True or Lies?[25]
posted on 13 Sep 2008 19:03 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style:
Yaoi
Couple:
Yunho/Jaejoong
Category:
Drama/Romance
Rating(this part):
PG-13
25.I'm looking..
ร่างสูงเดินกลับมายังอพาร์ตเม้นท์ด้วยสีหน้าประดับรอยยิ้ม ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกมากแล้วหากแต่การจราจรบนถนนยังดูคึกคัก เป็นเรื่องปกติสำหรับวิถีทางดำเนินชีวิตของคนในเมืองหลวง ที่แปลกออกไปก็คงจะเป็นเขาที่มาเดินเตร็ดเตร่กลับบ้านช้าทั้งที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนเสียมากกว่า คิดได้ดังนั้นคนยิ้มไม่หุบก็ได้แต่เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีกนิด ด้วยกลัวว่าใครเค้าจะเอาไปติฉินนินทาเอาได้
ยี่สิบสามนาฬิกาสามสิบแปดนาที..ปาร์คยูชอนก้าวเดินมาถึงที่พักเสียที
ร่างสูงในชุดนักเรียนชายเสื้อหลุดออกนอกกางเกง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง สะบัดหัวจัดทรงหนึ่งครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้อะไรขึ้นมา ไหล่หนาขยับหนีบกระเป๋านักเรียนใบเก่งลีบๆ ไว้ข้างลำตัวก่อนซุกมือหนาลงไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ด้วยอุณหภูมิในยามราตรีกลางเมืองหลวงดูจะต่ำผิดปกติจนร่างกายของเขามีปฏิกิริยาขึ้นมานิดหน่อย
โดยรวมแล้ว..ปาร์คยูชอนคนเก่งดูไม่จืดเอาเสียเลยในตอนนี้
ราวกับลูกนกตกน้ำที่กำลังหนาวสั่นก็ไม่ปาน
หากแต่ใบหน้าคมคายยังคงประดับรอยยิ้ม
ยูชอนรูดการ์ดพาตัวเองเข้ามาในที่พักด้วยความเร็ว ร่างสูงเดินไปกดเรียกลิฟต์ที่ตอนนี้คงไม่มีใครใช้ให้ลงมารับตัวเองไวๆ เพราะรู้สึกหนาวเต็มที ก่อนมือเรียวจะยกข้อมือขึ้นพลางใช้สองตาจ้องมองนาฬิกาเรือนสวยด้วยความรู้สึกแปลกใจ
23:40
ให้ตายสิ นี่เอ้อระเหยจนลืมเวลาขนาดนี้เลยหรือเนี่ย?
คิดแล้วก็พลันให้คิ้วหนาข้างขวากระตุกยิก เมื่อคิดได้ว่าคงจะโดนเพื่อนรักทั้งหลายสวดจนยับ มือถือมีหรือก็ไม่โทรมาบอก กว่าจะได้ฤกษ์กินข้าวคงรอเขากลับจนไส้ติ่งประท้วงเป็นแน่
เตรียมใจไว้สักหน่อยก็ดีนะ..ว่าไหม?
ใบหน้าคมคายยิ้มสดใสก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวออกมาจากลิฟต์ราวกับเรื่องที่คิดนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ยูชอนเดินไปหยุดตรงหน้าห้องบานประตูสีครีมคุ้นเคย ก่อนจะพูดกับตัวเองเสียงเบา
“ไหนทายซิ ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยู่ห้องไหนกันนะ?”
ว่าจบเสียงทุ้มต่ำก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนลองบิดเลื่อนกลอนประตูห้องฝั่งขวาซึ่งเป็นห้องของจุนซูและชางมิน..
แกร๊ก..
ไม่ได้ล็อคแฮะ..
ร่างสูงก้าวขาเรียวเข้ามาในห้องเงียบเชียบ ก่อนจะเลื่อนกลอนประตูปิดลงอย่างเบาที่สุด ขายาวตรงขยับเข้ามาใกล้โซฟา ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นโทรทัศน์เครื่องเดิมถูกเปิดทิ้งไว้ พร้อมๆ กับใครอีกคนที่มานั่งหลับไม่รู้เรื่องอยู่ใกล้ๆ กัน
ภาพที่เห็นทำเอาดวงตาเรียวเล็กคลี่ยิ้ม
นี่นายปล่อยให้ทีวีมันมาจ้องเขม็งใส่ตัวเองอย่างนี้ได้ยังไงกันนะ คิมจุนซู..?
ร่างสูงขยับกายเลื่อนเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอื้อมตัวผ่านโซฟาไปปิดโทรทัศน์ให้ เสียงกุกกักที่ดังข้างตัวทำเอา ’เจ้าตัวเล็ก’ ที่ว่าขยับตัวเบียดกายลงกับโซฟาตัวเล็กอีกครั้งเพราะอุณหภูมิที่เริ่มจะเย็นขึ้นทุกที
เจ้าชางมินมันไปไหนกันนะ? ทำไมปล่อยจุนซูมานอนนี่คนเดียวเล่า
คนขี้ห่วงปรามาสรุ่นน้องคนเล็กในใจอย่างลำเอียง ขาเรียวเตรียมก้าวจะไปหยิบผ้าห่มมาให้คนตัวเล็ก แต่กลับต้องชะงักฝีเท้าซะก่อน เมื่อเสียงเล็กคุ้นเคยพร่ำเพ้อคำหวานออกมาโดยไม่รู้ตัว “อื้อ..ไอ้เจ้าชิมมินนี่ อย่ามาแตะขนมเค้กนี่นะ ของยูชอนรู้ไหม งั่ม..งืม อือ..”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มกับคำเพ้อน่ารักๆ นั่น ก่อนจะเปลี่ยนใจเดินตรงเข้ามาอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปในห้องนอนแทน เพราะรู้ตัวแล้วว่าคนที่ทำให้จุนซูต้องมานอนหลังขดหลังแข็งตากอากาศเย็นๆ หน้าทีวีนี่เป็นใคร
ถ้าไม่ใช่เขา..ที่กลับบ้านดึกจนทำให้คนน่ารักต้องมารอเฝ้าอยู่แบบนี้
ถึงจะคิดไปเองก็ช่าง ยังไงซะ เขาก็รักเจ้าตัวเล็กนี่ไปแล้วนี่ ร่างสูงยิ้มให้กับตัวเองแล้วส่ายหัวเป็นเชิงปลอบใจตัวเอง สองมือหนาช้อนร่างเล็กขึ้นแนบอก ก่อนจะพาตรงไปยังเตียงนอนหนานุ่มที่วางแผ่หราโล่งกว้างอยู่ภายใน
อ้าว..เจ้าชางมินไม่อยู่จริงๆ แฮะ สงสัยไปอ่านหนังสือห้องเราล่ะมั้ง..
มือหนาวางคนหลับสนิทลงบนฟูกเตียงอย่างเบามือก่อนเลื่อนผ้าห่มมาคลุมตัวให้ ปรับเครื่องทำความร้อนให้อุณหภูมิในห้องอุ่นขึ้นมาอีกนิด ก่อนจะนั่งย่อลงข้างเตียงแล้วยกมือสากระคายนั่นขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กแผ่วเบา
“ฝันดีนะจุนซู” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น สายตาเรียวคมคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะพิจารณาร่างเล็กนั้นอีกครั้งอย่างละเอียด
ร่างเล็กที่ถอนหายใจสม่ำเสมอทำให้ยูชอนรู้ว่าคนน่ารักตรงหน้าตกลงสู่ห้วงนิทรารมณ์ไปแล้ว นัยน์ตาใสที่เคยจ้องมองเข้าด้วยแววไร้เดียงสาบัดนี้กลับปิดสนิท ร่างสูงจ้องมองดวงหน้าหวานด้วยแววตาเหม่อลอย ก่อนริมฝีปากที่ควบคุมไม่ทันนั้นจะทำตัวปากว่ามือถึงก้มลงแตะเข้าที่ปลายริมฝีปากของอีกคนตามความต้องการแผ่วเบา..
..ฉันรักนายจริงๆ นะ จุนซู..
ริมฝีปากได้รูปค่อยๆ ผละออกมาอย่างเชื่องช้าหวังที่จะไม่ให้คนที่หลับอยู่ต้องรู้สึกตัว ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วตรงเข้าห้องน้ำไปอย่างเงียบๆ หารู้ไม่ว่าทำเอาใครอีกคนที่ความรู้สึกไวเกินมนุษย์มนานอนหน้าแดงแปร๊ดอยู่ตรงนั้นๆ ทั้งๆ ที่ยังหลับตา..
..ตะกี๊อะไรน่ะ
ยูชอน..ยูชอนจูบเขาหรือ?
หลับตาอยู่ก็จริงแต่ว่า..
ตรงปาก มันอุ่นๆ..
คนโดนฉวยโอกาสได้แต่นอนตัวแข็งฟังเสียงน้ำไหลในห้องน้ำด้วยหัวใจเต้นตึกตัก หัวใจดวงน้อยที่โดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาผู้เป็นเจ้าของตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา ให้ตายสิ..คิมจุนซูเขินจนหน้าร้อนแทบจะระเบิดอยู่แล้วนะเนี่ย
ความจริงเขารู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่ร่างสูงเอื้อมมือช้อนตัวเขาขึ้นไปอุ้มแล้วแหละ ยูชอนที่มัวแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้สังเกตุเอาเสียเลยว่าคนตัวเล็กที่กำลังทำท่าเหมือนหลับคุดคู้อยู่ในอ้อมกอด แท้จริงแล้วกำลังก้มหัวซ่อนใบหน้าเขินอายที่ถูกเลือดสูบฉีดเอาไว้ต่างหาก
ขืนยูชอนเห็นว่าเขาหน้าแดง ก็รู้หมดน่ะสิว่าจุนซูตื่นแล้ว..
มีอย่างที่ไหนคนเพิ่งสะลืมสะลือตื่นดันโดนอุ้มขึ้นมากอดแบบนี้ แถมยังเป็นคนที่เขาแอบชอบอยู่อีกต่างหาก ใครไม่เขินก็ให้มันรู้ไปสิ..
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือริมฝีปากหนาที่ทาบทับลงมานกลีบปากบางของเขาต่างหาก จุนซูไม่เคยคิดเลยว่ายูชอนจะทำแบบนั้นกับเขา และถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป ก็คงจะไม่ผิดใช่ไหมถ้าเขาจะคิดว่ายูชอน..
ก็หวั่นไหวกับเขาอยู่เหมือนกัน..
จุนซูไม่ได้บอกว่ายูชอนชอบเขาหรอก มันยังเร็วเกินไปที่จะมั่นใจ ยูชอนอาจจะแค่เหนื่อย หรือไม่ก็ใบหน้าตอนนอนเขาคงจะน่ารัก..ริมฝีปากอิ่มนั่นถึงได้กล้าก้มลงมาสัมผัสกับกลีบปากบางๆ ของเด็กไม่รู้จักโตอย่างเขาแบบนี้
เพราะถ้าไม่อยากให้ตัวเองต้องเจ็บปวดละก็..ยอมรับซะเถอะว่ามันยังเร็วเกินไปจริงๆ
ที่จะคิดว่ายูชอนเองก็มีใจให้กับเขาเช่นกัน..
“แกร๊ก” เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งหลุดออกมาจากห้วงความคิดน่ารักๆ ที่เจือความเศร้าเอาไว้อย่างปิดไม่มิด คนตัวเล็กค่อยๆ หลับตา ตั้งใจจะปล่อยให้หัวใจจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรารมณ์อีกครั้ง หากแต่ใบหูขาวเนียนละเอียดกลับยังขัดขืนคำสั่งจากสมอง ทำหน้าที่แทนดวงตาเรียวเล็กที่ปิดสนิทอยู่ร่ำไป เพียงเพื่อหวังจะรับรู้ความเคลื่อนไหวของร่างสูงบ้าง
ในขณะที่มีเขาอีกคนที่ดูเหมือนจะหลับสนิทอยู่ในห้องเพียงลำพัง..
เสียงสวบสาบดังขึ้นข้างกายซึ่งจุนซูเดาเอาเองว่าคงจะเป็นยูชอนที่แต่งตัวเสร็จแล้วและเตรียมจะล้มตัวลงนอน หัวกลมๆ พยายามจินตนาการภาพตามที่ตัวเองได้ยินจากเสียง แสงจากโคมไฟและสวิตซ์ไฟถูกปิดลง ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด..ที่มีเพียงเขาสองคน
จุนซูขยับตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศในห้องจะทำอุณหภูมิให้เย็นขึ้นอีก คนน่ารักที่พยายามนึกภาพคนข้างตัวไม่ได้รู้เลยว่าถูกร่างสูงข้างกายจ้องมองปฏิกิริยาของตัวเองอยู่เหมือนกัน ทันทีที่จุนซูทำท่าเหมือนจะหนาวแบบนั้น ปาร์คยูชอนก็ขยับกายลงช่วงหนึ่งก่อนจะเลื่อนแขนไปโอบอุ้มศีรษะกลมๆ นั้นให้มาซบที่อกของตัวเองแล้วขยับท่อนแขนกอดร่างเรียวเล็กนั้นเอาไว้
การกระทำที่ทำเอาหัวใจคิมจุนซูแทบจะหยุดเต้นเสียตรงนั้น..
ร่างเล็กนอนซบอกคนตัวใหญ่กว่าทั้งยังตกอยู่ในอ้อมกอดที่หนาแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย กายที่เคยหนาวสั่นค่อยๆ สงบลงจนกลายเป็นเงียบนิ่ง น้ำตาเม็ดกลมใสกลิ้งออกมาจากนัยน์ตาที่ปิดสนิทหนึ่งหยด น้ำตาที่เสียให้กับสิ่งที่เรียกว่าความรัก..
เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจ
หากแต่ความอบอุ่นที่แสนอ่อนหวานจนแทบละลายนี้ต่างหากที่ทำให้น้ำตาแห่งความปิติของเขาไหลออกมา
ฉันคงรักนายเข้าจริงๆ แล้วล่ะ..ยูชอน..
รักมาก..รักเกินกว่าจะดึงหัวใจที่จมดิ่งลงไปในความอบอุ่นนั้นให้กลับคืนมา
หัวใจของคิมจุนซู..ละลายแล้วจนหมดสิ้น
ละลายให้กับหัวใจอันอบอุ่นของชายที่ชื่อว่า ‘ปาร์คยูชอน’..
.
ดวงตาที่หลับพริ้มลืมตากะพริบเบาๆ ..
คนร่างสูงที่กลับบ้านเสียดึกดื่นลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสีครีมอย่างปรือๆ แสงอาทิตย์เจิดจ้าที่สอดลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาสายมากแล้ว มือหนาทำท่าจะกุลีกุจอไปหยิบเสื้อผ้าอาบน้ำแต่งตัว แต่ก็ต้องชะงักซะก่อนเมื่อมองไปยังปฏิทินตรงข้ามห้อง
วันนี้วันเสาร์นี่หว่า..จะไปเรียนทำไม?
คนขยันเก้อยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ ก่อนจะหัวเราะให้ตัวเอง ขาเรียวเตรียมสะบัดผ้าห่มออกแต่ก็ต้องหันมาสะดุดกับร่างเล็กๆ ที่ยังนอนอยู่บนเตียงซะก่อน ฉับพลัน ดวงตาเรียวหันไปมองที่นาฬิกาแขวนเรือนสวย ก่อนจะหันกลับมามองเจ้าตัวเล็กบนเตียงนอนอีกอีกครั้งด้วยสีหน้าแปลกใจ
สิบโมงสี่สิบเจ็ดนาที..จุนซูยังไม่ตื่นอีกเหรอ?
ถ้าเป็นเขาตื่นเวลานี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักหรอก แต่ว่าจุนซูที่เขารู้จักปกติแล้วเจ้าตัวก็ไม่ใช่คนขี้เซาสักเท่าไหร่ แม้จะไม่ใช่คนตื่นเช้า แต่ก็ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ ถ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองก็จะเป็นเฉพาะวันที่เหนื่อยมากๆ เท่านั้น และเท่าที่ดูก็ไม่เห็นว่าเมื่อวานจุนซูจะทำอะไรเหนื่อยนักหนาสักหน่อย
เป็นอะไรหรือเปล่านะ
ร่างสูงขยับกายเข้าไปใกล้ โน้มใบหน้าลงไปจนชิดติดกับคนตัวเล็ก สัมผัสจากหน้าผากเนียนขาวที่กระทบกันเบาๆ ทำให้ยูชอนรับรู้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวบนร่างกายของคนตัวเล็ก คนตัวใหญ่กระวีกระวาดขึ้นทันที
“บ้าเอ๊ย ตัวร้อนจี๋เลย จุนซู เฮ้!”
“..อื้อ อะ อื้อ?” เสียงเล็กเอ่ยเพ้อคอพับคออ่อน ยูชอนละล่ำละลั่กเรียกต่อ
“เฮ้จุนซู นายไข้ขึ้นสูงมากเลย รีบตื่นก่อนเร็ว ถ้านายไม่รีบอาบน้ำ กินยา กินข้าว ล่ะก็ต้องเป็นหนักกว่านี้แน่ เดี๋ยวค่อยมานอนต่อนะ ตื่นเถอะๆ” คนตัวสูงว่ายาวเหยียดพยายามรุนหลังคนตัวเล็กขึ้นเบาๆ เขาไม่อยากให้จุนซูหลับไปทั้งพิษไข้แบบนี้ เค้ารู้ว่ามันจะไม่ดีขึ้น กลับกันอาการอาจจะแย่ลงกว่าเก่าด้วยซ้ำ
ก่อนอื่นต้องหาทางประคองอาการให้ได้ก่อนสินะ?
แค่เพียงความตกใจเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กเป็นหวัด..
ก็เปลี่ยนปาร์คยูอนจอมกะล่อนให้สวมวิญญาณแพทย์ผีได้ราวปาติหารย์..
มือหนาตบเบาๆ ที่ข้างแก้มหวังจะให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว ร่างกายที่หนักอึ้งพยายามฝืนดวงตาเรียวเล็กให้ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพมัวๆ ที่ขึ้นเป็นฝ้าไม่ชัดนักในกระจกตาใสของจุนซูทำเอาเจ้าตัวต้องหรี่ตาจนปิดสนิท ใบหน้าน่ารักทำหน้าเหยเก เมื่อรู้สึกได้ถึงอาการที่เหมือนกันถูกเข็มแทงไปทั่วร่าง เสียงแห้งผากเอ่ยครูดผ่านลำคอน้อยๆ อย่างแสบระคาย
“หยะ..ยูชอน ปวดหัว..จัง”
“ปวดหัวเหรอ? ปวดมากไหม? ปวดตรงไหนอีกมั้ย ทำไมตัวนายร้อนแบบนี้เนี่ย เดี๋ยวฉันไปเรียกพวกแจจุงให้พานายไปหาหมอดีมั้ย?” คนขี้กังวลว่ายาว ปาร์คยูชอนผู้แสนจะเอื่อยเฉื่อยดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันตา สมองสั่งการครุ่นคิดแต่เรื่องพาจุนซูไปโรงพยาบาลจนลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อวานตั้งใจจะทำอะไร..
ปล่อยให้กล่องสร้อยทรงสวยตั้งตากลมอยู่บนลิ้นชักเพียงลำพัง..
“มะ ไม่ต้องหรอก แค่กๆๆ ..กินยาเดี๋ยว ก็ แค่กๆ หาย..นะ” ดวงตาใสๆ ฉายแววอ้อนวอนบ่งบอกถึงเจ้าตัวที่ดูท่าทางจะไม่ถูกโรคกับโรงพยาบาลหรือไม่ก็คุณหมออยู่ไม่น้อย ยูชอนเห็นแบบนั้นก็ถึงถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายทันที
ไม่ใช่ว่าเบื่อจุนซูหรอกนะ
เบื่อตัวเองต่างหาก..
ก็เห็นตาใสๆ นี่ทีไร ได้ใจอ่อนซะทุกทีเลยน่ะสิ..
.
.

ตอนนี้มีปัญหาทั้งยูซูทั้งยุนแจ
ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ
#1 By taizaaaaa (202.91.19.201) on 2008-09-14 22:06