True or Lies?[38]

posted on 06 Dec 2008 12:38 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13


38. Farewell

 

 

 

......

 

“นี่ยูชอน ป่านนี้พวกยุนโฮจะเป็นยังไงบ้างนะ” เสียงเล็กเอ่ยถามคนตัวสูงข้างๆ พลางเอื้อมมือไปเปิดประตู “....ไม่รู้สิ”

เบื้องหลังประตูสีขาวบานเดิม น้องชายสุดที่รักของพวกเขายังคงเฝ้ารอ

“กลับมาแล้วหรือครับพี่” ใบหน้ายามยิ้มของชางมินในยามนี้ ยูชอนปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่าเขาชักจะเข้าใจความหมายของคำว่า พริ๊นซ์ชิม อย่างที่สาวๆ รุ่นน้องเคยพูดกันไว้ซะแล้ว

“อื้ม กลับมาแล้ว”

ก็รอยยิ้มของหมอนี่ มันสดใสสุดๆ ไปเลยน่ะสิ

 

.............

 

หัวกลมพาดพิงไปที่ไหล่หนา หลับตาซึมซับทุกไออุ่นที่เคยได้รับมาตลอด เสียงเครื่องยนต์ไกลๆ ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เริ่มชัดเจนในความรู้สึก แจจุงไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่ที่เขาหลับตา จวบจนทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลงตรงหน้า ก็เหมือนกับหัวใจของเขาจะหยุดลงไปพร้อมกัน

ถึงเวลาแล้วใช่ไหม...

“แจจุง ผมมารับคุณ”

ถึงเวลาบอกลาแล้วใช่ไหม?

ใบหน้าหวานสวยสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เงยหน้าขึ้นมองที่มาของเสียงด้วยท่าทางเหม่อลอย ปลายสายตาไร้ซึ่งจุดหมาย หากแต่หยาดน้ำที่คลอหน่วยในตาสวยกลับปกปิดภาพตรงหน้าไว้แทบสิ้น

มองไม่เห็น หรือ ไม่อยากจะมองเห็น..

ซองฮยอน...

สุดที่รักที่เคยรักที่สุด...เสมอมา

คนที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น..

ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ยืนอยู่แล้วที่ตรงหน้า แต่ทำไม...

ทำไมถึงได้อยากจะร้องไห้ออกมากันนะ?

“นะ นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอยุนโฮ...” แจจุงหันกลับมายิ้มให้ยุนโฮราวกับไม่มีอะไร ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างร่าเริง..

หากแต่เป็นยิ้มที่มาพร้อมกับหยาดน้ำตานับร้อยหยด ที่พร่างพรู่บดบังความสดใสในดวงตาจนมืดมิด..

เสียงใสที่ค่อยๆ จางหาย ถูกกลบทับด้วยเสียงสะอื้นที่เริ่มแรงขึ้น

ยุนโฮไม่อาจรู้ ว่าทำไมแจจุงถึงร้องไห้

ไม่แม้แต่จะเข้าใจ ความรู้สึกของแจจุงภายใต้ความจริงที่แสนเจ็บปวด

“แจจุง คุณซองฮยอนเขามารับแจจุงกลับแล้วนะ ไม่ดีใจเหรอ..” ดวงตาเรียวหรี่ลงราวกับแย้มยิ้ม พลางยกมือปาดคราบน้ำตาที่ดวงตากลมใสแผ่วเบา แต่แจจุงส่ายหน้าราวกับจะไม่ฟัง..

“ฉันจำอะไรไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ยุนโฮ”

“อย่าโกหกตัวเองอีกเลยนะ”

โกหก? โกหกงั้นหรือ..

ความรักที่ฉันมีให้นาย...เป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นเหรอ

ทำไมทำแบบนี้...

สิ้นคำ ชายหนุ่มในชุดสูทสามสี่คนที่ยืนข้างร่างสูงจึงค่อยๆ เดินเข้ามา สองมือกระชับเอาที่ข้อแขนคุณหนูที่หายตัวไปหลายวันพลางรั้งให้เดินไปขึ้นรถด้วยสีหน้ายินดี

หากแต่ร่างบางกลับไม่ขยับตัว มือขาวยังคงกำมือใหญ่ของร่างสูงแน่น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด

“ขอร้องเถอะยุนโฮ ช่วยพูดอะไรกับฉันซักคำจะได้ไหม...” เสียงใสพร่ำพลางสะอื้น เอ่ยคำขอร้องสุดท้ายสั่นพร่าราวกับจะขาดใจ

“แค่บอกกับฉันซักคำ แค่เพียงหนึ่งคำเท่านั้น..”

ช่วยบอกว่ารักฉันซักคำ..

ยุนโฮมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด อยากจะเดินเข้าไปกอด ลูบหลังปลอบประโลมไม่ให้ร่างบางต้องเสียใจ อยากจะรั้งเอาไว้

อยากจะขอให้อยู่ด้วยกันตลอดไป

อยากจะบอกว่ารักที่สุดยิ่งกว่าสิ่งใด...

แต่...

 

“แจจุง...บ๊ายบายนะ”

 

ลากัน...ตลอดกาล

 

ความจริงก็คือ...ผมรู้ว่าสิ่งที่คุณจะพูดต่อไปคืออะไร

มันไม่ได้มาจากใจจริง มันเป็นคำที่น่าสงสัย...น้ำตากำลังบอก...

ได้โปรดอย่าเอ่ยคำลาเลยได้ไหม..

โปรดฟังเสียงหัวใจที่ไม่อยากปล่อยมือของคุณไป

ผมได้ยินเสียงหัวใจของคุณนะ..คุณยังคงต้องการผมอยู่ใช่ไหม?

คุณไม่สามารถเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นได้...คุณไม่อาจโกหกได้ใช่ไหม?

 

......

โกหกใช่ไหม..

โกหกใช่ไหมยุนโฮ..?

......

 

"...." ภายใต้รถลีมูซีนสีดำสนิทที่กำลังขับเคลื่อน ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากบางแม้แต่น้อย

น้ำตาหยุดไหล พร้อมไปกับหัวใจที่หยุดเต้น

ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำร่ำลา ทันทีที่ได้ยินคำพูดแสนใจร้ายดังออกมาจากริมฝีปากของร่างสูง

ทั้งที่บอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ใช่หรือ..?

เบื้องหลังห้วงอารมณ์ที่แสนเศร้า แจจุงไม่ได้สังเกตถึงบางสิ่งเลยแม้แต่น้อย

ไม่แม้แต่จะรู้ว่ายังมีดวงตาอีกคู่หนึ่ง ที่จับจ้องเหตการณ์ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา

ลีซองฮยอนเคยคิดมาตลอดว่าแจจุงรักเขา

แต่คราวนี้..เขาชักไม่แน่ใจแล้วเช่นกัน..ว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นถูกต้องจริงหรือ..?

แววตาแสนเศร้ายามถูกผลักไสออกมาจากอ้อมกอดของใครคนนั้น

ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของเขาทุกวินาที

แววตาของคนที่บ่งบอกว่ารัก...รักอย่างมากมาย..

แจจุงกำลังเสียใจ เสียใจที่จากชองยุนโฮมา..

ความรักของเรา...เป็นความจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่..

......

"ตอนนี้ลีซองฮยอนรับตัวคุณแจจุงไปแล้วค่ะ" เสียงหวานอย่างสตรีดังขึ้น จุดรอยยิ้มร้ายที่มุมปากของคนเฝ้าดูได้สนิทใจ "ให้มันได้อย่างนี้สิ เจ้าซองฮยอนนี่มันก็มีช่วงเวลาที่ไร้สมองอยู่เหมือนกันแฮะ ทั้งๆ ที่ถ้าแจจุงไม่อยู่กับมันก็ออกจะปลอดภัยกว่าแท้ๆ.."

มือหยาบกร้านอย่างคนสูงวัยยกขึ้นเท้าคางบุ๋ม พลางจ้องมองจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพภายในรถลีมูซีนคันหรูของตระกูลคิมที่มีแจจุงนั่งอยู่ด้วยท่าทีสบายๆ

"การสะกดรอยตามรถของตระกูลคิมเนี่ยมันง่ายขนาดไหนรู้ไหมโทพาซ.." ปลายนิ้วหยิบรูปคนหน้าสวยที่กำลังเม้มปากกินขนมเค้กอยู่อย่างตั้งใจขึ้นมา ก่อนจะกรีดเล็บคมๆ ลงบาดรูปนั้นจนขึ้นรอย "ก็ง่ายขนาดที่ว่า..ฉันจะจับคุณหนูแจจุงลูกชายสุดที่รักของไอ้พี่แจฮีมาทำอะไรก็ได้เลยน่ะสิ"

ฮ่าฮ่าฮ่า เสียงหัวเราะน่ารังเกียจดังกึกก้อง

"แล้วมรดกทั้งหมดจะต้องกลายเป็นของฉัน เตรียมใจไว้ได้เลย แจฮี"

............

"แจจุง"

ใบหน้าใสนิ่งงันไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ซองฮยอนส่งเสียงเรียกอีกครั้ง "แจจุง.."

"....." ราวกับไร้วิญญาณ ดวงตาคู่โตยังคงจดจ้องไปข้างหน้า

เขาไม่รู้....ไม่รู้อะไรทั้งนั้น...

ทุกอย่างพังทลายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ด้วยมือของเขาเอง..

แม้จะพยายามโทษยุนโฮแค่ไหน แต่ความจริงคิมแจจุงรู้ดีแก่ใจ

เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นจากตัวเขาเองทั้งนั้น...

ซองฮยอนถอนหายใจกับท่าทางไร้ชีวิตนั้น ก่อนจะโน้มใบหน้าคมคายต่ำลง กระซิบที่ข้างหูคนเหม่อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "แจจุง...ถึงแล้วนะ"

เมื่อนั้นเอง ที่ใบหน้าใสหันกลับไปสบ ดวงตาคู่โตมองผ่านกระจกใสไปยังคฤหาสน์ใหญ่โตแสนคุ้นเคยตรงหน้า ...บ้าน...ของเขา...

ใบหน้าหวานช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าอีกครั้ง สายตาคมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดกำลังมองเขา สายตาที่บอกให้รู้ว่าความรักที่มีให้ไม่เคยน้อยลง และไม่แม้แต่จะลืมได้ซักครั้ง..

เขากำลังทำให้คนๆ นี้เจ็บปวด

คิดแล้วก็ทำให้หัวใจที่เปราะบางบีบรัดตัวเองอีกครั้งจนแทบแตกสลาย เขาไม่อาจทนเห็นซองฮยอนเจ็บปวดเช่นนี้ได้

จะทำให้คนอื่นต้องเสียใจไปถึงไหนกันคิมแจจุง..

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองคนรักในยามนี้แล้วราวกับจะร่ำไห้ เสียงทุ้มเปล่งออกไปจากส่วนลึกของจิตใจ ด้วยใจความที่ทำให้แจจุงไม่อาจลืม

"แจจุง..ผมรักคุณนะ" มือหนาก้มลงโอบรัดแผ่นหลังบางไว้ในอ้อมแขน "ผม...ไม่รู้สิ ถึงคุณจะรักเขา ผมก็ยังรักคุณ...รัก รักมาก.."

"......."

"ผมจะรอ...ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ถึงจะต้องรออีกสิบยี่สิบปี ผมก็จะรอ..." น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา ยอมรับชะตาของความรัก "ผมจะรอจนกว่าแจจุงจะกลับมารักผมอีกครั้ง.."

.......

รัก? รักอย่างนั้นเหรอ...

ฉันก็รักซองจัง...ไม่ใช่เหรอ?

........

ข้อมือขาวยกขึ้นปาดน้ำตาให้คนรัก ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าแนบริมฝีปากกับอีกฝ่ายแผ่วเบา

"อย่าพูดแบบนั้นเลย ฉันเองก็รักซองจัง"

แจจุงกระชับไออุ่นของอ้อมกอดตอบกลับ ..เขาลืมไปรึเปล่าว่ายังมีใครอีกคนที่เขารักที่สุดอยู่ตรงนี้

ใช่แล้ว...ลีซองฮยอนไม่ใช่หรือ..คือคนที่เขารัก..

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตรงนี้ คือคนที่เขาจะไม่ทำให้เสียใจอีกต่อไป...

เขาจะลืมทุกสิ่ง ...ลืมทุกๆ อย่างออกไป..

ไม่มีคำว่า ‘ยุนโฮ' อีกต่อไป...

ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ความฝันที่คล้ายความเป็นจริงสักหน่อยนึงก็แค่นั้น..

ลืมเถอะนะ...แจจุง..

ชั่วพริบตาที่ใบหน้าหวานตัดสินใจกับตัวเอง แจจุงยังคงไม่อาจเข้าใจ

ว่าเหตุใดน้ำตามากมายจึงไหลออกมาไม่หยุดเสียที...

..................

ขาเรียวก้าวมาหยุดยืนที่หน้าบานประตู ลังเลอยู่ชั่วครู่ว่าจะเคาะดีหรือไม่ รองเท้าผ้าใบเย็นๆ ที่ตากอากาศมาตั้งแต่เช้า ขยับสองสามทีไล่ความหนาว ก่อนมือหนาจะตัดสินใจเปิดเข้าไป

"กลับมาแล้ว..." เอ่ยเสียงพูดทั้งที่คิดว่าไม่น่าจะมีเสียงตอบกลับ แต่สิ่งที่ทำให้ยุนโฮแปลกใจกลับเป็น... "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน~ พี่ชาย!"

เสียงสามเสียงประสานกันพร้อมเพรียง ยิ้มใสๆ จากรุ่นน้องช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจที่เกือบจะด้านชาไปของยุนโฮให้กลับมามีชีวิตได้ขณะหนึ่ง ก่อนทุกอย่างจะดับมืดลงเมื่อได้ยินคำถามจากน้องชาย "พี่ยุนโฮ...ไหนบอกว่าจะไปสามวันไม่ใช่เหรอ.."

สามวัน..จริงสิ..

ตอนนี้เราควรจะนั่งทางข้าววันสุดท้ายก่อนกลับอยู่กับแจจุงไม่ใช่เหรอ

แล้วตอนนี้...ทำไม..

ดวงตาเรียวมีท่าทางเหม่อลอยจนชางมินแปลกใจ ...เกิดเรื่องอะไรขึ้น

จวบจนเสียงเล็กของใบหน้าน่ารักดังขึ้น จึงจุดทุกสิ่งทุกอย่างให้เปิดเผยในทันที

"ฮยองยุนโฮ...แล้วแจจุงล่ะ?"

แจจุง....แจจุง...?

มือหนายกขึ้นลูบหัวคนน่ารักที่แสนจะใสซื่อ ก่อนตัดสินเปล่งเสียงออกไป "ไม่มีแจจุงแล้วนะจุนซู"

"หมายความว่ายังไง.."

"แจจุง...กลับบ้านไปแล้วล่ะ" ดวงตาเรียวยิ้มแย้ม ภายใต้ใบหน้าที่แสนสดใส ยุนโฮไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเขา

ความอ่อนแอจากการขาดใครคนหนึ่ง...ที่เป็นเหมือนหัวใจทั้งดวง..

"แกหมายความว่ายังไง ..ยุนโฮ" ยูชอนส่ายหน้า ราวกับไม่เชื่อสายตา เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างผ่านทะลวงเข้าสู้สมอง แม้ไม่ต้องพูดอะไรต่อทุกคนก็รู้ดีแก่ใจ จุนซูที่ตั้งต้นกำลังจะร้องไห้ ชางมินที่ยืนหน้าซีดเผือดราวกับวิญญาณหลุดล่อง ไม่ทันได้คิด มือหนายกขึ้นกระชากคอเสื้อของเพื่อนรักทันที "แกรักเขาไม่ใช่เหรอ!! แล้วทำไมถึงทำแบบนี้!!"

"เขาจำได้แล้วยูชอน..." ยุนโฮพูดราวกับเหม่อลอย "เขามีคนที่รักอยู่แล้ว.."

"ไอ้โง่!!" ยูชอนมองยุนโฮในยามนี้แล้วราวกับกำลังย้อนเทปดูตัวเองในอดีตสองสามวันที่ผ่านมา สายตาเรียวเหยียดอย่างนึกสมเพช "แกมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินใจแทนเขา แกรู้เหรอว่าจริงๆ เค้าเลือกใคร"

แต่คราวนี้ราวกับคนที่กดดันจนทนไม่ไหวกับเป็นยุนโฮเสียเอง เสียงทุ้มตะโกนลั่น "แล้วยังไงล่ะ!! ถ้าเขารักฉันแล้วทุกอย่างจะเป็นของฉันอย่างนั้นเหรอ!! แกจำได้ไหม...วันนั้นที่เรากลับบ้านมา ห้องถูกค้นกระจุยกระจาย แจจุงถูกตามล่าตากฝนจนป่วยไปหลายวัน ..ใบหน้าของเขาที่แสนเศร้า ฉันยังจำมันได้ดี...ยูชอน"

ร่างสูงนิ่งค้างไป ไม่แม้แต่จะขยับตัวเมื่อได้ยินเหตุผลของเพื่อนรัก "ฉัน..แม้แต่จะปกป้องเขายังทำไม่ได้.."

....แม้แต่จะดูแลก็ยังทำไม่ได้...

"แล้วแบบนี้...ยังมีสิทธิ์ที่จะรั้งเขาไว้อีกอย่างนั้นหรือ..."

"ยุน..ยุนโฮ.."

"ฮึก...ฮยองยุนโฮ อย่าทำแบบนี้สิ.."

สองมือโอบร่างน้องชายและเพื่อนรักเอาไว้ในอ้อมแขน หลับตาลงซึบซับไออุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่จะคอยช่วยเยียวยาหัวใจของเขาใจยามนี้

"ไม่เป็นไรหรอก...อีกเดี๋ยวฉันก็คงลืมแล้วล่ะ"

ลืมใครบางคน...ออกไปจากความทรงจำ..

เช่นเดียวกับที่ถูกใครบางคน...ลบชื่อออกไปจากหัวใจ..

ทั้งๆ ที่ตัดสินใจแบบนั้นแท้ๆ ...

"ยุนโฮ..." ยูชอนเผยอปากส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนแผ่วเบา "แก...แกร้องไห้..."

มือหนายกขึ้นปาดหยดน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาเรียว พลางมองแล้วทำท่าทีแปลกใจ "อะไรกัน..น้ำตา..อย่างนั้นหรือ?"

"ยุนโฮหัวใจแกมันไม่ใช่เหล็กนะ" ยูชอนแทบร่ำไห้ ไม่อาจทนมองเพื่อนรักในยามนี้ได้

แต่สิ่งที่ยุนโฮเลือกทำ กลับมีเพียงการหลับตา ปิดตายเสียงหัวใจที่มันร้องเสียงดัง..

"จนกว่าทุกอย่างจะจบ ยังไงฉันก็ต้องทน"

จนกว่าจะตาย...ยังไงฉันก็ต้องทน

ผมยังเป็นคนที่รักคุณเสมอ ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน..

ยุนโฮบอกกับตัวเองว่าจะลืมทุกสิ่ง..

ทั้งๆ ที่รู้ว่าต่อให้อีกสิบปี ยี่สิบปี..คนที่เขารักก็คงจะมีเพียงแต่แจจุง..

........

เสียงโทรศัพท์ที่ดังก้องอยู่นานสองนาน ไม่ทำให้เจ้าของขยับกายไปรับแต่อย่างใด มือหนายังเปิดหน้าหนังสือผ่านไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เรียกเสียงถอนหายใจจากคนร่างเล็กข้างกายได้เป็นอย่างดี "ยูชอน...คุณแม่โทรมานะ จะไม่รับเหรอ.."

"ฉันบอกแม่แล้วว่าจะไม่กลับบ้านซักพัก" ยูชอนหันหน้าไปคุยกันจุนซู "ส่วนเรื่องนายน่ะไม่ต้องห่วงหรอกอีกหน่อยแม่ก็คงทำใจได้เองแหละ"

"อยะ..อย่างนั้นเหรอ" เสียงใสดูท่าทางไม่มั่นใจ จนยูชอนต้องปลอบคนประหม่าด้วยท่าทีอ่อนโยน "เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเนอะ"

"อื้อ...อยู่กับยูชอนตลอดไป" สิ้นคำอ้อมแขนกว้างจึงโอบรัดร่างเล็กไว้แนบกาย "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะอยู่ด้วยกัน.."

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หากแต่คราวนี้กลับเป็นเสียงจากโทรศัพท์ของจุนซูเอง มือเล็กเลื่อนมือไปหยิบ พลางส่งเสียงรับ "ครับ จุนซูพูดครับ"

(คุณจุนซู นี่ผมทงแฮเองนะ ฮยอคแจอาการกำเริบ ตอนนี้สาหัสเป็นตายเท่ากันอยู่ในห้องไอซียู คุณช่วยมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้จะได้ไหม)

ทันทีที่เสียงตระหนกที่ดูร้อนรนจับใจความแทบไม่ได้ของทงแฮถูกประมวลผ่านเข้าสู่สมอง มือเล็กที่นิ่งงันก็พลันปล่อยโทรศัพท์ให้ตกลงที่พื้นพรมทันที ท่ามกลางความประหลาดใจของยูชอน แววตาใสฉายแววเหม่อลอย มือเล็กกำแน่นที่ฝ่ามือของยูชอนพลางละล่ำละลัก

"หยะ ยูชอน..ฮยอคแจอยู่ไอซียู ทำยังไงดี เพราะฉัน เพราะฉัน..ไม่ดูแลเขาแท้ๆ ฉันมันเพื่อนชั่ว ฉัน...ฮึก...ยูชอน..ฉันไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ทำยังไงดี ฮยอคแจเขา.."

น้ำตาใสๆ ที่ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ ทำเอายูชอนตกใจทำอะไรไม่ถูก

ลีฮยอคแจเป็นอะไร?

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

"เดี๋ยว ใจเย็นๆ นะจุนซู ค่อยๆ เล่าให้ฉันฟัง อย่าร้องไห้ ได้โปรด..อย่าร้องไห้เลย.."

มือหนารวบแผ่นหลังเล็กไว้ในอ้อมแขน กอดรัดราวกับจะปลอบให้อุ่นใจ ว่าอย่างน้อยก็ยังมีเขาคนนี้ มีเขาที่อยู่เคียงข้างจุนซูเสมอ..

...........

ขาเรียวเดินวนไปมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดหลายชั่วโมง คิมจุนซูร้องไห้แล้วร้องไห้อีกหลายรอบจนหมดสติ จนคนที่ทำอะไรไม่ถูกเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนี้กลับเป็นปาร์คยูชอนเสียเอง มือใหญ่กำแน่น เกร็งจนขึ้นสี เมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดระหว่างฮยอคแจและจุนซูจากปากของทงแฮ เพื่อนใหม่สามนาทีที่เขาเคยได้เจอเมื่องานโรงเรียนครั้งที่แล้ว

ทั้งๆ ที่คนรักของเขากำลังเจ็บปวดถึงเพียงนี้ แต่เขากลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย

บ้าที่สุด...ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับพวกเขาด้วย

ยุนโฮตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ข้าวปลาก็กินแทบจะนับคำได้

แล้วนี่ยังมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับฮยอคแจอีก..

เสียงประตูห้องผ่าตัดเปิดออก คุณหมอในชุดกราวด์ถอดผ้าปิดปากออกพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ยูชอนรีบถลาเข้าไปในแทบจะทันที "คะ คุณหมอ เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ"

"หมอช่วยถ่ายเลือดให้ได้ อาการคงดีขึ้นเป็นลำดับมาได้อีกระยะหนึ่ง"

ยูชอนหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อได้ยินทุกอย่างจากปากของหมอ

"แต่คนไข้ฝืนตัวเองหลายครั้งมากแล้ว ..ร่างกายบอบช้ำด้วยหลายโรคที่แทรกซ้อน ขืนปล่อยไว้อย่างนี้...หมอเกรงว่าอาจจะทนได้ไม่เกินสองอาทิตย์.."

"สะ...สองอาทิตย์" ยูชอนละล่ำละลั่ก "หมอพูดเล่นใช่ไหม.."

"ไม่ต้องห่วง คนนี้ญาติคนไข้ติดต่อการรักษาที่เยอรมันเอาไว้แล้ว ความจริงในประวัติหมอก็เห็นว่าคุณลีได้ไปรับการรักษาตัวที่อเมริกามาก่อนแล้วแต่ก็ยังไม่หาย ถึงแม้จะรู้สึกว่าหนทางมันน้อยเต็มที แต่ก็อย่าเพิ่งถอดใจนะครับ" คุณหมอยิ้มให้กำลังใจ พลางว่า

"ตอนที่หมอดูแลฮยอคแจ เขามีความพยายาม อดทนมาก ฉีดยา กินยาเท่าไหร่ก็ไม่เคยบ่น บางทีหมอว่าเขาอาจจะมีแรงบันดาลใจที่ดีเยี่ยม" คุณหมอเว้นวรรค "และนั่นอาจจะเป็นหนึ่งในการยื้อชีวิตที่แสนสำคัญนี้ได้หมอเชื่ออย่างนั้น"

กำลังใจ...

"งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ"

ว่าจบ ก็ก้าวเดินออกไป ยูชอนเห็นปลายเสื้อสีขาวปลิวไวๆ อยู่ใต้สายตา เขานิ่งงัน ไม่สามารถขยับกายไปไหนได้ ..กำลังใจอย่างนั้นเหรอ...

มือหนาเอื้อมไปเปิดลูกบิดประตูตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนมันเปิดออก

ใบหน้าขาวซีดอย่างคนป่วยหนักปรากฏสู่สายตา ดวงตาเรียวขี้เล่นที่เขาเคยเห็นบัดนี้กลับปิดสนิท ยูชอนก้าวไปหยุดยืนอยู่ข้างเตียง พลางยกมือที่ขาวซีดขึ้นมากำไว้ "นายช่วยฉันไว้เยอะเหลือเกินฮยอคแจ.."

ถ้าไม่มีนาย..คนอย่างฉันคง...

ยูชอนหลับตา ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองอีกครั้ง

"ทุกสิ่งที่นายต้องการ ฉันคนนี้จะเป็นคนสานต่อมันให้เอง"

.................

ประตูไม้สีดำถูกเลื่อนออก ขาเรียวขาวก้าวเข้าไปข้าในช้าๆ พร้อมกับคนรัก เรียกสายตาตกตะลึงของชายสูงวัยในห้องให้น้ำตารื้นขึ้นจนแทบจะร่ำไห้กลางห้องอย่างไม่อายสายตาใคร

"แจจุง..." เขาสะอื้น "ลูกกลับมาแล้ว...ลูกกลับมาหาพ่อแล้ว..."

"ผมรักพ่อนะฮะ" สิ้นคำ นิ้วมือเหี่ยวย่นทั้งสิบก็โอบรัดไหล่บางไว้ในอ้อมแขนแทบจะทันที

ดวงใจของเขา...ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา...

ขอแค่มีแจจุง คนอย่างคิมแจฮีก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว..

สิ่งที่หลงเหลือเพียงอย่างเดียวของเขากับฮยอนอา แม่ของแจจุง..

"เป็นยังไงบ้าง ไปอยู่ที่ไหนมา เป็นอะไรบ้างหรือเปล่า แจจุง" คิมแจฮีดูท่าทางตระหนก ลูบจับตัวบางๆ ของแจจุงอย่างร้อนรน ตลอดเวลาหลายเดอนที่ผ่านมา ไม่มีแม้สักวันที่เขาจะข่มตาลงหลับ เขายังคงคิดถึงแจจุงตลอดเวลา และปรารถนาที่จะได้เจอกับแจจุงอีกครั้ง

"ผมสบายดีฮะ"

ราวกับไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ ให้มากความอีก แจฮีเข้าใจทุกอย่างได้ในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจากปาก แค่แจจุงบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาก็ดีใจจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว

แต่เขาจะรู้บ้างไหม

ภายใต้ร่างกายที่ไร้ซึ่งบาดแผล

หัวใจของแจจุงกลับปริแตกออกเป็นแผลที่บางที..

อาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ตลอดไป..

.................

ภายใต้ความมืดมิดที่โรยตัวลงล้อมรอบ การดำเนินการลับยังคงเป็นไปอย่างเงียบๆ จอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ฉายชัดภาพของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ถูกติดตามอยู่ทุกวินาที ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ เข้าบ้าน ทานข้าวหรือแม้แต่เข้านอน สายตาคมกริบอย่างเหยี่ยว จับจ้องลงไปที่เป้าหมายพลางยิ้มเยาะ เคาะมวนบุหรี่ที่มือไปมาก่อนจะส่งเสียงเรียกคนสนิทให้เข้ามา

"โทพาซ"

"ค่ะ คุณจุนยอง"

"ทุกอย่างเตรียมพร้อมดีหรือเปล่า" คิ้วเรียวขมวด เรียกให้ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด "พร้อมทุกอย่างค่ะ คราวนี้ไม่มีผิดพลาดแน่ๆ"

"งั้นก็ดี" ยิ้มแสยะ "คงรู้ใช่ไหมว่าถ้าครั้งต่อไปเธอจับแจจุงมาไม่ได้อีก จะเกิดอะไรขึ้น.."

"มะ ไม่มีผิดพลาดแน่นอนค่ะ"

"งั้นก็เริ่มแผนวันพรุ่งนี้ได้เลย" เขาชะงัก "อ้อ แล้วก็อย่าลืมจับตาดูไอ้คุณซองฮยอนไว้ให้ดีด้วยล่ะ รายนั้นน่ะแสบนัก อย่าให้มันกระดิกได้ล่ะ เป็นไปได้ก็วางยามันไปซะเลยก็ดีนะ ฮ่าๆ"

หมอกสีดำที่มืดมิด

เรียกชิ้นส่วยของจิ๊กซอว์โลกสีเทามาต่อกับครบส่วน

เหลือก็แต่...

.......

....

สิ่งที่ยากยิ่งกว่าการค้นหาแหล่งน้ำในทะเลทราย

สำหรับฉันมันคือการข้ามผ่านค่ำคืนที่แสนมืดมิดโดยที่ไม่มีนาย...


 


to be continued.. ...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เศร้าโฮกกกกกกกกกกก
แจจะโดนจับแล้ว
แงงงง
สงสารยุนด้วย
ฮยอกกกกกด้วยย
อัพต่อเร็วๆนะค่ะ

#1 By (124.121.102.149) on 2008-12-06 13:20

ปวดใจชะมัด .. ดีแล้วเหรอยุนโฮ ที่จะให้แจจุงลืมทุกอย่างไปอ้ะ T^T

ฮึกๆๆ .. เจ็บปวดดด

มาต่อเร็วๆนะคะ

#2 By Drunk Whale* on 2008-12-06 16:24

บีบหัวใจ

#3 By chomchunnie (124.121.88.68) on 2008-12-14 00:45

อ่านะ สำเร็จไปหนึ่งคู่จิงๆด้วย

แต่ว่ายุนแจจี่สิ

#4 By =belle= (114.128.144.163) on 2009-01-15 23:42