True or Lies?[23]

posted on 31 Aug 2008 20:30 by kyokoong  in TrueorLies

 

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance
Rating(this part): PG-13

 

23.Consult

 

 

 

            แสงแดดร้อนแรงส่องประกายจ้าในยามบ่ายได้อย่างถึงใจ ขาเรียวยาวจากร่างสูงสองคนลากเอื่อยเฉื่อยแตะดินแดงๆ ไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ โยนลูกบาสลงตะกร้าเก็บปึงปังจนฝุ่นทรายแตกกระจาย มือหนายกขึ้นปัดที่ชุดวอร์มเล็กน้อย ก่อนจะกอดคอเพื่อนรักพากันไปล้างหน้าล้างตาที่แสนมอมแมม หลังเสร็จจากคาบพละมาหมาดๆ เมื่อครู่

          “ไอ้ยูชอน เมื่อไหร่แกจะเลิกทำหน้าเหมือนปลาโดนทุบหัวแบบนั้นซักทีวะ” เสียงบ่นพรึมดังมาจากเพื่อนซี้นามชองยุนโฮ หลังจากได้เห็นพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของคนข้างตัวมาตั้งแต่เช้า มือหนายกขึ้นลูบหัวที่เปียกแฉะพลางสะบัดจนน้ำกระเซ็น แล้วว่าต่อ

          “ดูดิ หน้ารึก็ซีดอย่างกับผีตายซาก ถามจริงเหอะ แกเป็นอะไรของแกกันแน่วะ?”

          “ยุ่งน่า ฉันไม่เป็นอะไรซะหน่อย” เสียงสะบัดอย่างรำคาญทำให้ยุนโฮรู้ว่ามันต้องเป็นอะไรแน่ๆ ยูชอนถอดเสื้อวอร์มออกก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวนักกีฬามาชุบน้ำแล้วบิด ถูไปถูมาบริเวณกล้ามเนื้อทุกส่วนด้วยความขัดใจ มือหนาปาผ้าไปแขวนอยู่ที่ราวอย่างแม่นยำก่อนสบถ

          “บ้าเอ๊ย”

          “เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ” ยุนโฮยิ้มกริ่ม ปากห้อยๆ ของมันคงอยากจะบอกเขาเต็มที่แล้วล่ะ แต่ใจดวงกระจิ๊ดของมันคงยังไม่เป็นใจสินะ ยูชอนเงยหน้ามองเพื่อนรักด้วยสายตาอาภัพชีวิต ก่อนบ่นเสียงเบา

          “ฉันไม่เคยโกหกอะไรแกได้สักที”

 

          ..เหอะๆ แล้วทำไมเขาต้องมายืนดูมันแก้ผ้าแถมบ่นเป็นตาลุงแก่แบบนี้ด้วยหว่า..?

 

          ตาเรียวคมหรี่มองเพื่อนรักอย่างจับผิดก่อนว่า

          “ฉันดูแกออกหรอก มีไรก็เล่ามา แต่ถ้าแกช่วยใส่เสื้อสักทีจะเป็นพระคุณแก่ฉันมาก นี่แกจะแก้ผ้าอยู่แบบนี้อีกนานไหมวะฮะ ไอ้คุณยูชอน”

          .

          .

          .
 

          ผืนหญ้านุ่มนิ่มปลิวสะบัดไปมายามถูกสายลมต้อง กับต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาเย็นชื่นแก่พวกเขามาตลอดสองปีที่อยู่ที่นี่ทำให้ยุนโฮรู้สึกผ่อนคลายนัก ร่างสูงขยับตัวเลื่อนไปพิงลำต้นแข็งแกร่งนั่นก่อนเอ่ยเสียงทุ้มชัดเจน

          “เราไม่ได้เปิดอกคุยกันแบบนี้มาตั้งนานแล้วเนอะ”

          “อืม..” คนอารมณ์สุนทรีตอบรับเสียงต่ำ ยูชอนหลับตาลงพลางเอามือสองข้างยันผืนหญ้าเอาไว้ สองขาเหยียดตรงไปข้างหน้าอย่างสงบสติอารมณ์

          “ฉันกับแกเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้วนะยุนโฮ”

          คำถามจากเพื่อนซี้ทำเอาคนถูกถามเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ มือหนายกขึ้นกระดิกสองสามที

          “ตั้งแต่อนุบาลหนึ่ง แกคิดว่ากี่ปีล่ะ” ก่อนคนพูดจะขำพรืดออกมาอีกครั้ง

          “ฮ่าๆ เลขประจำตัวของฉันกับแกติดกันด้วยนะ จำได้รึเปล่าตอนที่คัดห้องขึ้นป.4แล้วแกได้อยู่ห้องเดียวกับฉันน่ะ แกดีใจจนฉี่ราดเลยนะ”

          “เออ..เลิกพูดเหอะ” ยูชอนขมวดคิ้วก่อนว่า

          “13 ปีแล้ว..สิบสามปีแล้วที่แกกับฉันอยู่ด้วยกัน” ยุนโฮหันไปมองคนข้างตัว ยิ้มบางๆ ให้ก่อนเอ่ยเสียงเบา

          “แกคงมีเรื่องลำบากแล้วจริงๆ สินะ”

          “............” เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดยุนโฮจึงว่าต่อ

          “แล้วกี่ปีกันนะ ทีปาร์คยูชอนไม่ได้ชวนชองยุนโฮโดดเรียนมานั่งรับลมเล่นแบบนี้”  ยูชอนหันมองหน้าเพื่อนก่อนจะยิ้มขัน

          “ไม่มีอะไรที่แกไม่รู้จริงๆ ยุนโฮ”

          “ฉันหมายถึงเกี่ยวกับนายนะ?” ยุนโฮเลิกคิ้ว แต่ในใจยังคงสับสน

 

          ..ยูชอนมันกังวลเรื่องอะไรหนักหนานัก? อาการของมันแบบนี้ไม่ปกติแล้ว

 

          “แม่ฉัน..” คนพูดหยุดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยต่อ

          “แม่จะจับฉันหมั้นว่ะยุนโฮ”

          สิ้นเสียงเอ่ยของเพื่อนรัก ยุนโฮก็ถึงกับเบิกตาด้วยความตกตะลึง มือหนาสั่นเร่าอย่างแปลกๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้เลยถ้าเค้าไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับปาร์คยูชอน

          รู้แม้กระทั่งว่าหัวใจของมันฝากไว้กับใครอีกคนที่ข้างห้องตั้งนานแล้ว..

          แล้วนี่มันรู้ตัวรึยัง?

          ยุนโฮพยายามควบคุมสติ เค้าพอจะดูออกอยู่ว่าจุนซูชอบยูชอน และกระทั่งปฏิกิริยาของเพื่อนรักเองก็ใช่ว่าจะไม่มีใจเลยเสียทีเดียว สายตาเรียวคมคอยจับจ้องดูความเป็นไปอยู่เรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ยอกย้อนล้อเลียนเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ยุนโฮก็หวังว่าทั้งสองคนจะรู้ตัวและสมหวังด้วยกันอยู่ไม่ช้าก็เร็ว

          เพราะเขาเชื่อว่าการที่ใครคนหนึ่งจะรักใครสักคนย่อมไร้ขอบเขตที่จะปิดกั้นความรู้สึก..

          ไม่สำคัญว่าทั้งจุนซูและยูชอนต่างก็เป็นผู้ชาย แต่สำคัญที่ว่าทั้งสองคนมีความสุขรึเปล่าถ้าจะได้รักกัน มันก็เหมือนเขาและแจจุง..

          “แล้วแกจะทำยังไง” ยุนโฮลองหยั่งเชิงดู เค้าค่อนข้างมั่นใจว่ายูชอนชอบจุนซู ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ถ้าต้องให้เสี่ยงเค้าก็จะโพล่งบอกๆ มันไปก่อนกันไว้ เผื่อเจ้าเพื่อนรักมันจะทำหัวใจหล่นหายโดยไม่รู้ตัวซะก่อน และนั่นมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ซะเปล่าๆ 

          “ฉัน....ฉันไม่รู้ว่ะ” คำตอบจากเพื่อนรักทำเอายุนโฮขมวดคิ้ว

          ไม่รู้เหรอ?หมายความว่ายังไง นี่มันยังไม่รู้ใจตัวเอง หรือเขาคิดผิดกันแน่?

         “ไม่รู้อะไร แกอยากแต่งงานรึยังล่ะ”

          “บ้าเหรอ! ฉันเพิ่งจะสิบเจ็ดเองนะเว้ย” ยูชอนแหวให้พลางหันหน้าไปมองเพื่อนรัก

          “ขืนหมั้นไม่เท่ากับฉันล็อคแขนล็อคขาตัวเองรึไงวะ ชีวิตเพลย์บอยของฉันน่ะ มันเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ” เสียงทุ้มแหบว่าเล่นๆ ก่อนจะโดนเพื่อนรักทำท่าแขยงใส่ ..เริ่มต้น? ได้ข่าวว่าชีวิตเพลย์บอยของมันเริ่มมานานแล้วนะ ให้ตายเหอะ..

          “แล้วแกบอกน้าเรนะว่ายังไงล่ะ” เสียงคุ้นเคยเอ่ยเนิบๆ ยุนโฮรู้ดีอยู่แก่ใจ..

ขึ้นชื่อว่า ปาร์คเรนะแม่บังเกิดเกล้าของปาร์คยูชอนคนเก่งที่นั่งเต๊ะท่าอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้ หล่อนเป็นคุณผู้หญิงที่เฉิดฉายมีรสนิยมและทันสมัย เป็นที่รู้จักโด่งดังในบรรดาสังคมไฮโซ เวลาไหนที่ต้องการตัวเธอแล้วหาไม่เจอนั้น ทางง่ายๆ ก็คือโทรไปตามศูนย์ที่รับจัดตกแต่งงานปาร์ตี้แล้วถามว่า วันนี้มีจัดงานเลี้ยงอธิการขึ้นตำแหน่งใหม่ หรือค็อกเทลหรูๆ ที่ไหนมั้ยแม้ตอนนั้นโทรศัพท์เจ้าหล่อนจะติดต่อไม่ได้ แต่คุณก็หาตัวเธอเจอได้อย่างไม่ยากเย็นนักหรอก

และก็ช่างแตกต่างกับคุณลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลเสียนี่กระไร..

ยูชอนเป็นพวกไม่นิยมของแบรนด์ ใช้ได้แต่ไม่ประสงค์จะซื้อมาเก็บ งานอดิเรกคือม่อสาวและกวนพระบาททั่วไปโดยไม่คำนึงถึงสถานที่ แต่ที่สำคัญคือเป็นคนจริงใจและพร้อมจะเป็นเพื่อนแท้ให้กับเขาเสมอไม่ว่าตอนไหน

นั่นละมั้ง สาเหตุที่ทำให้คนเงียบเป็นท่อนไม้อย่างเขาคบอยู่กับจอมกะล่อนนี่ได้

และขึ้นด้วยหัวการันตีว่าพ่อแม่ของเขาและยูชอนเคยเป็นเพื่อนวงเดียวกันมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียน จึงไม่น่าแปลกเลยถ้าเขากับยูชอนจะตัวติดกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

“ฉันบอกแม่แล้ว” ยูชอนถอนหายใจ “แต่แม่ก็ไม่ฟังฉันซักคำ เขาบอกว่าตอนนี้ฉันไม่มีแฟน ไม่มีคนรัก ถ้าจะให้ไปดูตัวหรือหมั้นกันไว้ก่อนก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายที่ตรงไหน”

“......” ยุนโฮเงียบ เฝ้าคอยเพื่อนรักระบายต่อ

“แม่บอกว่าจะพาฉันไปเปิดตัวงานโชว์เพชรชั้นนำที่แม่ลงทุนควักกระเป๋าจัดเอง ทีนี้หุ้นส่วนเพื่อนแม่ที่เค้าร่วมลงทุนกันมามีลูกสาว เลยอยากจะเสนอให้หมั้นกับฉันแล้วเปิดตัวพร้อมกันไปเลย ฝ่ายนั้นเค้าก็เงินหนาเป็นปึ้ก ขนาดว่าเอามาปะผนังบ้านทั้งหลังก็ยังได้ แม่เลยกะว่าจะตอบตกลง”

“แล้วทำไมจู่ๆ ถึงอยากจะให้หมั้นกันล่ะ” ..อยู่ๆ ก็จะยกลูกสาวให้เนี่ยนะ? ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ

“ฉันก็ว่างั้นแหละ เลยถามแม่ แม่บอกว่าวันนั้นแม่เอารูปฉันติดตัวไปด้วย คุยเรื่องงานเพชรกันอยู่ดีๆ สาวความไปถึงลูกได้ไงไม่รู้ พอฝ่ายนู้นเค้าเห็นหน้าฉัน ก็ชื่นชมกันใหญ่ว่าฉันหล่อมาก”

“นี่คำสุดท้ายแกเติมเองรึเปล่า” ยุนโฮว่าขำ แต่ยูชอนไม่ขำด้วย

“เติมเองก็ดีน่ะสิ! นี่มันกะจะจับฉันทำไข่ลูกเขยชัดๆ แม่ก็ดันบอกสรรพคุณฉันซะดิบดีว่าดีอย่างงู้นอย่างงี้ เหอะ! ธุรกิจอะไรฉันทำไม่เป็นหรอก เรื่องที่แม่พูดถูกคงจะมีแต่ ลูกฉันเล่นบาสเป็นงานอดิเรกด้วยนะคะ เค้าเยี่ยมไปเลยใช่ไหม ยูชอนจีบปากจีบคอพูดก่อนจะทำหน้ามุ่ย

“เอาเหอะ..ว่าซะยืดยาว แล้วตกลงแกบอกน้าเรนะว่าไง”

“ฉันปฏิเสธ” ยูชอนบอก “แต่แม่ก็โวยวายใส่ฉันใหญ่ แม่ว่าฉันแค่หมั้น ไม่ได้ล็อคแขนล็อคขาตัวเอง ยังมีอิสระอยู่เยอะแยะ หาข้ออ้างมารับคำปฏิเสธของฉันได้ทุกกรณีจนฉันเริ่มจะคล้อยตาม..” ยุนโฮกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตกลงไอ้ยูชอนมัน..?

“ฉันบอกแม่ว่าฉันขอคิดดูก่อน แต่พอวางสายแล้วเดินกลับมาที่เตียงเท่านั้นแหละ ฉันก็อยากจะโทรไปหาแม่อีกทีแล้วบอกว่ารีบๆ ยกเลิกงานหมั้นไปซะเดี๋ยวนั้นเลย” ยุนโฮเลิกคิ้ว

“ทำไมล่ะ แกคิดอะไรออกรึไง”

“เปล่าหรอก ฉันแค่เดินกลับมาที่เตียง แล้วก็...”

“แล้วก็..?” ยุนโฮทวนคำ เขาเริ่มจะงงๆ แล้วสิ

“ฉันเห็นจุนซูหลับอยู่”

คำเฉลยของเพื่อนรักทำเอายุนโฮมึนตึ้บ

“แล้วมันเกี่ยวกันยังไงวะ?” คำถามของเพื่อนทำเอาคนทะเล้นขมวดคิ้ว

“นั่นแหละ! นั่นแหละที่ทำให้ฉันเครียดมาจนถึงตอนนี้”

“เครียดอะไรวะ ไม่ใช่เรื่องงานหมั้นเหรอ”

“ใช่ แต่แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์นะ ที่ฉันเครียดมากกว่าน่ะอีกเรื่อง”

“อะไรของแกอีกวะ?”

 “ทุกครั้งที่ฉันคิดทบทวนเรื่องงานหมั้น หน้าจุนซูก็ไหลขึ้นมาบังตลอด รอยยิ้มนั่นทำเอาฉันอยากจะปฏิเสธเรื่องบ้าบอนั่นไปซะให้หมด ทั้งๆ ที่ข้ออ้างล่อตาล่อใจของแม่เยอะแยะออก”

คำพูดของยูชอนทำเอายุนโฮกลั้นยิ้มแทบแตก งั้นก็หมายความว่า..

“ไม่ต้องกลั้นยิ้มแก้มแทบแตกแบบนั้นหรอก ฉันรู้ว่าแกรู้ดีก่อนฉันจะรู้ใจตัวเองซะอีก เอาจริงๆ เลยแล้วกันนะ ฉันคิดว่า..”

“....” ยุนโฮนั่งยิ้มรอเพื่อนเฉลย ทั้งที่ในใจรู้คำตอบเต็มอก

“ฉันคง..ชอบจุนซูเข้าแล้วล่ะ”

.

.

ท้องฟ้าสีส้มแสดงบอกพระอาทิตย์ที่แผดแสงแรงมาทั้งวันว่าได้เวลากลับไปพักผ่อนแล้ว เสียงผู้คนเดินพลุ่งพล่านให้เต็มถนนที่จะรีบกลับบ้านหลังจากเลิกงานทำให้บรรยากาศที่จัตุรัสใจกลางเมือง ตอนนี้แปรสภาพเหมือนม็อบประท้วงย่อมๆ เลยก็ว่าได้

เลิกเรียนแล้ว..

ขาเรียวก้าวหมุนไปหมุนมาอยู่หน้าร้านเครื่องประดับอย่างสับสน เหงื่อไคลที่ไหลมาตรงคางแสดงให้ปาร์คยูชอนรู้ตัวทันทีว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพวิกฤต สมองทะเล้นๆ รีบครุ่นคิดคำที่เพื่อนบอกเมื่อตอนกลางวัน

ทางเดียวที่แกจะยกเลิกได้ก็คือ แกต้องหาแฟนไปให้แม่แกดู เฉพาะฉะนั้นฉันเสนอว่าให้แกไปบอกรักจุนซูแล้วรีบๆ ขอเค้าคบซะ

ยูชอนละเหี่ยใจ

“โหยไอ้เพื่อนบ้า ทำงี้หวังว่าคงไม่โดนจุนซูหยิบรองเท้าเขวี้ยงหัวเอาหรอกนะ” ยูชอนนึกเจ็บแค้นตัวเองที่เผลอไปเชื่อคำพูดของเพื่อนรักเมื่อตอนกลางวัน พอเขาบอกว่าถ้าเกิดจุนซูไม่ชอบ.. ขึ้นมามันก็อ้างใหญ่ว่า รับรองโอเคๆ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน ขอให้มันจริงเถอะไอ้ยุนโฮเอ๊ย...

แต่รู้สึกตัวอีกทีขามันก็พามาอยู่ไอ้หน้าร้านขายเครื่องประดับนี่ซะแล้วสิ

เอาวะเป็นไงเป็นกัน.. เสียงทุ้มตะโกนเงียบในใจก่อนตัดสินใจเปิดประตูร้านเข้ามา เสียงกรุ๊งกริ๊งจากประตูทำให้คุณเจ้าของร้านรู้ตัวว่ามีลูกค้ามาแล้ว มือบางฉวยหยิบหวีมาปัดแต่งทรงให้ดูดีนิดหน่อยก่อนเดินออกมาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

เสียงหวานๆ ที่เอ่ยขึ้นตรงหน้าเรียกคนหน้าหล่อที่จดๆ จ้องอยู่ตรงตู้กระจกให้หันกลับมามองได้ เบื้องหน้ายูชอนตอนนี้คือผู้หญิงที่จัดได้ว่าสวยมากๆ คนหนึ่ง ผิวขาวเนียนละเอียดกับใบหน้าที่ตกแต่งเครื่องสำอางเพียงเบาบางทำให้เจ้าหล่อนดูมีระดับมากขึ้น และผมยาวตรงซอยไล่ชั้นลงไปถึงกลางหลัง กับยิ้มน้อยๆ ที่เอาใจลูกค้านั่นก็เตะตาผู้คนได้ดีซะเหลือเกิน

ปกติยูชอนเห็นคนสวยขนาดนี้ รับรองได้ว่าแจ้นหน้าสลอนไปก่อนตัวแน่

แต่ว่าขอโทษที..คราวนี้ไม่กระดิกเลยแฮะ

ยูชอนเลิ่กหน้าขึ้นไปมองคุณคนขายแปปเดียวก็หันมาจ้องตู้กระจกที่มีเครื่องประดับมากมายแวววาวอยู่ข้างในต่อ กลับกันคนที่ดูจะตกใจกว่ากลับเป็นคนสวยซะนี่ ที่เมื่อเห็นหน้ายูชอน หล่อนก็แสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัดทันที

“อ๊ะ! คุณ..” เสียงหวานฉายแววตระหนก ยูชอนจึงหันกลับไปมอง ก่อนถาม

“อะไรเหรอครับ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูจะไม่สะกิดใจอะไรตรงไหนเลย สาวสวยก็ทำหน้าเฝื่อนไปครู่นึง ก่อนจะรีบแก้เปลี่ยนเรื่องทันควัน

“อ๋อ เปล่าค่ะ คุณอยากได้ชิ้นไหนล่ะคะ”

“เอาแบบ คนกำลังจะเป็นแฟนกันอะ เอ่อ..คือผมเลือกไม่ถูกน่ะ” คำตอบของเด็กหนุ่มทำหญิงสาวแปลกใจ ก่อนจะฉีกยิ้มออกกว้างเหมือนจะเดาอะไรออก

“กำลังจะไปดูตัวหรือเปล่าคะเนี่ย” ทำถามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของสาวสวยทำเอายูชอนขมวดคิ้ว

..เข้าฌานไปดูรึไง ทำไมแม่นยิ่งกว่าหมอดูอีกอ่ะ

“อะ เอ่อ ใช่ครับ” ยูชอนตอบออกไป ใช่ กำลังจะไปดูตัว แต่ซื้อของไปขออีกคนเป็นแฟนนะ  โอ๊ย ยูชอนล่ะสับสน คำตอบของร่างสูงยิ่งทำใบหน้างามฉีกยิ้มกว้าง

“งั้นลองดูชิ้นนี้มั้ยคะ” เสียงหวานเสนอ ก่อนหยิบจี้คริสตัลชิ้นหนึ่งขึ้นมาให้ยูชอนดู

คริสตัลหัวใจที่ข้างในส่องประกายเพชรแวววาวอยู่ดูต้องตาต้องใจเป็นอย่างมาก ยูชอนหยิบมาดูครู่นึงก่อนจะส่งคืนให้คนขาย

“เป็นยังไงบ้างคะ ชิ้นนี้สิบสองกะรัต คุณยังดูเด็กๆ อยู่เลย ให้แบบนี้ก็น่ารักดีนะคะฉันว่าว่าที่แฟนคุณต้องชอบแน่” คนขายยิ้มแป้นอย่างมั่นใจอีกครั้ง

ทำยังกับจะมาเป็นแฟนเขาจริงๆ ซะงั้นแหละ..มั่นใจอะไรขนาดนั้นหว่า

ตาคมกลั้นขำกับความคิดตัวเอง ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับจี้อีกอันที่เตะตาเขามากกว่า ยูชอนรีบร้องบอก

“ไม่เอาหรอกครับ ขอผมดูอันนั้นดีกว่า”

             .

             .

  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ด

อันไหนอ่ะ ปาร์คจะซื้ออันไหน


มาต่อด่วน

#1 By chomchunnie (124.122.203.221) on 2008-08-31 22:34

อ๊ะกำลังหนุก รออ่านต่อๆ

#2 By (^_^)/nana on 2008-09-01 10:10

อ่า กำลังหนุก มันค้าง
TOT

#3 By (125.24.26.254) on 2008-09-02 11:15

อยุ๋ๆก็จบซะงั้น ทำไมทำกันค้างเติ่งแบบนี้ สาบานด้ว่าร้านนี้เป็นร้านคนที่จะตะครุบปาร์คชัวร์

#4 By (161.200.255.162) on 2008-09-02 15:38

อ่านรวดเดียว 23 part เลยค่ะ สนุกมาก

บรรยายแจจุงได้น่ารัก สุดสุด ทำเอาคนอ่านรักหัวปักหัวปำเลย
อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าแจจำอดีตได้แล้วยังจะรักชองยุนอีกมั้ย คงไม่ลืมหมีตัวโต ๆ อ่ะนะ

แล้วปาร์คกะจุนซูจะลงเอยยังไงน้า ลุ้น ลุ้น

จะติดตามอ่านต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคสนุก ๆ ค้า

#5 By nunu (118.174.213.224) on 2008-09-16 17:02

เอาสวยๆนะไก่

#6 By =belle= (117.47.201.38) on 2008-10-01 15:49