่ามกลางความมืดมิดที่แสนสงบ บุคคลกลุ่มหนึ่งได้สอดแทรกตัวเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลคิมอย่างช้าๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

เครื่องส่งสัญญาณกล้องวงจรปิดที่ถูกทำลาย ไม่อาจฉายภาพของกลุ่มคนชุดดำที่เข้าลอบทำร้ายผู้รักษาความปลอดภัยทีละคน ละคน จนราบเรียบ

เพื่อเป้าหมายที่ตัวคุณหนูเล็กของบ้านที่กำลังเก็บข้าวของอยู่อย่างไม่ได้ให้รู้สึกตัว..

“เดี๋ยวฉันลงไปรอข้างล่างนะแจจุง”

เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะเดินออกจากห้องมา ไร้ซึ่งเสียงโต้ตอบกันให้มากความ เพราะทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่ายิ่งพูดไปก็มีแต่ที่จะทำให้เวลาจากกันเสียใจมากยิ่งขึ้น

เขากำลังจะได้กลับไปหายุนโฮ...

แจจุงพยายามข่มตาหลับกำจัดความคิดรบกวนใจ เขาคงไม่อาจพรากจากยุนโฮได้อีกแล้ว..

ชองยุนโฮ...เจ้าของหัวใจที่แท้จริงของเขา...

ไม่ว่าจะอย่างไร..ก็ต้องกลับไป

บ้านจริง ๆของเขา...คือคอนโดที่มียุนโฮ ชางมิน จุนซู และยูชอนอยู่ด้วยกันต่างหาก..

.....

มือหนายกกุญแจขึ้นไขประตูรถ ในหัวครุ่นคิดสับสนถึงการส่งแจจุงกลับในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าควรจะปล่อย แต่ลึกๆ หัวใจก็กลับทัดทาน

แต่เขาก็ต้องทำ ในเมื่อมันเป็นความสุขของแจจุง

ในขณะที่ร่างสูงกำลังประมาท ซองฮยอนไม่ได้รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

ไม้ด้ามใหญ่ถูกยกขึ้นจนเหนือศีรษะ ก่อนจะฟาดลงไปที่แผ่นหลังกว้างของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างแรง

“พลั่ก!!!” มือที่ถือกุญแจชะงักนิ่ง เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากเส้นดำสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาพร่าเลือนอย่างคนเสียการทรงตัว ก่อนขาแข็งแรงที่หยัดยืนทั้งสองข้างจะค่อยๆ ล้มลงไป..

“หึ โง่นักนะ EAGLE…” เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน กลับเป็นเสียงหวานร้ายที่แสนคุ้นหู

โทพาซหรือ...

เราพลาดไปแล้ว..

แจจุง...แล้วแจจุงล่ะ..

แล้วทุกอย่างก็มืดมิดลง..

.....

ประตูบานใหญ่ถูกเคาะแรงๆ จนคนที่อยู่ในห้องได้แต่แปลกใจ ตอนนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลคิมไม่มีใครนอกจากเขา ซองฮยอน คนใช้ในบ้านและยามรักษาการณ์ แจจุงคิดว่าซองฮยอนมีเรื่องด่วน จึงเดินออกไปเปิดประตูอย่างไม่ทันระวัง

“อะไรเหรอ....อุ๊บ..”

ริมฝีปากกลมถูกปิดด้วยมือใหญ่กร้าน ข้อมือขาวถูกล็อคจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สามถึงสี่คนคนที่เข้าล้อมตัวเขา แขนและขาถูกล็อคด้วยกุญแจมือ ก่อนเจ้าของร่างยักษ์จะหยิบสก็อตเทปหนามาปิดที่ปากของเขาเอาไว้ ดวงตากลมเบิกโตอย่างหวาดกลัว พยายามดิ้นสุดกำลังแต่ก็ไม่อาจสลัดกายให้หลุดออกจากพลกำลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้

“อย่าดิ้น! ถ้าไม่อยากเจ็บตัวละก็นะ คุณแจจุง..” เสียงหวานๆ ดังขึ้น เรียกสายตากลมโตให้ไปมองได้

ผู้หญิงคนนี้...ตัวแทนงานประกวดของกึนซังนี่นา..

ทำไมถึงได้..

“เอ๋ ฉันคิดว่าคุณจะจำฉันไม่ได้เสียอีกนะเนี่ย ทำหน้าตาแบบนี้แสดงว่าจำได้ล่ะสิ ความจำดีจริงๆ น้าคุณหนู...”

“อยู่นิ่งๆ เสียเถอะ แล้วคุณจะปลอดภัย”

เสียงหวานหัวเราะลั่น

กายบางสั่นระริก หวาดกลัวทุกสิ่งตรงหน้าจับใจ..

หวีดร้องด้วยความหวาดกลัว หากแต่ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ..

..ช่วยด้วย...ใครก็ได้...

 

to be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ช่วยแจจุงที แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#1 By chomchunnie (124.121.31.206) on 2008-12-22 15:08

ชองยุนโฮ นายอยู่หนายยยยยยยยยยย

มาช่วยแจจุงด้วย

#2 By =belle= (114.128.144.163) on 2009-01-15 23:48