True or Lies?[29]

posted on 11 Oct 2008 20:33 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13

 

29.Cause

 

 

           ภายใต้ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวแสนอบอุ่น เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตาเรียวเล็กคลี่ยิ้มเศร้า มองรูปภาพเด็กชายสองคนที่ยืนกอดคอกันอย่างมีความสุขด้วยหัวใจสั่นไหว กับคำบันทึกสั้นๆ ที่หลังภาพนั้น

          15-12-04 สุขสันต์วันเกิดเจ้าโลมา และฉลองครบรอบเจ็ดปี ความสัมพันธ์ฮยอคจุน เพื่อนซี้ตลอดกาลของฉัน

          มือเรียวพลิกรูปไปมา...ก่อนจะพบกับเศษกระดาษอีกใบที่สอดอยู่ในซองพลาสติก ลายมือตัวเล็กๆ หากแต่เป็นระเบียบเหมือนลายมือเด็กผู้หญิง จึงค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา

          เอาไปเก็บใส่ไดอารี่ด้วยนะไอ้หัวหลิม รูปนี้พี่จุนโฮถ่ายให้เลยเชียว แล้วคราวหน้ามาถ่ายด้วยกันอีกนะ

          ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ให้กับสรรพนามที่เจ้าตัวเล็กใช้เรียกเขาในสมัยก่อน กับภาพเพื่อนตัวเล็กแสนน่ารักที่คลี่ยิ้มเจิดจ้ากระแทกดวงตาเขาได้ไม่เคยเปลี่ยน    

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี...นายยังคงเป็นเพื่อนของฉัน และคงจะเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ตลอดไป..

ตั้งแต่เด็ก ทั้งๆ ที่จุนซูน่ารักและเขาเองก็เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ในโรงเรียนอยู่ไม่น้อยเพราะการเต้นและฝีมือการเล่นฟุตบอลที่โดดเด่น หากแต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาทั้งสองคนจะมีคนรัก พวกเราอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา เล่นฟุตบอล ลอกการบ้าน แกล้งครูพิเศษ ทำวีรกรรมอะไรมากมายด้วยกัน เป็นเพื่อนซี้ที่เรียกได้ว่าเพื่อนแท้ และเขาคิดว่าคงไม่อาจมีสิ่งใดเติมเต็มได้เท่ากับความสดใสของเพื่อนคนนี้

สำหรับจุนซู ฮยอคแจเป็นเหมือนคู่หูที่แสนดีคนเดียวในชีวิต

แต่สำหรับฮยอคแจ จุนซูคือผู้เติมเต็มหัวใจเพียงคนเดียวในโลก

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาหลงรักรอยยิ้มน่ารักนั่น ความเป็นเด็ก ขี้เอาแต่ใจแต่ก็เข้มแข็งอย่างร้ายกาจของจุนซู ดึงเขาให้จมสู่ห้วงคำนึงแห่งความรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

เค้าเพิ่งรู้ตัว่ารักจุนซู หลังจากคบกับจุนซูมานานถึงหกปี..เพิ่งรู้ตัวเมื่อได้รับรู้ถึงเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในชีวิต..

ฮยอคแจเป็นเด็กชอบเล่นกีฬา ชอบออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงอยู่เสมอ.. เขาไม่เคยสงสัย ว่าเหตุใดแม่ถึงต้องให้เขากินยาสองถึงสามเม็ดทุกครั้งหลังอาหาร เขาเคยถามแม่แล้วครั้งหนึ่ง แม่ยิ้มให้และบอกว่ามันเป็นยาบำรุง ซึ่งเขาก็เชื่อและไม่คิดจะซักไซร้ให้มากความ

กินยาอยู่ทุกๆ วัน...จนชินไป และเขาก็แข็งแรงดีอย่างที่แม่บอก

เขาไม่เคยสงสัย กับการไอแห้งๆ แปลกๆ กับเลือดที่ไหลออกมาในบางครั้งที่เขาเป็นหวัด เขาไม่ได้บอกแม่ เพราะคิดว่าเขาคงไอมากเกินไปจนคอเป็นแผล..

จนเมื่อครั้งหนึ่งเขาได้พบกับบุรุษชุดขาวท่าทางใจดี  ที่เอ่ยคำพูดบาดลึกลงไปที่หัวใจของผมจนแตกสลายเป็นผุยผง..

การที่เขาเป็นไข้คราวนี้ ทำให้อาการทรุดลงแต่ก่อนเร็วมาก ถึงจะยื้อมาได้หลายปี แต่ผมว่าคุณนายควรจะหยุดความตั้งใจ แล้วเปลี่ยนเขามาพักฟื้นที่โรงพยาบาลดีกว่านะครับ

แม่เขาร้องไห้แทบขาดใจ สรุปแล้วก็คือผมเป็นทาลัสซีเมียตั้งแต่เกิด ฮะ? น่าขำ แม่อยากให้ผมเป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ไม่อยากให้ผมต้องเป็นปมด้อย และไม่อยากให้ผมต้องร้องไห้..

ผมเข้าใจดีครับ..

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ต้องถูกนำตัวส่งไปโรงพยาบาลที่อเมริกาอย่างเร่งด่วน เพราะมีอาการแทรกซ้อน

โดยที่ไม่ทันได้ร่ำลา ..เจ้าตัวเล็กที่ร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ที่รั้วสนามบิน                       

น้ำใสๆ ที่ผมไม่เคยเห็นหลั่งรินไม่หยุดจนนัยน์ตาเรียวเล็กบวมช้ำ                                       เพราะผมคงจะเป็นเพื่อนคนเดียวในชีวิตของคิมจุนซูตอนนั้น..

….

เวลาผ่านไปถึงสี่ปี..ผมกลับมาที่โซลอีกครั้ง 

          ไม่ได้กลับมาเพื่อยินดี...                          

          แต่ผมกลับมาเพื่ออำลา

ผมสมัครเข้าเรียนชั่วคราวในโรงเรียนมัธยมใกล้ที่พัก ผมได้เพื่อนมากมาย และสมัครลงในชมรมฟุตบอลของโรงเรียน และที่นี่ผมก็ได้พบกับ ทงแฮเพื่อนซี้คนใหม่ที่หน้าหวานแต่ปากร้ายเหลือรับประทาน

และเค้าก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง

ผมสมัครลงในชมรมฟุตบอล ด้วยเหตุที่ว่าครั้งหนึ่งจุนซูเคยโดนรุ่นพี่ในโรงเรียนแกล้งเตะบอลอัดขาจนกระดูกร้าว ทำให้จุนซูที่มั่นใจในฝีมือของการเล่นฟุตบอลถึงกับหวาดกลัวจนไม่กล้าเล่นฟุตบอลอีก ด้วยกลัวว่าขาจะเจ็บอีกครั้ง

ผมอัดกับไอ้พวกรุ่นพี่พวกนั้นไปหลายหมัดทีเดียว...แต่ถึงจะต้องเลิกเล่นฟุตบอลกีฬาที่หมอนั่นคลั่งที่สุดในชีวิต

จุนซูก็ยังไม่เคยเสียน้ำตา

ผมติดตามข่าวคราวของเขาอยู่ห่างๆ มาเป็นเวลาเกือบปี จนได้โอกาสที่จะได้ไปพบกับเขาตรงๆ เสียที ที่งานประจำปี...ที่โรงเรียนของจุนซูเป็นเจ้าภาพ

ผมกลับมาเจอจุนซูอีกครั้ง และคราวนี้หมอนั่น...ก็ร้องไห้อีกแล้ว

เค้าให้เบอร์ผม ผมยิ้มรับทั้งๆ ที่รู้ว่าคงจะไม่ติดต่อกลับไปอีก ถึงเค้าจะไม่ได้รักผมแบบที่ผมรักเค้า หากแต่ผมรู้ตัวเสมอความความรักที่เค้ามีให้ผมนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ผมจะผลักไสเขาให้ออกห่างจากชีวิตไปได้ง่ายๆ

นั่นเพราะเรายังคงเป็นเพื่อนแท้เพียงหนึ่งเดียวของกันและกันอยู่เสมอ และที่นั่น...ผมจึงได้พบกับใครอีกคน ที่จะช่วยสานต่อความตั้งใจของผมได้

ปาร์คยูชอนผู้ชายที่เท่แสนเท่

จุนซูบอกว่าเขาเป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนที่จุนซูสนิทมากๆ เหมือนกับผม

และดูเหมือนว่าจุนซูจะรักเขามากยิ่งไปกว่าเพื่อนอีกด้วย..

          ทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ ..เพราะแววตาของเขาที่มีให้กับผู้ชายคนนั้น ไม่ได้แตกต่างไปจากแววตาที่ผมมีให้กับจุนซูเลยน่ะสิ..

          ผมไม่ได้เสียใจที่จุนซูรักเขา ออกจะดีใจด้วยซ้ำไป อาจจะเรียกได้ว่าผมห่วงจุนซูมากกว่าที่จะรักเค้าอย่างเห็นแก่ตัว เพราะถึงอย่างไร ผมคงไม่อาจจะดูแลเขาได้ตลอดไป

          แต่ถ้าเป็นปาร์คยูชอน..ผมเชื่อว่าเค้าจะต้องทำได้แน่

พริบตาที่ผมได้เห็นสายตาเป็นห่วงอย่างมากมายออกมาจากดวงตาเรียวเล็กคู่นั้น ขาเรียวยาวที่ก้าวไปทั่วโรงเรียนเพื่อตามหาจุนซู กับอ้อมกอดที่โหมรัดร่างเล็กๆ ของเพื่อนผมด้วยความเป็นห่วงอย่างใจจริง

ภายใต้การเฝ้ามองดูไกลๆ ของผม ผมรู้ได้ทันที..

ผมแพ้ผู้ชายคนนี้อย่างราบคาบ

ไม่แปลกเลยที่จุนซูจะรักเขา

........

..... 

จนถึงวันนี้..

ร่างกายผ่ายผอมที่ย่ำแย่ลงจนไม่สามารถออกไปไหนมาไหนข้างนอกได้อีกแล้วกำลังถูกพันธนาการด้วย สายน้ำเกลือและเหล่าพยาบาลที่เข้าออกห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยานี้อย่างพลุกพล่าน

เด็กหนุ่มนอนหายใจรวยริน เฝ้ารอสิ่งที่เรียกว่าความตายให้มาพรากหัวใจบริสุทธิ์นี้ให้จากไปจากโลก

อยากจะเห็นอีกสักครั้ง...

รอยยิ้มของคิมจุนซู.....

          .....

          ......
 

          เป็นเวลาเนิ่นนานหลายนาที ที่หญิงสาวผมน้ำตาลทองคลี่ยิ้มร้ายพลางเฝ้ามอง ชายหนุ่มร่างยักษ์ดึงไหล่กระแทกประตูหน้าห้องที่ติดป้าย จองยุนโฮอยู่อย่างรุนแรง กลอนเหล็กที่ถูกล็อคค่อยๆ ถูกแรงอัดกระแทกจนบิดเบี้ยวจนเหมือนกับว่ามันกำลังจะหลุดมาในไม่ช้า เสียงหวานตะโกนเสียงเฉียบ

          “รีบๆ เร็วเข้าสิ! เดี๋ยวมีคนมาเห็นจะว่ายังไง”

          “ป่านนี้คุณแจจุงคงรอให้ฉันเข้าไปรับจนตัวสั่นแล้วสินะ ฮ่าๆๆ”

          ณ เบื้องหลัง กายผอมบางสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อของตัวเองหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากแดงสดนั่น ดวงตากลมโตสั่นระริกอย่างหวาดกลัวพลางจ้องภาพตรงหน้าไม่วางตา มือเรียวกระชับอ้อมกอดของตุ๊กตาหมีในมือแน่น ขาเรียวนั่งนิ่งไม่ขยับปล่อยให้สายตาจ้องมองการกระทำของกลุ่มบุคคลตรงหน้าต่อไปด้วยความรู้สึกสั่นผวา ยิ่งกว่าต้องตกลงมาจากที่สูง

          ...ทำอย่างไรดี ..จะทำยังไงดี..

          เสียงกระแทกของบานประตูที่เปิดออกทำให้แจจุงสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มร่างยักษ์กรูเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับร่างของหญิงสาวที่เยื้องย่างตามเข้าไปอย่างเชื่องช้า แจจุงค่อยๆ คลานออกมายืนอยู่หน้าห้องที่ร้างไร้ผู้คน ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปยังบุคคลมากมายที่บุกรุกห้องของพวกเขาทางช่องประตูด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย

          พริบตา น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยๆพร้อมกับภาพร่างของหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกมานอกห้อง มือเรียวกระชับอ้อมกอดของตุ๊กตาในมือแน่น ก่อนจะออกวิ่งทันทีด้วยความหวาดกลัว

          หางตาเรียวเชิดสอดส่องหาตัวเป้าหมายพลางจิ๊ปากอย่างขัดใจ สัมผัสไวๆ หน้าห้องนั่นทำให้เธอกรีดร้องทันที

          “มันอยู่นั่น!!! รีบตามมันไปเร็วเข้า!!!!

          ....

          ขาเรียวจ้ำอ้าวอย่างเอาเป็นเอาตายท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ ขนปุกปุยของตุ๊กตาหมีในมือเปียกปอนจนลู่เรียบ หัวใจกระตุกสั่นจนแทบจะเรียกได้ว่าชา ดวงตากลมหลุกหลิกหันไปมอง เรียวขาอีกสามสี่คู่ที่วิ่งตามเขามาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะตัดสินใจแทรกกายเข้าไปในตรอกแคบๆ ระหว่างตึกอย่างรวดเร็ว

          “หามันให้เจอ มันต้องอยู่แถวๆ นี้แหละ!!

          เสียงหวานประกาศลั่นราวกับจะแข่งกับเสียงฝน เสียงฟ้าร้องดังลั่นขึ้นอีกครั้งราวกับจะกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ท่ามกลางเม็ดฝนที่เทลงรดตัวเขาจนชุ่ม แจจุงค่อยๆ ย่อตัวลงจนร่างกายแนบกับผนังตึกแคบ มือขาวจัดยกขึ้นกอดหัวเข่าตัวเองไว้แนบอกอย่างหนาวเหน็บ น้ำใสๆ ไหลรินอาบใบหน้าที่เปียกชื้นไม่หยุด

          ...ยุนโฮ....ยุนโฮช่วยด้วย....

          ฉันกลัว...กลัวเหลือเกิน....

          ริมฝีปากบางแนบประทับรอยจูบลงไปที่หัวลูกหมีตัวเปียกปอน กายผอมบางสั่นระริกราวกับพยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงใสสะอึกเบาๆ ด้วยผลจากการที่ร้องไห้ไม่หยุด

          ผ่านไปชั่วครู่ เพียงพอที่จะปลิดสติสัมปชัญญะที่อ่อนแอให้ดับสนิทได้

          แขนเรียวที่ยกขึ้นกอดเข่าแน่นค่อยๆ คลายลงแนบข้างลำตัว ดวงตากลมโตกับแพรขนตางอนยาวปิดสนิท พร้อมๆ กับเจ้าของร่างกายอ่อนแอด้วยพิษไข้ที่ตัวร้อนราวกับถูกไฟเผาที่ค่อยๆ ทรุดไปนอนกับพื้นในตรอกแคบนั้นท่ามกลางสายฝนที่ยังกระหน่ำไม่หยุด ผิวขาวจัดซีดลงอย่างน่ากลัว

          สติของแจจุงอาจจะหยุดไปแล้วในตอนนี้                                                      หากแต่มือเล็กขาวยังคงกำตุ๊กตาหมีในมือแน่นราวกับจะโอบกอดให้อุ่นใจ                       ว่ายังมีใครบางคนปกป้องเขาอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

          ไม่รู้สิ เหมือนวันนี้ฉันมีลางไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้... เอาเป็นว่าถ้านายคิดถึงฉันก็ขอให้กอดตุ๊กตานั่นเอาไว้แน่นๆ นะ จะได้เหมือนว่าฉันคอยปกป้องนายอยู่ตลอดเวลาไง

ขอให้พระองค์ช่วยปกป้องเขาแทนผมด้วย...                   

ช่วยปกป้องคิมแจจุง หัวใจที่แสนดีของชองยุนโฮให้ที…’

ช่วยปกป้องฉันด้วยนะ...ยุนโฮ

......

หญิงสาวยกเล็บสวยขึ้นขบลั่น เมื่อแผนการที่วางไว้ล้มเหลว ไม่เพียงพาแจจุงมาไม่ได้ แถมเจ้าตัวยังรู้ตัวเสียอีก หากแต่ใบหน้าหวานสวยยังคงไม่ละความพยายาม..

“หึ แล้วเราต้องได้เจอกันอีกแน่ คุณคิมแจจุง”

.....

ร่างเล็กที่นอนตากฝนอยู่ในตรอกแคบๆ                                    

กับร่างสูงที่นั่งถอนหายใจด้วยความกังวลอยู่ที่โรงเรียน..

จะมีใครรู้บ้างไหมนะว่า..

การลืมตาของเด็กหนุ่มที่นอนสลบไสลไม่ได้สติครั้งต่อไป

..กำลังจะเรียกความจริงทุกอย่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม  

ความจริงที่ชองยุนโฮหวาดกลัวที่สุดในชีวิต...

ความเป็นจริงที่เรียกว่า ความทรงจำ...

 

....ฉันอยู่เคียงข้างนายเสมอแจจุง..

แม้ว่าซักวันหนึ่ง..นายอาจจะเดินจากฉันไปก็ตาม..

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกเคอะ!
ยุนแจ เลิฟๆ
แมนตกข้างซ้ายง่า~
อ่านมิค่อยรู้เรื่องsad smile
big smile open-mounthed smile

#2 By all4teen on 2008-10-12 09:26

ความจิง
กำลังคืบคลานใกล้เข้ามา
ความจิงจะน่ากลัวขนาดไหนนะ

#3 By taizaaaaa (202.91.19.201) on 2008-10-12 13:18

ความจริงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับนะ ยุนโฮ แต่ยัไงก็อย่าปล่อยให้แจหลุดมือไปนะ อัพอีก อย่างว่องเลยนะน้อง

#4 By =belle= (117.47.85.52) on 2008-10-12 21:53

เศร้าคร่า

ให้ยุนได้มี๊ก่อนแล้วค่อยเศร้าได้ป่ะ

(คนอ่านเอาแต่จาย)

สนุกสุดๆเลย มาต่อด้วยน๊าก๊าฟ

#5 By chomchunnie (124.121.40.70) on 2008-10-13 10:32

โฮกกกกกกก
อัพต่อเร็วๆนะค่ะ
เศร้าแน่เลยอ่ะ confused smile

#6 By (124.121.102.76) on 2008-10-13 19:07

อั๊ยยย....เอาแล้วว งานเข้าแล้ว ชองยุน อ่า...สงสารยุนอ่ะ สงสารไอ่หัวหลิมด้วยง่ะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้อ่า..

ขอบคุณที่มาต่อ นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว

#7 By white_valentineของยุนโฮ (161.200.255.162) on 2008-10-14 18:36