True or Lies?[33]
posted on 30 Oct 2008 17:34 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
33. Crying
ขาเรียวสาวไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ใกล้กันนั้นคือเด็กหนุ่มคุ้นหน้าหากแต่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันเป็นพิเศษที่ยืนอยู่เคียงข้าง สองร่างเดินเคียงกันไปตามทางเดินเท้าในเวลาค่ำคืนอย่างเงียบๆ ไม่มีเสียงพูดคุยไตร่ซัก ไม่มีคำถามทักทายสำหรับเพื่อนใหม่ ราวกับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายต่างก็มีเรื่องที่ต้องคิด และมีเหตุผลที่พาตัวเองมายืนอยู่ที่ตรงนี้ จวบจนเสียงใสของคนอัธยาศัยดีเอ่ยทักขึ้น หมอกแห่งความเงียบจึงค่อยๆ ผลิแตกออกไปได้ชั่วขณะหนึ่ง
“นี่..คุณจุนซู”
“ครับ..?” คิ้วมนเลิ่กขึ้นอย่างแปลกใจ พลางหันไปมองผู้พูดอย่างตั้งใจ ทงแฮพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ที่ดูปกติจนเกินกว่าจะเป็นในสถานการณ์แปลกๆ ระหว่างคนแปลกหน้าแบบนี้
“คุณ..รู้จักฮยอคแจมานานเท่าไรแล้วหรือ?”
ดวงตาใสฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะตอบคำถาม “ถ้าจำไม่ผิด...ก็น่าจะตั้งแต่ผมจำความได้เลยมั้งครับ” คำตอบคนตัวเล็กทำใบหน้าได้รูปซีดเผือด
สนิทกันถึงขนาดนี้เชียว...แล้วนี่ถ้าคุณจุนซูรู้เรื่องหมอนั่นแล้วจะทำใจได้รึเปล่านะเนี่ย..
“โห...นานจังเลยนะครับ” ทงแฮพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ “แล้วถ้าวันหนึ่ง...คุณไม่มีเขาล่ะ ถ้าวันหนึ่งเขาไปจากคุณแล้ว คุณจะทำยังไงเหรอครับ” ริมีปากสวยพยายามหยั่งเชิงด้วยเสียงสั่นๆ แต่คำพูดนั้นกลับทำดวงตาใสเบิกกว้าง
“คุณหมายความว่ายังไง...”
“อ่ะเอ่อ สมมติครับสมมติ เช่นไปต่างประเทศอะไรจำพวกนี้” มั้ง...เขาอยากจะต่อออกไป ติดอยู่ที่ว่าคำโกหกคำโตที่เอ่ยออกไปไม่ได้ช่วยให้จุนซูสีหน้าดีขึ้นเลย
“เรื่องแบบนั้น...”
“......” จุนซูยิ้มเศร้าให้ทงแฮ “เขาก็เคยทำแล้วล่ะครับ ผมถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ไง”
ใบหน้าใสก้มลงมองพื้นดินก่อนจะพูดเสียงเบาราวกระซิบ
“แต่ถ้าถามผมว่ารู้สึกยังไงน่ะเหรอ...เจ็บแทบตาย...ใช้คำนั้นคงจะถูกมั้งครับ”
....
คุณจุนซู...หมอนั่นก็รู้สึกอะไรไม่ต่างไปจากคุณหรอกครับ
ได้โปรดอย่าโกรธเจ้านั่นเลยนะครับ..
ราวกับยิ่งฟังยิ่งหนักใจ สิ้นคำตอบคนตัวเล็ก ทงแฮก็เลือกที่จะเงียบแทนการชวนจุนซูคุยด้วยคำถามอีก เพราะแค่นี้...เขาก็สัมผัสได้ถึงความผูกพันไร้ขอบเขตของทั้งคู่แล้ว
ในฐานะคนกลาง..เขาไม่อาจทนมองอยู่เฉยๆ ได้หรอก..
เพราะเขาเอง...ก็ไม่ได้อยากให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้..
เสียงกรวดถูกกระทบหยุดลง ปลายเท้าที่หยุดยืนนิ่งหน้าตึกสูงสีขาวทำเอาคนตัวเล็กแปลกใจ ....นี่มันโรงพยาบาลนี่..
“เอ่อ เราไม่ได้กำลังจะไปบ้านของฮยอคแจกันเหรอครับ” จุนซูถามอย่างไม่แน่ใจ ก็ถ้าไม่ใช่..แล้วทงแฮจะหยุดเดินทำไมล่ะ?
ดวงตากลมรีจับจ้องลงไปในดวงตาใสซื่อของคนตัวเล็ก ก่อนจะแย้มยิ้มบาง “ฮยอคแจอยู่ที่นี่แหละครับ...”
ราวกับถูกตี ใบหน้าของจุนซูชาไปครู่หนึ่งก่อนคนตัวเล็กจะเอ่ยเสียงสั่น
“ฮยอคแจเป็นอะไรเหรอครับถึงมาโรงพยาบาล? เป็นอะไรมากรึเปล่า?” ให้ตายสิ...เจ้านั่นบาดเจ็บหรือเนี่ย? หรือว่าท้องเสีย? แย่จริงๆ เลย..
ท่าทีร้อนรนของจุนซูยิ่งทำให้คนกลางอย่างเขาพูดไม่ออก ทงแฮหลับตา พลางรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไปในที่สุด
“ผมจะบอกคุณจุนซู ...แต่คุณต้องสัญญากับผมก่อนนะว่า...จะ ..จะไม่ร้องไห้..ไม่สิ จะยืนอยู่กับผมตรงนี้.. คุณจะต้องไปหาลีฮยอคแจกับผม สัญญาไหม?”
ชั่วพริบตา...จุนซูรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นหาย ก่อนจะเอ่ยตอบไป
“ผมสัญญา”
....
เสียงนกตัวเล็กที่ขับขานอยู่ภายนอกหน้าต่างทำให้เจ้าของแพรขนตางอนยาวรู้สึกตัว ดวงตากลมโตที่ถูกเปลือกตาบางคลุมปิดเอาไว้ทั้งคืนค่อยๆ เผลอเปิดออก มือเรียวยกหลังมือขึ้นแนบที่แก้มใสพลางหลับตา
อุ่น...ทั้งๆ ที่อากาศเย็นขนาดนี้...แต่ทำไมมือข้างซ้ายของเขาถึงได้อุ่นนัก
เป็นเพราะเหตุใด...เขารู้ดี
แจจุงมองไปรอบกาย ดวงตากลมโตฉายแววแปลกใจเมื่อเห็นเพียงความว่างเปล่า แต่ไม่นานความสงสัยทั้งหมดก็ถูกคลายปมออก เมื่อได้ยินเสียงกุกกักแถวๆ ประตู เจ้าของรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินเข้มคู่หนาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกบรรจุกับข้าวสองสามอย่าง ดวงตาเรียวรีกวาดมองไปยังเตียงกลางห้อง ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มพร้อมกับยิ้มบาง
“อ้าวแจจุง...ตื่นแล้วเหรอ..?”
“อื้ม...” เสียงแหบๆ ครูดผ่านลำคอขาวออกมาเพียงเบาๆ ..เจ็บคอจัง...
“ไหนดูซิว่าหายหรือยังน้า~”
ยุนโฮจัดแจงวางข้าวของไว้ที่โต๊ะเล็ก ก่อนจะมานั่งยองๆ ปั้นหน้าน่ารักที่ข้างเตียงให้คนป่วยขำเล่น มือหนาขยับหลังมือแตะไปที่แขนขาวๆ ของอีกฝ่ายจนทั่วแล้วตีท่าเก๊กเสียงเข้มเหมือนคุณหมอ
“อื้ม...อาการโดยรวมดีขึ้นมากเลยนะครับ แถมผิวยังนุ๊มนุ่ม~ ไม่รู้คุณคนป่วยใช้ครีมหน้าเด้งยี่ห้อไหน ช่วยแนะนำหมอทีนะครับ”
พูดเองก็ขำเองเสียดังลั่น เรียกยิ้มใสจากคนตรงหน้าได้ไม่น้อย ก่อนคุณหมอกำมะลอจะเริ่มตั้งท่าตรวจอีก “ขอวัดไข้ด้วยนะครับ อ๊ะ~! แย่จังหมอลืมเอาปรอทมา แต่ไม่เป็นไรมืออาชีพซะอย่าง ทำแบบนี้ก็ได้ครับ~”
สิ้นเสียง ยุนโฮก็เลื่อนหน้าผากไปแนบกับหน้าผากใสของอีกฝ่ายเบาๆ อย่างรักใคร่ จนใบหน้าสวยขึ้นสี ...ไม่ให้หน้าแดงได้ยังไง ก็คุณหมอเล่นเอาหน้ามาใกล้มากซะจนปากจะชนกันอยู่แล้วนี่นา...
แต่เห็นคุณคนป่วยที่ออกอาการเขินได้น่ารักซะขนาดนี้ คุณหมอก็ยิ่งอยากแกล้งน่ะสิ
“อ้าว หน้ายังร้อนๆ อยู่เลยนะครับ สงสัยจะยังไม่หาย กินยาซักหน่อยละกันเนอะ”
“ไม่เอานะยุนโฮ! แจจุงหายแล้ว หายแล้วจริงๆ นะ” คนสวยที่พอได้ยินคำว่ายาเข้าก็สะดุ้งเฮือก รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน มือเล็กยกขึ้นโบกไปมาอย่างร้อนรน ขึ้นชื่อว่าคิมแจจุง สิ่งที่เกลียดที่สุดย่อมไม่พ้นคำว่ายากับเข็ม การที่เค้ามานอนเฉยๆ ในโรงพยาบาลนี่ได้โดยไม่อาละวาดนี่ก็นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หาดูได้ยากอยู่แล้ว
ยิ่งถ้าจะให้กินยานะ อย่าหวังเลย..
แต่ทันทีที่คิดได้ดังนั้น...ยิ้มบางก็ดูจะเลือนหายออกไปจากใบหน้ายิ่งกว่าเดิม
ชิงชังตัวเองเหลือเกิน...ที่ทำอะไรทุกอย่างได้แบบนี้
ทำไมจู่ๆ ..ถึงอยากจะกลับไปเป็นคิมแจจุงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอีกครั้งกันนะ..
เป็นคิมแจจุงที่อยู่เคียงข้างชองยุนโฮได้ตลอดไป...ไม่ต้องเจ็บเหมือนกับตอนนี้...
ยิ้มบางกลับมาแย้มให้คนรักอีกครั้งอย่างรวดเร็วจนยุนโฮไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าเจ็บปวดเมื่อครู่แม้แต่น้อย มือใหญ่ยันเข่าตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะหันหลังไปแกะถุงพลาสติกหยิบข้าวของที่ซื้อมาจัดใส่จานพลางว่า
“ฉันซื้อข้าวต้มหมูมาให้แจจุงล่ะ กินได้ใช่ไหม? ตอนแรกจะซื้อกุ้งแหละนะ แต่เนื้อมันน้อย อีกอย่างเห็นว่าแจจุงทำอาหารกี่ทีไม่เคยใส่กุ้งกับปลาหมึกเลย เลยไม่แน่ใจว่าแพ้รึเปล่า...ถึงมันจะเป็นข้าวต้ม แต่ของร้านข้างนอกก็คงดีกว่าโรงพยาบาลแหละเนอะ”
ยุนโฮร่ายยาวจนแจจุงถึงกับนิ่งไป...เขาไม่เคยบอกยุนโฮสักครั้งว่าเขาแพ้อาหารทะเล...และตัวเขาที่จำอะไรไม่ได้ก็ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองแพ้อาหารทะเลรึเปล่า...รู้สึกแค่ว่าไม่ค่อยได้กิน ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้ากิน เหมือนกับกินไม่เป็นเลยไม่ซื้อมาทำ..
หากแต่ข้อสันนิษฐานของยุนโฮกลับถูกต้องทั้งหมด...ตอนนี้เขาจำได้หมดแล้ว
ตัวเขาแพ้อาหารทะเลมาก..
นายรู้เรื่องของฉันแม้กระทั่งสิ่งที่ตัวฉันไม่รู้งั้นหรือ..ชองยุนโฮ
ยิ่งเป็นแบบนี้...ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำผิดต่อนายมากขึ้นทุกที...
ชั่วพริบตาที่ความรักของยุนโฮโอบล้อมปกป้องเขา หัวใจดวงเล็กพองโตคับอก..
หรือเรา...จะแกล้งความจำเสื่อมแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีนะ
เพื่อที่จะได้อยู่...กับยุนโฮตลอดไป..
ชามข้าวต้มร้อนๆ ถูกยกขึ้นมา มือใหญ่ใช้ช้อนเซรามิกเคลือบสีขาวตักผิวเนื้อข้าวนิ่มๆ น่ารับระทานขึ้นมาเป่าเบาๆ แจจุงมองภาพที่อ่อนโยนนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดวงตาใสจ้องลงไปในดวงตาเรียวเล็กพลางครุ่นคิด
จริงๆ แล้ว...หัวใจของเขา..รักใครกันแน่นะ?
นายมันแย่ที่สุด...คิมแจจุง..
“กินหน่อยนะแจจุง”
มือเรียวยื่นช้อนที่เต็มไปด้วยข้าวต้มอุ่นๆ ใกล้ริมฝีปากบาง แจจุงมองใบหน้าหล่อเหลาที่แย้มยิ้มด้วยความรู้สึกสับสน ปากกลมรับข้าวต้มพอดีคำจากช้อนก่อนจะเคี้ยวหงุบหงับเบาๆ ยุนโฮยิ้มหั้บภาพนั้นด้วยความยินดี
..แจจุงเนี่ย..ทำอะไรก็น่ารักไปหมดเลยนะ
ถ้าเป็นไปได้...อยากจะปกป้องตลอดไป...
ข้าวต้มชามโตเหลือแต่เพียงความว่างเปล่าในเวลาไม่นานจากฝีมือการป้อนของร่างสูง แจจุงก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร ราวกับเจ้าตัวกำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างมากมาย โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีใครอีกคนจับจ้องทุกการกระทำของเขามาตั้งแต่เริ่ม
ไม่ว่าจะเป็นยิ้มบางที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ ...หรือดวงตาแสนเศร้าที่ไม่ได้เปล่งไปด้วยประกายสดใสเหมือนอย่างเคย
ทำให้ชองยุนโฮล่วงรู้หมดทุกอย่าง ทั้งความจริงที่เขาหวาดกลัว...กับสิ่งที่กำลังจะเกิด
หรือว่าความทรงจำของแจจุง...กลับมาแล้ว
ร่างสูงพยายามแย้มยิ้มให้กว้าง ปกปิดความอ่อนแอที่เริ่มครอบคลุมหัวใจ ...ก็แจจุงยังไม่ได้พูดซักคำว่าจำได้แล้ว...เขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเชื่อไม่ใช่หรือ? ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
จะโกหกตัวเองไปถึงไหนกันชองยุนโฮ
นายไม่ใช่คนโง่...นายรู้ทุกอย่างดีแก่ใจ
ไม่หรอก...สิ่งที่เขารู้ตอนนี้มีเพียงตราบใดที่แจจุงยังอยู่เคียงข้างเขา เขาจะไม่มีวันปล่อยมือนี้เด็ดขาด
แม้จะต้องเสียสละอะไรไปอีกเท่าไหร่ก็ตาม..
“นี่แจจุง เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ยุนโฮพูดทั้งๆ ที่ยังหันหลัง มือเรียวเก็บกวาดซากกับข้าวที่กินหมดแล้วไปเรื่อย แต่คำถามที่เอ่ยกับทำร่างบางสะดุ้ง
“อ่ะ เอ่อ...ก็เมื่อวานอยู่ดีๆ ตอนฉันกำลังจะไปนอน จู่ๆ ก็มีใครไม่รู้วิ่งมาจะจับฉัน ฉันก็เลยวิ่งหนีออกไป...รู้ตัวอีกทีก็..”
เสียงใสสะดุดไปเหมือนกับลังเล...แล้วพวกนั้นเป็นใครกัน
ไม่ทันที่แจจุงจะได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากที่โน้มลงประกบกับเขาแผ่วเบาก็ทำให้ดวงตากลมใสต้องเบิกขึ้นด้วยความตกใจ
“อะ ยุนโฮ อุ๊บ..”
เพียงครู่เดียว ใบหน้าหล่อเหลาละออกมา ริมฝีปากได้รูปแย้มยิ้มเศร้า “ขอโทษ ขอโทษนะแจจุง..”
“ขอโทษอะไรกันยุนโฮ...” ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ...
“ขอโทษที่...ดูแลนายไม่ได้”
“ไม่หรอก ไม่ใช่ความผิดของยุนโฮหรอกนะ..”
แขนเรียวยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างแนบแน่น ทั้งสองคนรู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายของอะไร และต่อไปจะต้องเจอกับอะไรอีก ทุกสิ่งสื่อผ่านทางไออุ่นของร่างกายได้จนหมดสิ้น
ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ความอบอุ่นนี้จะไม่มีวันจางหาย..
ถึงแม้สุดท้ายจะต้องร้องไห้...หัวใจ...ก็ยังอุ่น
“นี่แจจุง...” สองร่างที่กอดกันแน่นทำให้ยุนโฮไม่อาจเห็นสีหน้าของร่างบางได้
“อยากกลับบ้านไหม..?”
ราวกับถูกค้อนทุบที่ศีรษะ แจจุงนิ่งเงียบ ก่อนจะทำทีตอบเสียงใส
“ฮะๆ พูดอะไรน่ะยุนโฮ บ้านฉันอยู่ไหนฉันยังไม่รู้เลย จะให้ไปไหนได้ล่ะ..ยุนโฮนี่น้า” บ้านอยู่ที่ไหนเหรอ..?
..คฤหาสน์ใหญ่ตระกูลคิมใจกลางโซลไง..
นัยน์ตาใสสั่นระริก มือขาวเกร็วอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก จวบจนร่างสูงคลายอ้อมกอด ดวงตาเรียวจึงได้มองเห็นใบหน้าหวานชัดๆ
“ฉันก็แค่ล้อเล่นไปอย่างนั้นแหละ งั้น..ฉันเอาชามไปคืนคุณพยาบาลก่อนนะ”
“อื้ม..” มือเรียวยกขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่ม ยิ้มให้กับท่าทีน่ารักนั้น ก่อนจะเดินละออกไป..
ขาเรียวก้าวเดินออกไปจากห้อง จวบจนเสียงประตูปิดลง..
น้ำใสๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย พร้อมๆ กับไหล่เล็กที่ไหวสะท้านจนยากจะควบคุม
“ฮึก...ฮือ ยุนโฮ..ขอโทษ ฮึก ฮือ....” ขอโทษ..ที่เลือกไม่ได้ ขอโทษที่มอบความรักบริสุทธิ์ให้ไม่ได้ คิมจุงเป็นคนที่เลวร้ายเกินกว่าที่คนดีๆ อย่างยุนโฮจะมอบความรักให้ ทั้งหมด..เป็นเรื่องที่โกหกตัวเองไม่ได้...
ว่าความจริงแล้วเขาเอง...ก็คิดถึงบ้าน...มาก
อยากกลับไปเจอใครอีกคน..หากแต่อีกใจยังอยากจะอยู่กับความอบอุ่นนี้ตลอดไป
หารู้ไม่ว่าที่หลังประตูนั้น ร่างสูงยังคงไม่ไปไหน ขาเรียวสั่นไหวจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เมื่อได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
“เจ็บมากใช่ไหมแจจุง...รู้ไหมว่าฉันเอง...” น้ำใสๆ ไหลรดออกมาจากดวงตาเรียวแสนเศร้า..
“ฉันเอง..ก็ไม่ได้อยาก...ให้ทุกอย่าง ..เป็นแบบนี้เลย”
จำได้แล้วใช่ไหมแจจุง..
การอยู่เคียงข้างฉันทำให้นายร้องไห้อย่างนั้นหรือ..?
ไม่ต้องกลัวนะ..ถ้าการพานายกลับไปคืนให้ผู้ชายคนนั้นจะเรียกรอยยิ้มของนายกลับคืนมาได้ล่ะก็...
ฉัน...อาจจะ..ยอมปล่อยนายไป..
.....
..

สงสารทุกฝ่าย ง่า อยากรู้ตอนต่อไป
#1 By BeMicky (124.121.247.31) on 2008-10-30 20:29