True or Lies?[31]

posted on 20 Oct 2008 07:19 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13

 

31.Liar

 

 

            “แจจุง...นี่ลูก..กับซองฮยอน...?” เสียงชายชราสั่นพร่าราวกับจะร้องไห้ เมื่อพึงระลึกได้ว่าคนที่ลูกชายสุดที่รักรักที่สุดไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป

            “พ่อฮะ เรารักกันจริงๆ นะครับ”

            “แจจุง...โบแจ...ลูกไม่รักพ่อแล้วหรืออย่างไร..”

            “รักสิครับพ่อ แต่ผมก็รักซองฮยอนด้วย...” ชายชราก้มหน้ากลั้นน้ำตา ไม่รับฟังสิ่งใดหากแต่กลับตะโกนก้อง

            “ไม่ได้!!! ลูกจะบ้าไปแล้วหรือ ลูกเป็นผู้ชายนะ”

            “มันไม่เกี่ยวกัน!” แจจุงเริ่มขึ้นเสียง เมื่อเห็นว่าบิดากำลังจะสติแตกในไม่ช้า

            “หยุดพูด!! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!!!

            “แต่พ่อต้องฟังผม ! ผมรักซองฮยอน ได้ยินมั้ยฮะ ผมรักเขาครับพ่อ..” เสียงหวานใสพยายามลอดผ่านโสตประสาทเข้าไปหากแต่มือแกร่งสูงวัยกลับปิดหูเงียบไม่รับฟังสิ่งใด “ออกไป!!!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก!!

            ..

            พ่อ...

            พ่อฮะ...ซองฮยอน...

 

            แพรขนตางอนยาวกะพริบถี่ก่อนจะค่อยๆ คลี่ออกอย่างเชื่องช้า กระจกตาส่องเห็นภาพรางเลือนก่อนจะค่อยๆ ชัดขึ้นเป็นลำดับ ทันทีที่เขารู้สึกตัว อาการเจ็บปวดเหมือนถูกพิษงูก็ฉีดพล่านไปทั่วร่างทันที แจจุงพยายามฝืนแรงเปิดตาขึ้น แม้ว่าร่างกายจะไม่มีแรงหลงเหลืออยู่เลยก็ตาม ปฏิกิริยาของร่างบางทำเอาอีกคนน่ารักที่ยืนจ้องเขาอยู่ส่งเสียงเอะอะโวยวายทันที

“แจจุง!! นายฟื้นแล้ว ฟื้นแล้วๆๆ ยุนโฮ ยูชอน ชางมินตื่นเร็วๆๆ แจจุงฟื้นแล้ว~!

            ณ ห้องสี่เหลี่ยมเหม็นกลิ่นยาชวนคลื่นเหียนทำให้แจจุงรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองคงจะอยู่ในโรงพยาบาลเป็นแน่ ดวงตากลมโตสอดส่องไปรอบห้องราวกับจะปรับสายตา มือขาวซีดสัมผัสได้จากไออุ่นที่ข้างเตียง หากแต่แค่คิดจะขยับตัวสำหรับตัวเขาในเวลานี้ก็ดูจะเป็นเรื่องยากเย็นเสียเหลือเกิน ความเมื่อยล้าและอาการปวดหนึบที่ศีรษะทำให้แจจุงทำได้เพียงนอนเกร็งอยู่กับที่แล้วลืมตาเท่านั้น

            เสียงแหลมเล็กที่เหมือนคลื่นโลมาในทะเลทะลวงโสตประสาทคนหลับจนสะดุ้งตื่นกันขึ้นมาเป็นแถบๆ ดวงตาหรี่ปรือกระพริบปริบๆ กันเป็นพัลวัน จะต่างไปก็แต่คนหน้าหมีๆ ที่นอนกุมแขนบางที่ข้างเตียงอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ดูจะตกอกตกใจว่าใครเขามากหน่อย

            “แจจุง!!! นายฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว..จริงๆ ด้วย นายฟื้นแล้วจริงๆ”

 

            ยุนโฮ.....?

            เสียงใสเอ่ยถามกับตัวเอง เขาจำได้แล้ว...จำได้ทุกอย่าง...

            เหตุผลที่เขาวิ่งออกไปตากฝนที่ริมฟุตบาธนั้นตอนกลางคืน...สาเหตุที่เขาต้องมาอยู่กับพวกยุนโฮ..

            บ้านของเขาอยู่ที่ไหน..เขาเป็นใคร และ..

            เคยรักใครมาก่อน...

เขาจำได้หมดแล้ว..

            ทำไม...ทำไมถึงเพิ่งจะจำได้ตอนนี้

 

            “หยะ ยุนโฮ...” เสียงสั่นพร่าของร่างบางกับน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยบนตากลมใสทำยุนโฮตกใจ ร่างสูงกระวีกระวาด “ร้องไห้ทำไมกันแจจุง...เจ็บตรงไหนเหรอ? ให้ฉันตามหมอมั้ย?”

            คำพูดที่แสดงถึงความเป็นห่วงจากใจจริงนั้น ยิ่งกดกระบอกตาสวยให้น้ำใสๆ ไหลออกมามากกว่าเดิม

            ยุนโฮไม่อาจรู้เลย...ว่าเหตุใดแจจุงถึงร้องไห้

            ยุนโฮ...ฉันขอโทษ..ขอโทษ.....

           

           ............
 

            “เฮ้อ คราวนี้เรื่องใหญ่เลยสินะ” คู่รักหมาดๆ ที่ปลีกวิเวกกันออกมาด้วยหวังจะให้เพื่อนรักอยู่ด้วยกันสองต่อสอง นั่งพักลงที่ต้นไม้ใหญ่ใต้ตัวตึก พลางถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างเครียดๆ “พวกมันรู้หมดแล้ว ว่าแจจุงทำอะไร อยู่ที่ไหน ไม่เหมือนเรา...เราไม่รู้แม้กระทั่งแจจุงเป็นใครด้วยซ้ำ ฉันไม่เข้าใจเลย นี่พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่”

            “ก็แจจุงเป็นเพื่อนของเรา..”

            “นั่นแหละ ความหมายเพียงหนึ่งเดียวในคำพูดของฉัน” ยูชอนหันหลังกลับไปโอบร่างเล็กของคนรักไว้ในอ้อมแขน พลางว่า “แต่สำหรับนาย..ฉันรักนายจริงๆ นะ จุนซู...”

            “รู้แล้วน่า! ไอ้หนูม่อเอ๊ย!

            ..

 

            ตะวันลับขอบฟ้า สุดท้ายยูชอน จุนซู และชางมินก็ตัดสินใจกลับมาก่อน แล้วปล่อยให้ยุนโฮเฝ้าแจจุงอยู่ที่โรงพยาบาลอีกคืน เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนไปค้นบ้านอีก ตอนนี้ที่ห้องจึงเหลือแค่พวกเขาสามคน บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเชียบ เอื่อยเฉื่อย น่าเบื่อ ..เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้อยู่พร้อมกันทั้งห้าคนอีกต่อไปแล้ว

           

            ณ ห้องของชางมินและจุนซู

 

            “นี่ฮยอง...ผมจะออกไปซื้อกับข้าวนะ? จะฝากอะไรรึเปล่า” ขายาวลุกขึ้นเต็มความสูง เรียกเสียงประหลาดใจจากรุ่นพี่ที่มีความคิดไม่โตไปกว่าเขาสักเท่าไหร่ให้หันมามอง

            “ซื้อกับข้าว? นายหมายความว่าไงน่ะชางมิน"

            “ก็หมายความว่าผมจะออกไปหาไรกินไง แจจุงไม่อยู่ เราก็อดอยาก อย่าให้ผมรอกับข้าวฝีมือพี่เลย ไม่กินอะไรเลยคงจะดีกว่า” คำพูดอธิบายที่ดูจะจะจิกกัดอยู่เล็กๆ ของรุ่นน้องทำเอาใบหน้าน่ารักมุ่ยขึ้น เสียงใสตอบสะบัด

            “เออๆๆ ใช่ซิ ฉันมันห่วยแตกทำอะไรก็ไม่เป็น จะไปไหนก็ไปเลย ชิส์ กะเพราหมูด้วยกล่องนึง”

            คำพูดออกปากไล่ที่ดูจะขัดกับประโยคหลังเรียกยิ้มขำจากน้องคนเล็กได้ พร้อมกับเสียงทุ้มอีกเสียงที่ตะโกนสำทับมา

            “ฉันเอาบะหมี่”

            ชางมินพยักหน้า ก่อนจะหยิบกุญแจห้องกับกระเป๋าเงินแล้วเดินออกไป เมื่อน้องเล็กออกไปจนลับเสียง ยูชอนที่ไม่รู้จะทำอะไรจึงลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูพลางส่งเสียงเอ่ยกับคนตัวเล็ก

            “งั้นฉันอาบน้ำก่อนนะจุนซู”

            “อื้อ..” ดวงตาใสมองปรอยไปที่ห้องน้ำที่ร่างสูงเพิ่งเข้าไปพลางถอนหายใจ ..แจจุงไม่อยู่...น่าเบื่อชะมัดเลย

            ตัวบางยกมือเล็กขึ้นขบเล็บเป็นประจำอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะกระโดดกลิ้งหลุนไปนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยความเซ็ง ฉับพลันสายตาแววใสกลับไปสะดุดเข้ากับกล่องผ้ากำมะหยี่เล็กๆ ที่หัวเตียงยูชอน มือเล็กรีบหยิบมมาคลี่เปิดอย่างสนใจ ในขณะที่หูเล็กก็เงี่ยหูฟังเสียงน้ำในห้องน้ำไปด้วย.. อะไรเนี่ย...ยูชอนมีของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย

            มือเล็กเปิดกล่องนั้นออกก่อนจะต้องตาโต สร้อยเงินเส้นสวยตรงจี้ประดับเป็นรูปตัวอะไรก็ไม่รู้ตาเล็กๆ แก้มป่องๆ เหมือนสร้อยคิกขุอาโนเนะของเด็กผู้หญิงวัยรุ่น จะต่างออกไปก็แต่น้ำหนักของมันที่จุนซูสัมผัสแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า..

            เงินแท้...แหงๆ เลย

            “โหย น่ารักชะมัดเลย อยากได้อ่ะ ยูชอนมันซื้อมาให้เรารึเปล่านะเนี่ย ฮิฮิ” แค่นึกถึงบรรยากาศแสนโรแมนติคที่คนในห้องน้ำจะมอบสร้อยเส้นนี้ให้เขา คนเพ้อฝันที่คิดไปไกลก็ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเขินอยู่คนเดียว หากแต่เสียงเพลงคุ้นเคยที่ดูจะมาจากโทรศัพท์ของคนรัก ก็เรียกคนน่ารักให้ออกมาจากห้วงฝันได้ชั่วครู่ ร่างบางรีบกระวีกระวาดหาที่มาของเสียงทันที

            ปีศาจยายแก่ Calling...’

            มือเล็กคว้าเจ้าโทรศัพท์ตัวจิ๋วของยูชอนขึ้นมาดู หากแต่ชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอกลับทำคนน่ารักงงเต้ก ..ปีศาจโทรหายูชอน? นี่ยูชอนมีเพื่อนเป็นปีศาจด้วยหรือเนี่ย??

            ในขณะที่กำลังทำหน้ามึนงงอยู่ เสียงเรียกเข้าที่ดังไม่หยุดก็ดังขึ้นอีกครั้งจนจุนซูจำต้องกดรับสายลงไป..

            “ครับ สวัสดีครับ” เสียงใสถูกกรอกไปตามสาย หากแต่ปลายทางกลับเหมือนว่าจะไม่ได้ยิน จุนซูได้ยินเสียงแหลมหวีดร้องลั่น

(หนอย..เจ้ายูช๊อน!! ปิดเครื่องหนีเลยนะ! นี่ตกลงจะเอายังไงกับแม่หา!! ฉอดๆๆ...)

            “เอ่อ เดี๋ยวนะครับ” จุนซูที่ดูจะเหงื่อตกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินปลายสายแทนตัวเองว่า แม่ คนที่เขากำลังคุยด้วยคือแม่ของยูชอนเหรอเนี่ย “ผมไม่ใช่ยูชอนหรอกครับ”

            เสียงแหลมที่เพิ่งตั้งสติได้ค่อยๆ หยุดชะงักลง ก่อนจะกรอกเสียงลงไปใหม่ๆ อย่างประหม่า

(อ้าว...แล้วนี่ใครล่ะจ๊ะ ชั้นโทรผิดหรือคะ?)

            “มะ ไม่ครับ นี่โทรศัพท์ของยูชอนครับ แต่ว่าเค้าอาบน้ำอยู่ผมก็เลยมารับแทน ผมเป็นรูมเมทเค้าน่ะครับ”

            (รูมเมท..อ่า ใช่หนูจุนซูรึเปล่าจ๊ะ?)

            “ชะ ใช่ครับ..” เสียงเล็กฉายแววประหลาดใจ ทำไมคุณแม่ของยูชอนถึงรู้จักเขาล่ะ

            (แม่เดาว่าหนูต้องกำลังแปลกใจอยู่แน่ๆ เลยใช่ม้าว่าทำไมแม่ถึงรู้? แหม..ยูชอนน่ะพูดถึงหนูบ่อยจะตาย เฮ้อ..คุยกับหนูเนี่ยก็ดีเลย แม่กำลังกลุ้มใจเรื่องเจ้ามิกกี้ของแม่อยู่พอดีเลยล่ะ)

            “กลุ้มใจ..เรื่องอะไรเหรอครับ?” ยูชอนน่ะเหรอทำให้คุณแม่หนักใจ ใช้ไม่ได้เลยน้า..

            (ก็กำหนดหมั้นใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว..แต่เจ้าลูกตัวดีเนี่ย แม่โทรมาทีไรก็เอาแต่ปิดเครื่อง ไม่ก็ตัดสาย ไม่รู้จะยุ่งอะไรนักหนา นี่ยังไม่ได้ลองไปดูตัวกับคุณลูกสาวทางนั้นเลยเนี่ย แล้วจะหมั้นกันได้ยังไงล่ะเนี่ย)

            เสียงแหลมเล็กร่ายยาว หากแต่ดวงหน้าหวานกลับนิ่งไปแล้ว

 

อะไรนะ..

หมั้น อย่างนั้นเหรอ...

 

“มะ หมั้น เหรอครับ..” เสียงหวานดูติดขัด สมองเหมือนถูกทุบด้วยของแข็งอย่างแรงจนมึน มันปวดหนึบไปหมด คิดอะไรไม่ออก ไม่อยากรับรู้อะไรสักอย่างเดียว..

(ใช่จ้ะ อาจจะน่าแปลกใจซักหน่อยที่เด็กอายุ 17 จะรีบหมั้นกันแบบนี้ แต่ว่าหล่อๆ อย่างลูกแม่คงโอเคแหละ ว่างั้นไหมจ๊ะ? เนี่ยแม่ฝากให้เจ้ามิกกี้ของแม่ไปดูพวกเครื่องประดับอะไรไว้ให้ว่าที่คู่หมั้นด้วย ไม่รู้ไปดูมาหรือยัง แย่จริงๆ เลย)

เครื่องประดับเหรอ..

ดวงตาใสหันกลับไปมองที่กล่องกำมะหยี่ที่ตัวเองถือเมื่อครู่ทันที มือเล็กสั่นพร่าราวกับไร้เรี่ยวแรง หากแต่ร่างบางยังคงฝืนกำมันแน่น เสียงใสค่อยๆ กรอกลงไปตามสายอีกครั้ง “เอ่อ...งั้นเดี๋ยวขอตัวก่อนนะครับ แล้วจะบอกยูชอนให้ว่าคุณแม่โทรมา”

(อ๊ะ จ้ะๆ ขอบใจหนูจุนซูมากเลยนะจ๊ะ ได้คุยกับหนูเนี่ยแม่สบายใจขึ้นเยอะเลยเชียว ไว้ว่างๆ แม่จะพาไปเลี้ยงข้าวนะจ๊ะ บ๊ายบายจ้ะ)

 

เสียงปลายสายถูกตัดไปแล้ว หากแต่มือบางที่กำโทรศัพท์แน่นยังคงไม่อาจลดความสั่นลง โทรศัพท์เครื่องสวยถูกวางทิ้งไว้บนเตียงจากฝีมือของร่างบางที่นิ่งไม่ไหวติง พร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูห้องน้ำเปิดออกจากใครอีกคน

“อื้ม...มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับที่รัก..” สัมผัสเย็นๆ ที่แผ่นหลังไม่ทำให้ให้ร่างเล็กเปลี่ยนท่าทีแต่อย่างใด ร่างสูงที่แนบแผ่นอกชื้นน้ำลงบนหลังบางของเขาไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดึขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน..จุนซูกลับคิดว่าคำหวานพวกนั้นมันยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกมีดแทงเสียอีก

“ปล่อยฉัน..”

“หืม..อะไรนะครับ” คนหน้าด้านแนบแก้มสากลงบนผิมแก้มใส มือหนายังคงสาละวนโอบกอดร่างเล็กด้วยความรัก แต่คราวนี้มือเล็กกลับสะบัดมันออกอย่างแรงจนยูชอนตกใจ เสียงเล็กกรีดร้องลั่น “ฉันบอกให้ปล่อยไง!!

“จะ จุนซู..เป็นอะไรไป..” ดวงตาคมฉายแววไม่เข้าใจ มองร่างเล็กที่ค่อยๆ หันหน้ากลับมาทั้งๆ ที่ไหล่ยังไหวสั่นด้วยแรงสะอื้นด้วยความตกใจ

“คนหลอกลวง ฮึก..คนบ้า..ฮือ”

“หลอกลวงอะไรกัน? แล้วนั่นนายร้องไห้ทำไม ฉันงงไปหมดแล้วนะจุนซู” พริบตาที่เห็นน้ำตาคลอเบ้าตาใสจนปริ่ม หัวใจของยูชอนก็แทบหล่นวูบไปกองอยู่ที่พื้น ..ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่..แต่ว่า ไม่อยากเห็นจุนซูร้องไห้เลย อย่าร้องไห้เลยนะคนดี..

“ฮึก...ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้ ..นาย..ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฮึก ฮือ..”

“ไม่นะ อย่าร้องไห้เลยจุนซู นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ..”

“นายไม่รู้งั้นเหรอ? ทั้งๆ ที่นายกำลังจะหมั้น..นายกำลังจะแต่งงาน..อยู่แล้ว..ตั้งแต่ต้นนายกำลังจะมีใครอยู่แล้ว! แล้วนายจะมาบอกรักฉันเพื่ออะไรอีก! นายตอบฉันได้ไหมล่ะ..ยูชอน” คราวนี้เสียงลงท้ายกลับเบาลงจนน่าใจหาย...หากแต่ยูชอนกลับนิ่งอึ้งไม่ไหวติง..

ทำไม? ทำไมจุนซูถึงได้..

 “ตอบฉันมาสิยูชอน ฮึก ฮือ...” น้ำใสๆ ไหลรดอาบแก้มนวลจนเต็ม ทั้งๆ ที่คิดว่าจะมีความสุขแล้วแท้ๆ..

ทำไมถึงเป็นแบบนี้..

แขนเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่แก้มนิ่ม ความเงียบที่ไร้คำตอบจากปากร่างสูงยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเป็นร้อยเท่า

..แก้ตัวกับฉันสิยูชอน บอกฉันสิว่าฉันเข้าใจผิด นายไม่ได้กำลังจะหมั้นใช่ไหม..

            ไม่อยากเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ไม่อยาก..ต้องทนอีกแล้ว..ปาร์คยูชอน รักของนายช่างเปราะบางนัก...

ไหล่บางพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ก่อนพยายามเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

 

“ยูชอน...ฉันว่าเรา..เลิกกันดีไหม..”

 

อะไรนะ...พูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหม.. คิมจุนซู..

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จุนจัง

ฟังไก่อธิบายก่อนเด๊

#1 By chomchunnie (124.121.41.38) on 2008-10-21 02:33

ง๊า ทำไงดี น่าเป็นห่วงทั้ง2คู่เลยอ่ะ

#2 By =belle= (114.128.64.8) on 2008-10-22 14:44