True or Lies?[32]
posted on 25 Oct 2008 13:06 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
32.Walk away
“จุนซู...” เสียงทุ้มสั่นพร่าราวกับจะขาดใจ นายพูดอะไรออกมาน่ะ..
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตา พลางว่าเสียงสั่นไม่แพ้กัน
“ฉันไม่อยากเจ็บ...ยูชอน เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมตั้งแต่แรกก็ดีอยู่แล้ว...”
“ไม่นะ! นายรักฉันไม่ใช่หรือ? และฉันก็รักนาย เรารักกันนี่? แล้วทำไมเราจะเป็นแฟนกันไม่ได้ล่ะ” ยูชอนละล่ำละลักพูด เขาคิดอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้ คิดไม่ออกแม้กระทั่งว่าจะต้องแก้ตัวยังไง ทั้งเจ็บ ทั้งสับสน ที่จุนซูบอกเลิกเขาอย่างง่ายดายราวกับเพิ่งจะรู้จักกันอย่างนั้น
อย่าทำแบบนี้เลย...จุนซู
นายเจ็บ...ฉันยิ่งเจ็บกว่าหลายร้อยเท่านะ
“ความจริงนายก็รู้อยู่แก่ใจนี่ยูชอน! นายกำลังจะหมั้น!! ฉันมันโง่ไปเองที่คิดว่าเราจะมีความสุขอย่างในนิยายได้ ไม่เลย...นายเป็นผู้ชายและฉันก็เป็นผู้ชาย นายมีครอบครัว มีสิ่งที่ต้องทำ คนอย่างฉันน่ะ ฮึก...ไม่คู่ควรหรอก”
น้ำตาเป็นสายไหลรินลงมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เขาเองเข้าใจทุกอย่างมาตั้งแต่แรก แต่หัวใจก็ยังจะดึงดันตกลงคบกับยูชอน แต่เหตุการณ์คราวนี้ราวกับจะย้ำให้เขารับรู้มากยิ่งขึ้น ว่าเรื่องระหว่างเขากับยูชอนมันไม่อาจเป็นไปได้เลย
ทั้งๆ ที่เคยเจียมตัวกับตัวเองไว้แล้ว
ทำไมไม่จำอีกนะ คิมจุนซู
เมื่อหมดประโยคจะเอ่ยต่อ จุนซูเม้มปากอย่างสกัดกลั้น ไม่อยากให้น้ำตาไหลรินลงมามากกว่านี้ มือเล็กทำท่าจะเก็บของใช้บางอย่างออกไปจากห้องจนยูชอนต้องปราดออกมารั้งแขนคนตัวเล็กไว้แน่นพลางเอ่ยเสียงสั่น
“นะ นายจะทำอะไรน่ะ..”
“ไปนอนห้องยุนโฮ แล้วพรุ่งนี้...ฉันคิดว่าฉันจะกลับบ้าน”
“...........”
สิ้นคำคนตัวเล็ก ยูชอนที่เตรียมประโยคมากมายจะแก้ตัวก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้น จวบจนกระทั่งจุนซูออกไป...เขาก็ยังยืนอยู่อย่างนั้น
เป็นปาร์คยูชอนคนเก่งที่สุดท้าย..
ก็ทำอะไรเพื่อคิมจุนซูไม่ได้เลย..
….
ร่างเล็กหลังจากเอาของใช้บางส่วนไปเก็บไว้ห้องยุนโฮแล้ว ตัวเองก็ออกมาเดินเตร็ดเตร่นอกบ้านต่อทั้งที่นี่ก็เย็นมากแล้ว เหตุผลเดียวที่ทำให้จุนซูเป็นแบบนี้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของยูชอน ความรู้สึกที่กำลังร้องบอกเค้าว่ายังไม่อยากจะเจอคนๆ นั้นในตอนนี้
สับสน กังวล..เสียใจ
ความรู้สึกมากมายไหลวนอยู่ในห้วงความรู้สึก รัก ห่วงหา อยากกอด อยากเห็นหน้า
หากแต่ยังคงต้องห้ามใจตลอดเวลา..
..
ร่างสูงที่ยังคงอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่ทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาตัวเดิมอย่างหมดหนทาง ถึงแม้ว่าเค้าจะพูดอะไรออกไปตอนนี้...มันก็คงไม่ต่างอะไรกับการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ให้คนตัวเล็กหมดรักในตัวเขาไปมากกว่าเดิมก็แค่นั้น
ผิดที่เขาเอง ที่ไม่เคลียร์อะไรให้มันจบไปซะตั้งแต่ต้น ปล่อยทิ้งค้างไว้ จนวัวสันหลังเหวอะในที่สุดก็ถูกเปิดแผลออกมาเอง
รักจุนซูใช่ไหม.. ร่างสูงลองถามคำถามนั้นกับตัวเองอีกครั้ง
ใช่รัก รักแค่ไหนล่ะ..?
ครุ่นคิดกับตนเองเพียงครู่ก่อนเปลือกตาสวยจะค่อยๆ กะพริบปิด..
หายใจบ่อยแค่ไหน..ก็รักแค่นั้น
แล้วนี่เรา..หายใจบ่อยขนาดไหนกันนะ?
แกร็ก..
เสียงประตูบานเดิมถูกเลื่อนเปิด ร่างสูงสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าคมที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดชะโงกเงยขึ้นมองหาเป้าหมายที่เป็นใบหน้าใสๆ อย่างเปี่ยมความหวัง แต่สุดท้ายที่ได้รับก็ดูจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆของเขาเองเพียงคนเดียว
“พี่ยูชอน หาอะไรอยู่เหรอครับ?”
“อ่ะ เอ่อ..ชางมิน” ร่างสูงมองร่างของน้องเล็กที่ถือกับข้าวสองสามอย่างเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกว่างโหวง จวบจนร่างสูงอีกคนเอ่ยประโยคสำคัญออกมา ยูชอนจึงรู้ได้เลยว่า ใครอีกคนที่น่าสงสารไม่แพ้พวกเขาทั้งสี่คน ..ก็คือน้องเล็กคนนี้นี่เอง
“พี่จุนซู...ไปไหนเหรอครับ?”
ขอโทษนะชางมิน...แม้แต่พี่ชายที่ดี ปาร์คยูชอนก็ยังทำเพื่อน้องชายคนนี้ไม่ได้อีกเช่นกัน
“จุนซู...ไปแล้วล่ะ...”
...
ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่ไร้การปั้นแต่งสีสันใดๆ บัดนี้กลับถูกความมืดมิดของราตรีโอบล้อมเอาไว้จนไม่อาจมองเห็นสิ่งใด ร่างบอบบางที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงสีขาวเล็กๆ ขยับพลิกกายไปมาบ่อยครั้ง จนคนที่นอนเฝ้าอยู่ห่างๆ อดเป็นห่วงไม่ได้ ยุนโฮผลันกายออกจากโซฟา ก่อนก้าวไปดูคนป่วยใกล้ๆ ทันที
เที่ยงคืน...มืด..ง่วง...แต่นอนไม่หลับ
ยุนโฮยังคงไม่อาจข่มตาหลับลงได้ไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเรื่องราวในวันนั้น
เขาไม่เข้าใจตัวเอง แต่เหมือนกับว่าอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น เรื่องที่แย่ยิ่งกว่านั้น..
แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ สำหรับเขา..การมีแจจุงอยู่ข้างๆ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีเกินกว่าอะไรทั้งหมด
ร่างสูงโน้มตัวลงก้มไปมองคนหลับไม่สนิทใกล้ๆ แจจุงหลับตาสนิท หากแต่คิ้วเรียวกับขมวดแน่นเป็นปม ข้อมือขาวถูกเกร็งขึ้นจนขึ้นสี เรียกสายตาห่วงใยจากยุนโฮได้ไม่น้อย
ฝันร้ายหรือ..
ใบหน้าคมคายจ้องมอง อยากจะกอดปลอบให้หายกลัว เฝ้ามองด้วยความรักอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะพึงมีให้กับใครได้
..จวบจนปากอิ่มเอ่ยขยับ สิ่งที่แทบจะหยุดลมหายใจของยุนโฮได้ภายในชั่วพริบตา..
“ซะ ซองฮยอน..ฮือ อย่าทะ ทิ้งฉันไปนะ..”
จำได้..หรือแค่ฝันไปน่ะแจจุง..
นายแค่เพ้อเฉยๆ อย่างนั้นใช่ไหม..
ถึงจะเจ็บที่นายเรียกถึงใครคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน แต่ถ้าแลกกับการที่นายไม่จากไปไหนละก็..
ภายใต้ความมืดมิดที่ไร้แสงแห่งความหวัง ชองยุนโฮได้แต่ภาวนาอย่างเห็นแก่ตัวว่าขออย่าเพิ่งให้แจจุงจำอะไรได้เลย
และแน่นอนครั้งนี้...พระเจ้าไม่เข้าข้างคนเห็นแก่ตัว..
....
“นี่มันหมายความว่ายังไง.. แจจุงกำลังแย่ พี่ยุนโฮก็แย่ แล้วนี่พี่..พี่สองคนยัง..” ชางมินเอ่ยคำสะดุดอย่างที่ไม่เคยเป็นหลังได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ชาย เค้ารู้สึกแย่มากๆ ในตอนนี้
“พี่รู้ไหม ว่าคนนอกอย่างผมเจ็บแค่ไหนน่ะ” ยูชอนรู้สึกได้ ถึงความสั่นพร่าในน้ำเสียงนั้น..
“ฉันรู้..ชางมิน..พี่รู้..” ใบหน้าคมคายก้มลง ไม่มีแล้ว..วันอันแสนอบอุ่น
“เราเคยสัญญากันแล้วนี่ว่าเราห้าคนจะอยู่ด้วยกัน ..พี่ลืมมันไปหรือเปล่า ห้องแคบๆ นี่มันอบอุ่นขึ้นมาได้ยังไง พี่จำได้หรือเปล่า..” ชางมินเว้นวรรค
“สุดท้ายก็เหลือแต่เพียงผม ที่ต้องนั่งมองปัญหาไกลๆ อยู่เพียงคนเดียว แต่แบบนั้นน่ะมันยิ่งเจ็บกว่ามากนะ..”
“...นาย” ยูชอนพยายามจะปลอบน้องเล็ก หากแต่ตอนนี้ แม้จะขยับเขายังทำไม่ได้เลย
“รีบเถอะ..รีบทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ ผมรู้ว่าผมคงก้าวก่ายเข้าไปไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะช่วยพวกพี่ได้คือสิ่งที่อยู่ตรงนี้..” มือใหญ่กำชกไปเบาๆ ที่หน้าอกซ้ายของยูชอน
“หัวใจห้าดวงที่เชื่อมถึงกัน เชื่อผมเถอะ..มันไม่อาจแยกออกจากกันได้หรอก”
“รวมถึงหัวใจสองดวงของปาร์คยูชอน..และคิมจุนซูด้วยนะ” ไม่ทันที่ชางมินพูดจบ ร่างสูงของยูชอนก็เหลือเพียงแค่เงาเสียแล้ว
ขอบใจชางมิน..ขอบใจที่สร้างความหวังให้พี่ชายที่ขี้ขลาดอย่างชั้นอีกครั้ง...
...
ในห้องเล็กๆ ที่เคยอบอุ่น...แม้จะไร้เสียงหัวเราะ หากแต่ร่างสูงยังคงคิดว่ามันน่าอยู่อยู่ดี
..ถึงตอนนี้จะไม่ใช่ห้องที่มีเขาทั้งห้าคน
แต่มันก็เป็นห้องที่รอคอยการกลับมาของพวกเขา ที่มีค่ายิ่งกว่าบ้านแพงๆ หลังไหน..
ลมหายใจหนักหน่วงถูกถอนออกมาจากร่างของคนตัวสูงได้ศักดิ์ไม่สมตัวว่า ‘น้องเล็ก’เสียงทุ้มหวานเอ่ยกับตัวเองเบาๆ พลางยกมือกุมหน้าผากแล้วยิ้มบางๆ
“รีบๆ กลับมานะครับพี่”
สิ่งที่เค้าทำได้อยู่มีเพียงการรอคอยเท่านั้น..
....
ขาเรียวก้าวไปข้างหน้าอย่างรีบร้อนมือเรียวฉวยเอาโทรศัพท์ขึ้นมารัวเบอร์คุ้นเคยลงไปอย่างเร่งรีบ หากแต่กลับต้องซี๊ดปากด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเสียงดังเมื่อสิ่งที่ได้ตอบรับกลับมีเพียงเสียงโอเปอเรเตอร์สาวที่เขาไม่อยาก จะสนทนาด้วยดังขึ้น
‘หมายเลขที่ท่านเรียก...’
“ให้ตายสิ ปิดเครื่องรึไงนะ” ร่างสูงบ่นกับตัวเองเบาๆ มือหนายกเล็บขึ้นขบอย่างกังวล ไหนบอกว่าจะไปนอนห้องยุนโฮ...แล้วนี่นายหายไปไหนกันน่ะ..จุนซู?
…..
เฮ้อ...จะไปไหนดีนะ?
ดวงตากลมใสช้อนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างเหนื่อยใจ แขนขาวสอดกระชับลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมๆ กับไหล่เล็กที่ยกร่นเข้าหาลำคอน้อยๆ ด้วยพยายามจะซึมซับไออุ่นจากร่างกายเพื่อขับไล่ความหนาวสั่น จุนซูเดินวนไปทั่วเมืองอย่างไร้จุดหมายมานานพอสมควรแล้ว หากแต่สมองที่กำลังครุ่นคิดก็หาได้เจอเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ไม่
เพื่อนก็ไม่มี เหงาชะมัดเลย.. ..ชั่ววูบ ดวงตาใสกรอกไปมา..
เพื่อนหรือ..?
…
เท้าเล็กภายใต้รองเท้าบู๊ทคู่หนา หยุดยืนอยู่หน้าอาคารทรงสูงสีเทาพลางจับจ้องอย่างเหม่อลอย ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกลงกลอนอัตโนมัติอย่างแน่นหนาภายใต้ฟ้าสีหม่นที่เกือบจะเรียกได้ว่าราตรีบ่งบอกให้ ร่างเล็กได้รับรู้ว่าเวลานี้ดึกเพียงใด และคงไม่มีโรงเรียนที่ไหนจะเปิดทำการเอายามวิกาลเช่นนี้เป็นแน่
ป้ายคำติดชื่อ ‘นันไค’ ถูกละออกไปจากสายตาหรี่เล็ก ใบหน้าใสก้มลงอย่างหมดหวัง ทั้งๆ ที่รู้ตั้งแต่แรกแท้ๆ ..แต่เขาก็ยังมา หวังเพียงจะพึ่งพิงไออุ่นจากเพื่อนรักคนเดิมอย่างที่เคยทำ หากแต่มันก็ดูจะเป็นความคิดที่ผิดจากความจริงเกินไป..
ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว..
เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับจุนซู ที่เพื่อนรักคนเก่งไม่แม้แต่จะติดต่อกลับมาอย่างที่เคยสัญญากันไว้ กลับกัน ความบังเอิญในวันนั้นกลับเป็นเหมือนเหตุการณ์ที่พัดผ่านไปในชีวิตประจำวัน ที่ทำให้จุนซูรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก..
เขาสำหรับฮยอคแจในตอนนี้...อาจจะเป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง..
ไม่ได้มีความสำคัญถึงขั้นไม่อาจแยกจากเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
แต่สำหรับจุนซู...ฮยอคแจยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงามในชีวิต และตอนนี้ก็ยังคงเป็นอยู่ไม่เสื่อมคลาย.. ความทรงจำของ’เพื่อน’ เพื่อนที่เคยเป็นทุกอย่าง..
ร่างเล็กละจากภวังค์ในอดีต ก่อนจะตัดสินใจเดินจากสถานที่แห่งนั้นมาเงียบๆ เบอร์ก็ไม่มี..ที่อยู่ก็ไม่ได้ให้ไว้ แล้วเขาจะไปหาฮยอคแจได้ที่ไหนล่ะ?
ก็เหลือทางเดียวก็กลับไปเดินเหงาคนเดียวต่อ..น่าเบื่อชะมัดเลย
แต่ไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวไปได้ถึงสามก้าว สัมผัสรั้งที่หัวไหล่..ก็กลับดึงความตระหนกกลับมาให้จุนซูได้ไม่น้อยเมื่อต้องเจอกับผู้มาใหม่
“เอ่อเดี๋ยวครับ...ใช่คุณจุนซูหรือเปล่าน่ะ?”
“เอ๋..เอ่อ ใช่ครับ” สายตาเรียวเล็กจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ ..หน้าคุ้นๆ แฮะ
คนตรงหน้าฉายแววแปลกใจ ก่อนมือเรียวยกขึ้นปาดเหงื่อไคลบนใบหน้าและลำคออย่างช้าๆ กายบอบบางภายใต้เสื้อวอร์มสีน้ำเงินขยับไปมานิดหน่อย ริมฝีปากได้รูปยิ้มบางอย่าที่จุนซูสรุปกลับตัวเองได้ว่ามันช่างเป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้า
“ผมทงแฮ...เพื่อนของของฮยอคแจนะครับ เคยเจอคุณที่งานโรงเรียน ไม่คิดว่า...จะได้มาเจอกันแถวนี้”
“เอ่อ..ผมก็..มาหาฮยอคแจนั่นแหละครับ แต่รู้อย่างเดียวว่าอยู่โรงเรียนนี้ สุดท้ายก็เลยหาไม่เจอนะครับ” จุนซูยิ้มแหยๆ ให้ แต่เสียงใสกลับสะดุด
“มาหาซะมืดเลยนะครับ”
“คือ..ผมเป็นคนแปลกๆ นะครับ” จุนซูก้มหน้า ทงแฮรับรู้ได้ทันทีว่าคนน่ารักคนนี้คงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่เป็นแน่ ดวงตาเรียวหลบตาลงเพื่อครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมกำลังจะไปหาฮยอคแจอยู่พอดี...จะไปด้วยกันไหม?”
ใบหน้าหวานฉายแววแปลกใจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“ขอบคุณครับ...”
อย่าโทษฉันเลยนะฮยอคแจ...
ยังไงนายก็เป็นเพื่อนของฉันนี่นา ถึงนายจะบอกว่าไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บ
แต่คนอย่างฉันก็เห็นนายเจ็บต่อหน้าต่อตาแบบนี้ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน
ไม่รู้ล่ะ...ฉันไม่ได้เป็นคนตามเขามาซักหน่อย
พอฉะนั้น...การที่คิมจุนซูมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้พอดี
ก็ถือเป็นลิขิตจากพระเจ้าที่ต้องการให้เขาได้เจอนายแน่ๆ
ฉันแค่ทำในสิ่งที่คิดว่ามันน่าจะถูกก็เท่านั้นเอง...
-----------

สู้ๆเค้านะ ไรเตอร์
#1 By =belle= (222.123.74.62) on 2008-10-25 20:24