True or Lies?[26]

posted on 20 Sep 2008 17:36 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance
Rating(this part): PG-13

 

26.Dejavu

 

 

 

“ปังๆๆ!!

เสียงประตูไม้ถูกเคาะอย่างรุนแรงดังขึ้นจากร่างสูงห้องข้างเคียงที่กระหน่ำมือลงกับเนื้อไม้นั้นอย่างไม่กลัวเจ็บ จนเจ้าของห้องต้องส่งเสียงปรามจากด้านในลั่น

“เดี๋ยวๆ จะไปเปิดเดี๋ยวนี้แหละ” เสียงทุ้มคุ้นเคยดูงัวเงียดังมาจากภายใน ก่อนประตูเนื้อไม้อ่อนที่เพิ่งโดนทำร้ายไปเมื่อครู่จะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก

“มีไรแต่เช้าวะ ไอ้ยูชอน!??” ทันทีที่เห็นหน้าแขก ชองยุนโฮในสภาพหัวฟูตาปรือดูหมดสภาพก็ถึงกับแหวให้อย่างลืมง่วง ตาตี่ๆ หรี่ด้วยความเซ็งอย่างที่ยูชอนรู้ได้เลยว่าเขาคงจะไปขัดจังหวะสวีทวีดวิ้วกับเมียรักยามเช้าของไอ้หมีขี้เซานี่แน่ๆ

“แจจุงอยู่ไหน! เรียกแจจุงให้ฉันหน่อย”

“มีอะไรกับเมียข้าไม่ทราบ?” คำหยาบคายที่สบถออกมาแบบไร้ยางอายทำเอายูชอนแขยง ..ไอ้เพื่อนเวร..ไม่ค่อยจะอายเลยนะเอ็งน่ะ..

“จุนซูไม่สบายหนัก เรียกเขามาดูอาการให้หน่อย” คนหล่อห้อยพยายามใจเย็นประนีประนอมคุยกับเพื่อนยากด้วยความอดทน เพราะขืนมันกวนฝ่าพระบาทเขามากกว่านี้ไอ้รองเท้าแตะนี่มันคงลอยได้แน่ “หา! จุนซูเนี่ยนะ??! ให้ตายสิ เหลือเชื่อเลยเหอะ เออๆ รอแปบ”

 

คนหน้าหมีทำหน้าเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่เก้าของโลก แต่ใบหน้าที่ดูเอาจริงเอาจังของเพื่อนสมัยเด็กก็ทำให้ยุนโฮรู้ทันทีว่ายูชอนคงไม่ได้ล้อเล่น มือหนาเปิดประตูทิ้งไว้ก่อนผลุนผลันกลับเข้าห้อง ทิ้งให้ยูชอนเดินตามเข้าไปข้างในอย่างเซ็งๆ

“แจจุงๆ ตื่นเถอะ” คนตัวสูงจ้ำเข้ามาในห้องนอนอย่างเร่งรีบ มือหนานั่งลงประคองร่างบางที่สะลึมสะลืออยู่ขึ้นมาพลางลูบหัวเบามือ มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาอย่างงัวเงียก่อนจะหัวกลมๆ ที่เต็มไปด้วยกลุ่มผมนิ่มยุ่งเหยิงไปมา ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นคอเสื้อกว้างเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนน่าสัมผัสเล็กน้อย ยุนโฮกลืนน้ำลายอึกใหญ่..

 

..โว้ย..จะน่ารักไปไหนครับพี่น้อง..

 

“อื้อ..มีอะไรเหรอยุนโฮ ยูชอนมามีอะไรเหรอ? วันนี้วันหยุดนี่นา..” คนสวยที่ดูสภาพก็รู้ว่าเพิ่งถูกหมีกกมาหมาดๆ เอ่ยถามเสียงงัวเงีย คางมนวางลงบนไหล่หนาอย่างออดอ้อน ด้วยวันนี้รู้สึกว่าตัวเองจะเหนื่อยผิดปกติเหลือเกิน “รู้สึกว่าจุนซูจะไม่สบายน่ะ ช่วยไปดูอาการให้หน่อยได้ไหม”

เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยข้างหูทำเอาคนตัวเล็กเบิกตาโพลง ก่อนกระวีกระวาดขึ้นทันทีจนยุนโฮสะดุ้ง “หา! จุนซูไม่สบายเหรอ แล้วเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า? ตายล่ะๆ นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันเนี่ย”

อาการตื่นตูมเหมือนกระต่ายตาโตโดนกระรอกแย่งแครอทของคนน่ารักทำเอายุนโฮฉีกยิ้มกว้าง และดูเหมือนว่าปากหยักได้รูปจะกลั้นหัวเราะอยู่เสียด้วย ..อะไรมันจะตกใจขนาดนั้น..

มือขาวจัดรีบคว้าเสื้อคลุมไหมพรมมาห่มตัวบางๆ ของตัวเองเองอย่างลวกๆ พลางจัดทรงผมที่ยุ่งหยิงให้ดูไม่น่าเกลียดมากนักที่หน้ากระจก หัวกลมๆ ส่ายดุกดิกก่อนจะหันหลังมาทำหน้ามุ่ยใส่คนรักที่นั่งยิ้มน่าหมั่นไส้อยู่บนเตียง “แล้วยุนโฮมานั่งยิ้มอะไรอยู่ได้เล่า! รีบไปดูจุนซูได้แล้ว!

ดวงอาทิตย์สีแดงส้มดวงโตที่คล้ายกับจะหล่นลงสู่ห้วงแม่น้ำกว้างใหญ่ทอแสงส่องเข้าดวงตาเรียวเล็กจนคร้าม ออกเป็นสีน้ำตาลอ่อน มือเล็กๆ ที่ขาวซีดลูบไปบริเวณขอบหัวเตียงเบาๆ ก่อนเสียงกุกกักตรงประตูจะเรียกร่างเล็กใต้ผ้าห่มที่เท้าคางมองพระอาทิตย์อยู่ให้ละความสนใจมาจากศิลปะ ธรรมชาติในห้วงฝันได้ครู่หนึ่ง

“อ้าวจุนซู ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มคุ้นเคยที่สะท้อนก้องในห้องสีขาวสงบนิ่งเรียกยิ้มจากคนน่ารักที่อยู่บนเตียงได้เป็นอย่างดี เสียงใสที่ติดจะแหบด้วยพิษไข้เอ่ยเบา

“อื้อ..ยูชอน ทำไมห้องเงียบอย่างนี้ล่ะ พวกแจจุงไปไหนกันหมดเหรอ”

“ยุนโฮรู้สึกว่าจะไปช่วยชางมินทำโปรเจ็คงานของกลุ่มเด็กพิเศษน่ะ” ยูชอนนั่งลงข้างๆ เตียงพลางรูดม่านสีจางออกอีกหน่อย ก่อนจะยิ้มให้เมื่อเห็นจุนซูทำหน้าแปลกใจ

“เรื่องสมองน่ะยกให้ชางมินก็จริง แต่เรื่องกำลังน่ะคงต้องพึ่งเจ้ายุนโฮมันอีกเยอะเลยล่ะ”

จุนซูพยักหน้าไวๆ เมื่อได้คำตอบที่พอใจแต่ความสงสัยยังไม่หมด

“แล้วแจจุงล่ะ”

“แจจุงไปซื้อของมาทำกับข้าว เห็นเมื่อเช้าบ่นๆ ว่าไม่รู้จะทำอะไรให้นายกินเลย ของก็ไม่มี พอฉันบอกว่าจะไปช่วยก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไรๆ ให้ฉันอยู่เฝ้านายดีกว่า” มือหนาเลื่อนไปลูบหัวคนตัวเล็กใต้ผ้าห่มเบาๆ

“เอาแต่พูดถึงคนอื่น.. ว่าแต่นายเถอะ หายแล้วหรือไงถึงได้มานั่งเท้าคางดูพระอาทิตย์สบายใจเฉิบแบบนี้”

“คงใกล้หายแล้วแหละ” เมื่อเห็นสีหน้าราวกับไม่เชื่อของคนตรงหน้าจุนซูก็ได้แต่ตะโกนซ้ำอีกไวๆ

“จริงๆ นะ นายไม่เชื่อฉันหรือไง” ว่าเสร็จแก้มใสก็พองลมจนป่องอย่างที่แสดงให้รู้เลยว่างอนแล้ว จนยูชอนต้องยกมือขึ้นปราม

“เอ้า เชื่อก็เชื่อ อย่างอนแบบนี้สิ ทำหน้ามุ่ยไม่น่ารักหรอก” ร่างสูงว่าพลางทำหน้ายิ้มระรื่น แต่คำพูดของยูชอนทำเอาคนตัวเล็กชะงัก ใบหน้าใสก้มลงอย่างซึมๆ พลางเอ่ยเสียงเบา

”จะน่ารักหรือไม่น่ารัก..นายสนใจด้วยหรือไง..”

จนแล้วจนรอดหูมิกกี้เม้าส์ก็ย่อมใหญ่กว่าคนทั่วไปจนได้ ยูชอนยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องทำออก ใบหน้าคมเลื่อนเข้าไปใกล้พลางสบสายตากับจุนซูจนแก้มใสเริ่มฉีดสีเรื่อๆ “แล้วใครว่าฉันไม่สนใจล่ะ..”

“..ใกล้เกินไปแล้วนะนายน่ะ..” ใบหน้าใสยิ่งหลุบต่ำเข้าไปอีกเมื่อยูชอนเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนแทบ จะชิดติดกัน ลมหายใจที่ผ่อนออกมาแผ่วเบาที่ข้างหูทำคนตัวเล็กจั๊กกะจี้จนต้องร่นคอหนี

“อะ อย่า..สิ ยูชอน..”

ร่างสูงไม่พูดอะไร แต่ใบหน้าคมคายกับเลื่อนไปประทับริมฝีปากที่หน้าผากคนป่วยเบาๆ จนจุนซูร้อนวูบ มือหนาเลื่อนเข้ายึดไหล่เล็กเอาไว้ ก่อนขยับริมฝีปากไล้ไปทั่วใบหน้าใส สมองที่มึนด้วยพิษไข้ของจุนซูยิ่งพร่าเบลอขึ้นไปอีกเมื่อรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกเจ็บไปทั้งหน้าอก ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้น แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีเลือดจนแดงฉานกลับบ่งบอกถึงความรู้สึกของร่างเล็กได้เป็นอย่างดี

“หยะ..ยูชอ..อุ๊บ” เสียงใสที่พยายามเอ่ยเสียงเรียกถูกกลบทับด้วยริมฝีปากได้รูปที่ทาบทับลงมาแผ่วเบา ร่างเล็กเหมือนถูกฉาบด้วยน้ำแข็งจนชาไปทั้งร่าง มือเล็กขาวจัดสั่นเร่าๆ อย่างตกใจ ก่อนดวงตาเรียวเล็กที่เบิกกว้างจะค่อยๆ ปิดลงด้วยความรู้สึกที่เอ่อท้นไปทั้งหัวใจ

ความรู้สึกที่บอกว่า..รัก..รักคนตรงหน้าเหลือเกิน...

ริมฝีปากได้รูปแนบทับอยู่กับปากเล็กครู่หนึ่งก่อนจะดุนดันเลื่อนเปิดริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ลิ้นหนาสากระคายไล้จัดไปตามแนวฟันจนร่างเล็กเผลอเผยอริมฝีปากออกให้ร่างสูงให้รุกล้ำเข้ามาอย่างสั่นๆ วัตถุนุ่มหยุ่นแปลกประหลาดค่อยๆ เข้าครอบครองพื้นที่ในโพรงปากหวานและดูดดื่มความหวานน่าลิ้มลองเข้าไปทีละน้อย ปลายลิ้นหยอกล้อกับเนื้อนุ่มภายในไร้ประสบการณ์หากแต่ยิ่งหนีก็ยิ่งดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกันดูดดื่มมากยิ่งขึ้น

หวาน..เกินกว่าจะสัมผัสได้หมด

ที่สุดแล้ว ที่สุดของหัวใจแล้วจริงๆ ..

มือหนาเลื่อนไปจับมือเล็กให้มาคล้องคอตัวเองเอาไว้ ก่อนจะละริมฝีปากออกมาแล้วเอ่ยคำพูดที่ไขกุญแจความลับของทุกสิ่งระหว่างหัวใจทั้งสองดวงออกมา

“จุนซู...ฉันรักนายนะ”

.

.

ดวงกลมใสกวาดไล่เรื่อยไปยังเนื้อสดๆ ที่เรียงกันเป็นตับให้เลือกซื้อ มือขาวจัดสัมผัสลงไปที่ผิวปลาตัวหนึ่ง ก่อนจะกดเบาๆ ลงไปที่ลำตัว เนื้อแน่นขาวจากสัมผัสที่นิ้วมือนุ่มทำให้คนหน้าสวยพอใจ แจจุงตัดสินใจคีบปลาตัวนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้พนักงาน พนักงานหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะนำปลาสดไปแพ็คกล่องให้พร้อมกับเงินทอน เสียงใสเอ่ยตอบเรียบ

“ขอบคุณครับ..”

“เอ๋..คุณเป็นผู้ชายหรอกหรือครับ?” พนักงานหนุ่มเอ่ยเสียงประหลาดใจพร้อมทำท่าทีไม่แน่ใจ จนคนตัวเล็กเขินแก้มแดง

“ขอโทษครับ แหะๆ ก็เห็นคุณหน้าหวานซะขนาดนี้ ยิ้มก็น่ารักด้วย ถึงจะตัดผมสั้นแต่มันยังระคออยู่ดี ผมก็เลยไม่แน่ใจน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ..” แจจุงยิ้มให้เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ..เคยมีคนพูดกับเขาแบบนี้บ่อยจะตายไป ..เขาชินแล้วล่ะน่า..

ว่าแต่ที่บ่อยนี่..เมื่อไหร่กันนะ?

..

ฮะๆ นี่คุณแน่ใจนะว่าคุณเป็นผู้ชายจริงๆ น่ะ

..

ก็น่ารักซะขนาดนี้ ใครไม่รักก็บ้าแล้วล่ะครับ

..

เสียงทุ้มคุ้นเคยดังก้องออกมาจากความทรงจำสีจางที่รางเลือน แจจุงยกมือขึ้นกุมศีรษะแน่นเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการปวดตุ้บริ้วๆ ที่กดสมองของเขาจนปวดไปหมด ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างทรมาน หากแต่ร่างบางกลับไม่ส่งเสียงร้องใดเล็ดรอดออกมาแม้เพียงเสี้ยว

..ตะกี้เสียงอะไรน่ะ..

สติสัมปชัญญะที่เริ่มมึนงงกดดันแจจุงจนต้องไปยืนพักอยู่ที่มุมของร้านครู่หนึ่ง มือขาวจัดพยายามนวดลงไปบริเวณขมับของตัวเองเบาๆ ก่อนจะลูบคลำไปทั่วใบหน้าหวานของตัวเอง ..ตัวก็ไม่ร้อนนี่ หรือเราจะหูฝาด..?

ร่างบางหันซ้ายขวา..ตรงนี้ไม่มีใครสักคน

แล้วเสียงอะไร..

เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้ว แจจุงจึงรีบหยิบรายการของที่อยากได้ออกมาแล้วเดินไล่หยิบไปทีละอย่างอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเอ้อระเหยเกินไปกว่านี้แล้วร่างกายไม่ไหวจะเดือดร้อนคนอื่นเขาเสียเปล่าๆ วัตถุดิบทำอาหารรวมไปถึงผลหมากรากไม้ถูกจับจองทีละอย่างสองอย่างโดยคนน่ารักจนเยอะแยะเต็มสองมือ เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว แจจุงก็รีบก้าวเดินออกมาโดยไว หากแต่ด้วยความไม่ระวังก็ทำให้ร่างเล็กที่ถือของพะรุงพะรังกระแทกเข้ากับชายร่างสูงที่หน้าร้านอย่างจังจนของหล่นกระจายเต็มพื้น ไม่ทันที่มือขาวจะเลื่อนไปเก็บของ อาการปวดหัวก็กำเริบขึ้นมาอีก

“ขอโทษครับ..”

ขอโทษทีแจจุง..

“เอ่อ เดี๋ยวผมช่วยเก็บนะครับ ..คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

เป็นอะไรหรือเปล่า? เจ็บตรงไหนมั้ย

“คุณครับ”

เอามานี่ผมถือให้เอง..

 

“คุณ!” แจจุงสะดุ้งเฮือก เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากคนตรงหน้า มือขาวจัดรับของที่คนหวังดีเก็บมาให้ด้วยหน้าตาตื่นตกใจจนคนแปลกหน้างง ก่อนเจ้าตัวจะรีบโค้งขอบคุณแล้วเดินเลี่ยงออกมาอย่างตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นแตกพลั่ก ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เขายังยืนกอดกายที่หนาวสั่นอยู่ในร้านขายของที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำนั่นแท้ๆ

 

อะไรกันที่ก้องอยู่ในหัวเรา..

ตะกี้มันเสียงของใครกัน...?

ร่างบางเดินโต๋เต๋มาจนถึงสวนสาธารณะข้างจัตุรัสกลางเมือง มือขาวจัดวางข้าวของลงแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ แขนข้างหนึ่งพาดไปกับพนักพิงแข็งกระด้างอย่างเหนื่อยล้า ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นปิดเปลือกตาที่หนังอึ้ง พลางคิดทบทวนอะไรบางอย่างด้วยความอึดอัด..

นี่เราเป็นบ้าอะไรกัน..?

เสียงอะไร?..แล้วเสียงใคร?

สับสนชะมัด..

 

แจจุงวางข้าวของไว้บนม้านั่งข้างสวนสาธารณะนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มพลางถอนหายใจ

ป่านนี้ก็คงจะห้าโมงแล้วมั้ง..ต้องรีบกลับซะแล้วสิ

มือขาวยกขึ้นพับแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่น้ำพุสาธารณะบ่อเล็ก มือขาวรองผ่านสายน้ำใสแจ๋วพลางจ้องมองด้วยดวงตากลมจนสะท้อนสีน้ำใสสะอาด ก่อนจะวักน้ำขึ้นลูบใบหน้าหวานเบามือ ดวงตากลมโตหลับพริ้มลงปล่อยให้สายน้ำชะล้างความกังวลและความอึดอัดออกไป หัวสมองขาวโพลนนึกถึงแต่ใครบางคนที่เป็นที่รักด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป อะไรบางอย่างที่ยุนโฮเคยรู้สึกเหมือนกันกับเขาในตอนนี้

..อะไรบางอย่างบอกฉันว่าเราอาจจะต้องพรากจากกัน..

ยุนโฮเคยพูดแบบนี้กับเขาครั้งหนึ่ง..เขาไม่เข้าใจว่าที่ยุนโฮพูดหมายถึงอะไร แต่ทำไมตอนนี้เขากลับรู้สึกโหวงเหวงและใจสั่นแปลกๆ ..มันใช่ลางสังหรณ์แบบเดียวกันหรือเปล่า?

แจจุงได้แต่ปรารถนาให้สิ่งที่ตัวเองคิดมันผิด..

 

เมื่อซึมซับน้ำใสสะอาดจนสดชื่นพอใจแล้ว ฝ่ามือนุ่มนิ่มจึงค่อยๆ ละออกมา ร่างบางยกมือทั้งสองข้างลูบไปบนใบหน้าของตนเอง แต่ดวงตากลมโตที่กำลังจะเปิดออกกลับต้องหยุดชะงักชั่วขณะ เมื่อสัมผัสอบอุ่นจากข้างหลังทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปครั้งหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ..

..........

....

..

ใบหน้าหวานเลื่อนหันไปมองคนที่สวมกอดอยู่ ใบหน้าคมคายที่แนบอยู่ที่แผ่นหลังบ่งบอกให้คนถูกกอดรู้ตัวว่าใครคนนี้ไม่ใช่ใครที่เขารู้จัก หรืออาจจะเคยรู้จัก..เขาไม่อาจรู้

“ฉัน...คิดถึงนาย”

เสียงทุ้มที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยในความทรงจำดึงสัมผัสหวานให้แน่นิ่งอยู่กับที่ ดวงตากลมโตจ้องมองคนแปลกหน้าที่บอกคำหวานกับเขาเมื่อครู่ด้วยหัวใจที่กระตุกสั่นจนเจ็บไปทั้งอก ..เราเป็นอะไรไป..คนๆ นี้เป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอ..รู้จักเขาเหรอ?

แจจุงถามคำถามสั้นๆ กับตัวเอง..

แต่ไม่แน่ใจ..ในคำตอบ

 

แขนขาวผลักร่างบางของตัวเองออกมาจากอ้อมกอดจากคนแปลกหน้านั้นช้าๆ ด้วยแววตาตกใจระคนสงสัย หลายความรู้สึกปนกันจนไม่อาจคาดเดาได้ด้วยความหมายเดียว

มือขาวยกขึ้นกอดตัวเองหลวมๆ ขาเรียวสั่นเบาๆ อย่างตื่นตระหนก

 

..เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกคนแปลกหน้าสวมกอด

หากแต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ..

การที่แจจุงปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลย..

ว่าส่วนลึกในจิตใจกำลังฟ้องตัวเองว่าต้องการอ้อมกอดนี้อย่างมากมาย

.

.

ทำไม..?

.

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่น๊า

มี๊กะหมียังไม่ได้กันเลย

ห้ามพรากจากันน๊ะ

ขอร้อง

#1 By chomchunnie (124.121.31.56) on 2008-09-20 22:42

ไม่นะ
อย่าให้แจกะยุนพรากจากกันเลย

#2 By taizaaaaa (202.91.19.201) on 2008-09-23 00:17

อ๊ากกกกกกกกก..มาช่วงสอบ แต่ก็ยังแหวกมาอ่านนน ง่า..เริ่มสงสารยุนแระ

มันมีลางประหลาดด

#3 By คาโตเน่ on 2008-09-23 13:52