True or Lies?[35]
posted on 08 Nov 2008 13:58 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
35. Restrain
แพรขนตางอนกะพริบขึ้นถี่ๆ อย่างอ่อนเพลีย แม้แจจุงจะรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว แต่พิษไข้ที่สั่งสมก็ทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงหมดกำลังไปได้อยู่โข จำเป็นต้องใช้เวลาสักหน่อยในการฟื้นตัว ผ้าปูที่นอนนุ่มนิ่มที่ยับยู่หากแต่ให้สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้ร่างบางรู้สึกดี ...เขาคงจะกลับบ้านมาแล้ว..
ดวงตาใสมองไปรอบกาย แล้วนี่...ยุนโฮหายไปไหนกันนะ?
แทบไม่ต้องรอให้นึกถึงซ้ำ ร่างสูงคุ้นตาก้าวเดินเข้ามาในห้องก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างยินดี
“แจจุง...ตื่นแล้วเหรอ ไปเที่ยวกันไหม?”
....
กลิ่นควันจางขัดจมูกลอยเข้ากระทบโสตประสาทจนทำให้ร่างบางรู้สึกเวียนหัวอยู่เนืองๆ กลิ่นไอแดดจางๆ จากบรรยากาศด้านนอกให้ความรู้สึกแปลกใหม่ได้อย่างมากสำหรับแจจุง มือขาวยกขึ้นนวดที่ขมับเบาๆ ก่อนจะยิ้มรับสูดกลิ่นไอธรรมชาติเข้าไปเต็มปอด เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นที่ข้างหู
“แจจุง ปวดหัวเหรอ”
“เปล่าหรอก...แค่รู้สึกเมารถนิดหน่อยน่ะ นอนติดกันหลายวันไปหน่อยมั้ง” ยิ้มสวยระบายบนใบหน้าใสอย่างที่แสดงเจตนาบริสุทธิ์ใจออกมาเต็มเปี่ยม เสียงหวานเอ่ยตอบร่างสูงข้างๆ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่เคล้าเบาๆ ไปตามถนน
“นายคงไม่ชินกับการนั่งรถเมล์สินะ”
“เอ๋..” ปลายเสียงดูคล้ายกับจะแปลกใจในคำพูดของคนรักก่อนจะหันหน้าไปมอง
“หมายความว่ายังไงน่ะ..?”
“ไม่มีอะไรหรอก..” ยุนโฮฉีกยิ้มกว้าง ราวกับจะปกปิดความเจ็บปวด
...แจจุงคงไม่เคยต้องมานั่งรถตากแดดปุเลงๆ แบบนี้หรอก...
แต่กระนั้นรอยยิ้มที่มอบให้กับร่างบางนั้น ก็ล้วนออกมาจากใจจริงทั้งสิ้น
เพราะอย่างน้อย...เขาก็รู้สึกดีใจ ที่แจจุงรู้สึกชอบกับสิ่งที่เขาทำให้ และมอบรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์นั้นให้กับเขา
และถ้าชองยุนโฮไม่ได้มองผิดไป...รอยยิ้มนั่นก็จริงใจไม่แพ้รอยยิ้มของเขาเลย..
…..
เสียงรถคันใหญ่หยุดอยู่กับที่เมื่อถึงที่หมาย มือเรียวคว้ามือนุ่มนิ่มมากุมเอาไว้ จนคนที่เผลอจมสู่ห้วงนิทราสะดุ้งน้อยๆ
“แจจุง...ถึงแล้วนะ”
มือนิ่มอีกข้างยกขึ้นขยี้ตากลมเบาๆ อย่างน่ารัก ก่อนจะกระชับสัมผัสอุ่นตอบกลับไป ยุนโฮยิ้มจาง
“ลงกันเถอะ ไปกินข้าวกันก่อนนะ”
รองเท้าผ้าใบสองคู่ก้าวมาหยุดยืนที่หน้าร้านอาหารชายทะเลแห่งหนึ่ง แจจุงมองซ้ายขวาอย่างตื่นตา ตั้งแต่เขาเกิดมา นอกจากที่บ้านก็มีแต่โรงเรียนเท่านั้นที่เขาจะได้ไป ชีวิตที่ถูกประคบประหงมมาอย่างดีทำให้เขาแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าอะไรคือของมือสอง หรือ แสงไฟนีออน ดวงตากลมกวาดมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น
“ในเมืองมีที่แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”
ภาพเบื้องหน้าแจจุงคือร้านอาหารผนังกระจกขนาดใหญ่ ที่ถูกตกแต่งรายล้อมไปด้วยพืชพรรณไม้นานาชนิด ดอกไม้ที่สวยสดแซงแซมกันถ้วนทั่วราวกับช่อดอกไม้ที่ถูกจัดมาอย่างดี ที่ปลายใบมีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่ ที่ไม่ต้องบอกก็คงมองออกว่ามันสดแค่ไหน เสียงใสรำพึงเบาๆ
“สวยจังเลย...”
“เข้าไปกันเถอะ” ยุนโฮพูดไม่มอง มือเรียวกระชับมือนุ่มข้างกายไว้แน่น ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปข้างในพร้อมๆ กับคนตัวเล็กที่กำลังตื่นเต้น
“สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ?” รอยยิ้มสวยจากพนักงานสาวถูกส่งให้กับร่างสูง
“สองที่ครับ”
โต๊ะอาหารที่สวยถูกจัดวางอย่างมีสไตล์ ยุนโฮรับเมนูอาหารมาจากพนักงานสาวก็จะยื่นให้แจจุง
“อยากสั่งอะไรก็สั่งเลย”
“พูดเป็นเล่นน่ายุนโฮ...นี่มันแพงมากเลยนะ” เสียงหวานเอ่ยปราม นี่ยุนโฮกำลังคิดอะไรอยู่ จู่ๆ ถึงได้พาเขามากินข้าวที่ร้านอาหารแพงๆ แบบนี้ แต่กระนั้น คนถูกปรามกลับส่งยิ้มชวนละลายกลับมาให้ซะอย่างนั้น
“บัตรเครดิตฉันรูดไม่จำกัดวงเงิน ลืมไปแล้วหรือไง?”
คิ้มเรียวขมวดขึ้น “แต่นายก็ไม่ควรจะฟุ่มเฟือยนะยุนโฮ” สิ้นคำ ดูเหมือนร่างสูงจะรีบทำท่ากลั้นขำอย่างรวดเร็ว
“เลี้ยงข้าวนางฟ้าน่ะ ไม่มีคำว่าฟุ่มเฟือยหรอกนะแจจุง”
....
“นี่...จู่ๆ ทำไมถึงได้พามาเที่ยวล่ะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เรียกให้คนรักที่ทำตัวดีผิดปกติเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวได้
“เอ๋..?”
“ไม่ต้องมาเอ๋เลย..มีอะไรจะเซอไพร์สฉันรึไง?” รอยยิ้มชวนฝันถูกส่งกลับมาอีกครั้งหากแต่คำถามของร่างบางทำเอายุนโฮสะอึก
“ก็แค่...พรุ่งนี้ถึงมะรืนโรงเรียนหยุดยาว ..ยูชอนกับจุนซูไปเที่ยวบ้านเพื่อนสองสามวัน ...ชางมินนัดกับแม่ไว้ว่าจะกลับบ้าน..”
ยุนโฮยิ้มขี้เล่น “ฉันเบื่อๆ อยู่คนเดียว คิดถึงสุดที่รักที่เพิ่งหายป่วยเลยพามาเที่ยว..ไม่ได้รึไง?”
สิ้นคำหวานชวนเลี่ยน คนน่ารักก็ได้แต่เรียกเลือดจากทั่วร่างเอามารวมไว้ที่ข้างแก้ม
ใจเต้นตึกตักราวกับจะยังไม่ชิน.. ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มชวนฝันกับถ้อยคำแทะโลมน่ารักๆ นั่น
ที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าใครในโลก ...เพียงแค่ได้อยู่ข้างๆ ยุนโฮ
เห็นคนตัวเล็กเอาแต่อมยิ้มเงียบไม่พูดไม่จาทั้งๆ ที่แก้มยังแดงแจ๋แบบนี้ คนตัวโตก็ยิ่งอย่างจะแกล้งเข้าไปใหญ่ ก็นะ...มันน่ารักนี่นา
“ไม่สบายหรือเปล่า หน้าแดงเชียวแจจุง..” เสียงทุ้มเอ่ยคล้ายกลับจะเป็นห่วง แต่คราวนี้คนโดนแกล้งกลับรู้ทัน
“ไม่ต้องมาแกล้งเลยยุนโฮ! ทำคนอื่นเขินแล้วยังจะแกล้งอีก”
ริมฝากได้รูปยิ้มร่า มีความสุขที่แกล้งแจจุงได้อีกแล้ว
“ฮะๆๆ เอาน่า ก็นายอยากน่ารักทำไมล่ะ”
“เปลี่ยนเรื่องได้แล้ว ตั้งแต่มานี่นายยังไม่ไกด์อะไรฉันซักอย่างเลยนะยุนโฮ” ตาโตๆ มองไปรอบร้านอีกครั้งพลางเข้าเรื่อง ตั้งแต่ถึงนี่จนมานั่งในร้านอาหารนี้ เขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่ซักอย่าง
“ที่นี่น่ะ เป็นฐานลับ..”
“ฐาน..ลับ.??”
“ที่นี่เป็นที่ที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดในโซล เมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นกับควัน ฉันเคยมากับพี่ชายเมื่อหลายปีก่อน ส่วนร้านอาหารเนี่ย ทีแรกก็ไม่มีหรอก เพิ่งจะมาตั้งเอาไปกี่ปีนี้เอง..”
ใบหน้าใสมุ่งมั่น ฉายแววตั้งใจไกด์คนเก่งเล่าเรื่อง จนคำพูดเผลอยิ้มไปกับท่าทางน่ารักนั้นอีกครั้ง ท่าทางน่ารักที่ทำให้ยิ่งหลงรัก จนถอนตัวไม่ได้อีกต่อไป..
“เราจะพักกันที่โรงแรมตรงข้ามร้านอาหารนี้แหละ สามคืนนะ ค่าใช้จ่ายแม่ออกให้..ฮ่าๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เราไม่ได้มากันบ่อยๆ ซะหน่อย แถมข้างหลังโรงแรมก็มีชายหาดด้วยนะ น้ำทะเลสวยมากๆ ฉันคิดว่านายต้องชอบแน่ๆ ..ดีไหมล่ะ..?”
ใบหน้าใสพยักหงึกหงักตั้งแต่คนพูดเริ่มเล่า จวบจนเสียงทุ้มหยุดลง รอยยิ้มแสนสวยจึงเริ่มระบายบนใบหน้าอีกครั้ง
“ดีจัง...แต่น่าเสียดายที่มากันแค่สองคน” แจจุงยกยิ้มจริงใจให้ยุนโฮ
“เอาไว้คราวหน้า...พาพวกจุนซูมาด้วยนะยุนโฮ”
ความหวังในนัยตาเรียวที่เปี่ยมประกาย แลดูหมองลงไปทันทีที่เสียงใสเอ่ยจบ
ขอโทษนะแจจุง...แต่มัน..คงจะไม่มีวันนั้นแล้วล่ะ..
....
“ว้าววว กว้างมากๆ เลยล่ะยุนโฮ” ร่างเล็กหมุนตัวไปมาเมื่อได้เห็นห้องพัก แสงสีครีมที่ให้บรรยากาศอบอุ่นยิ่งขับกล่อมหัวใจให้สดชื่นขึ้นไปอีก ...มีความสุขอะไรแบบนี้นะ
ผิดไหมที่บางที...เขาก็อยากอยู่กับยุนโฮแบบนี้ตลอดไป
ไม่ต้องมีความทรงจำก็ได้ ..ให้เขาเริ่มใหม่ได้ไหม..?
“มองจากตรงนี้จะเห็นทะเลด้วยนะ” ยุนโฮยิ้ม มือหนาเปิดผ้าม่านผืนใหญ่ออก เผยให้เห็นหน้าต่างบานกระจกกว้างขวาง ที่ฉายภาพทิวทัศน์เบื้องหลังได้อย่างชัดเจน
น้ำสีครามที่ซัดเบาๆ เข้ากระทบฝั่ง หาดทรายสีขาวสะอาดที่ร้างไร้ผู้คนกับท้องฟ้าสีส้มแดงในยามเย็น ยิ่งสวยงามจนดวงตากลมโตไม่อาจละสายตาไปได้
ยุนโฮเองก็เช่นกัน ..เพราะแสงสีส้มที่สะท้อนเข้าหาใบหน้าใสนั่น ยิ่งทำให้ผิวขาวนวลแลดูสว่างขึ้นอีก ดวงตาวาวใสที่เหม่อมองท้องฟ้าทั้งๆ ที่มือขาวยังเกาะกระจกบานใส ดูงดงามราวกับภาพวาดของจิตรกรชั้นเลิศ ยุนโฮมองภาพนั้นด้วยสายตาเปี่ยมความรู้สึก
เพราะว่ารักมาก...จึงต้องยอมเจ็บ
“ไปอาบน้ำเถอะแจจุง เดี๋ยวเย็นๆ จะพาไปนั่งเล่นที่ชายหาด เอาไหม..?”
......
ดวงหน้าหวานในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น เผลอลุกพรวดขึ้นมาอย่างตระหนก เมื่อได้ทราบข่าวการฟื้นตัวของฮยอคแจจากทงแฮ ขาเรียวสาวเท้าไปยังห้องพักผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นอนคอพับคออ่อนอยู่หน้าโรงพยาบาลมาทั้งคืน
“แฮ่ก...ฮยอคแจ ..”
มือเล็กเท้าอยู่ที่หัวเข่า หยุดยืนอยู่กับที่พลางหอบอย่างหนัก ภาพเพื่อนรักที่นอนซมอยู่บนเตียงผู้ป่วย ที่แขนมีสายน้ำเกลือระโยงรยางค์ติดอยู่ทำให้จุนซูรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก
“จุน...ซู..?” เสียงแหบไม่สมกับฉายา ‘ลิงน้อย’ ของเจ้าตัว ถูกเปล่งออกมาราวกับไม่แน่ใจ ตาเรียวหรี่มองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ มือที่ไร้เรี่ยวแรงพยายามจะขยับไปมา แต่ร่างกายในตอนนี้ก็ดูจะอ่อนแอเหลือเกิน “ไอ้เพื่อนบ้า!! ฮึก..ทำไมนายไม่บอกฉัน ปล่อยให้ฉันโง่อยู่เพื่ออะไร!!?”
“ใครพานายมาที่นี่...” คนป่วยถาม แต่คนที่ตอบกลับไม่ใช่ใครที่ไหน “ฉันขอโทษที่ทำแบบนี้...แต่มันถึงที่สุดแล้วจริงๆ ว่ะ” สีหน้าและท่าทางที่แสนเป็นห่วงของทงแฮ ทำให้ฮยอคแจพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ เสียงแหบๆ เอ่ยต่อ “ไม่เป็นไร ฉันก็กะเอาไว้อยู่แล้วล่ะ ...ฉันขออยู่กับจุนซูสักพักได้ไหม”
“ตามสบายเถอะ งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อกับข้าวให้ก็แล้วกัน”
ฮยอคแจพยักหน้าลงอีกครั้ง คนพิงประตูจึงหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ตอนนี้เหลือเพียงคนตัวเล็กที่ร้องไห้ไม่หยุดกับเขาเท่านั้นที่อยู่ในห้อง “จุนซู..หยุดร้องไห้เถอะ”
“ฮึก...อื้อ..” ร่างเล็กซูดน้ำมูกดัง ก่อนจะยกมือปาดคราบน้ำตาเบาๆ เพื่อนรักยิ้มกับท่าทางที่ไม่เคยเปลี่ยนของคนน่ารักคนนี้ “เป็นไงบ้างไอ้ตัวเล็ก..สบายดีมั้ย?”
“สบายบ้าอะไรเล่าไอ้ตัวเตี้ย..” จุนซูตอบกวนๆ กลับไปทั้งๆ ที่ยังสะอึก “คุณทงแฮเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”
“ทงแฮปากมากชะมัด..” ฮยอคแจบ่นแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก “แต่ก็ต้องขอบคุณมันน่ะนะ ที่ช่วยพานายมาที่นี่”
“ฉัน..ฉันน่ะ ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับนาย ดีแต่คิดว่านายลืมมิตรภาพของเราหมดแล้ว ฉัน...มันแย่ที่สุด ฮึก ฮือ..” จุนซูเริ่มร้องไห้อีกครั้ง และนั่นทำให้ฮยอคแจรู้สึกไม่ดี
“ไม่หรอก ฉันผิดเองที่เลือกจะไม่บอกนาย”
“ฮึก...จากนี้..ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้วฮยอคแจ ฉันจะอยู่ข้างๆ นายตรงนี้ เราจะอยู่ด้วยกันใช่ไหม..” เสียงสะอื้นเคล้าน้ำตาแทบจะทำให้คนป่วยร่ำไห้ตามไปด้วย มือหนากำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ เพราะรู้ทุกอย่างดีแก่ใจ ทุกสิ่งที่จุนซูขอ..
มันเป็นไปไม่ได้..
….
แปดโมงกว่าแล้ว...จุนซูยังไม่ไปไหน เขาทั้งสองผลัดกันเล่าเรื่องมากมายให้กันแกะกันฟังอย่างสนุกสนาน ราวกับจะดึงเอาช่วงเวลาที่ขาดหายไปให้กลับคืนมา หากแต่สีหน้าที่ดูไม่ดีของจุนซูตลอดช่วงเวลาที่พูดคุยกัน ก็ไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาของฮยอคแจได้
เขาพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่จุนซูก้าวมาอยู่ที่นี่
ไม่มีเหตุผลที่จุนซูจะตามหาเขา เว้นก็แต่..
ยามที่หัวใจของจุนซูร้องไห้ จะมีเพียงเขาที่ซับน้ำตาให้ได้..
และนั่นเป็นเหตุผลเดียว ที่จุนซูจะตามหาเขา..
“นี่จุนซู...แล้วคุณยูชอนล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ” มือเล็กที่กำลังปอกแอ็ปเปิ้ลอยู่หยุดชะงักทันที ใบหน้าใสฉายแววกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด “เอ่อ..เขาไม่ว่างน่ะ”
“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” ดวงตาเรียวพยายามจับผิดคนตัวเล็ก เขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว และยูชอนก็เป็นคนสำคัญที่จะต้องปกป้องจุนซู “บอกฉันมาตามตรงนะ”
“ไม่มี”
“คิมจุนซู”
“ก็แค่...เลิกคบกันน่ะ”
“เอ๋?? ว่ายังไงนะ” คนป่วยเบิกตาอย่างแปลกใจ ดวงตาใสๆ หม่นลง พร่ำพูดราวกับคนเพ้อ “จะมีอะไร ก็แค่คบกัน...แล้วก็เลิกกัน ไม่รักกัน ก็เลิกกัน..ผิดตรงไหน ทั้งฉันและเขาก็เป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ไม่เอาไหน..”
“นายกำลังเจ็บ” คำพูดของเพื่อนรักราวกับแทงเข้าเต็มอกที่กลางหัวใจ แต่จุนซูกลับเลือกที่จะส่ายหน้า “ตรงไหน ไม่เห็นมีอะไร สำหรับฉันนายสำคัญกว่าตั้งเยอะ”
ยิ่งเห็นคำพูดที่แสนจะขัดกับสีหน้าของจุนซู ฮยอคแจยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำร้ายเพื่อน
“นายโกหก...ฉันรู้ว่านายรักเขา เขาทำอะไรนาย?”
“ไม่ได้ทำอะไร ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเขา”
“นายทำแบบนี้ทำไม คุณยูชอนจะเจ็บปวดนะ” คำพูดของฮยอคแจทำให้คนตัวเล็กชะงัก ริมฝีปากบางยื่นออกมาอย่างสมเพชตัวเอง “เสียใจ ไม่มีทางหรอก..”
“จุนซู” เพื่อนรักแสดงสีหน้าหนักใจ หากแต่จุนซูกลับลุกขึ้นยืน “ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำแปบนะ”
สิ้นคำ ราวกับจะเอ่ยเสียงต่อไปไม่ไหว ขาเรียวก้าวมาหยุดยืนที่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดอย่างรวดเร็ว มือเล็กเปิดน้ำแรงซัดสาดให้หน้าตัวเองอย่างแรงพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูลงอาบสองแก้ม
กลั้นไม่ไหว...กลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว
ทำไมถึงเจ็บแบบนี้กันนะ...
--------------

ไม่มีใครสมหวังซักกะคน
#1 By chomchunnie (124.121.39.99) on 2008-11-09 16:20