[SF] Hello! My love

posted on 13 Nov 2008 18:47 by kyokoong  in One-shot
[SF] Hello! My love
 

TVXQ Fan Fiction

Title: Hello! My love

By: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category:
Romance/ One-shot
Rating : PG-15

 

Author note : เป็นเรื่องเล่าของยุนโฮ ที่จะเล่าให้น้องๆ ฟังนะคะ อยากแต่งฉากอบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว ประจวบกับคิดพล็อตจิ้นกับตัวจริง แบบซอฟต์ๆ ขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง เลยมีโอกาสแต่งมาฝากกันค่ะ




             ครั้งหนึ่ง...กับความรักที่มาทักทายกัน

 

 

“โอ๊ย นี่นายจะกวนประสาทฉันไปถึงไหนกันห๊า คิมแจจุง!!

เสียงทุ้มแหบสบถดังลั่น หลังยืนประชันคารมกับคุณแม่ประจำวงคิมแจจุง หนุ่มหน้าสวยปากกรรไกรคมกริบที่ขัดกับลักษณะประจำตัวสุดๆ อยู่นานสองนาน คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างคนปวดศีรษะ ที่หากใครไม่รู้สาเหตุก็คงคิดว่าเขาจะมีอาการทางจิตเป็นแน่

“ฉันกวนประสาทนายเมื่อไหร่กัน..ฮึ? ปาร์คยูชอน” คิ้วเรียวขีดเป็นเส้นสวยถูกเลิ่กขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย แพรขนตางอนยาวกะพริบปริบราวกับจะแสดงความสงสัย ทั้งๆ ที่นัยน์ตาคู่สวยยังสั่นระริกอย่างนึกขันไร้ซึ่งอาภรณ์แห่งความเกรงกลัว

ถามมาได้..

ก็นี่แหละโว้ยที่มันกวนประสาทน่ะ!

“ก็...ก็ มัน เว้ย! ฉันไม่คุยกับนายแล้ว” ตัดบทอย่างนึกอยากกัดลิ้นตัวเอง เมื่อลืมนึกไปว่าปากของคนตรงหน้าคมกริบแค่ไหน ลำคอกว้างฝืนกลืนน้ำลายหนืดคออย่างอดกลั้นอารมณ์โทสะ เมื่อเผอิญได้ยินเสียงที่ดังตามหลังมาอย่าง ตั้งใจของคู่กรณี

“แล้วใครว่าฉันอยากคุยกับนายกัน?”

...

..............

....

“ว้ากกกกกกกกกกกกก” แผ่นหลังกว้างกระตุกสะดุ้งขึ้นพร้อมกัน นิ้วเรียวยาวกดปุ่ม Pause เกมในมืออย่างนึกแปลกใจ ใบหน้าคมคายลอบส่งสายตาเชิงเดียวกันให้กับน้องชายคนเล็ก ก่อนจะหันขวับไปมองคนมาทีหลังพลางส่งเสียงถาม

“เป็นอะไร ยูชอน”

“ไปถามเมียพี่นู่นไป๊!!” ปากห้อยๆ ยื่นออกมาอีกอย่างสาบานได้เลยว่าไม่ได้จงใจจะแอ๊บให้น่ารักแต่อย่างใด นิ้วเรียวจิกทิ้งหัวตัวเองอย่างนึกประสาท “ถามจริงเถอะ พี่รักคนแบบนั้นลงไปได้ยังไงกันนะ”

“เอ๋..?” คนถูกถามขึ้นเสียงสูงอย่างนึกแปลกใจ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างเมื่อสถานการณ์ยามนี้ของน้องชายหวนให้เขานึกไปถึงวันที่ได้เจอคนหน้าสวยเป็นครั้งแรก “นี่นายตั้งใจถามหรือเปล่าเนี่ย?”

“เออ! ผมอยากรู้จริงๆ นะ คนดีๆ แบบพี่น่ะไม่น่า...ไม่สิ ถ้าเป็นผมนะ จะจับบีบคอซะให้ตายตั้งแต่เป็นแฟนกันวันแรกเลย”

“สวยขนาดนั้นนายกล้าทำเหรอไงยูชอน?” จู่ๆ บทสนทนาที่น่าจะอยู่ที่คนสองคนก็เพิ่มเป็นสี่โดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อน้องๆ อีกสองคนที่ดูท่าจะอยากร่วมแจมด้วยเดินเข้ามาสมทบ

ห้องนั่งเล่นเล็กๆ ที่เหล่าสมาชิกทงบังชินกิมาอยู่รวมด้วยกันเงียบๆ อย่างที่ไม่ค่อยจะได้ทำอย่างที่ใจอยากบ่อยครั้งมากนัก ทำให้พวกเขารู้สึกจะรักและอยากจะอยู่ร่วมกันเพียงลำพังมากขึ้น

การใช้เวลาพักผ่อนที่มีไม่มากนักด้วยการอยู่ด้วยกันเพียงลำพังห้าคน เล่น พูดคุย ทานอาหารด้วยกัน โทรติดต่อครอบครัวบ้างในเวลากลางคืน..

นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เวลาหยุดพักผ่อนของพวกเขามีค่ามากที่สุด

“สวยแต่ปากหมาแบบนั้นฉันก็ไม่เอาหรอกนะจุนซู” ปากห้อยบ่น ก่อนจะออกมาคลี่ยิ้มเอาใจคนน่ารักตรงหน้าอีกครั้ง “ต้องน่ารักว่าง่ายอย่างนายนี่สิถึงจะดี”

ไม่ว่าเปล่า ยังดึงมานั่งตักกันต่อหน้าต่อตาอีก

มีความเกรงใจกันบ้างไหมนี่..

พี่ชายของวงได้แต่ระบายยิ้มให้กับคู่รักน่ารักประจำวง จะต่างออกไปก็แต่น้องเล็กไร้คู่ที่ทำท่าจะแยกเขี้ยวกินหัวคู่รักที่เขาคิดว่าน่าหมั่นไส้สุดๆ นี่ตลอดเวลา

เห็นเขาเป็นหัวหลักหัวตอเชียวนะ..อย่าให้ถึงทีปริ๊นซ์ชิมบ้างเถอะ!!

“ผมเห็นด้วยกับพี่จุนซู” ถึงจะเซ็งแต่คนหน้าหล่อก็ยังไม่ลืมที่จะออกความเห็น โดยยึดถือหลักการประชาธิปไตย ร่างกฎหมายใหม่โดยศาสตราจารย์ชิมอย่างที่เคยคาดหวัง “สวยขนาดนั้น...นอกจากจะไม่บีบคอ เป็นผมละก็ จะจับปล้ำให้ตั้งแต่วันแรกที่คบกันเลยด้วยซ้ำ”

สิ้นคำ สามพี่ชายได้แต่เบิกตากว้างกับศัพท์แสลงหูที่ไม่น่าจะเป็นคำพูดจากปากน้องเล็กที่แสนจะเรียบร้อยของพวกเขา

ปล้ำ

จะไวไฟไปไหนฮะไอ้หนู..

“เฮ้ยๆ จะเกินไปและ” แน่นอน สุดท้ายคนที่ทนไม่ไหวกลับเป็นเจ้าของตัวจริง เมื่อเห็นสีหน้าอันยากจะจินตนาการของน้องชาย เสียงทุ้มยังยกยิ้มกว้าง พลางส่งเสียงว่าน้องอย่างไม่จริงจังปนเสียงหัวเราะ “ยกตัวอย่างได้แต่ห้ามคิดเว้ย!

“แล้วนี่พี่จะตอบผมได้ยังเนี่ย ว่าพี่รักคนแบบนั้นไปได้ยังไง ผมสุดจะทนสิให้ตาย” คนไร้บทมานานเอ่ยย้ำความต้องการเก่า เรียกยิ้มกว้างของพี่ชายที่เขาไม่เข้าใจให้ระบายกว้างขึ้นไปอีก ก่อนคำพูดจากปากพี่ชายจะเรียกความสนใจจากน้องๆ ได้อีกเป็นทวีคูณ

“อยากรู้ไหมล่ะ...เรื่องครั้งแรกที่พี่เจอกับแจจุงน่ะ”

ดวงตาสี่คู่มองลอดผ่านกระจก ไออุ่นกรุ่นกลิ่นกาแฟหอมอ่อนๆ ไม่อาจละสายตาทุกคู่ให้ออกไปจากภาพตรงหน้าได้

ภาพคนหน้าสวยที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หลังกระจกบานใส กับยิ้มน้อยๆ ชวนละลายดูไร้พิษสงผิดจากที่ทะเลาะกับยูชอนเมื่อครู่

เรียกปฏิกิริยาจากใบหน้าทั้งสามที่จดจ้องอยู่

ให้พยักหน้าลงพร้อมกันในทันที..

...

......

January 1, 2003

…….

.............

 

ในวันที่อากาศแสนจะร้อนระอุผิดกับฤดูกาล ท้องฟ้าสว่างแผดแสงร้อนแรงราวกับจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้มลายสิ้น คิ้วเรียวคมเข้มขมวดขึ้นน้อยๆ มือหนายกผ้าขนหนูผืนนุ่มที่พาดอยู่ที่คอขึ้นมาซับเหงื่อเป็นรอบที่สิบ นึกคร่ำครวญในใจถึงเหตุที่ทำให้อากาศในหน้าหนาวอาเพศเช่นนี้

เสียงเครื่องออกกำลังกายยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับร่างสูงที่วิ่งอยู่บนเครื่องจ็อกกิ้งในร่มอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งๆ ที่อากาศก็ร้อนระอุชวนเป็นลม หากแต่ร่างสูงกลับพยายามคิดในแง่ดีเอาไว้เสียดีกว่า

เหงื่อออกมากๆ ก็ดี น้ำหนักจะได้ลดไวๆ

แม้ลึกๆ แล้วจะนึกด่าอยู่ก็เถอะนะ

“ยุนโฮ๊!!!!!!

แต่แทนที่จะได้ออกกำลังกายเงียบๆ ทำใจให้สงบเอาไว้ในวันที่น่าอารมณ์เสียเช่นนี้ เสียงแหลมเล็กที่แผดขึ้นไกลๆ ทว่าดังชัดเจน ก็ทำให้ยุนโฮรู้สึกได้ทันทีว่าท่าทางสิ่งที่เขาหวัง มันคงจะไม่เป็นไปตามที่คิดง่ายๆ เสียแล้ว

จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย...

“มีอะไรจุนซู” ผ้าขนหนูถูกยกขึ้นซับเหงื่อที่ผิวหน้าคมคายคร้ามแดดเบาๆ อีกครั้ง เสียงทุ้มเสน่ห์เปล่งออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายราวกับว่าโลกกำลังจะแตก หากแต่ใบหน้าใสของคนทักทายกลับดูจะไม่ใส่ใจนัก รอยยิ้มหวานระบายบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอย่างที่คนมองอดนึกเอ็นดูไม่ได้

รอยยิ้มที่ไม่ว่าใครเห็นเข้าก็คงต้องใจอ่อน..

“นี่ยุนโฮ เอาแต่ซ้อมอีกแล้วนะ เพื่อนเพิ่นล่ะก็ไม่รู้จักไปคบค้าสมาคมเอาไว้บ้าง เดี๋ยวมีแต่คนเกลียดไม่รู้นา” ทันทีที่ริมฝีปากเล็กเจื้อยแจ้ว สิ่งที่ยุนโฮรู้สึกได้เป็นอย่างแรกคือความไร้สาระ ซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยของคนอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย

“นายจะบอกว่าฉันที่เพิ่งจะไปเตะบอลกับพวกนายมาเมื่อเช้า กับไปสังสรรค์งานรวมรุ่นเด็กฝึกหัดบริษัทเมื่ออาทิตย์ก่อนกับคนเป็นร้อยๆ คนนั่นไม่ใช่เพื่อนฉันใช่ไหม คิมจุนซู?”

ข้อความกับเหตุผลที่ประกอบกันอย่างลงตัวนั่นทำเอาคนตัวเล็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แหม...ยังดุอยู่เหมือนเลยนะยุนโฮเนี่ย..

อยากรู้จริงๆ ว่าคราวนี้จะมีเรื่องอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นมั้ยนะ

คิมจุนซูชักจะอยากรู้จนทนไม่ไหวซะแล้วสิ..

เห็นแก้มใสนั่นฉีกยิ้มมีเลศนัย คนช่างรู้อย่างเขายิ่งสงสัย “ตกลงว่ามีเรื่องอะไร?”

“ตะกี้ฉันไปห้องซ้อมมา อาจารย์บอกว่า..” ดวงตาเล็กหยีลง “เรากำลังจะได้ว่าที่สมาชิกคนที่สามกันแล้วนะ”

คิ้วเรียวเลิ่กขึ้น “แค่นี้?”

ใบหน้าใสพยักหน้า ก่อนจะเบ้ปากงอนเมื่อเห็นคนร่างสูงทำท่าทางไม่หยี่ระเรื่องของเขาสักเท่าไหร่ “อะไรกัน นี่นายไม่สนใจเลยหรอไง รู้มั้ยว่าว่าที่สมาชิกของเราน่ะดังแค่ไหน เค้าว่ากันว่า ชนะเลิศจากงานประกวดจากผู้เข้าแข่งตั้งห้าพันกว่าคนเชียวนะ แถมยังบลาๆๆ...”

“หยุด” ประกาศิตคำเดียวทำเอาเสียงเจื้อยแจ้วชะงัก “คนที่เข้ามาที่นี่ก็ล้วนมีความสามารถทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”

แต่คำถามครั้งนี้ดูท่าจะทำเพื่อนคนเก่งฉายารอยยิ้มพระอาทิตย์ผู้ไม่เคยโกรธฉุนขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว “ปากเสียน่ายุนโฮ นายไม่รู้อะไร ตอนเนี้ยทั้งบริษัทต่างก็ฮือฮากันไปหมดแล้วถึงเด็กใหม่คนนี้ เห็นอาจารย์ว่าเป็นเด็กผู้ชายแต่ ตาโต สวยมาก เหมือนนางฟ้าอย่างไงอย่างงั้น”

“อะไรกัน เหมือนผู้หญิงเหรอ?” ไม่สนไม่พอ ใบหน้าหล่อยิ่งฉีกอารมณ์เหนื่อยหน่ายเสียจนน่าหมั่นไส้ “ตุ๊ดรึเปล่า แย่จริงๆ คุณลีคิดอะไรอยู่กันนะ..”

“ยุนโฮ!!” ปากเรียวเบ้ทันที “อากาศร้อนจนเพี้ยนไปแล้วรึไงนายน่ะ ทำไมวันนี้ถึงได้ปากร้ายขนาดนี้กันนะ ฮึ่ย..คอยดูเถอะ ถ้านายเจอเค้าแล้วหลงจนโงหัวไม่ขึ้นล่ะก็ ขี้คร้านจะมาขอให้ฉันช่วยจีบน่า โธ่!

ว่าจบ เจ้าของร่างรูปตัวเอสก็สะบัดสะโพกงอนเด่นของตัวเองออกไปนอกห้องอย่างหงุดหงิด ทิ้งให้คนถูกโกรธยืนอมพะนำพูดอะไรไม่ออกอยู่ตรงนั้นคนเดียว

แล้วเรื่องอะไรต้องมาโกรธเขาด้วยล่ะ..

คนหล่องง!!

เพราะนายแท้ๆ เชียวจุนซูถึงต้องมาโกรธฉัน นายสมาชิกคนที่สาม..

ชักอยากเห็นซะแล้วสิว่ามันจะสวยซักแค่ไหน ...ก็แค่ผู้ชาย..ธรรมดา..

...

.............

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เสร็จ ร่างสูงก็ถูกประกาศเรียกให้ไปพบคุณลีด่วน เห็นว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เล่นเอาคนที่ไม่ค่อยจะสันทัดเรื่องประจบผู้ใหญ่อย่างเขาขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที ..ประธานใหญ่...มีเรื่องอะไรจะคุยกับเขานะ?

“ขอทางหน่อยครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ร่างสูงเบียดกระทบไปยังฝูงชนอย่างงงงวย

วันนี้มันวันอะไร?...หน้าห้องท่านประธานมีคนยืนแจกเงินหรือไงคนถึงได้เยอะขนาดนี้?

สิ่งที่รายล้อมรอบตัวเขาอยู่ในยามนี้คือหมู่ฝูงชนเด็กฝึกหัดรุ่นราวคราวเดียวกับเขามากมายที่เบียดเสียดยัดเยียดกัน อย่างที่ยุนโฮไม่อาจรู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ร้อยละ 90 เป็นเพศชายและเพศที่สามปะปนกันมา ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ก็คือสาวขาข่าวตัวแม่ประจำค่ายดังๆ กันทั้งนั้น..

“ไหนน้องฮีโร่วะ” เด็กชายร่างสูงคนหนึ่งเบียดหลังยุนโฮเข้ามาใกล้ พยางเขย่งปลายเท้าที่ไม่ได้มีมากมายนักพอๆ กับความสูงที่ราวๆหนึ่งร้อยห้าสิบแปดเซ็นต์ ที่ดูอย่างไรแล้วก็คงจะเตี้ยเกินกว่าจะมายืนประชันกับเขาแน่ๆ

ว่าแต่ ไอ้ น้องฮีโร่ที่ว่าเนี่ย มันใช่ว่าที่สมาชิกที่จุนซูบอกรึเปล่านะ

ไหนว่าเหมือนนางฟ้า ชื่อโคตรจะแมนเลยเถอะ..

“พลั่ก โอ๊ย” ดวงตาคมหันไปมองทันที ก่อนจะยื่นมือไปดึงเด็กสาวอีกคนที่ล้มลงไปท่ามกลางฝูงคนให้ยืนขึ้น

“อ้าวยูมิ”

“ยุนโฮคุง” เสียงหวานทักทายกลับ ยูมิเด็กสาวที่เขาจำได้ว่าเป็นเด็กฝึกหัดจากญี่ปุ่นส่งยิ้มทักทายเขามาอย่างยินดี ยุนโฮก็ยิ้มตอบกลับไป ถึงจะรู้สึกแปร่งๆ กับสำเนียงเกาหลีที่อู้อี้ของเธอก็เถอะ

ยังไงก็เหอะ...ตอนนี้ต้องถามให้รู้เรื่องก่อน

“เอ่อ นี่วันนี้เค้ามีอะไรกันเหรอ ทำไมคนถึงเยอะกันแบบนี้น่ะ” ร่างสูงถาม หลังจากลากหญิงสาวออกมายืนในที่ที่คิดว่าปลอดภัยดีแล้ว

“หา พูดเป็นเล่นน่านี่นายไม่รู้เหรอเนี่ย” ยูมิขึ้นเสียงสูงอย่างแปลกใจ “คนเค้าก็แตกตื่นเพราะอยากจะมาดูหน้านางฟ้าประจำวงนายนั่นแหละ”

“นางฟ้า...อ้อ” ยุนโฮกรีดยิ้มเซ็งทันทีเมื่อนึกถึงเรื่อง สมาชิกคนที่สามที่จุนซูเล่าให้ฟังได้ ตกลงว่าไอ้ฮีร่งฮีโร่อะไรที่ว่าคงจะหมายถึงหมอนี่ด้วยสินะ “แล้วนี่ยุนโฮคุงยืนทำอะไรอยู่เนี่ย เค้าประกาศเรียกไม่ใช่เหรอ?”

“เอ้อ นั่นสิ” มือหนายกขึ้นลูบศีรษะเบาๆ “ยังไงก็ขอบใจนะ”

....

..............

“ขออนุญาตครับ” ร่างสูงเปิดประตูบานใหญ่ที่มีคนอออยู่เต็มหน้าห้องออกก่อนจะเข้ามาอย่างนอบน้อม

“อ้าว..ยุนโฮมาแล้วเหรอ เข้ามาสิ ปิดประตูสนิทๆ ด้วยนะ”

มือหนาขยับล็อคกลอนให้สนิท ก่อนจะเดินเข้ามานั่งด้านใน “นี่ไง แจจุง นี่เป็นว่าที่เพื่อนร่วมวงของเธอนะ ชื่อชองยุนโฮ หรืออีกชื่อก็ยูโน ทำความรู้จักซะสิ”

คุณลีพูดก่อนจะฉีกยิ้มให้กับเด็กหนุ่มตรงข้ามอีกคนอย่างอารมณ์ดี “ส..สวัสดีครับ ผม..คิมแจจุง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ ที่ตรงหน้า และเมื่อยุนโฮเงยหน้าขึ้นมามอง..

ก็พบกับใบหน้าขาวสว่างที่กำลังแสดงท่าทางเกร็งๆ อยู่ ปากกลมสีแดงสดเผยอปากพูดอย่างน่ารัก ปลายเส้นผมสีดำสนิทพลิ้วลงรับกับใบหน้าขาวนั้นอย่างลงตัว ดวงตาใสแจ๋วที่มองเขาอย่างพิจารณาทำให้เขารู้สึกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

...สวย...สวยมาก...

ผู้ชายบ้าอะไรเนี่ย..

“สวัสดีครับ ผมชองยุนโฮ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ถึงอย่างนั้น...ดวงตากลมโตที่มองมายังเขาอย่างสงสัยใคร่รู้กลับทำให้ยุนโฮรู้สึกหงุดหงิด..

มองอะไรนักหนานะ..

“เอาล่ะ ยุนโฮ จากนี้ไปแจจุงจะมาเป็นเด็กฝึกหัดสมาชิกคนที่ 3 ของวงในนะ จุนซูคงรู้เรื่องแล้ว...ฉันไว้ใจนาย เค้าเพิ่งมาที่นี่อาจะจะไม่คุ้นเท่าไหร่ ยังไงก็ฝากดูแลแจจุงด้วยนะ”

ถึงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าหมอนี่เท่าไหร่..แต่คำสั่งของเจ้านายย่อมเป็นประกาศิตนี่นา

“ครับ” ร่างสูงตบปากรับคำ

สาบานเถอะ...ไม่ได้ชอบหมอนี่สักนิดเลยจริงๆ นะ

...

................

ขาเรียวก้าวฉับๆ ไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจกับอะไรทั้งสิ้น ช่วงขาที่ยาวกว่า ทำให้คนตัวเล็กๆ อย่างแจจุงเดินตามไม่ค่อยจะทัน จากที่ก้าวเดินก็ต้องเปลี่ยนเป็นวิ่ง เสียงใสหอบแฮ่กๆ ไปตลอดทาง

ทั้งๆ ที่บอกว่าจะช่วยดูแลแท้ๆ ...

แต่ไหงไม่เห็นสนใจกันเลยล่ะ?

“ดะ เดี๋ยวสิ..นี่นาย หยุดรอกันก่อน แฮ่กๆ ไม่ได้เหรอไง..” ว่าไม่ทันจบ เท้าที่ก้าวฉับๆ ก็หยุดลงทันควัน จนคนที่ตามมาทีหลังจนเข้ากับแผ่นกว้างนั้นอย่างตั้งตัวไม่ทันจนล้มลงไปกองกับพื้น

“โอ๊ย...จะหยุดก็บอกกันก่อนสิ..”

“ก็เดินช้าเองนี่” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ก่อนจะเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ

พริบตาที่โสตประสาทได้ยินคำพูดเชือดเฉือน ดวงตากลมโตใสแจ๋วก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที ปากกลมเบ้ขึ้นอย่างเอาแต่ใจ

หนอย...ไอ้หล่อนี่...รู้จักคิมแจจุงน้อยไปซะแล้ว..

ตลอดทางที่เดินไปห้องพัก ก็มีแต่คนส่งยิ้มให้แจจุงตลอดทาง แจจุงก็ยิ้มตอบรับความอบอุ่นจากทุกคนด้วยท่าทีรื่นเริง จนคนเดินข้างๆ ชักจะนึกหมั่นไส้ขึ้นมาแบบไร้สาเหตุอีกแล้ว

..จะอารมณ์ดีอะไรนักหนานะ

“ก๊อกๆ จุนซู นี่ฉันเอง” เสียงทุ้มส่งเสียงทักคนในห้อง ก่อนลูกบิดจะค่อยๆ เปิดออก

“ยุนโฮคนใจร้าย...อะ เอ๋ แจจุงใช่ไหมเนี่ย!? ว้าว สวย สวยน่ารักมากๆ น่ารักสมคำร่ำลือจริงๆ ฉันชื่อคิมจุนซู เป็นสมาชิกวงที่จะเดบิวต์เดียวกันกับนาย เข้ามาก่อนสิ เข้ามาๆ"

ร่่างเล็กที่ฉีกยิ้มปากจะถึงรูหู กับอาการเมินผ่านเขาไปแบบไม่เห็นแม้แต่ปลายเส้นผมนั้น ยิ่งทำให้ยุนโฮรู้สึกหงุดหงิด มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยแผ่วเบาอย่างเซ็งๆ

ได้เพื่อนใหม่แล้ว...ทิ้งฉันเป็นหมาหัวเน่าเชียวนะไอ้โลมา

...............

............

 

หลังจากทักทายเพื่อนใหม่อย่างสนุกสนานกันจนเต็มที่แล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่าแจจุงจะนอนเตียงเดียวกับจุนซู ส่วนยุนโฮนอนแยกอีกเตียงหนึ่ง ร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาแต่งตัวพลางฮัมเพลงเบาๆ ก่อนจะมานอนแผ่หลาสองสลึงอยู่กลางเตียงใหญ่โตด้วยความเมื่อยล้า

ฮ้า~ สบายตัวจังเลย

ดวงตากลมไหวไปที่หน้าตู้เย็น อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษในใจเบาๆ

ออกไปเตะบอลกับฮยอคแจ หาไรกินกันไปก่อนนะ จุนซู

ทันใดนั้นลำตัวบางก็กระเด้งขึ้นมาจากที่นอนทันที ..ตายล่ะสิ จุนซูไม่อยู่ แล้วนี่เราต้องอยู่กับเจ้าคนใจร้ายนั่นสองคนรึเปล่านะ แย่ที่สุด..

แต่สัมผัสหยุกหยิกที่เตียงอีกฝั่งกลับดึงความสนใจจากร่างบางได้มากกว่า

ตัวโตๆ ของคนที่ไม่ถูกกันตั้งแต่พบหน้า ขยับเข้าซุกกับฟูกที่นอนอย่างหาไออุ่น ดวงตาเรียวพริ้มปิดสนิททั้งๆ ที่ยังเป็นเวลาแค่บ่ายสาม สงสัยจะเหนื่อยมาก...

ร่างบางก้าวลงจะที่นอน เดินตรงไปยังฟูกนุ่ม ย่อเข่าลงมองหน้าคนหลับตรงๆ พลางพิจารณา คิ้วเข้มได้รูปกับเค้าโครงหน้าที่รับกับจมูกโด่งเป็นสันนั่นได้พอดีทำให้แจจุงรู้สึกเหมือนต้องมนตร์

ผู้ชายคนนี้หล่อมากๆ เลย..

โดยที่ไม่ทันได้คิด ความรู้สึกชั่ววูบนั้นก็ดึงใบหน้าหวานของคนช่างพิจารณาเข้าไปใกล้ใบหน้าคม ก่อนจะประกบริมฝีปากกลมๆ ของตัวเองเข้ากับปากได้รูปที่เผยอน้อยๆ นั่นทันที มือเล็กดันกายคนนอนตะแคงให้พลิกหงายขึ้น ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งคร่อมบนลำตัวคนขี้เซา ที่จนถึงบัดนี้ก็ไม่มีวี่แววจะตื่นแม้แต่น้อย

ปากกลมดูดดุนปากกระจับเผยอเปิดนั่นเบาๆ ก่อนจะเริ่มสอดลิ้นเล็กลงไปในโพรงปากที่เผยออยู่ ร่างสูงที่ดูจะขัดขืนในตอนแรก ก็ถูกความอ่อนนุ่มนั้นชำแรกออกจนหมด ยินยอมแลกจูบดูดดื่มกับปากกลมๆ นั่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ลิ้นอุ่นกวาดต้อนเกี่ยวกระหวัดความหวานลึกล้ำในโพรงของอีกฝ่ายอย่างกระหาย โดยที่มีสัมผัสไม่รู้เรื่องรู้ราวของคนไร้สติคอยตอบสนองกลับออกมาอยู่เรื่อย

 

จวบจนริมฝีปากเล็กถอดถอนออก ลมหายใจในห้วงฝันของเจ้าชายนิทราจึงเข้าสู่สภาวะปกติ ดวงตากลมใสฉายแววสดใส พลางอดคิดไม่ได้ว่า..

ดูๆ ไปเจ้าหมีหล่อนี่...ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย

...

หลังจากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มหน้าสวยคิมแจจุงก็เป็นชื่อเลื่องลือชื่อทั้งหน้าตาและความสามารถไปทั่วบริษัท ใครๆ มากมายอยากจะรู้จักเขา แต่ไม่ว่าจะมีคนเข้ามาทักทายชวนไปไหนซักกี่คน แจจุงก็ยังขอเกาะติดชายหนุ่มที่ชื่อชองยุนโฮอยู่เพียงคนเดียงเสียร่ำไปจนคนทั้งบริษัทเริ่มจะอิจฉาร่างสูงกันเป็นแถบๆ

ไม่รู้ทำไม..ถึงได้จ้องแต่จะยุ่งกับเขาอยู่คนเดียว

ก็บอกว่าไม่ชอบขี้หน้า...ทำไมไม่เข้าใจกันซะบ้างนะ!

“ยุนโฮ ยุนโฮ ไปซ้อมร้องเพลงกันเถอะ”

“วันนี้ฉันจะไปออกกำลังกาย”

“แต่ฉันอยากซ้อมร้องมากกว่านี่” เสียงใสเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นทุกครั้งที่แจจุงจะไปไหนกับยุนโฮเลยต่างหาก ร่างสูงถอนหายใจเหนื่อยหน่าย “นายก็ไปซ้อมร้องสิ มายุ่งกับฉันทำไม”

“ฉันไม่มีเพื่อนไป ยุนโฮไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ นะ น้า” ร่างเล็กเกาะแขนอย่างออดอ้อน พลางแย้มยิ้มที่คิดว่าร่างสูงเห็นแล้วต้องใจอ่อนแน่นอนไปให้

“เมื่อเช้า จองซู คังอิน แทมิน จงฮยอน ก็ชวนนายไปซ้อมร้องเพลงไม่ใช่หรือ? จะไม่มีเพื่อนได้ยังไง” ร่างสูงร่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ก็มันเรื่องจริงนี่.. ขนาดจุนซูยังไม่ติดเขาเท่านี้ แล้วหมอนี่มีสิทธิอะไรมาเกาะเขาอยู่ได้เนี่ย?

“แต่ฉันอยากไปกับยุนโฮนี่นา”

“แต่ฉันไม่อยากไปกับนาย” เสียงทุ้มตอบสะบัด ทำเอาคนที่กำลังร่าเริงหงอยลงไปในทันที “อ่ะ..อื้อ.. ไปคนเดียวก็ได้”..

ใบหน้าหวานก้มต่ำ ดวงตาใสๆ คลอน้ำหน่วยอย่างน่าสงสารทันทีจนคนใจร้ายนึกใจอ่อน

ทำไมแค่นี้ต้องทำท่าเหมือนจะร้องไห้ด้วยนะ

ไม่ชอบเลย...

ขาเล็กๆ ทำท่าจะก้าวเดินออกไป แต่มือหนาที่เคยเย็นชากลับรั้งที่ต้นแขนขาวเอาไว้เสียก่อน “นี่เดี๋ยวสิ....อยากไปซ้อมร้องกับฉันจริงๆ น่ะเหรอ..”

คนใจแข็งฉายน้ำเสียงที่เริ่มไม่มั่นใจ ใบหน้าใสจึงพยักลงช้าๆ “อื้อ...อยากไปกับยุนโฮ”

“งั้นฉันไปด้วยก็ได้” ทันทีที่ร่างสูงยอมเปลี่ยนใจพร้อมกับถอนหายใจ ก็ดูเหมือนว่าหน้าตาเศร้าสร้อยของคนน่าสงสารคนตะกี๊จะเลือนหายออกไปพร้อมกัน

เห็นก็แต่...รอยยิ้มกวนประสาทอย่างคนอารมณ์ดี ที่เหมือนกับคุณหนูผู้เอาแต่ใจก็เท่านั้น

“งั้น ก็ไปซ้อมร้องเพลงกันเถอะนะยุนโฮ~

สรุปว่านี่เราหลงกลไอ้หมอนี่อีกแล้วเหรอเนี่ย??

...............

จวบจนพระอาทิตย์ตกดิน สองร่างจึงกลับถึงที่พักเป็นอันเรียบร้อย

หากแต่เมื่อภายในห้องกลับไร้ถึงสัมผัสการอยู่ของคนตัวเล็กอีกคน นั่นก็ทำให้ยุนโฮรู้สึกแปลกใจทันที “อ้าว...จุนซูยังไม่กลับมาเหรอเนี่ย”

คนตัวโตที่ยังแปลกใจ ได้แต่ยกนิ้วเรียวขึ้นลูบศีรษะตัวเองเบาๆ พลางยกโทรศัพท์กดปุ่มโทรหาเพื่อนตัวเล็ก “เฮ้ จุนซู นายอยู่ที่ไหนน่ะ”

(ยุนโฮเหรอ โทษทีๆ แต่วันนี้กินข้าวกับแจจุงไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอฉัน วันนี้ติดธุระอยู่ที่สาขาย่อยน่ะ กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้เลย อ๊ะ~ พี่จินมาแล้ว ฉันไปก่อนนะ ราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้านะยุนโฮ ฝากบอกแจจุงด้วย ไปล่ะ บาย)

รัวรวดเดียวก่อนจะกดตัดสายไปดื้อๆ ทำเอาคนฟังได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “อะไรของเค้าเนี่ย”

“มีอะไรเหรอยุนโฮ” คนอาบน้ำเสร็จเดินค้อยๆ ออกมาอย่างเจี๋ยมเจี้ยม หารู้ไม่ว่าร่างกายขาวบางที่อยู่ใต้ชุดคลุมอาบน้ำตอนนี้มันช่างเซ็กซี่เพียงใด

ผิวขาวๆ ที่พราวไปด้วยหยดน้ำ เร้นกายอยู่ใต้ชุดคลุมผ้าขนหนูสีขาว เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงรับกับใบน้าใส ดวงตากลมโตหรี่ลงน้อยๆ เมื่อมีหยดน้ำหยดเล็กไหลลงไปในดวงตาคู่สวย

และท่าทางไร้เดียงสานั้นก็ทำเอาสติของชองยุนโฮผู้สุขุมกระเจิดกระเจิงในพริบตา..

“ปะ ไปได้แล้ว รีบไปแต่งตัวให้เรียบร้อยซะ ยืนแก้ผ้าอยู่ได้ไม่อายรึไง!

ว่าจบก็เดินหนีไปปล่อยให้คนสวยได้แต่ยืนงงกับคำพูดนั้นอยู่คนเดียว

นี่เราแก้ผ้าเมื่อไหร่กัน?

...

“นี่ ปิดไฟได้แล้ว”

เสียงคนขี้เซาส่งเสียงบอกร่างบางอีกคนที่อยู่ในห้องให้ปิดไฟ เพราะเนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว หากแต่คนน่ารักก็ยังเอาแต่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง ที่ไร้ร่างของเพื่อนรักอีกคนในคืนนี้ ปฏิกิริยาที่ไม่ตอบสนองนั่นทำยุนโฮเริ่มจะหงุดหงิด “ทำไมไม่ปิดไฟล่ะ ไม่นอนเหรอไง?”

“เอ่อ...” คนหน้าสวยเอ่ยอย่างไม่แน่ใจในท่าทาง พลางว่า “ยุนโฮ...นอนด้วยได้ไหม?”

“ว่าไงนะ?” คำถามที่ไม่ถามหลุดออกมาจากปากร่างบาง เล่นเอาคนขี้เซาหายง่วง

“ก็..วันนี้จุนซูไม่อยู่ ฉันไม่กล้า..นอนคนเดียวนี่..”

“เป็นเด็กติดแม่หรือไง นอนๆ ไปเถอะน่า” เสียงทุ้มตอบสะบัดพลางว่า “รีบๆ ปิดไฟได้แล้ว”

“แต่ว่าฉันกลัวจริงๆ นะ..” ใบหน้าหวานฉายแววกังวลจริงใจ แต่ร่างสูงกลับพยายามจะไม่หลงกล “ไม่ต้องมากวนประสาทฉันน่า รีบนอนได้แล้ว”

ว่าจบ ร่างสูงก็เดินลุกมาปิดไฟเสียเอง จนคนกลัวความมืดถึงกับสะดุ้ง “ดะ เดี๋ยวสิ ยุนโฮ..ยุนโฮอยู่ตรงไหนน่ะ”

ร่างสูงที่เดินกลับมาที่เตียงของตัวเองขมวดคิ้วอีกครั้ง โรคกลัวความมืด...จะมีคนในโลกนี้เป็นโรคนี้ได้ด้วยอีกเหรอนี่? ไม่มีทางซะล่ะ

ไร้เสียงทุ้มโต้ตอบกลับมาอย่างที่เคย ร่างบางที่หวาดกลัวจึงรีบตะกุยจะกายขยับตัวทันที “ยุนโฮ...ยุนโฮอยู่ตรงไหน อะ โอ๊ย...” ไม่ทันจบคำ เท้าเล็กๆ ที่สะดุดกับขอบเตียงก็พาเอาร่างเล็กๆ นั้นล้มลงไปแนบกับพื้นทันที เสียงร้องนั่นทำเอาร่างสูงใจหายวาบ พลางสะดุ้งตัวออกจากเตียงทันที

“เฮ้ เป็นอะไรไหม อยู่นิ่งๆ ตรงนั้นก่อนนะ เดี๋ยวฉันเดินเข้าไปหา” ยุนโฮค่อยๆ คลำกำแพงเดินไปหาร่างบางอีกฝั่งอย่างไม่ค่อยยากเย็นเท่าไหร่นัก แต่ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสเข้าที่ร่างเล็กได้ จิตใต้สำนึกภายในก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที

เพราะแผ่นหลังเล็กนี้กำลังสั่น ด้วยความหวาดกลัวอยู่จริงๆ..

“ยุนโฮ” ร่างเล็กโผเข้ากอดคนตัวสูงแน่น “ฮึก...อย่าทิ้งฉันอีกนะ ฉันกลัวความมืด ไม่เอา ไม่เอา..” เสียงหวานพร่ำเพ้อใหญ่ จนคนผิดได้แต่ลูบหลังปลอบเบาๆ

“ขอโทษ...งั้นเอาเป็นว่าฉันนอนด้วยก็ได้ อย่าร้องไห้เลยนะ”

...

“อะ อือ อา....ยุนโฮ”

“อะอื้ม แจจุง...ขยับสิ ฉันอึดอัดนะ” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงสั่น พลางปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกครั้งเมื่อคนบนตักเริ่มขยับกายตามคำขอของเขา

ช่องทางร้อนเสียดสีกับแก่นกายคับแน่นของเขาอย่างแรง จนร่างสองคู่ที่กำลังหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่ต้องขยับมือสวดกอดกันแนบแนน่นเพื่อระบายอารมณ์

มือหนาออกแรงรั้งศีรษะเล็กเอามาแนบชิดติดริมฝีปาก ก่อนจะบดขยี้จูบร้อนแรงลงไปอย่างโหยหา “อื้มมมม ยุนโฮ...อุ๊บ อื้อ..”

ริมเล็กตอดรัดความหวานฉ่ำด้วยกันเกี่ยวกระหวัดตอบสนองร่างสูงอย่างชำนาญ มือเล็กจิกทิ้งกลุ่มผมสีน้ำตาลของร่างสูงแน่น เมื่อช่องทางส่วนล่างถูกกระทั้นเข้ามาอีกครั้ง

“ถ้าแจจุงไม่ขยับ ผมขยับเองนะ..”

“อ้า อ้า...อื้อ อื้ม ยุนโฮแรงอีกสิ อ๊า..”

......

....

“เฮ้ย!” ดวงตาเรียวเบิกกว้าง พลางสะดุ้งลุกขึ้นจากที่นอนทันควัน แผ่นหลังกว้างชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งๆ ที่แอร์ในห้องเปิดเย็นฉ่ำ มือหนาสั่นระริกอย่างคนกลัวความผิด พลางหันไปมองรอบกายอย่างคนลุกลี้ลุกลน

ใบหน้าใสที่หลับตาพริ้มอยู่ห่างจากหน้าหล่อๆ ของเขาแค่คืบ กำลังตกอยู่ในห้วงฝันอย่างอารมณ์ดี สังเกตได้จาก ปากกลมที่แย้มยิ้มบางๆ อยู่ มือเล็กสอดประสานกันพลางคู้ตัวน้อยๆ ด้วยความหนาว จนคนที่มองอยู่อดจะเป็นห่วงไม่ได้ มือหนาเลื่อนผ้าห่มยืนหนาขึ้นคลุมตัวคนตัวเล็กจนหัวไหล่ ก่อนจะทำการตบศีรษะของตัวเองอย่างแรง

เอาแล้วไงไอ้บ้ายุน..นี่ขนาดเก็บเอาไปฝันทุเรศๆ แบบนี้เลยหรือเนี่ย

ชักจะหยุดไม่ได้แล้วสิ ไอ้ความรู้สึกแบบเนี้ย..

มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเองราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเซ็งๆ

ก็ดูเหมือนว่ากางเกงมันจะเปียกๆ อยู่อ่ะนะ..

...........

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

ใบหน้าใสง้ำลงอย่างหงุดหงิด ไม่ว่าใครจะเข้ามาใกล้ก็ไม่ยิ้มไม่พูดคุยด้วยเหมือนอย่างที่เคย ท่าทางเอาแต่ใจนั่นยัฃคงเป็นเหมือนเดิม จะต่างออกไปก็แต่แววตาหม่นหมองที่เหมือนกับกำลังเสียใจในอะไรบางอย่าง ที่จนมองอดจะเป็นห่วงตามไปด้วยไม่ได้

เหตุผลก็คงไม่ใช่เรื่องอะไรที่ไหน

นอกจากเรื่องที่ชองยุนโฮพยายามจะหลบหน้าคิมแจจุงน่ะแหละ

ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ว่าแจจุงจะชวนยุนโฮไปไหน ใช้ไม้ตายกี่ครั้ง ยุนโฮก็ไม่มีทีท่าจะยอมใจอ่อนให้เขาเลย แถมร่างสูงยังชอบหลบหน้าเข้าบ่อยๆ ยิ่งกว่าจงใจด้วยซ้ำ ถ้าแจจุงไปออกกำลังกาย ยุนโฮจะไปซ้อมเต้น ถ้าแจจุงไปซ้อมเต้น ยุนโฮก็จะหนีไปซ้อมร้องเพลง ตกเย็นก็กลับดึกมาก จนคนง่วงง่ายอย่างแจจุงหลับไปก่อนพร้อมจุนซูทุกครั้ง ตื่นเช้าแค่ไหนก็ได้แต่พบกับความว่างเปล่า พร้อมกับร่างสูงที่ออกไปวิ่งแต่เช้าทุกที

เป็นอย่างนี้มาทุกๆ วัน จนคนขี้ตื๊ออย่างแจจุงเริ่มจะหมดกำลังใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

หรือว่ายุนโฮจะเกลียดเขาจริงๆ ?

คิดได้ดังนั้นคนเอาแต่ใจก็แต่เรียกน้ำตาใสขึ้นคลอหน่วย

โดยที่ไม่ได้แกล้งเหมือนคราวก่อน คราวนี้น้ำตาเม็ดกลมไหลลงอาบแก้มสวยทันทีอย่างระงับไม่อยู่

ก็รู้อยู่ว่าทำตัวไม่ค่อยดี...สมควรแล้วที่จะถูกเกลียดสินะ

มือเล็กยกขึ้นปาดคราบน้ำตา ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆ

โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำทั้งหมด...อยู่ในสายตาของใครอีกคนมาตั้งแต่เริ่ม

.................

“นี่ยุนโฮ ทำไมนายถึงหลบหน้าแจจุงตลอดเลยล่ะ?” เสียงใสเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ จนเพื่อนรักที่นั่งข้างหันมามองพลางยิ้มแหยๆ ให้ “หลบหน้าที่ไหน เปล่าซะหน่อย”

“ไม่ต้องมาเนียน เด็กประถมดูก็รู้ว่านายหลบหน้าเขา” ใบหน้าจิ้มลิ้มเบ้ออกอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ทำแบบนี้ แจจุงเค้าเสียใจรู้ไหม?”

“เสียใจอะไร หมอนั่นก็แค่อยากแกล้งฉัน พอไม่ได้แกล้งก็คงเซ็งล่ะมั้ง”

“ใช่สิ ก็แค่เซ็ง เลยต้องร้องไห้ด้วยสินะ”

“เอ๋..”

“ฉันเห็นแจจุงร้องไห้ ก็ดูเอาเถอะว่าคนที่แค่เซ็งน่ะ เค้าเป็นแบบนี้กันบ้างรึเปล่า แจจุงอาจจะแค่อยากเล่นกับนาย หรือเหตุผลอื่นฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ถ้านายทำให้คนสวยของฉันเสียใจล่ะก็ตายแน่”

ว่าจบโลมาแสนน่ารักก็แลบลิ้นใส่ให้คนใจร้ายหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าห้องซ้อมเสียงเป็นคิวลำดับต่อไป

ทิ้งให้ร่างสูงอีกคนได้แต่นั่งลำบากใจ ด้วยไม่รู้ควรจะทำอย่างไรกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นดี..

...........

“นี่ น้องแจจุงวันนี้ไปกินข้าวกับพี่ไหม?” เสียงทุ้มน่าฟังถูกเอ่ยขึ้นจากเจ้าของเสียงร่างท้วม ใบหน้าใสของแจจุงเงยขึ้นไปมองคนทักอย่างไม่สบอารมณ์ พลางว่า “ผมยังไม่มีอารมณ์จะไปกินข้าวกับพี่หรอก”

ตัวก็อ้วน หล่อก็ไม่หล่อ มาเป็นเด็กฝึกหัดได้ยังไงกันนะ แถมสู้ยุนโฮไม่ได้ซักกะอย่าง...แบบนี้เขาไม่ไปด้วยหรอก

“อ้าว แล้วเมื่อไหร่น้องแจจุงจะมีอารมณ์ล่ะ? พี่เห็นน้องซึมมาหลายวันแล้วนะ แค่ถูกไอ้หน้าหมีนั่นทิ้งน่ะ ไม่ต้องเศร้าไปหรอกนะ มากับพี่ดีกว่าเยอะเลย”

ปากกลมเบ้ออกทันที ไปกับนายเนี่ยนะ? ดีกว่าตรงไหนกัน อีกอย่าง...

“ผมไม่ได้ถูกยุนโฮทิ้งซะหน่อย อย่ามาพูดอะไรมั่วๆ นะ!” ทั้งๆ ที่ตวาดออกไปแบบนั้น หากแต่น้ำใสๆ กลับไหลรินด้วยความน้อยใจ มือเล็กๆ ทำท่าจะสะบัดข้อมือใหญ่ที่รั้งเอาไว้ทิ้งแล้วเดินหนีแต่กลับไม่สามารถหลุดออกไปได้ แรงจากข้อมือใหญ่บีบมือขาวจนขึ้นสี ทำแจจุงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “บอกว่าไปกับพี่ ก็ไปสิ!

“ก็จะไม่ไปนี่!

“เอ๊ะ ต้องให้ใช้กำลังใช่มั้ย นี่แน่ะ...อะ โอ๊ย! อะไรวะ” หนุ่มร่างท้วมสบถ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่แผ่นหลัง ร่างสูงอีกคนเดินตรงเข้ามาแกะมือกร้านออกจากข้อมือขาวอย่างแรง พลางสบถลั่น

“รู้ตัวว่าไม่หล่อก็รีบไสหัวไปซะ แล้วอีกอย่าง...ฉันไม่ได้ทิ้งแจจุงโว้ย”

“ฮึก...อะ เอ๋...ยุนโฮ..” ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับร่างสูงอย่างแปลกใจ ก่อนสัมผัสเบาๆ จากมือหนาจะเลื่อนมาเช็ดคราบน้ำตาให้เบาๆ

“ร้องไห้ทำไม ไม่น่ารักเลยนะ”

“ยุนโฮ.. ยุนโฮ..” คนน่ารักส่งเสียงงอแง พลางกอดร่างสูงแน่น มือใหญ่กระชับอ้อมกอดตอบกลับไปพลางว่า “สงสัยฉันจะเก็บความรู้สึกนี้ไม่อยู่แล้วจริงๆ แฮะ”

“...อื้อ” เสียงหวานพึมพำอู้อี้ พลางรอฟังคำของร่างสูงอย่างตั้งใจ

“ก็แค่....ชอบน่ะ”

“อ่ะฮึ?” ขอทวนอีกทีซิ

“ก็แค่ฉันชอบนาย พอใจหรือยัง?” สิ้นคำหวานที่แสนห้วน ใบหน้าหวานก็พลันขึ้นสีเรื่อทันที “ชอบ? เป็นอะไรของนาย แล้วทำไมต้องหลบหน้า?”

คนขี้เขินแสร้งทำกลบเกลื่อนอย่างเขินอาย บ้า...จู่ๆ ก็พูดแบบนี้เป็นใครใครไม่เขินบ้างละ

“ให้ตาย.. ก็ฉันเห็นหน้านายทีไร...มันมีอารมณ์ทุกทีเลยน่ะสิ” ว่าจบ ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงก่อนจะประกบริมฝีปากอุ่นเข้ากับปากนุ่มเบาๆ

“ลงโทษ...ข้อหาน่ารักเกินไปนะ”

.............

......

“นั่นแหละ พี่ถึงได้เป็นแฟนกับแจจุงตั้งแต่ตอนนั้น” เสียงทุ้มหยุดลง พร้อมๆ กับใบหน้าของน้องๆ ทั้งสามคนที่กำลังอึ้ง “ว่าไงนะพี่ พี่จะบอกว่าพี่เป็นแฟนกับแจจุงตั้งแต่ตอนนั้น? ผมก็อยู่ด้วย ทำไมไม่รู้เลยล่ะ”

เสียงแหลมๆ หวีดขึ้นอย่างโลมาเกยตื้น ทำเอายุนโฮหัวเราะขำ “ก็นายไม่สังเกตนี่”

“ผมไม่คิดเลยนะว่าพี่....จะหื่นขนาดเนี้ย” เสียงทักจากหนูผีทำเอายุนโฮยิ้มโหด รับฟังเสียงน้องเล็กอีกคนเอ่ยสำทับ “ผมก็ว่างั้น...นี่พี่คิดจะรวบหัวรวบหางพี่แจจุงตั้งแต่แรกเจอเลยใช่ไหมเนี่ย?”

“จะบ้ารึไงเล่า แต่จะว่าไปคราวนั้น....ก็เป็นจูบครั้งแรกของฉันเลยนะ”

พูดถึงตรงนี้ก็ดูจะพูดเองเขินเองเสียอย่างนั้น ก่อนทั้งสี่คนที่สุมหัวกันอยู่จะต้องหันกลับไปมองข้างหลังอย่างแปลกใจ เมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ที่แทรกขึ้นมาทางด้านหลัง

“ใครว่าล่ะ ครั้งที่สองต่างหากล่ะ” แม้จะแอบเขินอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ เผลอมาได้ยินคนรักแอบเล่าเรื่องหวานๆ สมัยยังเอ๊าะให้น้องๆ ฟัง แต่ประเด็นจริงๆ ที่เจ้าตัวเก็บเป็นความลับเอาไว้ตั้งแต่เริ่มคบกันนั้นกลับสะกิดใจแจจุงเสียมากกว่า

“ว่ายังไงนะแจจุง ที่ว่าครั้งที่สองน่ะ?”

“ไม่รู้สิ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ” ดวงตาคู่สวยกรอกไปมา ก่อนทำท่าจะเดินหนี “ฉันไปทำกับข้าวก่อนดีกว่า”

“นี่กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ!~

...................

............

....

น่าสงสารยุนโฮคุงที่ยังไม่รู้ความจริงต่อไป

ก็นะ ให้บอกตอนนี้ก็เขินแย่นะสิ คิคิ

 

.................

.......... 

            never ending. 

            ..........

            .............
 

            Talk : เป็นฟิคที่ซอฟต์มากๆ เลยใช่ม้า? ฮ่าๆ ไม่อยากให้เครียดกันนะค่ะ สำหรับแฟคฟิค True or Lies? ยังไงช่วงที่พักงานก็ฝากเรื่องนี้อยู่เป็นเพื่อน ทุกๆ คนไปก่อละกันน้า เจอกันวันที่ 1 ธันวาคมจ้า

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

-3-

มาเมนท์ในรอบ ศตวรรษ

โอเค แต่งฟิค?

แต่งไม่เป็นอะ

หื่นเป็นอย่างเดียว

เอาเป็นว่ายังไม่ได้อ่านเลยอะ

ไว้จะมาแอบอ่านนะ

เจ้าแบงค์

ปล. ดีใจเปล่า มาเมนท์ให้อะ
น่ารักค่ะ
ยุนโฮนี่หื่นไม่เบาเลยนะ

#2 By taizaaaaa on 2008-11-13 22:49

น่ารักอ่ะ
ตกลงใครหื่นกันแน่ระหว่างนุ้งแจกะหมี555++

#3 By silverfox (203.144.221.254) on 2008-11-15 07:45

น่ารักอ่ะชอบเรื่องนี้จังเลยคร่า

หื่นกันทั้งแจ และยุน 555+

หวานซะ

#4 By คริคริ (124.120.214.20) on 2008-11-16 00:36

อ๊ากกกกกกกก

จะน่ารักเกินไปแล้วแจจ๋าอ่า ..

อิหมีนี่หื่นสุดยอด .. ถึงขั้นเก็บไปฝันเลยเหรอ

#5 By เนเน่ (124.121.25.146) on 2008-11-17 20:10

ชอบอ่า

ก็ยังเป็นความลับต่อไป อิอิ

คู่นี้น่าร๊ากกันอยู่แล้วอ่าเนอะ

น่ารักกันทั้งคู่เลย

#6 By (125.27.0.148) on 2008-11-25 20:50

กรีสสสสสสสสสสสสสส อีหมีน่ารักที่สุด

"โทดฐานที่น่ารัก"

จุฟฟฟฟฟฟๆๆๆๆๆๆๆ

#7 By chomchunnie (124.122.203.211) on 2008-11-29 20:14

สวัสดีค่ะ มาเจอได้ไงโซลก็งงอยู่เหมือนกัน - -*

สำหรับเรื่องนี้ โซลอยากบอกว่าน่ารักมากๆเลยค่ะ ขอมาประเดิมช็อตฟิคก่อนนะ

ไว้โซลจะไปอ่านอ่านฟิคยาวนะคะ

ปล. ไปเยี่ยมเยียนฟิคโซลบ้างก็ได้นะคะ ^^ big smile

#8 By Solina on 2008-12-02 18:26

หวัดดีค่า

พอดีตามอ่านมาจากfix4u นะคะ

แบบว่าเค้าอ่าน True or Lies แล้วนะคะ

แต่ไม่เห็นมีที่เม้นเลยอ้า แอบงงเล็กน้อย

สนุกมากมายเลยนะคะ ทั้งเรื่องนี้กะทรู

จะติดตามผลงานนะคะ

#9 By PROYYIM (202.91.19.194) on 2008-12-20 20:55

ฮ่าๆ แจจุงเกือบเปิดเผยความลับ

ชอบหมีก่อน ลวนลามก่อนด้วยเหอะ แต่หมีก็หื่นพอกัน เหมาะกันจริงๆ ยุนแจ

#10 By bobo (121.219.131.240) on 2009-04-19 11:07