[SF] Because..??
posted on 22 Jul 2008 20:32 by kyokoong in One-shot
[SF] Because..??
TVXQ Fan Fiction
Title: Because..??
By: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Romance/ One-shot
Rating: PG-13
Special: นี่เป็น
SF ที่แต่งเร็วมาก(กว่าเรื่องอื่น) =[]= มาด้วยความมึน งง แอนด์ สับสนสุดๆ
ยิ่งกว่าบุคลิกของแจแจในเรื่องซะอีก แรงบันดาลใจมาจากโดอุชิเตะล้วนๆ
ตอนแรกกะจะเอาเศร้าๆ ..แต่ไปๆ มาๆ มันกลับติดจะรั่วหน่อยๆ ซะงั้น
ไปอ่านดีกว่าเนอะ ติชมด้วยล่า ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^
“どうして君を好きになってしまったんだろう ,どんなに時が流れても君はずっとここにいると思ってたのに, でも君が選んだのは違う道...”
ท่วงทำนองเพลงรักหวานหูบรรเลงกังวานอยู่ภายใต้ชุดหูฟังอิเล็กทรอนิคตัวจ้อย
เนื้อความหวานที่แฝงความเศร้าสร้อยเอาไว้มากมายเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กนับพันที่คอ
ทิ่มแทงหัวใจของผู้เป็นเจ้าของให้เจ็บปวดอยู่เรื่อยไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด..
“อ๊ะ...” เสียงนุ่มอุทานเบาๆ ออกมาเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ข้างหู
ขาเรียวยาวจากผู้มาใหม่ทรุดลงนั่งข้างๆ ก่อนไกวเท้าไปตามสายน้ำเอื่อยๆ
มือหนาฉวยหูฟังข้างหนึ่งใต้กลุ่มผมนิ่มออกมาแล้วเสียบใส่หูตัวเองแทน
ริมฝีปากได้รูปเอ่ยคำถามง่ายๆ ที่คนฟังได้ยินแล้วอดจะแอบยิ้มบางๆ
ออกมาไม่ได้
“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ หนาวขนาดนี้ยังจะมานั่งตากลมเล่นน้ำอยู่ได้ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”
“เป็นห่วงฉันหรือ?” เสียงหวานถามกลับ
“พูดอะไรของนาย..แล้วนี่ฟังอะไรอยู่” เสียงทุ้มติดจะแหบนิดๆ
ว่าเปลี่ยนเรื่องก่อนจะขยับตัวยุกยิกๆ
ถอดเสื้อคลุมของตัวเองห่มให้ฝ่ายตรงข้าม หนาวจะตาย..มานั่งเล่นอะไรอยู่ได้
จริงๆ เลยน้าแจจุงเนี่ย
“ซิงเกิ้ลล่าสุด ทำไมสุดท้ายคุณถึงได้ตกหลุมรักฉัน” เสียงหวานว่าเรียบๆ
ดวงตากลมโตมองผืนน้ำเบื้องหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย
สองแขนกระชับเสื้อคลุมที่มาจากความห่วงใยของอีกฝ่ายขึ้นแนบตัว หัวกลมๆ
เอนอิงแนบไปกับศีรษะของอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆ หลับตา ยุนโฮไม่ได้ว่าอะไร
สองเท้าไกวน้ำเอื่อยๆ ใส่เท้าเล็กๆ ของแจจุง แล้วว่ากลั้วหัวเราะ
“ครั้งที่ห้าแล้วที่นายพูดชื่อเพลงของเราผิด”
“อืม..ครั้งที่ห้าแล้วหรือ” คิ้วเรียวขมวดน้อยๆ ก่อนเอ่ยปากงึมงำค่อนแคะปากตัวเองที่เผลอทำเจ้าของหน้าแตกไปอย่างงอนๆ
“ดูซิ ขนาดชื่อเพลงนายยังแสดงความหลงตัวเองออกมาได้อีกนะ
ความรู้สึกนี้นี่มันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ” ว่าเขาไปก่อนจะหัวเราะลั่น
จนคนหน้าหวานที่เกือบจะเคลิ้มหลับไปเมื่อครู่ พลันลืมตากลมๆ
ของตัวเองขึ้นมาอย่างเซ็งๆ ปากอิ่มเบ้ออกอย่างงอนๆ
ก่อนจะยกมือเล็กขึ้นทุบผู้ประทุษร้ายเขาทางคำพูดเมื่อกี้อย่างเอาเป็นเอาตาย
“กล้าว่าฉันเหรอยุนโฮ ยังไงฉันก็แก่กว่านายตั้ง11วันเชียวนะ นี่ๆๆ!”
มือเล็กรัวกำปั้นน้อยๆ ที่แน่นหนักลงไปบนตัวหนาๆ ของหัวหน้าวงไม่ยั้ง
ก่อนจะถูกมือหนากว่าหยุดเอาไว้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก
ยุนโฮทำหน้าตาเจ็บปวดซ่อนแววระริกระรี้
ก่อนเอ่ยคำที่เจ้าตัวคิดว่าสำออยที่สุดในชีวิตออกไป
“โอ้ย เจ็บชะมัด นายทุบฉันจนช้ำไปถึงปอดแล้ว
ถ้าชองยุนโฮหัวหน้าวงทงบังชินกิสุดแสนเท่คนนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลละก็
นายจะรับผิดชอบยังไงฮะ”
“บู้..นายว่าฉันก่อนนี่” คนตัวบางกว่าว่างอนๆ
ก่อนจะหมุนตัวแล้วล้มจุมปุกลงไปนอนตักคนที่เจ้าตัวสรุปเอาเองว่าเป็นเจ้าหมีอ้วนของต
วเอง
หัวกลมๆ ดุกดิกไปมาจนยุนโฮจักกะจี้ มือหนาจึงรั้งหัวกลมๆ
ให้นิ่งเอาไว้ก่อนจะลูบไปมาอย่างห่วงใย
ยุนโฮเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาเลื่อนลอย แจจุงเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียกคนตรงหน้าเบาๆ
“ยุนโฮ...”
“หืม”
“ฉันไม่เข้าใจเลยล่ะ”
“ไม่เข้าใจอะไรล่ะ”
“ทำไมสุดท้ายฉันถึงต้องตกหลุมรักคุณ?...มันหมายความว่ายังไง”
“...”
“ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ..ยุนโฮ”
“ฉันไม่เห็นจะเข้าใจคำถามนายเลย”
“ก็..ถ้าตกหลุมรักแล้วเขาไม่ชอบ ก็ไปชอบคนอื่นไม่ได้เหรอ ทำไมต้องกลับมารักอีกล่ะ..”
“นายก็ร้องอยู่กับปากนี่ ฮึ” ยุนโฮว่ายิ้มๆ
ก่อนจะพยุงแจจุงให้ขึ้นมานั่งพิงเขาดีๆ เหมือนเดิม
เพราะรู้สึกว่าเหน็บเริ่มจะพรากขาเขาไปข้างหนึ่งแล้ว
“ฉันร้อง..ฉันร้องก็จริง..แต่ฉันไม่เข้าใจมันซักนิดเลยยุนโฮ ฉันสื่อถึงเพลงนี้ไม่ได้..ฉันไม่เข้าใจจริงๆ”
“ถ้าซักวันนายตกหลุมรักใครซักคน”
“....”
“นายจะเข้าใจความหมายของมันเอง..”
.
.
.
เพราะเหตุใดสุดท้ายผมก็ต้องตกหลุมรักคุณ?
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ผมก็ยังเอาแต่คิดว่าคุณยังอยู่ตรงนี้
แต่ในความเป็นจริงคุณได้เลือกทางเดินที่แตกต่างไปแล้ว…
.
.
.
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตขาวยาวระลำตัวกับกางเกงขาสั้น
ชว์ขาอ่อนเรียวขาวน่าสัมผัสที่นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนเก้าอี้เบานุ่มดีไซน์ทรงหมุนม
สไตล์อย่างหงอยๆ
กายผอมบางขืนตัวจนเก้าอี้นุ่มๆ หมุนติ้วๆ ก่อนจะกลับมาหยุดอยู่ที่เดิม
ภาพละอองฝนที่กระหน่ำซัดอยู่นอกหน้าต่างบานใส
ทำเอาดวงตากลมใสที่ชายตามองอยู่ฉายแววเบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
สองแขนรั้งเข่าแนบอกขึ้นอีกด้วยความหนาวจนเสื้อเชิ้ตสีขาวเลิ่กขึ้นเห็นต้นขาชัดเจนก
่าเดิม
แม้จะดูไม่สุภาพเท่าไหร่ แต่ด้วยอยู่ในที่พักส่วนตัวแบบนี้
แจจุงก็ไม่ได้สนใจจะลุกขึ้นมาแต่งสูทเซ็ตผมให้มันดูดีกว่าเดิมแต่อย่างไร
“กลับมาแล้ว”
เสียงทักทายอย่างร่าเริงดังมาจากน้องคนกลางของวง
ใบหน้าสดใสซ่อนแววเจ้าชู้อยู่เนืองๆ
ส่งยิ้มทักทายคนในบ้านก่อนจะหอบหิ้วถุงกับข้าวพะรุงพะรังเข้ามา
แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ดังตอบออกมา
คนเพิ่งกลับก็ได้แต่เร่เอาของไปวางกองอยู่บนโต๊ะกับข้าวก่อนจะเดินมายังห้องรับแขกที
ไม่มีเสียงเอะอะเฮฮาวุ่นวายต้อนรับอย่างเคยด้วยความแปลกใจ
“เฮ้ไปไหนกันหม..อ้าว”
ตาคมที่หมายจะเรียกหาคนในบ้านกลับไปสะดุดกับใครคนหนึ่งในห้องนั่งเล่น
ร่างบางตรงหน้าดูหม่นหมองไม่สดใสอย่างเคย
จนคนตัวสูงกว่าอดไม่ได้ที่จะลากเก้าอี้ทรงหมุนแบบเดียวกับคนตรงหน้าไปไว้ข้างๆ
แล้วกระโดดขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้อย่างเคยชิน
กายหนารั้งตัวจนเก้าอี้หมุนติ้วๆ หนึ่งครั้ง
ก่อนเอ่ยปากถามคนนั่งซึมด้วยน้ำเสียงสดใส
“เอ้าๆ มานั่งกอดเข่าเจ่าจุกอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะพ่อคนเก่ง”
“หุบปากน่า...ตอนนี้ชั้นไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับนายหรอกนะ ยูชอน”
“นั่นแน้ อารมณ์ไม่ดีซะด้วย
อะไรกันน้าที่ทำให้คิมแจจุงนักร้องนำของวงนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลีใต้
ทงบังชินกิ คนนี้ต้องซึมกะทือเป็นท่อนไม้หงอยเหงาตั้งแต่หัววันแบบนี้”
“บอกให้หุบปากไง”
“เออน่า เสียงเบื่อโลกสุดๆ แบบนี้เอาขวานมาฟันคอฉันให้หนำใจไปเลยซะสิ จะได้หายเครียด”
“ขืนนายตายจุนซูมีหวังร้องไห้จนน้ำตาท่วมโลก”
“ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ก็จุนซูของฉันออกจะน่ารักซะขนาดนั้น”
“..แน่ละสิ และฉันก็คงเป็นรายต่อไปที่ต้องตาย เพราะฉันว่ายน้ำไม่เป็น”
..แค่นี้ก็ตกหลุมพรางซะแล้ว ไหนบอกไม่มีอะไรจะคุยไง
แล้วไหงพูดเป็นต่อยหอยแบบนี้ล่ะแม่นางฟ้า..
ไก่เจ้าเล่ห์ปรามาสก่อนซ่อนยิ้มขำคนตรงหน้าไว้ภายใน
“ฮ่าๆ งั้นเหรอ แต่ฉันว่าไม่นะ นายน่ะต้องตายทีหลังแน่”
“ทำไม”
“เพราะยุนโฮคงจะให้นายขี่หลังถ้าน้ำตาจุนซูท่วมโลก รอจนกว่าชางมินหรือยุนโฮจะเหนื่อยตายนั่นแหละนายถึงจะตาย”
“พูดบ้าๆ ถ้าถึงวิกฤตจริงๆ มนุษย์หน้าไหนมันจะมาช่วยฉัน”
“นายไม่เชื่อใจยุนโฮหรือ? หมอนั่นเป็นเพื่อนรักของนายไม่ใช่หรือไง..หรือถ้าจะพูดให้ถูก เป็นเพื่อนที่รักนายที่สุดต่างหาก”
“..ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันหมายถึงไม่ว่าใครก็ต้องไม่อยากตาย จริงไหมล่ะ? ” “..งั้นเหรอ”
“หรือไม่จริง? อะไรจะทำให้คนๆ หนึ่งยอมตายเพื่อคนๆ หนึ่งได้ ชีวิตทั้งชีวิตนะยูชอน”
อะไรของมัน.. จู่ๆ ก็จริงจังขึ้นมา
แล้วคำถามแค่นี้ตอบไม่ได้รึไง? ถามอะไรสิ้นคิดจริงๆ แต่พี่ปาร์คจะบอกให้อีกทีก็ได้ฟะ ถือว่าเป็นคู่กัดคนสำคัญหรอกนะ
“ความรักไง ความรักทำได้ทุกอย่าง นายไม่รู้รึไง?”
“ความรัก..ตกหลุมรัก อีกแล้ว คำนี้อีกแล้ว..”
เสียงหวานเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอดปนหงุดหงิดด้วยแม้แต่ตนเองก็ใช่ว่าจะเข้าใจในประโยค ที่ตัวเองพูด
ใช่..เหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาหงุดหงิดคิดหาทางแก้ไขปัญหาข้อนี้ไม่ได้ตั้งแต่ เมื่อวาน..
ทำไมสุดท้ายผมถึงต้องตกหลุมรักคุณ...
“เป็นอะไร พึมพำอะไรอยู่ได้คนเดียว”
“ยุ่งน่า”
“ดีสิ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะได้เอาข่าวไปบอกพวกนักหนังสือพิมพ์ซะเลย
รับรองงานนี้รับเละ ถอยอาร์มานี่ใส่สบายๆได้ซักสองสามตัวเลย”
“บอกอะไร” คนสวยขมวดคิ้วทำหน้างง..มันพูดอะไรของมันเนี่ย??
“คิมแจจุงนักร้องเพลงรักชื่อดัง เกิดอาการสับสนเครียดจัดในความรัก
พี้ยาจนประสาทกลับ พร่ำเพ้อไม่ได้สติอยู่ในห้องพัก จนเพื่อนๆ
ในวงเห็นความผิดปกติจึงต้องนำส่งโรงพยาบาลด้วยความโกลาหล”
เสียงเข้มร่ายยาวปาวๆ ความจริงบ้างแต่งเองบ้าง
เนื้อความรุนแรงไม่เกรงใจจำเลยทางคำพูดทำเอาแม่นางฟ้าที่ตอนนี้ฉุนจัดลุกพรึ่บ
ก่อนจัดการกระโจนเข้าใส่คู่กัดจอมแสบที่หาเรื่องเขาได้เวลาดีนัก พร้อมๆ
กับกรีดร้องด้วยความโมโห
“มากไปแล้วนะไอ้ไก่บ้า!!! แกว่าใครพี้ยาจนประสาทกลับฮะ!!!!
ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั้ย!!” แจจุงฉุนจัดจนใบหน้าขาวๆ ขึ้นสี
มือเล็กตรงเข้าบีบคอโจทก์ปากดีที่ร่ายกวนประสาทผิดที่ผิดเวลา
จนเหยื่อนางฟ้าแทบตาถลนเพราะนึกไม่ถึงว่าแรงคนตัวเล็กจะมากขนาดนี้
“อ่อกกกก!!! อ๊าคค จะ แจจุ จะ จุง ฉันขอโท..ษ อึ่กกกก”
ยูชอนแกะมือน้อยที่ลำคออย่างเอาเป็นเอาตาย
ก่อนจะได้ยินเสียงระฆังสวรรค์ที่ประดุจพระผู้ช่วยให้รอดมาโปรดคนบาปเช่นเขา
“กลับมาแล้ว...เฮ้ยยย”
“ยะ ยุนโฮ..ชะ ช่วยช้า...นน”
เสียงอึดอัดเหมือนคนใกล้ตายทำเอาพี่คนโตกับน้องๆ
ที่เพิ่งกลับต้องวิ่งเข้ามาช่วยจนแตกตื่นกันไปหมด
ยุนโฮดึงแจจุงที่โกรธจนหน้าแดงมากอดไว้ พร้อมๆ
กับจุนซูและชางมินที่ช่วยกันหาน้ำหายาดมมาปรนนิบัติพัดวีไก่ตัวดีอย่างเบื่อหน่าย
คงหาเรื่องใส่ตัวตามเคย..สมน้ำหน้า
“ไอ้ไก่บ้า! หนอย..ฝากไว้ก่อนเถอะ บ้าจริง!!!”
“ใจเย็นก่อนสิแจจุง นายบีบคอยูชอนจนจะตายอยู่แล้วนะ”
“ก็หมอนั่นหาเรื่องฉันก่อนนี่ ยุนโฮ”
เสียงหวานอ่อนลงเมื่อเพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองผิด
ขาเรียวยกตัวเองขึ้นไปนั่งกอดเข่าบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง
ก่อนก้มหน้าลงซุกกับแขนขาวๆ อย่างเศร้าสร้อย
“ทำเค้าแล้วเสร็จก็มานั่งหงอย เป็นอะไรไปอีกละหืมม??”
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจดีเหมือนทุกครั้ง..น้ำเสียงอ่อนโยนที่มีให้กับแจจุงคนเดียว..
“ฉัน..ฉันคงอารมณ์แปรปรวน”
“แปรปรวน? ประจำเดือนไม่มาหรือ” ยุนโฮว่ากลั้วหัวเราะ จนคนสวยเบ้หน้าขึ้นมาอีกครั้งอย่างงอนๆ
“นายอยากโดนเหมือนมิกกี้หรือไง!”
“ฮ่าๆๆ เอาเลยๆ” หมีอ้วนเย้าอีกอย่างเป็นต่อ ตัวเล็กขนาดนี้จะทำอะไรเขาได้ เขาไม่ได้อ่อนหัดอย่างยูชอนซะหน่อย
“...รู้อยู่แล้วนี่ว่ายังไงฉันก็ทำไม่ได้ ยังจะมาแกล้งกันอีก ฮึ”
เมื่อรู้ว่าตัวเองแพ้ซะแล้วก็ยังไม่วายพาลต่ออย่างเอาแต่ใจ
คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างงอนๆ ก่อนจะก้มหน้าลงซุกกับเข่าไม่สนคนตรงหน้าอีก
“งอนหรือ..?” ยุนโฮนั่งยองๆ ลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับคนสวยบนเก้าอี้ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู
“เปล่า” คนหน้าสวยส่งเสียงอู้อี้ตอบ เรียกรอยยิ้มจากหมีขี้แกล้งได้ไม่น้อย
“เปล่าแล้วทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมาคุยกันหน่อยล่ะ”
“นี่..ฉันน่ะ”
“หืม?”
“ฉันน่ะก็เคยตกหลุมรักคนอื่นเหมือนกันนะ”
“...”
“..หรือไม่เคย ฉันจำไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่เบามากๆ
เบาเหมือนปีกผีเสื้อที่มาเกาะที่ปากฉัน แล้วมันก็ลอยไป
จากนั้นฉันก็จำไม่ได้อีกว่าการตกหลุมรักมันเป็นยังไง”
“ไม่แน่ใจเหรอ?” ยุนโฮมองแจจุงที่ก้มหน้าลงอย่างหงอยเหงาด้วยความรู้สึกแปลกๆ แจจุงตกหลุมรักใคร?
“รัก..คือความรู้สึกดีๆ ที่คนสองคนมีให้กัน..รัก คือ สิ่งที่ดี..”
“.....”
“แต่ฉันกลับสัมผัสถึงมันไม่ได้เลย..”
แม้แต่ความรักที่ฉันให้นาย นายก็มองไม่เห็นหรือ?
.
.
.
ทงบังชินกิมีงานจะต้องไปถ่ายเบบที่สตูดิโอเช้าวันนี้
แจจุงลอบมองมิกกี้ยูชอนน้องคนกลางที่ไม่รู้ว่าจะโกรธเขามากขนาดไหนด้วยสายตาสำนึกผิด
และถึงแม้จะระบายกับยูชอนไปมากเท่าไหร่
ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ความสงสัยของแจจุงลดน้อยลง
ซ้ำยังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเมื่อเขาได้คุยกับยุนโฮ
นักร้องเพลงรักที่ไม่เข้าใจความรัก..เขานี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ
“เอ่อยูชอน”
“หือ”
“เรื่องเมื่อวานฉันขอโทษนะ”
“เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอก” ยูชอนรับคำขอโทษด้วยสีหน้าหวาดๆ..
ก็ปกติดุอย่างกับอะไรดี ไหงวันนี้มาขอโทษเราได้ฟะ -*-
วันนี้ยังเป็นอีกวันที่แจจุงยังคงหงอยเหงา ซึม ไม่พูดไม่จา
จนสมาชิกในวงรู้สึกถึงความผิดปกติ ในหัวกลมๆ นั่นยังคงพยายามหาคำตอบ
ฉันอยากมีความรัก..ความรักที่ไม่ใช่แบบเพื่อน พี่น้อง หรือว่าพ่อแม่...
..นี่เรากลายเป็นยองอุงแจจุงเต็มตัวไปแล้วตั้งแต่เมื่อไร
แล้วคิมแจจุงเคยรักใครจริงๆ หรือเปล่า?
จำไม่ได้...เขาจำไม่ได้จริงๆ ความรู้สึกที่เหมือนปีกผีเสื้อนั่น..
.
.
“นี่ชางมิน นายว่าฮยองแจจุงเค้าเป็นอะไรเหรอ พักเนี้ยชั้นเห็นเค้าหงอยๆยังไงไม่รู้”
ทันทีถึงคิวที่แจจุงต้องถ่ายเดี่ยว สมาชิกทั้ง 4
ก็จับกลุ่มสนทนากันถึงอาการของแจจุงทันที
โดยมีโลมาจอมยุ่ง(แอนด์เจือก)เปิดประเด็นก่อนเป็นคนแรก
“ฉันจะไปรู้เหรอ ถามฮยองยุนโฮสิ” เสียงพูดปัดความรับผิดชอบนั่นทำเอายุนโฮเบิกตาโพลง
“อ้าว! ทำไมต้องถามพี่ด้วยล่ะ”
“อย่าไขสือน่า อะไรเกี่ยวกับฮยองแจจุงน่ะพี่รู้ดีทุกอย่างแหละ”
ยูชอนที่นั่งพิงไหล่โลมาน้อยอยู่ว่า ก่อนจะสัปหงกลงไปอีกครั้ง
“..ฉัน”
“รีบบอกมาเถอะ ดูท่าพี่เค้าจะอาการหนักแล้ว ร้องเพลงก็ซึม กินข้าวก็ซึม”
“แจจุงบอกฉันว่าเค้าไม่เข้าใจความรัก
เค้าบอกฉันว่าเค้าเข้าถึงอารมณ์เพลงล่าสุดของเราไม่ได้
อันที่จริงคือเข้าถึงอารมณ์ไม่ได้มาหลายเพลงแล้ว
แต่รู้สึกว่าความหมายกับทำนองของเพลงนี้จะยิ่งทำให้หมอนั่นคิดมาก”
“ความรัก????” สามเสียงประสานกันด้วยความงุนงง
“แต่ผมว่าพี่เค้าก็ร้องโดอุชิเตะได้ดีนี่ ก่อนหน้านี้ก็ร้องดี” ชางมินออกความเห็น
“ฉัน..ก็ไม่รู้” ยุนโฮก็ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างหมดปัญญาเช่นกัน
“หรือฮยองแจจุงจะอยากมีความมรัก?” จุนซูเสนอ
“หา ทำไมนายคิดอย่างงั้นล่ะ” ยุนโฮชักใจแป้ว แจจุงน่ะเหรออยากจะมีแฟน
“ก็ฮยองแจน่ะ..เคยพูดไว้นี่ว่า ตั้งแต่เกิดมา เค้ายังไม่เคยรักใครจริงๆ
แบบพระเอกในหนังซักที ผมก็เลยคิดว่า...” ยังพูดไม่ทันจบ
คนสัปหงกที่เงียบไปนานก็ผึงตัวขึ้นมาพร้อมกับดีดนิ้วดังเปาะ!
“ใช่แล้ว มันเป็นอย่างงี้นี่เอง!” เสียงเจื้อยแจ้วของยูชอนทำเอาทุกคนงง
“อะไร เป็นอะไร”
“ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าจะทำยังไงให้แจจุงกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”
“ทำยังไง” ชางมินที่นั่งเงียบมานานถามบ้าง
ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ไม่อยากจะยุ่งมากด้วยซักเท่าไหร่หรอก..แต่พอเห็นฮยองคนสวยเอา
ต่นั่งหน้าซึมทุกวันๆ เขาก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
“เรื่องเนี้ย..ฮยองยุนโฮ พี่ต้องเป็นคนจัดการนะ”
“ฉัน..?”
“ก่อนอื่นเลย..บอกพวกผมมาซะ ว่าพี่น่ะคิดกับฮยองแจจุงเกินกว่าเพื่อนใช่ไหม”
“เฮ้ย” ยุนโฮเบิกตาโพลง เดี๋ยวสิ นี่มัน..
“พี่ไม่ต้องปิดพวกผมหรอก ขนาดโง่ๆ อย่างจุนซูยังรู้เลย” ชางมินพูด ยุนโฮจึงหันไปหาจุนซูซึ่งก็พยักหน้ารออยู่ก่อนแล้ว
“ใช่ฮะ ขนาดโง่ๆ อย่าง..เฮ้ย! ไอ้ชางมิน แกหลอกด่าฉันนี่”
“เพิ่งรู้รึไง” น้องเล็กยักคิ้วให้อย่างเป็นต่อ ความรู้สึกช้าเหมือนเคย
แต่ก่อนที่จุนซูจะได้ประหารชางมินให้สมใจอยาก
เสียงพี่คนโตก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดเสียก่อน
“ใช่ ฉัน...รักแจจุงมานานแล้ว”
.
.
.
แสงจันทร์สลัวที่ส่องเข้ามาในห้องทำให้แจจุงรู้สึกตัว
ตากลมลืมขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆ คิ้วเรียวขมวดขึ้น
คงเป็นเพราะความเครียดถึงทำให้เขาตื่นขึ้นมากลางดึกได้
มือขาวยกขึ้นเกาหัวนิดๆ ก่อนจะพยุงตัวผอมๆ ของตัวเองให้ลุกขึ้น
แล้วปล่อยขาเรียวยาวให้พาเจ้าของร่างลงไปข้างล่างด้วยความรู้สึกที่เหมือนกระเพาะ
โหวงเหวงอย่างไรไม่ทราบ
“ตึก อูย” ความมืดทำให้แจจุงเดินไปชนกับเจ้าของร่างๆ หนึ่งที่ยืนด้อมมองๆ
อยู่แถวๆ ตู้เย็น ก่อนแสงจากสวิตซ์ไฟจะทำให้แจจุงเห็นคู่กรณีอย่างชัดๆ
“อ้าว แจจุง ตื่นมาทำไมดึกดื่น”
“ฉันต่างหากที่ต้องถามนาย ตื่นมาทำอะไรดึกๆ เนี่ยยุนโฮ”
“ก็เมื่อเย็นกินน้อยไปหน่อย พอดึกก็เลยต้องออกหากิน” ร่างสูงว่าไม่มอง
มือเรียวยังคงหาของกินในตู้เย็นเขมือบไปเรื่อยเปื่อย ทั้งพุดดิ้งของชางมิน
ขนมเค้กของจุนซูแล้วก็..
“หยุดนะ! กินของน้องแบบนั้นได้ยังไงกัน” เสียงทุ้มหวานว่าดุๆ ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อยุนโฮเอ่ยเสียงเครียด
“นาย..ยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่เหรอ”
“ฉัน...”
“ที่นายตื่นมากลางดึกแบบนี้ ก็เพราะนายยังเครียดเรื่องนั้นอยู่ใช่หรือเปล่า”
“.....” ตากลมฉายแววสงสัยระคนหงุดหงิด ก่อนจะได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนจากเพื่อนรักที่เคียงข้างเขามาตลอดยะเวลาเกือบ 7ปี..
“อย่าตกใจไปเลย เรื่องของนายน่ะ ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรอก”
.
.
.
“ฮ้า~” เสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับใบหน้างามหวานหยดย้อยยิ่งกว่าสตรีที่มองขึ้นไปบนฟ้า
“สบายใจขึ้นไหม” แต่คำถามของร่างสูงข้างๆ ก็ทำเอาแจจุงต้องขมวดคิ้วขึ้นอีก
“ระเบียงตรงนี้เย็นดี แต่เพราะฉันเคยขึ้นมานอนตากลมตรงนี้แล้วเป็นหวัด
นายก็เลยห้ามไม่ให้ฉันขึ้นมาอีก แล้วทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงได้ยอมให้มาล่ะ”
“ก็..มันโรแมนติกดีมั้ง” ริมฝีปากหยักยกยิ้ม เรียกใบหน้าสวยให้แดงก่ำจนต้องก้มงุดได้
“นี่..ยุนโฮ”
“หือ?” เสียงทุ้มว่ารับ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนข้างตัวที่เอาหัวกลมๆ
มาพิงไหล่เขา แจจุงเคยทำแบบนี้กับเขาหลายครั้งจนเคยชินเสียแล้ว
..แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่ชองยุนโฮคนนี้จะควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจของตัวเองให้เคยชิน
ไปกับมันได้
เพราะมันยังคงดังแรงขึ้น แรงขึ้น..แรงจนเขากลัวว่าแจจุงจะได้ยิน
“ฉันพอจะนึกออกแล้วล่ะ ว่าปีกผีเสื้อที่ฉันว่าน่ะมันมาจากไหน”
“เอ๋..”
“ตอนนั้น ฉันรู้สึกว่าลมมากมายพัดเข้าหาฉัน ตัวของฉันกำลังลอย
ลอยไปไกลแสนไกล แต่ทั้งที่ลมพัดแรงขนาดนั้น ฉันก็ยังร้อน ร้อนมากเลยล่ะ..”
“นายฝันหรือเปล่าเนี่ย” ยุนโฮขมวดคิ้ว ลอยได้ด้วย สงสัยแจจุงจะเพ้อไปเองแล้วมั้งเนี่ย
“ใช่ฉันฝัน..แต่มันเป็นฝันที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตฉันแน่ ฉันมั่นใจ”
“ลอยได้? เนี่ยนะเคยเกิดขึ้นจริง” ยุนโฮยิ่งงงหนัก
“...มันต้องเป็นเรื่องจริงสิ” แจจุงอมแก้มป่องอย่างงอนๆ
เมื่อเห็นว่ายุนโฮทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อ ทำเอาตัวหมีๆ
ต้องรีบโน้มลงปลอบทันควัน
“อะๆ จริงก็จริง อย่าทำหน้างอนแบบนั้นสิ”
“ฉันรู้ว่านายไม่เชื่อฉัน เฮ้อ ทั้งที่ฉันมั่นใจว่านายจะเป็นคนที่เดียวที่เชื่อถึงได้เล่าให้ฟัง..”
“เชื่อสิเชื่อ โอ๋ๆ แจจุงน้อย โบแจจัง อย่างอนนะครับคนดี ฮิเมะแจแจ ยิ้มหน่อยนะคร้าบ”
ยุนโฮรีบโอ๋หนักเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มตัดพ้อแรงขึ้น
ตัวหมีๆ ลุกขึ้นทำท่าทางประหลาดๆ
ที่เชื่อขนมกินได้เลยว่าจะมีแจจุงเพียงคนเดียวแน่ที่จะได้เห็นจากลีดเดอร์สุดเท่แห่ง
ทงบังชินกินามยูโนวยุนโฮคนนี้..
“ฮะฮะๆๆ” และท่าทางนั่นก็ทำเอาคนหน้าสวยหัวเราะจนตัวโยน ไหล่เล็กๆ กระเพื่อมขึ้นลงจนยุนโฮแอบอมยิ้ม ..อารมณ์ดีแล้วล่ะสิ
ฉันไม่สนใจว่านายจะคิดเหมือนกับที่ฉันคิดมั้ย..
เพราะฉันแค่อยากมองรอยยิ้มของนายไปนานๆ ก็แค่นั้นเอง..
.
.
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”
เสียงแหลมเอ่ยติดขบขันเมื่อได้ฟังเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อนจากรุ่นน้องหน้าสวย
ที่เจ้าตัวพยายามซะเหลือเกินที่จะเล่าความสับสนในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาให้เขาฟัง
ด้วยเห็นว่าเขาเป็นนางพญาผู้โชกโชนในประสบการณ์เรื่องความรัก
แต่คิมฮีชอลที่ถูกคนสวยเรียกตัวออกมาพบเป็นการส่วนตัวแต่หัววันก็มีต้องเบิ่งตาโพลง
เพราะทุกอย่างที่แจจุงเล่านั้นมันทำให้เขาได้เก็ทในเรื่องที่ไม่สมควรจะเก็ทเข้าให้
ซะแล้ว
“อ๋ออะไรหรอครับพี่ฮีชอล”
ใบหน้าหวานที่ติดจะงุนงงอยู่ในทีทำเอานางพญายิ้มพราย..น่ารักซะขนาดนี้
มิน่าล่ะไอ้หมีมันถึงได้หลงหัวปักหัวปำ
“พี่น่ะไม่รู้หรอก ว่าน้องแจจุงจะเคยตกหลุมรักใครมาก่อนรึเปล่า
เพราะข้อมูลมันน้อยไป แต่ที่แน่ๆ ตอนเนี้ย น้องแจจุงคงมีคนที่ชอบแล้วล่ะ”
“หา ผมยังไม่ได้บอกพี่ซักคำเลยว่าผมชอบใคร”
“จริงอยู่ ที่ยังไม่ได้พูด แต่คำพูดของน้องน่ะ มันบ่งบอกเต็มๆ แล้วล่ะ”
“ผมชอบใคร” ดู๊ ดู คำถามน่ารักซะไม่มี ‘ผมชอบใคร?’
“ก็...นายชองยุนโฮ ที่ปรึกษาที่คอยอยู่เคียงข้างน้องมาตลอดเวลาเกือบ 7 ปี ของน้องนั่นแหละ”
“หา!”
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว..
..เรียกพี่มาวันนี้มีอะไรเหรอ..
..เอ่อ ขอโทษนะครับที่รบกวน..
..ไม่เป็นไรๆ พี่ว่างอยู่แล้ว นานๆ จะได้เจอรุ่นน้องซักที กำลังอยากเจอพอดี ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ถึงโทรเรียกพี่ล่ะ..
..คือผม..มีเรื่องจะปรึกษา..
..ว่ามาสิ..
..ผมกำลังซีเรียสเรื่องที่ว่า พักนี้ผมลองเก็บเรื่องเก่าๆ มาคิดดู ก็พบว่าตัวผมเองไม่เคย.. ไม่เคยมีความรักเลย มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ไม่ใช่แค่เพียงผมไม่มีความรัก ผมยังไม่เข้าใจมันอีกด้วย ..ผมลองปรึกษาเรื่องนี้กับยุนโฮดู..เค้าก็บอกว่าอย่าไปซีเรียส ยุนโฮอยู่เคียงข้างผมมาตลอด เค้ารู้ทุกๆ อย่างเกี่ยวกับผม ผมจึงคิดว่าเค้าน่าจะให้คำปรึกษากับผมได้ ยุนโฮใจดีกับผม ยุนโฮ....
..และอีกหลายๆ ‘ยุนโฮ’ ที่น้องชายหน้าสวยของเขาคนนี้พูดหลุดประเด็นมาถึงชื่อยุนโฮนี้ไม่รู้ตั้งกี่รอบต่อกี่รอบ จนแทบจะกลับมาเข้าเรื่องตัวเองไม่ถูกด้วยซ้ำ..
..นี่คงจะสับสนมากจริงๆ ถึงได้ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากขนาดนี้..
..ไอ้หมีมันก็รักของมันมานานแล้วเขารู้ดี..แล้วนี่จะไปบอกข่าวดีให้มันระริกระรี้เล่นดีมั้ยนะ?..
..ไม่เอาดีกว่า ให้มันจัดการเองเหอะ..
..อ๊ะ..คิดอะไรดีๆ ออกละ..
..ไอ้หมีขาว..เสร็จแน่แก..
ใบหน้างามเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของน้องรักก็ยิ้มพราย ก่อนจะเอ่ยคำปลอบประโลมที่ทำเอาแจจุงหน้าแดงแจ๋
“แจจุง..ไม่ต้องซีเรียสไปหรอก”
“..แต่ผมเป็นผู้ชาย..”
“พี่มีความลับอะไรจะบอก”
“.......”
.
.
..ส่วนเรื่องความฝันของแจจุง..บอกตามตรง ยิ่งฟัง..ยิ่งงง..
..คิดเองก็แล้วกันนะ แจจุงน้องรัก..
.
.
..นี่เขารักยุนโฮอย่างนั้นเหรอ?
ที่เขาสับสนมาตลอดเพราะเขาไม่รู้ใช่ไหมว่าตัวเองตกหลุมรักยุนโฮ?
คิมแจจุงอยากจะฆ่าตัวตายซะเดี๋ยวนั้น..
แต่พออยู่กับยุนโฮหัวใจมันก็เต้นแรงซะจนปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองก็รักยุนโฮ
รักที่คอยเคียงข้าง..
รัก..มานานแล้ว..
ทำไมสุดท้ายผมถึงต้องตกหลุมรักคุณ..
นั่นก็เพราะ..
มีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผมรัก..
.
.
“ฮยองแจจุง ผมหิวข้าวแล้ว”
เสียงน้องเล็กเอ่ยขึ้นงัวเงียๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ในบ้าน
ก็นี่จะแปดโมงแล้ว..ทำไมฮยองแจจุงยังไม่มาทำกับข้าวอีกเนี่ย
แถมยังไม่มีใครตื่นเลยอีก แสดงว่ายังไม่มีคนปลุกเลยล่ะสิ..
สองเท้าพาร่างสูงในชุดนอนสีฟ้าลายทางไปหยุดอยู่ตรงหน้าห้องริมทางเดินอย่างงัวเงียๆ
พลางครุ่นคิดจินตนาการถึงภาพฮยองคนสวยนอนอืดตื่นสายซึ่งจนแล้วจนรอดชิมชางมินคนนี้ก็
ังคิดไม่ออกอยู่ดี
ฮยองเนี่ยนะจะตื่นสาย..ไม่มีทางซะล่ะ
แต่เอ..
เมื่อวานยูชอนไปนอนที่ห้องจุนซู งั้นเมื่อคืนฮยองก็คนเดียวน่ะสิ..
คิดไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระออกซะ
แจจุงจะนอนคนเดียวหรือไม่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่กระเพาะเขาที่เริ่มประท้วงหนักแล้วนี่สิที่เป็นปัญหา..สงสัยพ่อมันตามใจจนเคยชิน
ชางมินได้แต่ปลงกับตัวเองว่าอย่างนั้น
น้องเล็กของวงยกมือขึ้นเคาะประตูสีครีมตรงหน้าป๊อกๆ
แต่ก็ยังไร้เสียงตอบกลับ
“..อีกทีแล้วกัน ก๊อกๆ”
“....” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเหมือนเคย ชางมินขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง
ก่อนจะตัดสินใจเสียมารยาทไปซักหน่อย
มือหนายกขึ้นบิดลูกบิดประตูห้องที่เจ้าของจอมสับเพร่าไม่ล็อคให้ดีไว้ออก
ก่อนโผล่หน้าเข้าไปอยู่ข้างประตูอย่างหวังว่าจะได้เจอบุคคลที่ต้องการ
“อยู่ไหนเอ่ย ฮยองแจจุงคนสวยอยู่ไหนเอ่ย”
เสียงทุ้มว่าล้อๆ
ก่อนเดินมองหาพี่ชายคนดีของตัวเองไปเรื่อยราวกับเด็กน้อยเล่นหาสมบัติ
จนสายตาเรียวมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำในตัวห้องนอนนั่นแหละ
เจ้าตัวที่เอาแต่ยิ้มเผล่ก็มีอันได้อ้าปากค้างร้องลั่นด้วยความตกตะลึง
“ฮยองคร้าบผมหิวแล้ว...เห้ยยย!!”
คนมาดขรึมที่ปั้นมาดน่ารักเมื่อครู่กลับต้องเบิ่งตาโพลงด้วยความตกใจอย่างรุนแรง
ความง่วงงุนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าหายเป็นปลิดทิ้ง
ภาพพี่ชายคนสวยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในห้องน้ำทำเอาชางมินหัวใจหล่นวูบ
สองมือวิ่งเอาไปรั้งกายพี่ชายขึ้นแนบอก
ก่อนจะต้องอึ้งกว่าเดิมถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวบนตัวแจจุง
ปากอิ่มที่แลดูซีดน้อยๆ กับลมหายใจหอบถี่แผ่วเบา
ทำเอาน้องเล็กมือสั่นด้วยความหวาดกลัว หัวแข็งๆ
ตัดสินใจวางร่างพี่ชายพิงกับเตียงนอนไว้
ก่อนก้าวเท้าวิ่งด้วยความเร็วสูงไปหาบุคคลที่เขาไว้ใจได้มากที่สุด
“ฮยอง..ฮยองยุนโฮ!!!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!”
.
.
.
เสียงน้องเล็กที่วิ่งหอบตัวสั่นมาหาเขาที่ห้องทำเอายุนโฮแทบคลั่ง
เมื่อได้ยินชางมินว่าเสียงกระเส่าด้วยความเหนื่อยว่าเจอแจจุงเป็นลมสลบอยู่ในห้องน้ำ
และนั่นทำเอาเขาที่งัวเงียอยู่เพราะวันนี้ไม่มีงานต้องอึ้งตะลึงโพลงโกยแน่บมาหาแจจุ
จนแตกตื่นกันไปหมดทั้งบ้าน ให้ตายสิ..แจจุงเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย
“แจ!
แจจุง...แจจุง” เสียงทุ้มหอบถี่ปรี่เข้ามาหาด้วยความกังวลอย่างหนัก
ครั้นเมื่อเห็นแจจุงนอนสลบพิงหัวเตียงอยู่เข้าก็ยิ่งเป็นห่วง
สองมือรั้งกายนิ่มขึ้นแนบอก ก่อนแตะศีรษะ
ใบหน้าและลำคอขาวของคนในอ้อมกอดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“ตัวซีดมากเลย..สงสัยคงต้องพาไปโรงพยาบาลแล้ว”
ยุนโฮร้องบอกน้องอีกสามคนที่ตามมาสมทบทีหลัง
จุนซูทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้จนยูชอนต้องเข้ามาปลอบ
“ฮยองแจจุงไม่ชอบโรงพยาบาลนะฮะ” โลมาน้อยเอ่ยเสียงสะอื้นนึกสงสารแทนพี่ชายคนสวยจับใจ
“อย่าร้องน่าจุนซู แจจุงไม่เป็นอะไรมากหรอก ยูชอนฝากดูแลน้องก่อนนะ หาข้าวกินกันไปก่อน เดี๋ยวพี่จะพาแจจุงไปโรงพยาบาล”
“อ่าครับ” น้องชายผู้แสนดีผงกหัวรับ ก่อนจะพาร่างสะอึกสะอื้นของคนตัวเล็กในอ้อมกอดเข้าบ้านไปพร้อมๆ กับชางมิน
.
.
.
ตอนนี้ผมรู้สึกร้อนจนแทบจะระเบิด..
สติอันเลือนรางทำให้ผมรู้เพียงว่าใครบางคนกำลังโอบกอดผมเอาไว้..
ขาสองข้างของเขากำลังวิ่งไปด้วยความเร็ว
ไปยังทิศทางที่ผมไม่อาจเห็น..ความเร็วนั้นทำให้ลมมากมายพัดผ่านเข้าสู่ตัวผม..จนเหมื
นกับว่าผมลอย
โดยที่สองแขนนั้น..โอบอุ้มผมอยู่ตลอดเวลา
และอ้อมแขนนั้น..อบอุ่น
อบอุ่นไปถึงหัวใจ..
.
.
ผมลืมตาขึ้นมาเพราะรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อจากใครอีกคน..ที่ส่งผ่านมาให้ทาง ปลายนิ้ว
ที่กอบกุมอยู่..
ยุนโฮ..
และความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น ยังคงไม่จางหาย..
ผมมองใบหน้าที่เคลิ้มหลับนั่นด้วยหัวใจที่สั่นระริก
หัวใจที่เต้นแรงขึ้น..แรงขึ้น..
ยามที่มองใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าปกป้องผมมาตลอด..
และนั่นเป็นครั้งแรก..
ที่ผมรู้สึกว่า’ ตกหลุมรัก’ ใครสักคนเข้าแล้วจริงๆ..
.
.
“อ๊ะ!!” เสียงหวานใสร้องลั่น ก่อนจะผุดลุกขึ้นมาจากที่นอนด้วยความตื่นตระหนก
..ความฝัน..ความฝันนั่น..
“งือ เป็นอะไรแจจุง” ยูชอนที่หลับอยู่ ได้ยินเสียงแจจุงเข้าก็ตกใจตื่น
ลุกสะลึมสะลือขึ้นมามองรูมเมทรุ่นพี่ของเขาพลางมองด้วยความสงสัยว่าเป็นอะไร
“ปะ เปล่า..ขอโทษ ทำให้นายตื่นเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก ..ฝันร้ายเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างงัวเงีย
“กะ ก็..นิดหน่อย” เสียงหวานพยายามตัดบท ไม่ใช่ฝันร้ายหรอก.. คิดแล้วหน้าใสก็พลันเรื่อสีขึ้นนิดๆ
“งั้นก็ไปนอนที่ห้องยุนโฮสิ..” คำแนะนำที่จี้ใจดำเข้าเต็มเปาทำเอาแจจุงสะดุ้ง “นายว่าไงนะ?”
“ตกใจอะไร ปกติเวลาฝันร้ายก็ไปนอนห้องยุนโฮทุกทีไม่ใช่เหรอ”
คำถามนั่นทำเอาแจจุงยิ่งหน้ามึน จริงด้วย..ปกติก็ทำแบบนั้นอยู่แล้ว
แต่พอมีเรื่องนี่ขึ้นมา มันก็..เขินแปลกๆ
“อะ อืม..”
“เดี๋ยวเกิดพี่ฝันร้ายจนต้องเอามีดปาดคอคนร้ายในฝันแล้วมาโดนผม
ผมไม่แย่เหรอ..ไปนอนกับยุนโฮเถอะ ผมหลับล่ะ” ท่าทางหนูผีจะง่วงหนักจริงๆ
เพราะถึงขนาดเรียกพี่ด้วยความสุภาพอ่อมน้อมอย่างที่ไม่เคยทำซะขนาดนั้น
ก่อนจะล้มตัวมุดเข้าไปในผ้าห่มเหมือนเดิม
..เฮ้อ กำลังฝันดี ต้องไปฝันใหม่เลยเห็นมั้ยเนี่ย..รอก่อนนะจ๊ะ..จุนซูจ๋า..
เมื่อเห็นว่าน้องชายสลบเหมือดไปแล้ว
แจจุงก็ได้แต่นั่งพองลมจนแก้มป่อง เพราะคิดๆ ดูแล้ว
เขาก็พึ่งยุนโฮหลายอย่างอยู่เหมือนกัน
เรียกได้ว่าถ้าวันไหนยุนโฮไปทำงานคนเดียวแล้วไม่ได้อยู่กับเขา
แจจุงแทบจะไม่มีอะไรทำเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากทำงาน ทำกับข้าว ทำงานบ้าน
เวลาที่เหลือของแจจุงก็ดูจะมียุนโฮร่วมอยู่ในกิจกรรมนั้นๆ
ด้วยไปซะทุกเรื่อง
เป็นเพื่อนคุย..เพื่อนดูหนัง..เพื่อนเที่ยว..เพื่อนที่ปรึกษา..เพื่อนอ้อน..
เพื่อนง้อ..และอีกหลายๆ เพื่อนที่แจจุงฝากฝังให้ยุนโฮเป็นมาตลอด..
แล้วคิดกับยุนโฮมากกว่าเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่..วันนี้เพิ่งจะรู้
คิดได้ดังนั้นตากลมโตจึงมองไปยังหัวเตียงที่มีวัตถุนุ่มนิ่ม 5 ชิ้นวางอยู่..
ซ้ายสุด..ตุ๊กตาโลมาสีฟ้าอ่อนติดชื่อ คิมจุนซู..ข้างบนมีตุ๊กตามิกกี้เม้าส์หัวเราะขี่หลังอยู่ติดชื่อปาร์คยูชอน..
ตุ๊กตาเจ้าชายถือจานขนม..ชิมชางมิน ตุ๊กตาช้างน้อยสีชมพู..คิมแจจุง
และ..
ตุ๊กตาหมีขาวหน้าบึ้งที่ตัวใหญ่ที่สุด ติดชื่อ..จองยุนโฮ
......
แจจุงยิ้มออกมา
มือเล็กคว้าตุ๊กตาหมีขาวตัวใหญ่มากอดไว้แนบอก..ก่อนเท้าทั้งสองจะพาเจ้าของตัวเล็กไป
ห้องนอนของเพื่อนรัก
.
.
.
.
“ก๊อกๆ”
“....”
“ก็อกๆ”
“อือ...แจจุงเหรอ
เข้ามาสิ” เสียงตอบจากข้างในทำเอาแจจุงสะดุ้งเล็กน้อย มือเล็กค่อยๆ
เปิดประตูไม้สีเบจอ่อนออก ตามด้วยตัวเล็กๆ ของตัวเองที่ตามเข้ามา
แล้วไม่ลืมปิดประตูลงล็อคให้เรียบร้อยเหมือนที่เคยทำ
เสียงหวานใสเอ่ยด้วยความสงสัย
“ทำไมถึงรู้ว่าเป็นฉัน”
เสียงหวานถามเจื้อยแจ้ว ทำไมอะไรๆ ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะทำเขางงไปซะทุกเรื่อง
ร่างสูงหัวยุ่งๆ ที่เลิ่กผ้าห่มขึ้น เอามือปิดปากแล้วหาวขึ้น
ก่อนจะตบที่นอนลงข้างๆ แล้วว่า
“มีคิมแจจุงคนเดียวที่กล้าปลุกยูโนวยุนโฮลีดเดอร์ของทงบังชินกิให้ตื่น ขึ้นมากลางดึก”
“ยู่” ปากเล็กบ่นขมุบขมิบ นี่หลอกด่าเขาหรือ..
“เอาเถอะ ฝันร้ายล่ะสิ ถึงได้องค์ลงเดินมาถึงนี่ เอ้า! รีบขึ้นมาบนเตียงเร็ว อากาศหนาวมากนะ”
“อื้อ”
หัวกลมๆ พยักขึ้นลงก่อนจะกระเถิบๆ
ขึ้นไปนั่งตรงที่ว่างข้างเตียงนอนที่ยุนโฮเขยิบออกให้
มือขาวสองข้างรั้งตุ๊กตาตัวใหญ่ขึ้นแนบอก ก่อนทรุดตัวลงใต้ผ้าห่ม
มือเรียวค่อยๆ เลือนมาลูบหัวอย่างห่วงใย ก่อนเอ่ยคำถามน่ารักๆ
พลางกลั้วหัวเราะ
“แล้วดูสินั่น เอาตัวอะไรมาด้วยเนี่ย เป็นเด็กติดตุ๊กตาไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คิมแจจุง”
“ตั้งแต่เมื่อกี้” คำตอบที่ทำเอาร่างสูงต้องขมวดคิ้วงง ก่อนจะต้องหน้าแดงเรื่อเมื่อคนตัวเล็กยกตุ๊กตาเจ้าปัญหาขึ้นมาให้เห็นชัดๆ
ตุ๊กตาหมีขาว..ตัวแทนของชองยุนโฮ
“นายเห็นมั้ยว่านี่มันคือตุ๊กตาอะไร”
“...”
ไม่มีเสียงตอบจากร่างสูง
แจจุงจึงเขยิบตัวเข้าไปใกล้ยุนโฮมากขึ้น แขนเล็กๆ
เอื้อมตัวเข้ากอดแผ่นหลังกว้างใหญ่ของยุนโฮก่อนที่หัวเล็กๆ
จะจมซุกลงไปกับอกกว้าง
เสียงหวานใสเอ่ยกระซิบแหบพร่าข้างหูที่ทำเอาคนหน้าขรึมต้องหน้าแดงหลุดเก๊กอย่างหมดท
าเมื่อเห็นการกระทำของร่างบาง
“เวลาที่ฉันกอดนายแบบนี้..นายรู้สึกยังไง”
สิ้นเสียงหวาน ปลายลิ้นเล็กก็ตวัดออกมารับลมต่ออีกนิดที่ขอบหู
ก่อนริมฝีปากเล็กจะพรมจูบไปทั่วลำคอหนา ทำเอายุนโฮแทบคลั่ง..
“เวลาที่ฉันจูบนายแบบนี้..นายรู้สึกยังไง”
“จะ แจ..จุง”
“ฮึ..ตอบฉันมาสิยุนโฮ..”
...
“นะ นาย..” คนยั่วหยุดการกระทำชั่วขณะก่อนหันมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่โดนลวนลามจนวิญญาณออกจากร
างไปเมื่อครู่ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อก่อนเอ่ยคำถามสั้นๆ ที่ได้ใจความสุดๆ
“ยุนโฮ..นาย..รักฉันใช่ไหม?”
“ฉัน...” เสียงทุ้มอึกอัก อยากจะบอกว่าใช่ แต่แจจุงล่ะ..แจจุงรักเขารึเปล่า
“ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันยอมรับว่าฉันจิตตกมากเรื่องหัวใจตัวเอง ..ตะ แต่ว่า
ถ้านายไม่พูดตอนนี้ล่ะก็ ฉันคิดว่าฉันคงจะบ้าตายตรงนี้แน่”
คำพูดวกไปวนมาของแจจุงทำเอายุนโฮงง แจจุงเป็นอะไร?
“..”
“เร็วเข้าซี่!” เสียงหวานเร่งใหญ่ทำเอาบรรยากาศโรแมนติคหายสิ้น กลับกลายเป็นความรั่วที่กำลังคืบคลานเข้าช้าๆ แทน..
“โอเคๆ ยอมแล้ว ฉัน..รักนาย” ยุนโฮพูดเสียงสั่น บอกไปแล้ว..บอกไปแล้ว..
“จริงๆ นะ” ตาใสเป็นประกาย พร้อมๆ กับใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ..
อ๋อ ชองยุนโฮเก็ทแล้วล่ะครับ..ที่แท้
ที่แท้ก็เขินนี่เอง...
ยุนโฮยิ้มกริ่มในใจเมื่อรู้สึกว่าอะไรดีๆ
กำลังเกิดขึ้นแน่ พี่ฮีชอลคงจะทำอะไรซักอย่าง
หรือไม่ก็เล่นของใส่แจจุงแน่ๆ งั้นทีนี้ ต่อไป
เขานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายคุมเกมบ้าง
มือหนาเชยคางมนขึ้นมาให้สบตา ใบหน้าแดงเรื่อใต้แสงโคมไฟในยามนี้ดูน่ารักเหลือเกิน..สับสนในหัวใจตัวเองงั้นเหรอ..
ม่รู้จักความรักอย่างนั้นเหรอ..
แล้วไอ้อาการเขินม้วนแบบนี้มันคืออะไรฮึ..
“ฉันตอบไปแล้วนะ แล้วนายล่ะ...รักฉันมั้ย”
“อะ..อื้อ”
ใบหน้าหวานเอียงอายหลบไม่ยอมมองหน้า
เมื่อจากที่เขาเป็นฝ่ายยั่วเร่งยุนโฮ คราวนี้ตัวหมีๆ กลับต้อนเขาซะเอง
ตายแน่คิมแจจุง..มาให้หมีมันขย้ำถึงที่แบบนี้
“ตอบฉันสิ..ตอบฉันมา”
“อื้อออ”
แจจุงหน้าแดงหนักเมื่อริมฝีปากร้อนตรงเข้าล่วงเกินหน้าผากมน
ไล่เรื่อยไปถึงพวงแก้มขาว ใบหู ปลายจมูก
ก่อนจะวนไล้ไปมาราวกับจะยั่วโมโหคนตัวเล็ก ร่างหมีๆ
ที่นอนอยู่เคียงข้างค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาทาบทับ
จนร่างบางแทบจะจมหายไปกับฟูกนุ่มนิ่มนั้น สองมือตวัดกอดรัดเอวเล็กเอาไว้
ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าคมไปมาจนแจจุงเสียวสันหลังวาบ
“อะ อื้อ ยุนโฮหยุดนะ..”
“อืม...ก็ตอบฉันมาสิ”
ร่างสูงเร่งจังหวะขึ้น จนพอมือหนาจะรั้งเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นนั่นแหละ
สัมผัสเย็นๆ จากปลายนิ้วนั่นจึงทำให้แจจุงต้องร้องอกมาดังลั่น
“รัก! รักสิ ฉันรักนาย..ปล่อยนะ..อื้ออออ ก็บอกว่า..”
“ชัดๆ อีกทีสิ..” พูดแล้วแต่ไหงมันไม่หยุด มือหนาพยายามจะดึงเสื้อบางขึ้นต่อ จนข้อมือเล็กๆ แทบจะยื้อไว้ไม่ไหว
“รัก
แง ยุนโฮไม่เอาอย่าแกล้งนะ รักยุนโฮ พูดแล้ว..อื้อ อะ ไม่เอา ฮือ..”
คนสวยที่คิดว่าหมีอ้วนเตลิดไปไกลแล้วด้วยความกลัวก็ถึงกลับเบะออกมา
ทำเอายุนโฮชะงักเมื่อเห็นหยดน้ำใสๆ กลิ้งออกมาจากนัยน์ตากลม
เฮ้ย..แค่จะแกล้งเล่นเฉยๆ นะเนี่ย..
“จะ
แจจุง ตาย! ขอโทษ ฉันหยุดแล้ว อย่าร้องไห้สิ เฮ้!”
ยุนโฮจอมมาดขรึมที่ไม่รู้จะหาคำอะไรมาปลอบคนขี้แงให้หายร้องไห้ดีได้แต่ทำท่าเก้ๆ
กังทำอะไรไม่ถูก แต่พริบตานั้นเองคนสวยที่ดูเหมือนจะร้องไห้อยู่
ก็เอื้อมมือขึ้นกอดตัวหมีๆ อย่างแรง
ก่อนกระซิบเสียงใสที่ทำเอายุนโฮยิ้มแก้มแทบปริ
“ดีจังเลยที่นายคิดเหมือนกันกับฉัน..นายคอยอยู่ข้างๆ
ฉันมาตลอด ฉันไม่พูด นายก็ไม่เคยพูด
แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าความรักมันเป็นยังไง
ในเมื่อนายเป็นคนมอบให้ฉันมาตลอดแต่นายกลับทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติซะแบบนั้น..”
“เพราะฉัน..ไม่อยากเสียนายไป” เหตุผลที่ทำเอาแจจุงถึงกับนิ่งค้างไป
“นาย...”
“ฉันเคยคิดยินดีจะเป็นคนที่อยู่ข้างๆ
นาย..เป็นเพื่อนที่นายไว้ใจ แม้จะไม่ได้เป็นอย่างที่อยากเป็น
แต่ฉันคิดว่าแค่นั้นมันก็คงจะเกินพอ”
“...”
“ก็นายบอบบางซะขนาดนี้ ถ้าไม่มีฉันคงแย่ตายเลย จริงมั้ย?”
“ยุนโฮ...” แจจุงกอดยุนโฮแน่นก่อนจะพูดต่อ “ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ จากนี้จะไม่ต้องรอแล้ว..”
สองร่างกอดกันเนิ่นนาน
ยุนโฮล้มตัวลงนอนก่อนจะโอบกอดร่างเล็กไว้แนบอก มือหนาลูบหัวคนตัวเล็กไปมา
ก่อนเอ่ยคำถามที่ค้างคาใจอยู่นิดหน่อยออกไป
“แล้วตกลง..นาย เคยตกหลุมรักใครมาก่อนเหรอ?” คำถามที่ทำอาแจจุงหัวเราะร่วน ฮึ ยังจะซีเรียสอยู่อีกหรอเนี่ย งั้นแกล้งซะหน่อยดีกวว่า
“ใครจะบอกให้โง่เล่า..ฮิฮิ” ตาใสจ้องคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักหมาดๆ ด้วยความสะใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาอีก
“หนอย..อยากเจอดีนักใช่มั้ย นี่ๆๆๆ”
“อ๊ะ อ๊าย ยุนโฮ ไม่เอา..” ยุนโฮไม่สนใจคำถามแต่กลับรุกต่อตามความต้องการตัวเอง(ซะงั้น)
“ก็นายอยากเข้ามายั่วฉันถึงที่เองนี่..” ปากหยักยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนเสียงแจจุงจะถูกกลบหายไป..
“อย่านะ ยุนโฮ..อะ อ๊าย..”
********
รีบจบดีกว่า เดี๋ยวแจจ๋าจะอันตราย...

#1 By แฟนแจจุง คงรุนะว่าใคร อิอิ (124.122.171.196) on 2008-07-22 20:42