True or Lies?[27]

posted on 24 Sep 2008 18:04 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance/Angst
Rating(this part): PG-13

 

27.Raining

 

 

“นาย..ว่ายังไงนะ?” เสียงใสเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ ริมฝีปากอุ่นที่เพิ่งถูกสัมผัสสั่นระริกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ หากแต่คนร่างสูงยังคงยืนยัน

“ฉันรักนาย..คบกับฉันเถอะนะ..จุนซู”

“นาย..หมายความว่าแบบนั้น..จริงๆ ..น่ะเหรอ?” ดวงตาเรียวเล็กเอ่ยถามราวกับไม่แน่ใจในคำตอบ หากแต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมีเพียงใบหน้าคมคายที่พยักลงมาเบาๆ แล้วส่งยิ้มที่คิดว่าจริงใจที่สุดมาให้ ทันใดนั้นน้ำใสๆ ที่ไม่รู้มาจากไหนก็ค่อยๆ เอ่อท้นจนล้นนัยน์ตาเรียว จุนซูยกแขนสองข้างขึ้นกอดยูชอนจนแน่น พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยที่ไม่พูดอะไรซักคำ

“นาย..เสียใจเหรอ” มือหนากระชับอ้อมกอดอบอุ่นตอบ ใบหน้าคมคายก้มลงไปซบแนบกับไหล่บางของคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจ จุนซูรีบละล่ำละลักตอบทั้งๆ ที่ยังไม่หยุดสะอื้น

“เปล่า..ฮึก ฉันดีใจ ดีใจต่างหากเล่า..”

“ปกตินายไม่ร้องไห้อย่างนี้นี่นา” คนร่างสูงลอบยิ้ม หากแต่ยังแสดงละครปั้นหน้าซีเรียสต่อไป

“นายยิ้ม ร่าเริง และน่ารักตลอดเวลา..ถ้าสิ่งที่ฉันบอกมันทำให้นายรู้สึกแย่ละก็..ฉันจะออกไปจากชีวิตนายก็ได้นะ”

“ฮึก..”

“ยังไงซะความสุขของนายก็คือความสุขของฉัน” สิ้นคำคนตัวเล็กก็ปล่อยโฮลั่น ทำเอาคนแกล้งเก็กท่าแตก ด้วยคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ จุนซูจะร้องไห้เป็นวักเป็นเวรขนาดนี้

“ฉันล้อเล่นหรอกน่า! ถึงนายจะไม่ชอบฉันขึ้นมาจริงๆ ฉันก็ตื๊อนายอยู่ดีนั่นแหละ!

.

.

.

 

“ฉันคิดถึงนาย..” สิ้นคำแจจุงจ้องมองกลับไปที่ดวงตาเรียวสีน้ำตาลอย่างไม่เข้าใจ สองแขนกอดกระชับตัวเองแน่น ลูกแก้วสุกใสสีดำสนิทฉ่ำช้ำน้อยๆ ทั้งตกใจ ปวดใจ กังวลใจไปพร้อมๆ กัน หัวใจดวงน้อยกระตุกรุนแรงจนร่างบางๆ สั่นสะท้าน

“แจจุง..จำฉันไม่ได้เหรอ?” ชายหนุ่มพร่ำคำเสียงสั่น เมื่อเห็นคนรักของตัวเองทำสีหน้าเจ็บปวด ..เขาเองก็เจ็บ ..เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ..

“ผม..ผมไม่รู้จักคุณหรอก..ได้โปรด ..เถอะ ผมไม่รู้จักคุณจริงๆ...” เสียงหวานที่เคยราบรื่นกลับเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น แจจุงไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

 

 

เขาเคยเป็นอะไรกับคนคนนี้มาก่อน?

ทำไมแค่ได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยนี้..เขาก็แทบขาดใจเสียแล้ว

 

 

ร่างบางห่อตัวแน่นก่อนจะรีบออกวิ่งไปตามถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน มือขาวยกขึ้นกุมหัวใจแน่น มือขาวกำของที่ซื้อเอาไว้แน่นบางชิ้นก็หล่นออกไปอย่างที่ร่างบางไม่สนใจจะเก็บ ร่างกายที่อ่อนล้ากำลังทำร้ายตัวเขาจนแทบไม่มีแรงก้าวเดิน ..เจ็บ..เจ็บอะไรแบบนี้..

ซองฮยอนมองตามหลังร่างบางที่วิ่งจากเขาไปด้วยแววตาเลื่อนลอย ขาเรียวค่อยๆ เดินจากไปในกลุ่มฝูงชน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่ากับใครอีกคนที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นจากที่ห่างๆ มาตั้งแต่เริ่ม

 

 

เจ็บปวดใช่ไหมแจจุง...

รู้ไหม...ฉันก็กำลังจะตายเหมือนกัน..

 

 

ใบหน้าคมคายของบุคคลที่สามเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดวงตาเรียวปิดสนิทคิดคำนึงถึงแต่คนรักที่เป็นของเขาเพียงแค่เปลือกนอก หยดน้ำเม็ดหนึ่งหล่นลงมาสัมผัสกับผิว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำนับหมื่นหยดที่ตกลงกระทบพื้น ร่างสูงที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนปล่อยให้กายที่แข็งแรงเปียกชุ่มโดยไม่คิดจะสนใจหมู่ฝูงชนที่พากับวิ่งหลบด้วย ความพลุกพล่าน

 

ปล่อยให้สายฝน..ไหลรดลงบดบังดวงตาที่แสนอ่อนล้า..

กับหยดน้ำรสเค็มปร่า..ที่ไหลล้นออกมาจากนัยน์ตาปวดร้าวคู่นั้น..

ตอนนี้..ความจริงที่โหดร้ายกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้เขา..ทุกทีแล้ว..

ฉันรักนาย...ได้ยินไหม..แจจุง....

.

.

.

.

 

 

“แอ๊ด..” เสียงประตูไม้บานเดิมถูกเปิดออก ห้องเดิมๆ กับบรรยากาศเดิมๆ..สถานที่แห่งความสุขที่มีเพียงพวกเขาห้าคน..

เจ้าของร่างบอบบางละความสนใจออกมาจากมือน้อยๆ ของตัวเองที่กำลังจัดแต่งโต๊ะอาหารด้วยความสนุกสนาน ดวงตาเรียวเล็กหยียิ้มให้กับผู้มาใหม่อย่างร่าเริง ก่อนจะส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้เพื่อนรักอีกสามคนรับได้ฟัง

“ยุนโฮกลับมาแล้วล่ะทุกคน! อ้าว แล้วนั่น..ไปทำอะไรมาถึงเปียกซ่กอย่างนั้นล่ะ?”

.

.

.

ภายใต้ความมืดที่แสนสงบ ดวงตาเรียวขยับถี่ก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นมา มือเรียวควานพาดผ่านผืนผ้าไปรอบๆ กายเมื่อสัมผัสอบอุ่นในอ้อมกอดหายไป กลิ่นอากาศกรุ่นละอองฝนที่โปรยลงมาเมื่อตอนเย็นลอยละล่องลงฉ่ำทั่วทุกหนแห่งกับไอดินอ่อนๆ ที่โชยเข้ามาแตะจมูกทำให้ร่างสูงรู้สึกแปลกใจ สายตาเรียวมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังเงาเล็กๆ มุมห้องที่ยืนตากน้ำค้างพิงระเบียงหนาวเย็นอยู่ข้างนอกอย่างเป็นห่วง

มือหนาก้มลงสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง สัมผัสอุ่นสบายที่แผ่นหลังเรียกใบหน้าหวานให้หันหลังกลับไปมองอย่างแปลกใจ เสียงทุ้มเอ่ยเรียบทั้งๆ ที่ยังไม่ละอ้อมกอด “มาทำอะไรอยู่ตรงนี้แจจุง เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”

มือขาวกระชับสัมผัสอบอุ่นตอบ ดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆ ราวกับจะกลั้นน้ำตา ผิวขาวนุ่มภายใต้เสื้อไหมพรมสีขาวสั่นสะท้านขึ้นน้อยๆ

“อื้อ...แจจุงนอนไม่หลับ..”

“ตากน้ำค้างจนตัวเย็นแบบนี้ได้ยังไง เข้ามาข้างในเถอะ” มือใหญ่กอบกุมข้อมือเล็กไว้แน่น ก่อนจะจูงร่างบางเดินเข้ามาในห้อง ฝ่ามือหนาอีกข้างขยับไปเลื่อนบานกระจกใสปิดสนิทก่อนจะหยิบผ้าห่มผืนนุ่มมาห่มให้คนตัวเล็กกว่า

 

โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่า..

มือที่แข็งแรงของตัวเองกำลังสั่นไหวจนยากจะควบคุม..

 

“อื้อ..” ตากลมหยีลงจนเกือบปิดสนิท เมื่อคนตัวโตยกผ้าขึ้นเช็ดเส้นผมสลวยชื้นน้ำ ใบหน้าคมโน้มลงพิงไปที่ข้างแก้มใส ดวงตาเรียวปิดสนิท ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดข้างแก้มทำใบหน้าหวานๆ ขึ้นสีเรื่อ

“หยะ..ยุนโฮ”

“ขออยู่อย่างนี้ซักพักเถอะนะ..” หัวใจที่สั่นไม่หยุดค่อยๆ สงบลง ยุนโฮหลับตาปล่อยให้ร่างกายซึบซับความอบอุ่นจากร่างกายหอมหวานนี้เนิ่นนาน.. ก่อนจะค่อยๆ ผละออกมา

มือหนาคว้าผ้าห่มเตรียมจะล้มตัวลงนอน หากแต่สัมผัสที่ข้างแก้มกลับทำให้เขาต้องฝืนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมือเล็กรวบแผ่นหลังกว้างเข้ามากอดแน่น ริมฝีปากบางนุ่มแนบลงไปที่ผิวแก้มคร้ามแดดของอีกฝ่ายเบาๆ ดวงตาเรียวเบิกกว้าง จ้องมองลงไปในดวงตากลมอย่างหาคำตอบ เสียงหวานเอ่ยเคล้าสะอื้นเบา

“ยุนโฮ..อยู่กับฉันตลอดไปนะ..”

..รู้ไหม...?

ว่าฉันก็อยากจะกอดนายแบบนี้ตลอดไป..

“อืม..”ฉันอยู่เคียงข้างนายเสมอแจจุง..

แม้ว่าซักวันหนึ่ง..นายอาจจะเดินจากฉันไปก็ตาม..

ฉันรู้ดี..

.

.

.

.

“เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้าคุณหนูนั่นสบายดีไหม?..” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งอย่างคนมีอายุเอ่ยกับลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจกลับมา

“ครับ จากสายรายงานว่าคุณแจจุงยังอยู่สบายดี โทแพซส่งข่าวมาว่าเค้ามีอาการความจำเสื่อม ตอนนี้พักอาศัยอยู่กับเด็กหนุ่มมัธยมปลายชื่อ ชองยุนโฮ ครับ”

“ความจำเสื่อม? ฮะ น่าขำ เดิมก็ใช่ว่าจะมีสมองอะไรสักเท่าไหร่เถอะ..” ชายชราเว้นวรรคสูดลมหายใจ “ว่าแต่ชองยุนโฮที่ใครกัน”

รอยยิ้มดูไม่น่าไว้ใจเผยขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ชายหนุ่มในชุดสูทเอ่ยรายงานต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ

“เป็นทายาทคนโตของตระกูลชอง ทำธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเกาหลีครับ ตอนนี้ออกมาพักนอกบ้านชั่วคราวเนื่องจากอยู่ในช่วงศึกษาต่อครับ”

“หึหึ ลูกเศรษฐีเหมือนกันรึเนี่ย เข้าใจคบเพื่อนนะเจ้าเด็กนั่นน่ะ..แล้วฝั่งพี่ล่ะ ไปถึงไหนแล้ว” เสียงแหบเปลี่ยนคำถาม ก่อนจะยกชาอุ่นขึ้นจิบอย่างสบายใจ

“คุณแจฮียังตามหาคุณแจจุงอยู่อย่างไม่ลดละกำลังเลยครับ ได้ข่าวตอนนี้ลีซองฮยอนก็กำลังลงมือทำงานเองแล้วด้วย” คำตอบของลูกน้องทำเอาชายชราหัวเราะร่า

“ฮะ ไอ้เจ้านั่นมันโง่ขนาดทำเมียสุดที่รักหายแล้วยังไม่มีปัญญาหาอีกเรอะ?! น่าขันสิ้นดี ฝ่ายพี่ก็เหมือนกัน แค่ลูกคนเดียวยังปล่อยให้หนีหายไปได้ ดูซิว่ามันจะหาไปได้อีกซักกี่น้ำ ถ้าเราเล่นขัดการติดต่อค้นหาข้อมูลจากบริษัทไปเรื่อยๆ แบบนี้น่ะ”

“แล้วเจ้านายจะเอาอย่างไรต่อครับ” ชายหนุ่มถามอย่างระวังตัว เขารู้ดีว่าเจ้านายของเขาไม่ใช่คนที่ดีเท่าไหร่นัก.. ถึงแม้จะเป็นคนในสายเลือด..ก็ใช่ว่าจะได้รับการยกเว้น

ไม่มีอะไรที่ผู้ชายคนนี้ต้องการแล้วไม่ได้อย่างที่ใจหวัง..

 

“ไม่ต้องรอแล้ว ฉันก็แค่อยากจะปั่นหัวพวกมันเล่นไปสักระยะแค่นั้นแหละ ถ้ายังไม่มีปัญญาหาตัวให้เจอก็ถือว่าซวยเอง ติดต่อโทแพซด่วน พาตัวคิมแจจุงมาให้ได้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอสังเกตการณ์แล้ว อย่าให้พลาดล่ะ!” ดวงตาใต้กรอบแว่นสีชาดูจะไม่เห็นด้วยเล็กน้อย หากแต่ฝีปากกล้ากลับตอบรับคำมั่น

“ครับ”

ดวงตาเรียวบนขอบตาที่เหี่ยวย่นแย้มยิ้มอย่างน่ารังเกียจ ก่อนจะเอ่ยคำพูดเบาๆ กับตัวเองด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข “เอ้า..หัวปั่นกันเข้าไป ดูซิถ้าพวกมันรู้ว่าฉันเอาตัวแจจุงมาได้ง่ายๆ ล่ะก็จะทำหน้ายังไงกัน”

เสียงแหบแห้งหัวเราะดังลั่นห้องพักหรูอย่างไม่เกรงใจใคร...

..ก็อยากเป็นที่รักมากเกินไปทำไมล่ะ...ช่วยไม่ได้นี่นะ..คุณหนูแจจุง...

.

.

.

“ฮัดชิ่วว..” จมูกรั้นขยับฟุดฟิดก่อนจะมุ่ยหน้าลงอย่างอ่อนแรง แขนขาที่ขาวบางยิ่งขาวขึ้นไปอีกจนดูเหมือนจะเป็นซีดมากกว่า ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำน้อยๆ เหมือนกับคนอดหลับอดนอนมาแรมปี ท่าทางปวกเปียกกับใบหน้าแดงงอง้ำนั่นเรียกให้คนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำตกใจและเป็นห่วงได้ในเวลาเดียวกัน

“อ้าว..แจจุงตื่นแล้วหรอ ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมทำท่าเหมือนคนไม่มีแรงแบบนั้นล่ะ” เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยหยอก มือใหญ่คว้าเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดจากฝีมือการซักของร่างบางตรงหน้าขึ้นมาสวมก่อนจะเดินเข้าไปพยุงร่างบาง ที่เพิ่งฟุบตัวขึ้นมาจากที่นอน กลุ่มผมนิ่มนั้นดูยุ่งเหยิง แต่ยุนโฮก็ยังเห็นว่ามันน่ารักดี..

และเขาเองก็ยังทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร..

ถึงแม้ความจริงที่เขาหวาดกลัวจะกำลังต้อนเขาให้จนมุมจนแทบจะหายใจไม่ออกก็ตาม..

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรสัก...” ริมฝีปากเรียวเอ่ยปากกล้า แต่ทันทีที่เรียวขาขาวขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างทั้งร่างที่กำลังอ่อนแอด้วยพิษไข้ก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นต่อหน้าต่อตายุนโฮ จนร่างสูงที่ตกใจต้องปราดตัวลงไปประคองคนรักด้วยความรวดเร็ว

“แจจุง! เป็นอะไรหรือเปล่า”

“อึ่ก...ฮัดชิ่ว ฮึก ฟึด” ร่างบางสั่นไหวตามแรงจามจนสะอึก ริมฝีปากบางเบ้ลงนิดหน่อย

“นั่นไง..ฉันว่าแล้ว คราวก่อนจุนซูก็เพิ่งไม่สบายไป นี่นายก็มาเป็นไปอีกคน ช่วงหน้าฝนน่ะมันต้องระวังสุขภาพให้มากๆ รู้ไหม เล่นไปยืนตากน้ำค้างแบบเมื่อคืนน่ะ ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ” ปากหยักได้รูปบ่นพรำเป็นหมีกินผึ้ง

“แล้วนี่จะทำยังไง..วันนี้ฉันมีเรียนซะด้วยสิ..”

“นายไปเถอะน่า.. ฉันไม่เป็นอะไรหรอก” คนน่ารักเอ่ยอย่างมั่นใจ ถึงอย่างนั้นใบหน้าคมคายก็ยังไม่คลายกังวล

“แต่ว่า..”

“ไม่มีแต่นะยุนโฮ” แก้มใสพองลมจนป่อง “นายต้องไปโรงเรียน”

“ไปก็ไป” เสียงทุ้มถอนหายใจอย่างปลงๆ ก่อนจะทำท่าเหมือนคิดอะไรออก

”จริงสิ! รอเดี๋ยวนะแจจุง” ร่างบางเอียงคอมองการกระทำของคนรักอย่างงงๆ ร่างสูงก้มลงตรงชั้นวางของบนหัวนอนครู่หนึ่ง ก่อนมือหนาจะคว้าตุ๊กตาหมีขาวตัวขนาดพอดีกอดขึ้นมาพลางยิ้มเผล่ แล้วส่งมันให้กับแจจุง

“อะไรน่ะยุนโฮ” เสียงหวานเอ่ยเคลือบแคลงพลางจ้องหน้าตุ๊กตาในมืออย่างหมั่นไส้

“จ้องฉันเหรอเจ้าหมีบ้า นี่แน่ะ นี่แน่ะ..” มือเล็กกำหมัดน้อยๆ รัวใส่ท้องนุ่มๆ ของตุ๊กตาในมือพลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ยุนโฮยิ้มให้กับท่าทีน่ารักๆ นั่น ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู

“ถือว่านั่นเป็นตัวแทนของฉันก็ละกันนะ”

“อะไรกัน นายไม่อยู่แปปเดียวเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว กลัวฉันเหงาขนาดนั้นเลยหรือไง”

แก้มใสฉีกยิ้มน่ารักพลางเอ่ยล้อคนรักเล่นๆ มือเล็กยกขึ้นกอดตุ๊กตานุ่มนิ่มในแนบอก แต่สิ่งที่ได้รับจากร่างสูงกลับมีเพียงรอยยิ้มเศร้า

“ไม่รู้สิ เหมือนวันนี้ฉันมีลางไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าถ้านายคิดถึงฉันก็ขอให้กอดตุ๊กตานั่นเอาไว้แน่นๆ นะ จะได้เหมือนว่าฉันคอยปกป้องนายอยู่ตลอดเวลาไง”

“แหยะ เลี่ยนชะมัด” ริมฝีปากบางเบ้ออก แต่ยุนโฮกลับจ้องเขม็ง

“ก็ถ้าไม่เพราะนายไปยืนตากน้ำค้างแบบนั้นเมื่อคืน ฉันก็ไม่ต้องมาห่วงแบบนี้หรอก”

ใบหน้าหวานงอง้ำขึ้นอย่างเซ็งๆ “อะไรเล่า เอาแต่ดุอยู่นั่นแหละ..”

“ก็เป็นห่วงนี่..” คำพูดสั้นง่ายได้ใจความทำเอาแก้มใสขึ้นสีแดงเรื่อ ยุนโฮยิ้มให้กับอาการเขินที่น่ารักสุดๆ นั่น เสียงหวานเอ่ยกระเง้ากระงอด

“ยุนโฮขี้โกง..เมื่อวานนายก็ตากฝน ทำไมไม่เป็นอะไรเลยล่ะ”

“ก็ฉันออกกำลังกายทุกวัน ก็ต้องแข็งแรงสิ” ร่างสูงยิ้มอย่างผู้มีชัย มือหนายกขึ้นขยี้กลุ่มผมนิ่มจนปลิว หลุดขำกับท่าทีแอบแช่งของคนตัวเล็กที่ดูท่าคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเขาแน่ๆ

“ดื้อขึ้นเยอะเลยนะเราน่ะ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมองคนรักพลางเอียงคอด้วยความสงสัย เสียงใสแกล้งโวยวายอย่างไม่จริงจังนัก “แล้วไม่รักรึไง?!

ดวงตาเรียวเล็กเบิกขึ้นกับท่าทีน่ารักของอีกฝ่ายที่ปกติไม่ค่อยจะแสดงออกตรงๆ แบบนี้ซักเท่าไหร่นัก ดวงตาเรียวเล็กหยีลงจนดูเหมือนจะปิดพร้อมส่งยิ้มกว้างไปให้ “รักสิ ยุนโฮน่ะรักแจจุงที่สุดในโลกเลยล่ะ..”

สิ้นคำ หัวกลมๆ ก็ก้มลงจนคางแทบจะชิดกับหน้าอก แก้มใสฉีดสีเรื่อจนแดงจัด หัวใจดวงน้อยพองขึ้นจนคับอก ยิ้มน้อยโผล่ขึ้นที่ข้างแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่กับคำหวานที่หยอดไม่รู้จักหยุดของยุนโฮ

แต่ว่าไม่รู้ว่าตาโตๆ ของเขาฝาดไปรึเปล่า..

ถึงได้เห็นรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นของยุนโฮ..

ดูจะฝืนๆ กว่าทุกครั้ง..?

.

.

.

.

 

 

Talk : วันมะรืนสอบ - - แวะมาอัพล่วงหน้าเพราะสัญญากับคนในบอร์ดไว้ เพราะสองอาทิตย์หน้ายุ่งเลือดสาด ติดเข้าค่ายด้วย เน็ตก็ใช้ไม่ได้ค้างชำระอีกเชื่อเค้าเลย

ปล.ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ เพิ่งอัพ SF อันใหม่ เรท R แรงนะที่รัก ไม่มั่นใจอย่ากด แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการ ^^

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลางร้ายเริ่มมาเยือน
ไรเตอร์ตั้งใจสอบนะค่ะ

#1 By taizaaaaa (202.91.18.201) on 2008-09-24 20:05

อั๊ยย...แอบย่องมาไม่คิดว่าจะอัพแล้ว..

อ่า..บับบว่าเริ่มเกห็นเค้าลางมาเรื่อยๆๆๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยอ่ะ

จะรออ่านน๊า

#2 By white_valentine ของยุนโฮ (161.200.255.162) on 2008-09-24 20:51

อ๊ากกกกกกกกกกก

ไม่นะ .. ใครจะมาเอาตัวแจจ๋าไปจากหมียุนอ่า ..

ฮือออออออออออออ

น่าสงสารอิหมีอ่า .. ต้องแยกจากแจจ๋าแล้วเหรอ ...

#3 By เนเน่ (125.25.36.105) on 2008-09-25 12:04

สงสารยุนอ่ะ

#4 By anna (58.9.220.208) on 2008-09-26 01:18

สงสารหมีล่วงหน้าเลย

แจจ๋าอย่าจำได้นะ

#5 By chomchunnie (124.121.39.211) on 2008-09-29 01:20