True or Lies?[20]
posted on 12 Aug 2008 08:55 by kyokoong in TrueorLies
True or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style:
Yaoi
Couple:
Yunho/Jaejoong
Category:
Drama/Romance
Rating(this part):
PG-13
20.Instinct
“จะ แจจุง เดี๋ยวสิ เดี๋ยว!” สองขาวิ่งตามคนตัวเล็กพลางตะโกนเรียกด้วยเสียงหอบกระเส่า พอละครจบ แจจุงก็รีบเดินมาเปลี่ยนชุดแล้วออกมาไม่รอเขาเลย..ก็น่าอยู่หรอก ไปทำเขาซะขนาดนั้นน่ะ
“แจจุง หยุด..ก่อนเถอะ แฮ่กๆ”
ขาเรียวอยู่ยืนอยู่กับที่ตามที่ขอปล่อยให้คนตามหลังมาติดชนเข้ากับแผ่นหลังเล็กๆ เข้าเต็มเปาจนยุนโฮร้องอูย ถึงอย่างนั้นคนหน้าหวานก็มิได้หันมาแม้แต่จะสบตามอง
“แจจุง ..ขอโทษ” ยุนโฮพูดเสียงอ้อนราวกับขอความเห็นใจ รู้สึกตื่นเต้นเมื่อแจจุงหันหลังกลับมาแต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าสวย
“..ขอโทษเหรอ นายไม่มาเป็นฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าฉันอายแค่ไหนน่ะ!” แจจุงค่อยๆ ทรุดลงไปนั่งกอดเข่าอยู่กับพื้น จนยุนโฮชักใจเสียทำอะไรไม่ถูก ตาย! ตายแน่ชองยุนโฮ..
“โธ่ แจจุง ฉันขอโทษ อย่าร้องไห้สิ” ยุนโฮค่อยๆ ก้มลงไปโอบกอดร่างบางพลางพยุงให้ลุกขึ้น แต่มือเล็กกลับสะบัดใส่ ร่างสูงไม่ยอมแพ้ยังยื้อโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่น จนแจจุงที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดหน้าแดงแปร๊ด
“ปล่อยฉันนะ..ปล่อยสิยุนโฮ!” เสียงที่ติดออกจะแหวใส่นิดๆ ทำเอายุนโฮแปลกใจ ร้องไห้เหรอ? ไม่สะอึกแฮะ แล้วนี่ตกลงแจจุงเป็นอะไรหว่า ขอดูหน่อยเถอะ
ร่างสูงจับคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอดก่อนพยายามดันใบหน้างามขึ้นมาสบ แต่แจจุงก็ยังก้มงุดไม่ขยับ ยื้อไปยื้อมาจนแจจุงหมดปัญญาต้องเอาหน้าซุกอกหมีซะอย่างนั้น เล่นเอายุนโฮอ้าปากค้างเพราะหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ
“ดะ เดี๋ยวสิ” ยุนโฮพูดเหมือนละเมอกับตัวเอง..ไอ้หัวใจบ้า หยุดเต้นเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย!
เอ้ยๆ อย่าเพิ่งหยุด..แต่ช่วยเต้นเบาลงหน่อยได้ไหม โอ้ย ชองยุนโฮสับสน
ในที่สุดผ่านไปพักใหญ่ยุนโฮก็สามารถเชยคางคนสวยขึ้นมาสบไว้จนได้ ก่อนจะต้องแย้มยิ้มออกมาแก้มแทบปริ เมื่อภาพที่เห็นคือแจจุงไม่ได้ร้องไห้อย่างที่คิดแต่กลับกัน เจ้าตัวกลับทำหน้าแดงตาโตใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ..เขิน โกรธ อาย..ทำได้ยังไงพร้อมกัน เก่งจริงๆ คนสวย.. ยุนโฮมองใบหน้าน่ารักนั้นด้วยรอยยิ้มของหมีผู้มีชัย ทำเอาแจจุงเขินหนักกว่าเดิม
“ปล่อยนะหมีบ้า” ตวาดไปอย่างที่ไม่ใช่นิสัยก่อนพึมพำเบาๆ
“ไม่ได้รักแล้วทำแบบนั้นทำไม..”
เบาแค่ไหนกระนั้นก็ยังไม่วาย หมีหูทิพย์เจ้าเก่ายังคงได้ยินเต็มสองรูหู มือหนากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพราะแจจุงไม่ดิ้นแล้วพลางว่า
“ฉันบอกเมื่อไหร่กันว่าไม่ได้รักนาย..”
คำตอบที่ไม่น่าจะได้ยินดังขึ้นทำเอาแจจุงตะลึง
“นายหมายความว่าไง” เสียงหวานที่ถามซื่อๆ ทำเอายุนโฮเกาหัว ความคิดบางอย่างทำเอาหมีหน้าด้านกลับมาอายเป็นอย่างชาวบ้านเขามั่ง หน้าหล่อๆ ขึ้นสีแดงเรื่อก่อนจะคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อยราวกับกำลังให้กำลังตัวเอง ..บอกๆ ไปซะเถอะวะ ถ้าเค้าไม่ชอบค่อยตื้อกันใหม่..
“คือ..ฉัน ฉันมีเรื่องจะบอกนายตั้งนานแล้วแหล่ะ” ในที่สุดก็ปล่อยออกมาได้นิดนึง แต่ข้อมูลแค่นั้นก็ยังไม่วายทำแจจุงให้หายสงสัยได้
“เรื่องอะไรหรอ”
“คือ ฉัน..ฉัน เอ่อ” เสียงหมีเริ่มตะกุกตะกักด้วยความลังเล เอาไงดีล่ะ
“นายเป็นอะไร บอกสิยุนโฮ ฉันอยากรู้นะ” แจจุงทำตาโตใส่ทำเอายุนโฮแทบลมจับ จะน่ารักไปไหนครับพี่น้อง..
“คือฉัน..ฉัน..” ฉันไม่เลิกซักทีนะ
“........”
“คือ ฉัน....ชอบนาย” ไปแล้วเว้ยยยยย หลุดไปแล้ว อ๊าคค ชองยุนโฮอยากจะบ้า!
พริบตาที่เสียงทุ้มขาดหาย ร่างบางก็หันหลังกลับทันที ท่าทีที่นิ่งเฉยนั้นทำเอาหัวใจของยุนโฮว่างเปล่า ร่างสูงปล่อยให้บรรยากาศเงียบงันครอบคลุมคนทั้งสองไว้เนิ่นนาน ขนาดที่แม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นอย่างเจ็บปวดอยู่ที่อกข้างซ้ายของเขาแจจุงก็คงจะได้ยินมัน..
ทนไม่ได้..ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่เป็นไรถ้าต้องเป็นแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมา
คงจะทนไม่ได้จริงๆ ถ้าต้องเห็นแจจุงมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม..
“ไม่ต้องตอบแล้วล่ะแจจุง..”
“......”
“ได้โปรดคิดซะว่านายไม่ได้ยินอะไรเถอะนะ” ..ฉันทำผิดไปหรือเปล่า?
“......”
ความเงียบทำเอาหัวใจหมีๆ เหี่ยววูบ พลาดซะแล้วซิเรา.. แจจุงคงจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกแล้วสินะ
“..ฮิ” เสียงสะอึกตะกุกตะกักค่อยๆ หลุดออกมาจากคนร่างบางที่หันหลังอยู่จนร่างสูงที่กำลังจะเดินจากไปต้องหันหลังกลับมามอง ไหล่เล็กที่ไหวสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำเอายุนโฮที่เก็ทในชั่วขณะหน้าแดงแจ๋ ก่อนจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองมองผิดมหันต์ไปก็คืออาการผิดปกติของคนสวยแสนซนคนนี้ต่างหาก
“จะ แจจุง นั่นนาย นายหัวเราะใช่ไหม”
“ฮิฮิ..ฮึก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เมื่อได้ยินดังนั้นแจจุงก็ถึงกับทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างเล็กส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ชนิดที่ว่าคนได้ยินแทบอยากจะจับมาตีก้นซะให้เข็ดนัก!
“นาย นาย..โธ่ หยุดหัวเราะนะ นายเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นรึไง”
“เปล่า เปล่านะ ฮ่าๆๆๆ” ปากว่าเปล่าแต่เสียงหัวเราะนั่นทำเอายุนโฮฉุนกึก
“ขำดีนักใช่ไหม งั้นก็ไม่ต้องเป็นแล้วแฟนเฟินน่ะ ข้ามขั้นไปเป็นเมียเลยก็แล้วกัน!” ตัวหมีผึงอกกว้างก่อนย่างสามขุมเข้ามาจนคนตัวเล็กถอยกรูด
“หยะ อย่านะยุนโฮ ฮ่าๆ อื้อออออ”
ตัวหมีๆ รั้งกายบางขึ้นแนบอกอีกครั้งก่อนจะกดหัวกลมๆ ของคนหน้าหวานให้จมลงไปบนอก บรรยากาศเศร้าหมองที่ตนยอมปราชัยเมื่อครู่กลับกลายเป็นฉากเลิฟซีนเร่าร้อนที่เจ้าตัวสร้างขึ้นเฉพาะกิจซะเอง มือหนากระชับกอดแน่นพลางกระซิบเสียงแหบที่ข้างหูคนตัวเล็กด้วยความมั่นใจว่า
“ที่จริงนายก็ชอบฉันใช่ไหมล่ะ..หึ” ถึงไงคนปากแข็งก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ
“ใช่ที่ไหน หลงตัวเองน่า”
“ไม่ชอบก็ต้องชอบ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว! มีทางเลือกให้นายสองทาง หนึ่งบอกรักฉันแล้วยอมเป็นแฟนฉัน กับสองปฏิเสธฉันแล้วมาเป็นเมียฉันคืนนี้” ร่างสูงยื่นข้อเสนอที่ทำเอาแจจุงตาโต เป็นเมียเหรอก็ดีนะ...เอ้ย ไม่ใช่! นี่มันข่มขู่กันชัดๆ!
“ฮื้อ ใครจะไปเอาข้อเสนอของนายกันเล่า”
“..งั้นถามอย่างหนึ่ง นายรักฉันรึเปล่า” คนพูดเปลี่ยนอารมณ์เร็วจนแจจุงตามแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานทำหน้าตาทะเล้นฉุกคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเสียงใส
“ใครจะไปรักหมีอ้วนอย่างนายกัน แบร่ๆๆ” แต่ราวกับเจ้าตัวทำผิด เมื่อสิ่งที่ได้ตอบแทนจากคำตอบแสนทะเล้นนั้นคือริมฝีปากหยักที่ตรงเข้าจู่โจมลำคอขาวอย่างล่วงเกิน
“แน่ใจเหรอว่าไม่รักนะ..หืม?” ปากหยักตรงเข้าซุกไซร้อย่างเป็นต่อ ฉันรู้ใจนายดีหรอกน่า..ดูซิหัวใจเต้นแรงยังกับจะทะลุออกมาแบบนี้ยังบอกไม่ได้รัก ปากแข็งจริงนะคนสวย..
“อะอือ ยุนอย่าซี่” คนหน้าหวานปรามเมื่อยุนโฮเริ่มไล่ริมฝีปากไปยังพวงแก้มจนใบหน้าขาวขึ้นสีระเรื่อ “ก็ตกลงว่ารักฉันหรือเปล่าล่ะ”
“....ถ้าไม่รักแล้วจะมาอยู่ให้นายลวนลามแบบนี้มั้ยล่ะ เจ้าหมีโง่..” แจจุงพยายามกลั้นใจตอบ อึ๊ย..น่าอายชะมัดเลยเรา
“งั้นก็แปลว่าชอบสินะ”
“....-/////-“
“น่ารักแบบนี้..เอารางวัลไปเลย”
ยุนโฮยิ้มออกมา ริมฝีปากหยักตรงเข้าประกบกับปากเล็กที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างอบอุ่น จูบครั้งนี้หวานกว่าครั้งแรกที่โรงละครนั่นมากนัก.. รสหวานหอมอบอวลนั้นตรึงแจจุงให้ติดอยู่ในภวังค์รัก ก่อนตาโตๆ จะค่อยๆ ปิดลง ยอมให้ริมฝีปากนั้นปรนเปรอความหวานอุ่นเข้ามาในโพรงปาก ลิ้นหนาดุนเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตรงเข้าไปพัวพันรับกับลิ้นเล็กไร้ประสบการณ์อย่างเชื่องช้าราวกับจะสอนให้ สัมผัสวาบหวามนั้นทำลายสติสัมปชัญญะของแจจุงจนสิ้น พร้อมๆ กับความรักที่ก่อตัวขึ้นจนไม่อาจควบคุมได้ในหัวใจของทั้งสองคน
ความรักที่เป็นเหมือนพรหมลิขิต..
พรหมลิขิตที่ทำให้เขาทั้งสองคนมาพบกัน รักกัน และมีความสุข
ใครหลายๆ คนมีความสุขกับการได้เจอกับเส้นด้ายแดงๆ เส้นนี้
แต่สำหรับผม..
ทำให้สุขสมหวังจนก้อนเนื้อสีแดงนั้นพองตัว..
ก่อนจะบีบให้แตกสลายอย่างไร้ความปราณี..
นั่นกระมัง..พรหมลิขิต
.
.
“นี่ ฉันต้องไปปิดงานแล้วนะ” แจจุงที่นั่งอยู่บนม้านั่งข้างสวนพฤกษากับยุนโฮค่อยๆ ขยับขานิดหน่อย เสียงหวานว่าเบาๆ ให้คนที่นอนอยู่บนตักลืมตาอย่างสะลืมสะลือขึ้นมาพลางอ้อน
“อื้อ..ไม่ต้องไปแล้วน่า” คำขออย่างเอาแต่ใจนั่นทำแจจุงขมวดคิ้ว
“จะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน ยุนโฮ”
“ยังง่วงอยู่เลยอ่ะ” คนหน้าหล่อยกมือขึ้นขยี้ตาพลางขยับตัวมาโอบกอดร่างเล็กไว้แน่น แล้วเอ่ยเสียงใส “อยากกอดแจจุงต่ออ่ะ อย่าไปเลยนะ”
“กลับบ้านก่อนไม่ได้รึไง”
“น่าๆๆๆๆ” แต่คำขอของหมีตัวโตก็มีอันต้องเป็นม่ายเมื่อเจอกับปณิธานอันแรงกล้าของคนน่ารัก
“ไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปปิดงาน โรงเรียนของนายด้วยซ้ำนะนี่”
.
.
“ถึงการประกาศรางวัลอย่างสุดท้าย ถ้วยชิงชนะเลิศใหญ่ของปีนี้ ร้านคุณหนูขนมหวาน..ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันตัวแทนจากทั้ง 4 โรงเรียนขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ” ชางมินเอ่ยเสียงใส ดูอารมณ์ดีกว่าเมื่อเช้ามาก ก็แน่ละสิ ขนมที่แจจุงทำน่ะ เขาคนเดียวฟาดไปเกือบหมดร้านเลยนะสิอร่อยจริงๆ
“วู้วๆๆๆๆๆๆ น้องมีอา!”
“น้องมินนี่ศรีสมรของพี่ สู้ๆ นะจ๊ะ พี่เชียร์ขาดใจ”
“รุ่นพี่วายองคร้าบบบบบบบบ สวย! เซ็กซี่! ซู่ซ่า! สู้ๆ!”
“แจจุงงงงงงงงงงงงงง โฮกกกกกกกก น้องแจจุงงงงงง สู้มานน เว้ยยยยย”
เสียงเชียร์ที่ดูจะบ้าคลั่งมากกว่าหลงใหลดังขึ้นจนเจ้าของคำชมถึงกับหน้าแดง ..แย่จัง ดูสิคนหันมามองกันหมดเลย
“เราจะประกาศกันแค่รางวัลเดียวนะครับ คือรางวัลชนะเลิศ ดังนั้นขอให้ท่านผู้ชมรอสักครู่ เพื่อติดตามผลการนับคะแนนจากทางกรรมการก่อนนะครับ”
จากทางด้านหลัง ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนผู้มีนัยน์ตาสีเดียวกันเป็นเอกลักษณ์ค่อยๆ แหวกผ่านฝูงชนมาอย่างยากลำบาก แขนหนาเบียดกระแทกแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เข้ามาจนถึงกลุ่มของอินทรีย์เงินนันไคที่เมื่อพวกนักเรียนเห็นเขา ก็พากันแหวกทางให้อย่างรู้งาน
“อ้าว สวัสดีครับประธาน ไปเดินเล่นอยู่แถวไหนมาครับเนี่ย นี่เค้าจะประกาศรางวัลร้านกันแล้วนะครับ” เสียงบอกจากรุ่นน้องทำเอาดวงตาเรียวที่แทบจะหมดความหวังดึงดันขึ้นมา สายตาประดุจเหยี่ยวกวาดมองไปยังเวทีอย่างรวดเร็วก่อนจะพบกับเป้าหมาย ร่างบางในชุดยูคาตะที่ยืนยิ้มให้ใครต่อใครอยู่บนเวทีนั่น
ไม่ว่านายจะจำฉันได้หรือไม่..ยังไงฉันก็ต้องพานายกลับไป
..
สติปัญญาเฉียบแหลมตัดสินใจในช่วงเสี้ยววินาที ขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้า เร็วขึ้นจนเกือบจะเรียกได้ว่าวิ่ง ตรงไปยังเป้าหมายที่ยืนน่ารักอยู่บนเวที แต่สติปัญญาหรือจะสู้..
สัญชาตญาน..
พริบตาที่ซองฮยอนก้าวมาถึงด้านหน้าเวที ใครอีกคนที่ยืนมองปฏิกิริยาของเขาอยู่ตั้งแต่ต้นก็วิ่งตัดหน้าเขาไปประหนึ่งสายลมพัดพา เจ้าของร่างปริศนานั้นตะโกนลั่นก่อนฉุดรั้งมือคนตัวเล็กให้ออกตามไปกับมันอย่างรวดเร็ว รวดเร็วจนเหมือนกับหัวใจของเขาถูกกระชาก
“วิ่งเร็ว แจจุง!” มือหนาสอดประกบเข้ากับมือเล็กๆ ก่อนจะดึงกึ่งลากคนรักที่ทำหน้าตาน่ารักอยู่บนเวทีออกหลังเวทีไปอย่างรีบร้อนจนแจจุงตั้งตัวไม่ทัน โดยไม่แม้แต่จะอธิบายคำใดๆ ให้คนตัวเล็กได้เข้าใจแม้เพียงนิด
เพราะนั่นเป็นสัญชาตญาณ..ไม่ใช่เหตุผล
สัญชาตญาณที่บ่งบอกให้ฉันรู้ว่าจะไม่มีวันพรากจากนายเด็ดขาด..
ซองฮยอนชะงักเท้าไปท่ามกลางเสียงฮือฮาจากผู้ชมด้านล่างที่เห็นตัวแทนถูกฉุดไปต่อหน้าต่อตา พิธีกรหนุ่มเองก็เช่นกัน หัวสมองอัจฉริยะนั่นค่อยๆ ครุ่นคิดอย่างชาญฉลาด ..นั่นฮยองยุนโฮนี่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ..
แต่ก่อนที่จะได้ทันแก้ไขปัญหา ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลกลับตัดสินใจกระทำการที่เรียกได้ว่าโง่เง่าที่สุดในชีวิต ไร้ความคิด ไร้เหตุผล และมาจากสัญชาติญาณเช่นเดียวกัน
สัญชาตญาณที่ต้องพาหัวใจกลับไปให้ได้..
ขาเรียวก้าวยาววิ่งตามไปอย่างไม่รอช้า ก่อนยกมือเรียวขึ้นกดโทรศัพท์พลางว่า “ฉันเจอตัวแจจุงแล้ว! รีบส่งทีมมา รอบจัตุรัสใหญ่พาดไปถึงชานเมืองโรงเรียนริวไค เร็วที่สุดนะจาก EAGLE” รหัสที่ไม่น่าเรียกดังออกมาจากปากชายหนุ่มที่ใช้หัวใจตัดสินก่อนสมอง สองคนกับอีกสามหัวใจ ใครกันเล่าจะสมควรได้รับไป?
แต่ไม่ว่าจะทางใดก็คงต้องมีคนเจ็บปวด..

#1 By ♥Café Princ€™ on 2008-08-12 13:31