True or Lies?[18]
posted on 01 Aug 2008 21:16 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style:
Yaoi
Couple:
Yunho/Jaejoong
Category:
Drama/Romance
Rating(this part):
PG-13
18.Near
“ฮ้า~” คนตัวเล็กยิ้มอย่างมีความสุข สองแขนยกขึ้นบิดขี้เกียจจนสุดตัว ก่อนปลดปล่อยเสียงเล็กระบายออกมาเต็มกลั้น อากาศที่นี่ดีจัง...ไม่ยักกะรู้ว่าดาดฟ้าโรงเรียนจะวิวสวยขนาดนี้
“ไง สบายล่ะสิ” เสียงเพื่อนซี้คู่กายที่ไม่ว่าจะไปไหนก็มีอันต้องแพ็คคู่ตลอดดังขึ้น ตาเรียวคมยกแขนขึ้นเท้าระเบียงก่อนปราดมองไปยังท้องฟ้าด้านนอก
“อืม..แล้วนี่นายไม่ไปแสดงละคร จะไม่เป็นไรแน่เหรอ?” จุนซูถามอย่างลังเล แววตากลมใสมีแววกังวล
“ฮ่าๆๆ นี่บทฉันน่ะแค่เต่านะ จะไปซีเรียสอะไร เดี๋ยวอีทึกมันก็หาคนมาแทนเองแหละน่า! ส่วนยัยโบ๊ะหน้าหนานั่นจะตัดคะแนนฉันก็เรื่องของชี คะแนนวิชาอื่นฉันมีสะสมไว้เยอะแล้วน่า ไม่งกๆ~”
“โหย ไอ้เก่ง”
“แน่นอนครับ ฮ่าๆๆๆ” ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงหัวเราะ คนตัวเล็กกลับฉุดยูชอนให้ลุกขึ้นแล้วที่ไปที่ข้างล่างอย่างรีบร้อน
“นี่ๆๆ ยูชอน เค้ากำลังจะแข่งบาสกันแล้วแน่เลย ดูดิคนเต็มสนามเลยอ่ะ ไหนๆ วันนี้เราสองคนก็ว่างแล้ว ไปดูกันเหอะๆ” จุนซูยิ้มตาปิด
“อื้มๆ ..นี่นาย ชวนฉันไปดูบาสไม่ได้หวังอะไรใช่ไหม” ยูชอนว่าอย่างจับผิด ก็รู้สึกว่าไอ้รุ่นน้องคนนั้นมัน..
“หือ อะไร หวังอะไร?” เห็นตาใสฉายแววงงอย่างนั้นยูชอนก็ค่อยโล่งอก แป๋วขนาดนี้คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง แล้วทำไม..
“เปล่าๆ ไปสิไป”
ทำไมเขาจะต้องทำท่าเหมือนจะหึงจุนซูแบบนั้นด้วยล่ะ?
.
.
“เฮ้ๆๆ!! ชู้ตเลย!”
“โอ๊ยวิ่งไปทางซ้ายดิวะ”
“บล็อกมันดิ ไปนู่นแล้ว!”
“กรี๊ดๆ พี่ซึงฮยอนสู้เค้า พี่จียงค้า~ Fighting!!”
เสียงเอะอะโวยวายตะเบ็งเซ็งแซ่เข้าใส่กันจนยูชอนปวดหัว โอ๊ย โคตรจะรำคาญเลยวะ บรรยากาศโคตรจะแตกต่างกับเมื่อกี้เลย ปาร์คสุดหล่อเครียด -*- สนามบาสกลางแจ้งที่บัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คน ตรงใจกลางมีทีมบาสสีแดงและสีเหลืองกำลังแข่งกันอยู่.. จุนซูฉุดกระชากลากถูพ่อปาร์คตัวดีจนหน้าครูดทิ่มไปกับคนนู้นคนนี้ทีจนถึงพื้นที่บริเวณหน้าสุดเพื่อที่จะได้เห็นชัดๆ เล่นเอายูชอนต้องยกมือขึ้นลูบจมูกด้วยความสังเวชใจ
..ดั้งกรูจะยุบไหมครับพี่น้อง T-T
“อ๊ะๆ ยูชอน โรงเรียนเรานำอยู่ล่ะๆ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมีท่าทีตื่นเต้น พลางมือเล็กๆ ก็ชี้สะเปะสะปะไปยังป้ายคะแนนฝั่งสีแดงที่กำลังขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ข้างสนาม
“แหงล่ะ ก็โรงเรียนเรามีพี่คังอินอยู่ด้วย ยังไงก็ชนะใสๆ” คำว่านั่นทำเอาใบหน้าหวานต้องขมวดคิ้วมุ่น
“พี่คังอินอยู่ชมรมการละครนี่ เมื่อเช้าฉันเห็น ทำไมมาลงบาส”
“เวรกรรม นี่นายไม่รู้อะไรเลยเหรอ”
“รู้อะไร จุนซูงง”
“คืองี้นะจ๊ะที่รัก..”
“ป้าบ!” มือเล็กยกขึ้นตบไหล่พ่อปาร์คดังป้าบทันที เล่นเอาอ้าปากค้าง
“โอ๊ย ตีฉันทำไมเนี่ยไอ้โลมาบ้า”
“ใครใช้ให้นายเรียกฉันว่าที่รักกัน ฉันไปเป็นที่รักเมื่อไหร่หา!” จุนซุว่าตาปริบๆ พลางแก้มป่องๆ นั่นก็พลันขึ้สีเรื่อนิดๆ...ไม่คิดก็อย่าทำให้คิดได้มั้ยเนี่ย >//<
“ก็แค่พูดเล่นๆ ไอ้นี่หนิ ตบซะไหปลาร้าฉันเสื่อมหมด”
“ก็อยากพูดไม่ดูตาม้าตาเรือทำไมเล่า”
“ทำยังกะนายเขินนั้นแหละ” ยูชอนว่าเซ็งๆ พลางยกมือขึ้นลูบไหล่ตัวเอง มือก็เล็กแต่แรงเยอะเป็นบ้า..
หารู้ไม่ว่าคำพูดนั้นทำเอาคนตัวเล็กถึงกับคิดหนัก..
นั่นสิ แล้วทำไมเราต้องเขินด้วยเนี่ย..??
“แล้วจะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมพี่คังอินมาลงบาส” หัวกลมๆ ส่ายดุกดิกเพื่อปัดความคิดไร้สาระ ก่อนจะรีบเบี่ยงประเด็นกลับมาเข้าเรื่องเดิมที่เจ้าตัวยังสงสัยอยู่
“ก็..อย่าว่าแต่มาลงบาสเลย พี่เค้าเป็นประธานชมรมนี้ซะด้วยซ้ำ แต่แฟน..เอ้ย เพื่อนรักเค้าน่ะอยู่ชมรมการแสดง เค้าก็เลยแวะเวียนเข้าไปหาเรื่อยๆ ยังกับเป็นชมรมตัวเอง เรื่องนี้ใครๆ เค้าก็รู้กันทั้งนั้นแหละ วันนั้นเจ้าฮีบินมันก็ประกาศไม่ใช่เหรอ ทำไมนายไม่รู้ล่ะ?”
“เพื่อนเค้า? นายหมายถึงพี่จองซูน่ะเหรอ”
“อื้อ ใช่ แล้วนี่นาย..” เสียงทุ้มยังไม่ทันจะว่าความต่อก็มีอันต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงนกหวีดพักครึ่งดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงใสน่าฟังที่ยูชอนรู้สึกว่ามันน่ารำคาญสุดๆ ซะมากกว่า..
“พี่จุนซู!! เฮ้ๆ!!!” เสียงราวเด็กชายเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มตะโกนลั่นอย่างไม่เกรงใจใคร เพราะลำพังตอนนี้เสียงรอบๆ สนามก็ดังอยู่แล้ว คงไม่มีใครสนใจหรอก จุนซูกับยูชอนหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความรู้สึกคนละแบบ สงสัยกับรำคาญ... ต่างกันจริงๆ นั่นแหละ
“อ้าว..ซึงรี” จุนซูรำพึงเบาๆ ..ลืมไปเลย ซึงรีบอกว่าจะมาแข่งบาสนี่นา
“แฮ่กๆ นึกไม่ถึงเลยว่าพี่จะมา ดีใจจริงๆ ครับ” ตาเรียวคลี่ยิ้มจนปิด จากตอนแรกที่ตะโกนเฮ้วโบกมืออยู่ไกลๆ ตอนนี้กลับเร่งฝีเท้าขึ้นจนมาหยุดยืนอยู่หน้ารุ่นพี่คนดีของตัวเอง ก่อนทักทายด้วยน้ำเสียงปนหอบ
“เปล่าความจริงฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ..”
“ผมเล่นเป็นไงบ้าง พี่เห็นรึเปล่า”
“ก็ดีน่ะ”
“เย็นนี้ว่างมั้ยครับ” ตากลมเหลือบไปมองเพื่อนข้างตัวเล็กน้อย แต่ปากห้อยๆ ก็ยังผิวปากมองนู่นนี่ไปเรื่อย..
“เอ่อ ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“คร้าบๆ ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวว่างๆ ผมจะไปหาพี่อีกนะ อ๊ะๆ เดี๋ยวผมต้องไปเล่นต่อแล้ว ช่วยดูด้วยนะครับ ผมรอให้พี่มาดูคนเดียวเลยน้า ช่วยดูด้วยน้าคร้าบบบ” เด็กหนุ่มเอ่ยอ้อนอย่างน่ารักเรียกได้ว่าสาวคนไหนได้เห็นคงใจระทวย แต่นั่นไม่ใช่กับจุนซู..
“เอ้อ อ่ะ อื้อ..”
“ไปละคร้าบบบบ”
ตากลมใสกะพริบปริบๆ อย่างงงงวย มองรุ่นน้องช่างกล้าที่วิ่งมาแล้วก็วิ่งไป จุนซูไม่ได้สนใจเรื่องที่เพิ่งคุยกับซึงรีเมื่อกี้เลยแม้แต่น้อย กลับกันความรู้สึกบางอย่างกลับบอกให้จุนซูหันกลับไปหาเพื่อนรักข้างๆ เพราะอยากจะรู้ถึงปฏิกิริยาบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าอยากรู้อะไร
“เอ่อยูชอน..”
“หืม? อะไร”
จุนซูมองไปที่เพื่อนรักของตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน ทำไมยูชอนไม่เห็นมีปฏิกิริยาอะไรเหมือนเมื่อเช้าเลยล่ะ? ทำไมไม่ไล่ซึงรีไป ทำไมไม่ทำหน้าเซ็งๆ ใส่เขา ทำไมยังทำหน้าระรื่นลอยชายดูนู่นดูนี่อยู่ได้?
ทำไมไม่สนใจที่เขาคนนี้ ทำไมไม่โกรธที่ซึงรีมายืนจีบเขา..
….
..
.
แล้วนี่เรากำลังหวังอะไร?
คิดอะไรอยู่คิมจุนซู..
....
..
.
“เหลืออีกตั้งชั่วโมงครึ่งกว่าจะปิดงาน ไปดูอะไรกันต่อดีล่ะ อ้อ! ฟุตบอลดีมั้ย นายชอบนี่”
“อ่ะเอ่อ ดีสิ” สัมผัสอบอุ่นที่มือคืบคลานเข้ามา จุนซูก้มลงมองมือหนาที่คอยกอบกุมมือเล็กๆ ที่สั่นเทาของเขาอยู่ตลอดเวลาด้วยความรู้สึกหลากหลาย มองร่างสูงที่เดินจูงมือเขาด้วยความรักไปยังทุกๆ ที่ มองมือคู่นั้นที่เขาไว้วางใจที่จะฝากชีวิตไว้ให้เพราะเคยคิดว่าเป็นเพื่อนที่รักที่สุด มองใบหน้าที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปี..
เค้าเคยมองมาหลายครั้ง
แต่ครั้งนี้จุนซูกลับกำลังคิดว่ามันต่างออกไป
ความรู้สึกต้องห้ามกำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจดวงเล็กๆ ของเขาอย่างเงียบๆ
แต่เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้
จุนซูรู้ดีว่าความเจ็บปวดเป็นอย่างไร..
เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง
หยุดความคิดบ้าๆ นั่นซะ..
“อ้าว ยืนเหม่ออะไรอยู่ นี่ฉันจูงมือนายหรือว่าลากนายเดินเนี่ย โคตรจะเหนื่อยเลยว่ะ” มือนั้นยังไม่ปล่อย..ถึงปากจะว่ามือนั้นก็ยังคงจับอยู่..
“ไปสิ” จุนซูตอบพร้อมกระชับมือตอบกลับไป
แค่ยูชอนยังกุมมือเขาไว้เหมือนในตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว
แค่มียูชอนยืนอยู่ข้างๆ ..มันก็เพียงพอแล้วล่ะจุนซู
นายยังจะอยากได้อะไรจากเขาอีก?
หญ้าสีเขียวที่โบกสะบัดไปมายามลมพัด แม้จะถูกรองเท้าสตั๊ดคู่แล้วคู่เล่าเหยียบย่ำลงไป มันก็ยังลุกขึ้นมาเติบโตต่ออย่างไม่ย่อท้อ เสียงเชียร์กับหยาดเหงื่อของผู้เข้าแข่งขันในสนามทำให้สนามฟุตบอลเวลานี้ดูคึกคัก แต่ยูชอนกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น
ตั้งแต่มานั่งอยู่ตรงอัฒจรรย์นี่ ก็ยังไม่เห็นจุนซูจะยิ้มซักแอะ กลับกันปากเล็กๆ ยังเอาแต่จิบน้ำอัดลมประป๋องที่เค้าซื้อมาตั้งสิบนาทีแล้วไม่หมดซักที ดวงตาใสแจ๋วนั่นเหม่อลอยจนดูน่าสงสาร..
“จุนซู”
“...”
“โลมาบ้า”
“...”
“คิมจุนซู!!!”
“หะ..หา”
“เหม่ออะไรของนายอีกแล้ว
เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า” หัวเถิกพยายามจะแสกหน้าเข้าไปวัดไข้
แต่ความใกล้นั่นก็ทำให้จุนซูต้องรีบขยับออกมาด้วยความตกใจ จนยูชอนแทบหัวทิ่ม
“เฮ้ย เป็นอะไร จะวัดไข้ เอาหัวออกไมเนี่ย”
“ขะ..ขอโทษ”
..ไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่เหมือนเดิม..ทำยังไงดี
ทำไมหัวใจเราเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้
“จุนซูนี่นายเป็นอะไรรึเปล่า”
ตาคมมองอย่างเป็นห่วง
“ปะเปล่านะ
ไม่ใช่นะยูชอน”
“แล้วน..”
“จุนซู..รึเปล่า”
เสียงจากบุคคลที่สามทำเอาคู่เพื่อนซี้ต้องหันไปมองพร้อมกัน เด็กหนุ่มใบหน้าชื้นเหงื่อที่มีผลมาจากการเล่นฟุตบอลกำลังหันหน้ามองมาทางจุนซูด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนใบหน้าคุ้นเคยนั้นจะทำให้จุนซูละมือจากกระป๋องน้ำ ดวงตาใสมีน้ำรื้นขึ้นมาทันทีจนยูชอนตกใจ ก่อนปากเล็กจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายเหลือเกิน
“ฮยอคแจ..”
***
ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ค่ะ

#1 By (^_^)/nana on 2008-08-01 21:50