True or Lies?[30]
posted on 15 Oct 2008 22:34 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
30.Breathe
“เฮ้อ~” เสียงระบายถอนหายใจเสียดังลั่นดังมาจากร่างสูงที่กำลังนั่งเท้าคางอยู่กับโต๊ะเรียนตัวสนิท เรียกสายตาล้อๆ จากเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ได้ไม่น้อย
“อะไรกันชองยุนโฮ อีกแค่ห้านาทีก็จะเลิกเรียนแล้ว โรคคิดถึงเมียนี่มันยังไงกันนะ ฮึ?”
“พูดอะไรของแก” ตาเรียวเหล่ไปมองจอมทะเล้นอย่างหมั่นไส้พลางกระแนะกระแหน
“ใช่สิ ยูซูมันเป็นมิราเคิล ตัวติดกันตลอดเวลาเหมือนแฝดร่วมไข่ เลยไม่ต้องคิดถึงกันให้เสียเวลา”
คนหน้าหล่อจิกกัดเพื่อนซี้เข้าให้ด้วยลัทธิใหม่ที่เขาเปนคนคิดชื่อขึ้นเอง กับเนื้อหาในบทเรียนเมื่อครู่ที่เอามาประยุกต์เข้ากับเรื่องได้อย่างลงตัวทั้งที่ไม่เกี่ยวกันสักนิด หากแต่แทนที่คนถูกด่ามันจะรู้ตัวเสียบ้าง กลับได้แต่ยื่นหนังหน้าหนาๆ เข้ารับคำด่าอย่างเต็มภาคภูมิ “ถูกต้องเลย ฉันกับจุนซูน่ะมันมิราเคิล ส่วนยุนแจน่ะก็แค่..”
“แค่...?” คิ้วหนาเลิ่กขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ประมาณว่าถ้าเปรียบไม่ดีล่ะก็ตายแน่ จนเจ้าหนูผีที่กำลังจะทำตัวล้อเลียนถึงกับหางลู่หูตกเปลี่ยนท่าทีทันควัน
“เอ่อ...เดสทินี่ ไง พรหมลิขิตบันดาลชักพาน่ะ แหะๆ..”
แต่แทนที่เจ้าตัวจะดีใจหรือไม่ก็เขินหน้าดำ ยุนโฮกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับมากกว่าเก่า จนคนขี้แกล้งเอ่ยสำทับเบา “อะไร..ไม่ชอบเหรอ เดสทินี่เชียวนะเว้ย หรือแกไม่เก่งอังกฤษ เดสทินี่ เท่ากับ พรหมลิขิต ความหมายไฮโซไม่แพ้ มิราเคิลยูซูเลยนะ ฮ่าๆๆๆ”
ยุนโฮเบ้ปาก “แกนี่ท่าจะปัญญาอ่อนตามจุนซูไปแล้วจริงๆ ด้วย” มือหนายกกระเป๋าขึ้นพาดบ่า
“ออดดังแล้ว กลับบ้านเหอะ”
Destiny…พรหมลิขิต?
พรหมลิขิตงั้นเหรอ ...น่าขันสิ้นดี
เกลียด..ใครบอกว่าฉันต้องการแกกัน?
พรหมลิขิต...ชองยุนโฮไม่ได้ต้องการมันสักนิด..
“ครับ คร๊าบบบบ พ่อคนห่วงเมีย กร๊ากๆๆๆ” ยูชอนยังไม่เลิกเล่นจนยุนโฮชักเซ็ง ขายาวเดินนำหน้าไปโดยที่ไม่พูดอะไรต่อปากต่อคำอีก
ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร...ทำไมรู้สึกว่าอยากกลับบ้านตลอดเลยก็ไม่รู้
ทั้งๆ ที่แจจุงก็แค่เป็นหวัด..แต่ทำไม...
ถึงได้รู้สึกว่าหัวใจมันเจ็บๆ พิกล..
...
..
“เฮ้ยๆ เล่นไรวะ เดี๋ยวเด้!”
“นี่ชางมิน ดีจังเลยเนอะที่วันนี้นายกลับกับพวกฉัน ไม่งั้นนายต้องเปียกซ่กแน่”
“เดินดีๆ สิวะไอ้คุณปาร์ค! ถึงบ้านค่อยเล่น เดี๋ยวถูกรถสอยตายห่าไปจะหาว่าชองยุนโฮไม่เตือน”
เสียงอีกทึกคึกคักดังขึ้นทุกฝีก้าวที่พวกเขาทั้งสี่คนร่วมเดิน ฝนยังไม่หยุดตกจนถึงตอนนี้ และนั่นทำให้ชางมินที่เป็นคนเดียวที่ไม่มีร่มเลยก็ขอลาอาจารย์กลับมากับพวกเขาก่อน ยูชอนที่ดูจะเฮฮากว่าใครเพื่อนก็เอาแต่ล้อยุนโฮเรื่องแจจุงจนแทบจะโดนรถเฉี่ยวอยู่หลายครั้ง เรียกเสียงแหลมๆ แกมตำหนิจากโลมาน้อยได้เป็นอย่างดี หากแต่เจ้าคนหน้าด้านก็ยังคงยิ้มระรื่น
สีสันยังคงถูกระบายลงบันทึกสีขาวต่อไป..
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า..
ปากกาอีกด้ามกำลังขีดสีเทาทับลงไปที่หน้ากระดาษอีกฝั่งจนมืดทึบ..
...
...
เฮฮากันไปจนเพื่อนรักทั้งสี่มาหยุดยืนที่หน้าประตูห้อง ดวงตาหลายคู่สะกิดใจพร้อมเพรียง หากแต่ไร้ซึ่งสุ้มเสียงเอ่ยถาม
..ไฟปิด? แจจุงหลับหรือ..
แต่เสียงสั่นๆ ราวกับกลัวอะไรบางอย่างของคนที่กำลังจะไขประตูอย่างยูชอน กลับดึงจิตสำนึกของยุนโฮกลับมาอย่างรวดเร็ว
“หยะ ยุนโฮ ...กลอนประตูมัน...”
คนที่ถือกุญแจกำมือแน่นระริก สภาพลูกบิดกับกลอนที่บิดเบี้ยวราวกับจะหลุดออกมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันถูกทำร้ายอย่างหนัก หัวใจสี่ดวงกระตุกซ้ำรุนแรง ในใจหวนคิดถึงเพื่อนรักอีกคนในห้อง จนชางมินรีบพูดควบคุมสติทุกคน “ใจเย็นนะครับ ผมคิดว่าแจจุงอาจจะเผลอทำอะไรพลาดก็ได้”
ชางมินพูด...ทั้งๆ ที่ยังคิดอะไรไม่ออกด้วยซ้ำ
คำว่า ‘พลาด’ ในความหมายของเขาคืออะไรกัน
จุนซูที่เครียดพอๆ กันรีบตีหน้ายิ้มอย่างที่ชอบทำมือเล็กดึงกลอนประตูที่เสียแล้วเปิดออกราวกับเป็นเรื่องปกติ แล้วเอ่ยเสียงร่าเริง “แจจุง...พวกฉันกลับมา...แล้ว”
.....
....
ทั้งๆ ที่คิดว่าจะได้รับยิ้มหวานจากใครอีกคนเหมือนอย่างเคย
หากแต่ภาพหลังประตูกลับทำเอาทั้งสี่คนขาเกร็งแข็งจนไม่อาจขยับตัวไปไหนได้เลย..
แผ่นกระดาษมากมาย กองปลิวอยู่ที่พื้นไม้จากชั้นวางของที่ถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ดอกไม้ในแจกันที่แจจุงเป็นคนตัดมาใส่ไว้กลีบโรยลงเกลื่อนพื้นราวกับถูกขยับเคลื่อนที่อย่างรุนแรงหลายครั้ง ผ้าปูที่นอนยับย่นกับฟูกหมอนที่ขาดกระจุยไม่คงเหลือสภาพเก่าเอาไว้ทำลายความหวังสุดท้ายที่คิดไว้จนย่อยยับ
ห้องของยุนโฮเละจนแทบดูไม่ได้..และที่สำคัญกว่านั้น..
..แจจุงหายไป..
“บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!” ยูชอนสบถลั่น มือหนาคว้านวางไปยังเอกสารมากมายทั้งที่สำคัญและไม่สำคัญ ก่อนจะต้องหันหลังขวับเมื่อได้เห็นสัมผัสไวจากด้านหลังที่เร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
“เฮ้ย ไอ้ยุนโฮ!! จะไปไหนน่ะ!!!”
ขาเรียวชะงัก ก่อนหันมาพูดกับยูชอนอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า นี่อาจจะเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่เรื่องราวทุกอย่างกำลังจะเปิดเผย
“ฉัน...จะไปหาแจจุง”
ยุนโฮวิ่งออกไปโดยที่ไม่ฟังคำทัดทานจากเพื่อนรักแม้เพียงครู่ ยูชอนตะโกนไล่หลัง “ไอ้บ้ายุนโฮ!! กลับมานะเว้ยยยย!! แกจะไปตามหาที่ไหน ฝนมันตกอยู่..เฮ้ย ยุนโฮ!!”
ปากอิ่มสบถลั่นทั้งกังวลทั้งเป็นห่วงเพื่อน แถมทำท่าเตรียมตัวจะออกวิ่งอีกคนจนรุ่นน้องต้องรั้งแขนไว้ “ใจเย็นเถอะครับพี่ยูชอน พี่ยุนโฮตอนนี้น่ะ ต่อให้เอาช้างมาฉุด เค้าก็คงไปตามหาแจจุงอยู่ดี”
ยูชอนนิ่งลง ชางมินจึงค่อยๆ พูดต่อ “ผมว่าตอนนี้เราเก็บห้องกับนิดนึง แล้วมานั่งคุยกันดีกว่า...ส่วนพี่จุนซู กลั้นน้ำตาอีกนิดเถอะ เดี๋ยวพี่ยูชอนจะเป็นบ้าไปอีกคน”
...
..
แจจุง.....
นายอยู่ที่ไหน...
ดวงตาเรียวขยับกะพริบตาถี่ยิบเพื่อไล่ไอฝนที่คอยจะไหลรดตาอยู่เรื่อย ขาเรียวก้าวหน้าไปอย่างไร้จุดหมาย พลางนึกถึงที่ๆ แจจุงจะหนีไป หากแต่ก็ไม่พบแม้เพียงเงาของร่างบาง คิ้วหนากดเม้มแน่นเป็นปม
หรือว่าแจจุงจะถูกจับตัวไป..
แจจุงไม่สบายอยู่ด้วยนี่นา...
คิดได้เท่านั้นจิตใจที่เคยเปี่ยมความหวังก็พลันดับวูบลงทันใด หากแต่ใบหน้าหวานใสที่ยังคงอยู่ในห้วงคำนึงทุกวินาทีกลับรั้งขาเรียวที่ใกล้ทรุดให้ยืนหยัดต่อไปได้
แจจุงจะถูกจับไปหรือไม่ก็ช่าง...ทางเดียวที่เหลือตอนนี้คือลองหาให้ทั่วๆ ก่อน...
ถ้าแจจุงหนีได้...จะไปหลบที่ไหน..
....
...
ร่างสูงยืนนิ่งไม่ไหวติงท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปรายซัดกระหน่ำมาที่ร่างอย่างไม่ลดละ
ที่ไหนกัน..แจจุงจะไปที่ไหน
.....!
พริบตา ความรู้สึกแล่นปราดที่เสียดแทงเข้าไปในหัวใจกลับทำให้ยุนโฮเริ่มออกวิ่งอีกครั้งราวกับคิดอะไรออก
ได้โปรดเถอะพระเจ้า...
ขอให้สิ่งที่ผมคิดเป็นจริงด้วยเถอะ...
....
...
รองเท้าผ้าใบคู่เก่งที่เปียกน้ำจนชุ่ม หยุดยืนอยู่ข้างริมฟุตบาท สายตาเรียวจดจ้อง..เมียงมองเข้าไปช่องแคบระหว่างตึก ก่อนริมฝีปากกระจับจะตะโกนเสียงดัง
“แจจุง!!!!!!!”
.....
...
‘ซองฮยอน..’
‘จำฉันไม่ได้เหรอแจจุง’
จำได้สิซองฮยอนไง...แล้วทำไม...ทำไมถึงจำได้ล่ะ?..
“แจจุง แจจุงฟื้นสิ!!”
ใครน่ะ...ซองฮยอนหรือเปล่า?
ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้...แต่ทำไม...ถึงได้อุ่นนัก?
“แจจุง ฉันยุนโฮนะ ฉันชองยุนโฮไง นายฟื้นขึ้นมาคุยกับฉันสิ!! รีบตื่นขึ้นมาบอกว่ารักฉันเร็วๆ!”
เอ๋...ยุนโฮ
ใช่สิ นี่ยุนโฮนี่นา...ยุนโฮ..ยุนโฮ
แล้ว ซองฮยอน ล่ะ...
ปวดหัวจังเลย...ปวดหัวจนอยากจะร้องไห้...
“หยะ ยุนโฮ....” เสียงเล็กแหบแห้งที่ข้างหู ทำเอาร่างสูงที่กำลังโอบกอดร่างบางแน่นหนาผละออกมา ก่อนจะรีบละล่ำละลั่กตอบ “จะ แจจุง ฉันเจอนายแล้ว เจอนายแล้ว..นาย ตะ ตัว เย็นมากๆ เลย ฉัน..ฮึก ฉันจะพานายไปโรงพยาบาลนะ”
หัวของผมกำลังจะระเบิด..กับเสียงสองเสียงที่ตะโกนทับกันในหัว..เสียงจากหัวใจของตัวเอง..
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้...หยุดตะโกนสักทีได้ไหม..เจ็บจะตายอยู่แล้ว...
มือหนาที่สั่นระริกทำท่าจะช้อนตัวร่างบางขึ้นแนบอก หากแต่เสียงเล็กกลับเรียกรั้ง “ยุนโฮ...ร้องไห้ทำไม?”
“ฉัน...ฉัน...” ร่างสูงพูดไม่ออก ความรู้สึกในหัวมันปนเปกันไปหมด
“ขอกอดหน่อยสิยุนโฮ” ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ ร่างสูงโอบร่างบางแน่นไว้ในอ้อมกอดทันที ปลายคางเล็กหนุนอยู่ที่ไหล่กว้างทั้งที่ยังไร้เรี่ยวแรง มือเล็กขยับกระชับอ้อมกอดตอบกลับร่างสูงท่ามกลางสายฝน
“แจจุง...”
“.....”
“นายน่ะ เป็นยิ่งกว่าลมหายใจของฉันอีกนะ..”
น้ำตาเป็นสายหลั่งรินจากดวงตากลมโตที่เบิกกว้างทันทีอย่างที่ยุนโฮไม่อาจมองเห็น หัวใจของแจจุงกำลังบีบรัดจนทบแหลกสลายกับคำรักของยุนโฮที่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นยาพิษทิ่มแทงเขาให้ตายลงช้าๆ ...
น้ำฝนรดลงบดบังดวงตาที่เอ่อชุ่มไปด้วยน้ำตาจนไม่อาจมองเห็น
จนไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วแจจุงเจ็บปวดแค่ไหน
ที่ได้สัมผัสกับหัวใจอีกดวงที่เอ่อท้นอยู่ในความทรงจำ..พร้อมๆ กับหัวใจอันแสนอบอุ่นของยุนโฮ..
ขอโทษ...ขอโทษนะยุนโฮ
ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับมาแล้ว...
ฉันจำทุกอย่างได้แล้ว...
ซองฮยอน..
ทำไมกัน..ทำไมต้องกลับมาตอนนี้...
ทำไมเพิ่งจะจำได้...ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คิดไม่ออกแม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใครด้วยซ้ำ...
ปวดหัว..หัวจะระเบิดอยู่แล้ว...
“ฮะ ฮึก...ยุนโฮ..อย่าเพิ่งร้องไห้ได้ไหม...”

แล้วยุนโฮจะทำไงล่ะเนี่ย
อัพโหน่ยยยยยย
นะ
#1 By =belle= (222.123.72.240) on 2008-10-16 20:59