True or Lies?[28]
posted on 01 Oct 2008 15:16 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13
28.Wished
“เฮ้อ ให้ตายสิ” รองเท้าสตั๊ทคู่สวยถูกกระแทกส้นอัดกับพื้นทรายเบาๆ อย่างขัดใจจนก้อนหินก้อนหนึ่งกระเด็นไปไกล ริมฝีปากห้อยๆ เม้มจนตรงสนิท ท่าทีอารมณ์เสียนั่นทำให้คนน่ารักที่กำลังยกไส้กรอกขึ้นเคี้ยวหงุบหงับหันมามองอย่างแปลกใจ
“เป็นอะไรเหรอยูชอน”
ตาเรียวยกขึ้นหรี่หางตาใส่คนรักพลางครุ่นคิด แววตาใสซื่อบริสุทธิ์ประดุจเด็กน้อยไร้เดียงสานั่นทำเอาร่างสูงถอนหายใจพรืดก่อนว่า
“....เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”
จุนซูบริสุทธิ์เกินกว่าจะมารับรู้ปัญหางี่เง่านี่ด้วยซะจริงๆ..
ขืนรู้ไปมีหวังได้ทะเลาะกันตาย..
“งั้นยูชอนก็ยิ้มหน่อยสิ” ใบหน้าจิ้มลิ้มแย้มยิ้มหวานสดใสดุจดั่งพระอาทิตย์ให้พลางชี้ที่หน้าตัวเอง “ยิ้มแบบฉันเนี่ย”
แก้มสากแต่หากก็ขาวไม่แพ้คนน่ารักขึ้นสีจาง ร่างสูงยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบาๆ แก้เขิน..
หยุดน่ารักซักวินาทีหนึ่งเนี่ยจะตายไหมนะ คิมจุนซู..
“ให้ตายสินายเนี่...โอ๊ะๆ เดี๋ยวๆ”
สัมผัสสั่นไหวที่กระเป๋ากางเกงทำเอาร่างสูงกระโดดโหยงเหยงเป็นพัลวัน มือใหญ่ล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงก่อนคว้าเอาเจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีที่สั่นไม่หยุดขึ้นมารับพลางกรอกเสียงทุ้ม เสน่ห์ลงไปตามสาย ท่ามกลางตาใสๆ ของคนแก้มป่องที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
“สวัสดีครับปาร์คยูชอน..ว่าไงนะ! โธ่ แม่จะบ้ารึเปล่าผมน่ะมีแฟ..เฮ้ยๆ ฮัลโหล! ฮัลโหล!!”
นิ้วเรียวรีบพลิกโทรศัพท์ขึ้นรัวเบอร์คุ้นเคยลงไปอีกครั้งอย่างรวดเร็วแล้วยกขึ้นแนบหู โสตประสาทเตรียมรับฟังเสียงแหลมแว้ดคุ้นเคยด้วยอารมณ์ร้อนรน แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นโอเปอเรเตอร์สาวเสียงใสที่เขาไม่อยากจะรู้จักซะอย่างนั้น
‘ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ..’
“อะไรของเค้าวะ ปิดเครื่องหนีเฉยเลย” คิ้วหนากระตุกผูกกันอย่างเสียอารมณ์ ดวงตาใสแจ๋วที่จ้องเขาอยู่ตั้งแต่เริ่มกะพริบปริบๆ
“..เป็นอะไรรึเปล่า ยูชอน”
เสียงเล็กๆ เอ่ยแกมกลัว สีหน้าของยูชอนตอนนี้ดูไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก และจุนซูก็ไม่อยากทำให้ร่างสูงโกรธไปมากกว่านี้
ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองคนน่ารักที่ทำท่าทีหงุงหงิงราวกับลูกกระต่ายตัวเล็กๆ ที่ตื่นตกใจ ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มออกมากับกิริยาน่ารักๆ นั่น เส้นคิ้วที่ผูกกันสนิทราวกับจะฆ่าคนได้เมื่อครู่คลี่ออกเป็นปลิดทิ้ง มือหนาสองข้างยกขึ้นประคองแก้มใสพลางดึงใบหน้าจิ้มลิ้มเข้ามาประกบริมฝีปากเร็วๆ แล้วละออก จนแก้มใสที่ตั้งตัวไม่ทันฉีดสีเรื่อด้วยความเขินอาย
“อ่ะ..” ตัวเล็กๆ กอดตัวเองจนตัวลีบ ก้มหัวกลมๆ ลงเพื่อซ่อนใบหน้าแดงก่ำ เพราะเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน นิสัยเจ้าชู้ปากว่ามือถึงของยูชอนยังออกฤทธิ์ได้ไม่มีที่ติ..
และคิดว่าคงจะแก้ไม่หายง่ายๆ เสียด้วยสิ..
“ให้ตายเถอะ นี่นายจะทำตัวน่ารักไปถึงไหนวะเนี่ย”
….
...
..
ในขณะที่โลกหมุนไป..
ยามฝนตก..ท้องฟ้าก็ยังคงระบายด้วยสีเทา
แจจุงถอนหายใจ เมื่อตระหนักได้ถึงเสียงซ่าอื้ออึงข้างนอก พักนี้ฝนตกลงมาทุกวัน เขาได้แต่หวังว่าพวกยุนโฮจะถึงโรงเรียนแล้ว และคงจะไม่เปียกฝน
ใบหน้าหวานชะโงกไปดูที่เก็บร่มหน้าห้อง เมื่อเห็นว่าทุกอันถูกปลดล็อคไปใช้จนหมด ถึงระบายยิ้มอ่อนๆ ด้วยความโล่งใจ
อย่างน้อยก็คงไม่ต้องเปียกแฉะกันกลับมาล่ะนะ
....
...
มือขาวบอบบางจับด้ามทัพพีด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ริมฝีปากที่แห้งผากฮัมเพลงโปรดด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ถึงแม้น้ำเสียงของเขาในยามนี้จะดูบุบบี้และแหบแห้งไม่หวานใสเหมือนอย่างเคยด้วยพิษไข้ หากแต่ก็ไม่ทำให้เจ้าของใบหน้าหวานสวยลดความงดงามลงไปได้ ชามข้าวต้มร้อนจัดถูกจัดแต่งด้วยเครื่องเคียงหลากสี เวลาผ่านไปไม่นาน โต๊ะอะหารที่ว่างเปล่าจึงเต็มไปด้วยอาหารง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนป่วยอย่างเขาจนเต็มโต๊ะ
“อ๋า...ร้อนๆ”
แจจุงยกนิ้วเรียวขึ้นอมทันทีที่น้ำข้าวสีขาวอ่อนร้อนจากเตาเผลอหยดใส่ปลายนิ้วบอบบางของเขา ร่างบางจัดแต่งโต๊ะอาหารเสียสวยงามราวกับเขากำลังจะทำอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อที่ไหนมากมาย สะโพกผายไม่ทันจะหย่อนปุลง คนน่ารักก็เคาะศีรษะตัวเองเบาๆ ราวกับคิดอะไรออกเสียก่อน
“นี่เราลืมเจ้านั่นไปได้ไงเนี่ย”
มือขาวตักข้าวต้มขึ้นเป่าเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ละเลียดชิมเพราะความร้อนของอาหาร พอกินไปได้คำนึง ช้อนเรียวก็ถูกยกขึ้นชี้ไปข้างหน้า ดวงตากลมสุกใสจ้องมองไปที่วัตถุขนปุกปุยแล้วเอ่ยปากทักทายมันราวกับมีชีวิต
“ฮะๆ ไงล่ะเจ้าหมี อยากกินบ้างล่ะซี่ ฉันใจร้ายมากใช่ไหมที่เอานายมานั่งดูฉันกินแบบนี้”
แจจุงยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ “นี่ฉันใจดีมากๆ เลยต่างหาก นายโชคดีมากเลยน้า ที่ได้ดูคนสวยอย่างฉันกินข้าวใกล้ๆ แบบนี้ เจ้าหมี”
เจ้าหมี?...เรียกอย่างนี้มันดูตลกๆ ยังไงอยู่หว่า..
จริงสิ นายยังไม่มีชื่อเลยนี่นา
แขนเรียวสองข้างยกขึ้นกอดอก ทำท่าครุ่นคิด สักพัก..ริมฝีปากบางก็แย้มรอยยิ้มออกมาอย่างเปรมปรีดิ์
“ใช่แล้ว ..ชื่อ ‘ยุนโฮ’ ดีกว่า ฮะๆ ดูสิ ทำไมถึงเหมือนกันได้ขนาดนี้น้า” แจจุงยกเจ้า’ยุนโฮ’ ถึงเจ้าตัวคิดว่ามันคงจะดีใจมากๆ ที่เขาตั้งชื่อให้ขึ้นแนบอกลูบขนที่นุ่มนิ่มของมันอย่างรักใคร่ราวกับมันเป็นใครบางคนเจ้าของชื่อนี่จริงๆ
“ตัวอ้วนๆ ชอบทำหน้ามุ่ยๆ ..” นิ้วเรียวยกขึ้นจิ้มที่ขนปุยอย่างหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าพูดถึงเจ้าตุ๊กตาหมีนี่จริงๆ หรือเปล่า พลางเอ่ยประโยคหลังเสียงเบาหวิว
“แต่ก็น่ารักมากๆ เลย..นะ”
“ยุนโฮ หมีขาว ..หมีอ้วน หมี.. หมียุน” ปากกลมๆ เอ่ยเจื้อยแจ้ว แล้วหัวเราะเบาๆ มือบางบีบแก้มนุ่มนิ่มของเจ้าหมีได้ไม่นาน ซักพักจึงตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง ตากลมใสสีนิลจ้องหน้าเจ้าหมีน้อยอย่างเอาเรื่อง
แล้ว..ทำไมต้องพูดคำว่า ยุนโฮ บ่อยๆ ด้วยนะ
เจ้าหมีน้อยที่ดูท่าจะไม่เข้าใจสิ่งที่คนสวยพูด ได้แต่ทำหน้าเฉยเมยกลับมาจนแจจุงหัวเราะร่วนอีกครั้ง
“ฮ่าๆ เรานี่ท่าจะบ้า คุยกับตุ๊กตาก็เอาแฮะ”
เสียงใสแต่ติดจะแหบแห้งอยู่ในทีค่อยๆ เบาลงจนกลายเป็นเงียบเชียบ บรรยากาศที่เคยสดใสถูกเสียงฝนสาดดังสำทับจนแทบจะไม่ได้ยินอะไรอีก ดวงตากลมฉายแววเศร้าหมองเล็กน้อย มือขาวยกตุ๊กตาหมีตัวน้อยขึ้นแนบอกแน่น ก่อนจ้องมองไปยังทะเลฝนที่เทกระหน่ำนอกหน้าต่าง
“..กลับมาเร็วๆ นะยุนโฮ ...พอเอาเข้าจริงๆ ไม่ทันไรฉันก็คิดถึงนายอีกซะแล้ว”
.......
.......
..........
“ฮ้าดชิ่ว~” ใบหน้าคมคายยกมือขึ้นบีบจมูก พลางสบถบ่นตัวเองที่เผลอส่งเสียงน่าอายออกมา
“แย่จริง”
“ฮ่าๆ ไปทำให้ใครเขาแค้นมาหรือเปล่า ถึงได้โดนนินทาเอาแบบนี้” ดวงตาหยีเล็กคลี่ยิ้มจนเรียกได้ว่าน่าหมั้นไส้ จนคนหล่อตีหน้าบึ้ง
“เปล่าเฟ้ย”
“ยูชอนจะกินรึยัง ไม่กินฉันกินแล้วนะ” คนน่ารักเอ่ยเสียงใส ไหนว่าจะกินคนละคำ เอาแต่พูดแบบนี้เขาจะกินต่อได้ยังไงล่ะ
“อ่ะๆๆ กินแล้วๆ ตัวเองป้อนเค้าหน่อยสิ” คนหน้าหมั่นไส้ตีหน้าทะเล้น จนส่วนเกินอย่างยุนโฮอดจะแหวใส่ไม่ได้ “โอ๊ย ให้มันน้อยๆ หน่อยเว้ย อย่าเพิ่งลืมว่าที่นั่งกันอยู่นี่มี’สาม’คน”
เสียงทุ้มหล่อดูจะเน้นคำว่า สาม เป็นพิเศษ หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนรักสะทกสะท้าน “อยากทำบ้างก็ไปอ้อนแจจุงที่บ้านไป๊”
เสียงหัวเราะดังร่วนขึ้นหลังจากคนหน้าหล่อต้องพ่ายแพ้ให้กับคารมของคนหน้าด้าน ยุนโฮเบ้ปากเมื่อคิดได้ว่าอย่างไรสภาพการณ์ตอนนี้ลำพังตัวเขาคงไม่สามารถเอาชนะเจ้าคู่หวานสัตว์โลกน่ารัก(?)นี่ได้แน่ๆ
วันนี้ฝนดูจะตกหนักเป็นพิเศษ พวกยุนโฮจึงต้องอพยพกันมานั่งกินกลางวันเฉพาะกิจที่ห้องของจุนซู เพราะเหล่าแฟนคลับของเขาที่ตามเอากับข้าวมาให้ที่ห้องดูจะวุ่นวายเกินไปจนเรียกได้ว่าน่าเบื่อ ขนมปังสี่ห้าชิ้นที่ชางมินซื้อเผื่อมาฝากในตอนเช้าทำให้พวกเขาไม่อดตาย นับว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่พวกเขาเห็นนประโยชน์จากนิสัยตะกละของรุ่นน้องคนนี้
หากแต่โต๊ะหนังสือที่ถูกขยับขยายมาเป็นโต๊ะอาหารชั่วคราวก็จำต้องเหลือสมาชิกอยู่แค่สามคน ด้วยเหตุที่ว่ารุ่นน้องดีเด่นของเค้ามันต้องสละพลังกายและอาหารกลางวันไปช่วยอาจารย์หมวดวิชาพิเศษตรวจงาน ตามคำขอร้องของอาจารย์แสนสวย
เก่งไป หล่อเกิน ก็เงี้ยแหละนะไอ้น้อง..
…
..
..
ในขณะที่โลกหมุนไป..
เวลาก็ยังคงเดินต่ออย่างไม่หยุดพัก
หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางนั่งไขว์ห้างอย่างสบายใจอยู่ในรถลีมูซีนคันหรู มือผ่ายผอมยกขึ้นขยับกรอบแว่นสีชาให้เข้าที่ ริมฝีปากแดงสดคลี่ยิ้มเยาะอย่างสวยงามหากแต่ก็เรียกได้ว่าร้ายกาจ เล็บหลากสีร้อนแรงบรรจงกดปุ่มโทรศัพท์ลงไปอย่างชำนาญ ภายในรถคันสวยที่จอดตากทะเลฝนที่สาดกระหน่ำเทียบท่าอยู่หน้าอพาตเม้นท์ของพวกยุนโฮ
“ค่ะ ท่านหรือคะ โทแพซเองค่ะ” เสียงหวานเคลือบยาพิษเอ่ยเรียบ ดวงตาเรียวประดับอายไลน์เนอร์โฉบเฉี่ยวปราดมองไปยังอพาร์ตเม้นท์หรูที่เงียบสงัดราวกับร้างผู้คนเพราะฝนท ี่ตกหนักแล้วคลี่ยิ้ม
“ตอนนี้ชั้น..อยู่หน้าอพาร์ตเม้นท์ของคุณแจจุงแล้วนะคะ”
“จะให้เข้าไปเลยไหมคะ?” คำถามสั้นๆ ฟังดูง่ายคลายออกมาจากเรียวปากสวยของเธอ หากแต่เป็นคำถามที่ถ้าพวกยุนโฮได้ยินก็คงจะตกใจเป็นแน่แท้
เพราะมันหมายถึงเวลาที่พวกเขากำลังจะถูกพรากออกจากกัน..
ยังปกป้องได้อีกไหม..
ยังจะได้อยู่ด้วยกันอีกหรือเปล่า?
ไม่มีใครล่วงรู้..
สายฝนยังคงสาดเทไม่หยุดหย่อน ราวกับจะปกป้องร่างบางที่โปรยยิ้มน่ารักๆ อยู่ภายในห้องที่แสนสงบ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าตัวเกลียดฝนเป็นไหนๆ แต่แจจุงจะรู้บ้างไหมนะ ว่าน้ำนับล้านๆ หยดนี้กำลังพยายามช่วยปกป้องเขาอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน ท้องฟ้า หรือพระอาทิตย์..
ต่างกำลังให้กำลังใจคุณหนูแสนหวานอยู่จากเบื้องบนท้องฟ้าด้วยสายตาอาลัย
กับชะตาชีวิตที่แสนเศร้าไม่สิ้นสุด
และจากคำขอร้องของชายหนุ่มผู้แสนดี..
...
..
..
ณ ค่ำคืนหนึ่งก่อนหน้าจันทราลับ
มือหนายกขึ้นประสานแนบอก ใบหน้าคมคายก้มลงแนบกับมือทั้งสองราวกับจะขอพร ภายหลังได้รับรู้อดีตและความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายของคนรัก
อดีตแสนหวาน..ที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นมีดนับพันเล่มที่วิ่งเข้าทิ่มแทงร่างกายของเขา
และความเป็นจริงที่โหดร้าย..ที่ได้ล่วงรู้ว่าคนที่ตนรักกำลังตกอยู่ในอันตราย
ยุนโฮก้มลงประสานมือขอร้องต่อดวงดาว ท้องฟ้า และพระเจ้า..
...ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใคร หรือผมจะต้องเสียใจ
ก็ขอให้พระองค์ช่วยปกป้องเขาแทนผมด้วย...
ช่วยปกป้อง ’คิมแจจุง’ หัวใจที่แสนดีของชองยุนโฮให้ที.........
ไม่รู้ว่าใครจะศรัทธาในสิ่งใดแค่ไหน หรือพรจากพระเจ้านั้นจะมีจริงหรือไม่
หากแต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ..
ร่างผอมบางของแจจุงสะดุ้งตื่นขึ้นมา หลังจากตกสู่ห้วงนิทราด้วยฤทธิ์ของยาลดไข้ มือเรียวกำตุ๊กตาหมีในมือแนบอกแน่น หัวใจถูกบีบรัดจนแทบจะระเบิด
เป็นอะไรไปนะ..
ดวหน้าหวานบูดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด ทนไม่ได้ที่จะต้องลุกขึ้นมาเดินวนไปวนมารอบห้อง เพื่อคลายอาการบีบรัดในตัวเอง เหลื่อไคลไหลอาบดวงหน้าหวาน ชั่วพริบตา..แจจุงที่ไม่คิดอยากจะขยับตัว กลับสั่งให้ตัวเองเดินออกมานอกห้องอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ
ราวกับรับรู้ได้ถึงสัญชาตญาณแห่งอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้..
สิ่งที่ติดตัวเขาออกมามีเพียงตุ๊กตาหมีสีขาวที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ
ฝนที่สาดมาปรอยๆ ทำให้แจจุงรู้สึกเซ็ง ร่างเพรียวบางตัดสินใจจะเปิดประตูกลับเข้าไปอีกครั้ง แต่เสียงตึกตักที่ดังมาตามทางเดินกลับฉุดเรียวขานั้นให้ออกมาไกลจากประตูห้องอย่างตระหนก
เป็นอะไรไปแจจุง? ใครเค้าอาจจะกลับมาห้องของตัวเองก็ได้นี่นา..
แจจุงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังเชิดร่างของเขาให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ราวกับจะบอกว่าให้หนี ราวกับจะบอกว่าในห้องนั้นกำลังจะมีอันตราย..
ขาเรียวตัดสินใจก้าวเดินไปหลบอยู่ที่หลังมุมทางเดิน ห้องเก็บของของพนักงานทำความสะอาด ร่างเล็กๆ ขดตัวอยู่ในมุมมืดอย่างสับสนในตัวเอง นี่เขากำลังหลบอะไรอยู่?
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของแจจุงสั่นระริก ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวเมื่อเสียงรองเท้านั้นหยุดลงพร้อมกับร่างของหญิงสาวท่าทางมาดมั่นที่ตรงหน้า ประตูห้องของเขาและยุนโฮ..
หญิงสาวกับชายร่างสูงใหญ่ราวสามถึงสี่คน..ที่กำลังพยายามกระแทกประตูห้องของเขาอย่างบ้าคลั่ง..
คนพวกนี้เป็นใครกัน
หรือว่า..?

ต่ออีกนะค่ะ อยากอ่านง่า
#1 By =belle= (117.47.201.38) on 2008-10-01 16:28