[SF] Be with you
posted on 20 Jul 2008 07:33 by kyokoong in One-shot[SF] Be with you
TVXQ Fan Fiction
By: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yuchun/Junsu
Category: drama / One-shot
Rating: PG-13
Talk: เฮ้อ..จะว่ายังไงดี คือ Be with you เป็นฟิคสั้นที่ค่อนข้างจะยาวมากเลย = = ก็แหม..จะให้เป็นฟิคยาวก็ไม่ใช่ฟิคสั้นมันก็ยาวไปหน่อย งั้นเราควรจะเรียกมันว่า Ficlet ดีมั้ย?? 55 ล้อเล่นค่ะ เรื่องเป็น SF เรื่องที่สอง และเป็นฟิคเรื่องที่สามที่เราแต่ง ดูจากเรื่อง Drink Drinking again เมื่อคราวก่อนท่าทางจะถูกใจกันจังเลยกับฉากเอนซี = = นั่นเป็นการแต่งเอนซีครั้งแรกที่สยิวมาากๆ บอกตามตรง (เนื่องจากหื่นโดยสันดาน??) ไม่ใช่ๆๆๆๆ แหะๆ เราบ้ายุนแจอย่างหนักกันไปแล้ว ต่อมาก็ถึงคราวของยูซูกันบ้างเนอะ เรื่องนี้จะวางไว้ตอนเดียวจบ ไม่แบ่งสองตอนแบบคราวที่แล้ว แต่จะใส่จุดๆคั่นช่วงไว้เผื่อขี้เกียจอ่านรวดเดียว ก็แวะมาเรื่อยๆ ได้นะจ๊า เราชื่อ แบงค์ อายุ 14 ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ ><
สายฝนที่ซัดกระหน่ำลงมาทำให้จราจรเพลานี้ดูติดขัดวุ่นวายยิ่งนัด หยาดน้ำที่กระเซ็นไหลเจิ่งนองไปทั่วทำให้บรรยากาศเมืองทั้งเมืองดูย่ำแย่ลงไปอีก แต่ถึงกระนั้น ไอน้ำในอากาศกับมลพิษน่าคลื่นเหียนที่ผสมปนเปกันก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กในเสื้อสเวตเต
ร์ขาวหนีหายไปไหน พายุฝนยังคงกระหน่ำสาดลงมายังลำตัวผอมบางนั้นอย่างน่ากลัว แววตาเหม่อลอยแห้งผากเบื้องหน้าฉายแววสับสนออกมาเต็มเปี่ยม น้ำตามากมายที่พรั่งพรูออกมาและเหือดแห้งหายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่ายิ่งทำให้คนๆ นี้ดูเหนื่อยล้าเต็มที และไม่รู้จะทนไปได้อีกถึงเมื่อไหร่..
“เมื่อไหร่นายจะโตซักทีนะจุนซู”
“ยูชอนฉันขอ..”
“ขอโทษเหรอ!!! นายพูดคำนั้นมากี่ครั้งแล้วจุนซู ไม่ว่าฉันจะพยายามพร่ำบอกอะไรนายก็ไม่เคยเข้าใจ ฉันเบื่อที่นายไร้เดียงสาแบบนี้เต็มทนแล้ว!”
“ฮึก..ขอโทษ”
“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้! ถ้านายยังไม่หายโง่ซักทีละก็ ก็อย่าหวังว่าจะมาคุยกับฉันเลย!”
“ไม่..ไม่นะ ยูชอน...”
“ปึง!!!”
เสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดลงดังลั่นกับสีหน้ากระอักกระอ่วนของพี่ๆ ในวงและน้องคนเล็กยังติดตรึงอยู่ในใจจุนซู จากตอนนั้น..ไม่ว่าเขาจะพยายามง้อยูชอนอย่างไร ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาซึ่งเป็นที่รักคนนั้นจะหันกลับมามองแม้แต่น้อย
จุนซูไม่เคยรู้เลย..
ว่าช่วงเวลาที่เจ็บปวดเป็นอย่างไร
ความสุขรอบกายที่ถาโถมเข้ามาตลอด
ทำให้เขาแทบลืมคำว่า ‘เสียใจ’ ไปแล้ว
จนวันนี้..
หัวใจที่เปี่ยมความสุขของจุนซูกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
เพราะ ‘เขา’ ..ที่จุนซูรักจนหมดหัวใจ
.
.
.
“จุนซู” เสียงคนรักนามปาร์คยูชอนเอ่ยเรียกคนตัวเล็กที่กำลังเล่นเกมเพลย์กับน้องคนเล็กอย่างส
ุกสนาน
“หือ” เสียงแหลมเล็กขานรับ แต่ตายังไม่ได้ละไปจากจอโทรทัศน์
“นี่..ฉันมีอะไรจะให้นายมาดูสิ”
“ไว้ทีหลังหน่ายูชอน..ขอเล่นเกมส์ก่อนนะ”
“อืม..”
ท่ามกลางแสงไฟจากโคมตรงหัวนอนช่วยให้ยูชอนยังคงมองเห็นใบหน้าหลับพริ้มน่ารักเคียงข้
งนั่นได้บ้างแม้จะไม่ชัดเจนนัก มือหนายกขึ้นลูบหัวคนรักช้าๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อร่างเล็กที่ดูเหมือนจะหลับสนิทเอ่ยปากถามคำถามขึ้นเบาๆ
“ยูชอนรักฉันหรือเปล่า”
“หือ..รักสิ”
“ทำไมยูชอนถึงรักฉันล่ะ” คนถูกถามยกมือขึ้นเกาคางครุ่นคิดล้อเลียนอยู่สักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยท่าทางกวนประสาท
“..ไม่รู้ เพราะนายติ๊งต๊องมั้ง”
“บ้าสิ นั่นไม่ใช่ข้อดีสักหน่อย”
“งั้นก็ นายน่ารักดี”
“ไม่ซึ้งเลย”
“งั้นก็...”
“ก็?” ตาเล็กๆ ส่งสายตาหวานซึ้งไปให้อย่างใคร่รู้
“นายปัญญาอ่อน”
“ไก่บ้า!” คนตัวเล็กแหวเข้าให้อย่างงอนๆ หนูผี..ไก่บ้า เอ๊ะ? จะอะไรก็ช่าง! โรแมนติกหน่อยก็ไม่ได้..
“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า ฉันรักทุกอย่างนายที่รวมออกมาเป็นตัวนายนั่นล่ะ” ว่าซะซึ้งก่อนจะรวบแขนโอบหัวกลมๆ ของคนรักขึ้นแนบอก แล้วหยอดคำถามเดิมตอกกลับไปบ้าง
“แล้วนายล่ะ รักฉันมั้ยฮึ โลมาน้อย”
“แบร่ ใครจะไปรักมิกกี้เม้าส์จอมกะล่อนอย่างนายกันเล่า”
“หา ได้ไง ยังงี้เจอดีแน่ นี่ๆๆๆ”
“อ๊ะ อิยะฮะอะ ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยๆๆ ฉันบ้าจี้นะ ยูชอนไม่เอ๊า อิยะฮะฮะฮ่า!”
สองร่างปลุกปล้ำกันจนเหนื่อย บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานของคนสองคนราวกับว่าความสุขนี้จะแบ่งส
รปันส่วนออกให้ใครเท่าใดก็ไม่มีวันหมด ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง จุนซูเขยิบซุกศีรษะที่มีกลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลทองปกคลุมอยู่เข้าไปแนบชิดติดหน้าอกยูชอ
เสียงนุ่มกระซิบด้วยเสียงอู้อี้เบาหวิวจนคนถูกกล่าวถึงจับความแทบไม่ได้
“ฉันก็รักนาย...ยูชอน”
.
.
.
เช้านี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่นามเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์มีนัดรวมศิลปินประจำค่ายครั้ง
หญ่ เพราะใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนต้องมาทำอัลบั้มร่วมกันอีกครั้ง โดยคอนเซ็ปครั้งนี้คือการมอบกำลังใจผ่านบทเพลงในชื่อ Only Love บรรยากาศวันนี้ยังดำเนินไปอย่างราบรื่น จะแปลกไปก็แต่ศิลปินวงดังที่เป็นที่รักของทุกคนในค่ายนาม ทงบังชินกิ ที่ความรู้สึกระหว่างทั้งห้าคนดูจะไม่สดใสดั่งวันวานที่เคยได้สัมผัส...
“เอ่อ ยูชอ..”
“นี่ชางมินขอน้ำหน่อยสิ”
“..ครับ”
“ยู..”
“แจจุง ซีนต่อไปนายหรือชั้นออก”
“ฉันไม่รู้หรอก”
เสียงโต้ตอบกันเต็มไปด้วยความอึดอัด เสียงเล็กๆ ที่คอยจะเรียกชื่อคนรักอยู่ตลอดเวลากลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก ยูชอนมักจะหาเรื่องคุยกับคนอื่นหรือทำเป็นไม่ได้ยินเสียทุกครั้งไปจนจุนซูที่โดนตัดเ
ื่อใยถึงกับหน้าเสีย รอยยิ้มที่สดใสดั่งแสงอาทิตย์ที่สาดส่องให้ความแสงสว่างแก่ทุกคนวันนี้กลับไม่สดใสอย
างที่เคย ที่ไม่ว่าใครจะทักหรือยิ้มให้ ก็มองเห็นเพียงยิ้มฝืนๆ ที่ขมขื่นจากจุนซูตอบกลับมาเท่านั้น
“จุนซู..เดี๋ยวตอนเย็นเล่นเกมกันมั้ย” เสียงน้องเล็กเรียกคนซึมเศร้าให้พ้นออกจากภวังค์ เนื้อความราวกับจะปลอบใจ สาบานได้ ..ตั้งแต่ชางมินมาอยู่ทงบังชินกิ เขาไม่เคยเห็นจุนซูเศร้าขนาดนี้มาก่อนเลย.. แม้ปกติจะเห็นว่าคนๆ นี้ดูบ้าบอไร้สาระ แต่พอเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้หัวใจของเขากลับว่างโล่งจนน่าตกใจ
..ยอมรับว่าอย่างน้อยเค้าก็อยากเห็นรอยยิ้มของคนไร้เดียงสาคนนี้
“เอาไว้ทีหลังแล้วกันนะชางมิน”
“เอ่อ..”
เสียงตอบรับที่ดูเหงาหงอยของจุนซูทำเอาน้องคนเล็กเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ ก่อนที่พี่คนโตของวงจะมาสะกิดเขาให้เดินเข้าไปหา
“ฮยองแจจุง..ฮยองยุนโฮ..”
“ปล่อยจุนซูไว้ซักพักเถอะนะ”
“แต่พี่..”
“เรื่องนี้จะไปโทษยูชอนคนเดียวก็ไม่ได้ ยูชอนรักจุนซูมากถึงเป็นแบบนี้..เพราะฉะนั้นให้จุนซูได้อยู่กับตัวเองซักพักเถอะ”
“ฮะ”
คำพูดของหัวหน้าวงชองยุนโฮ ยิ่งทำให้คนรักพี่อย่างชางมินหน้าเศร้าลงไปอีก แม้ว่าปกติยุนโฮจะเป็นคนสนุกสนานเฮฮา แต่ยอมรับว่าในช่วงเวลาแบบนี้เขาคือคนที่ทงบังชินกิไว้วางใจและหวังจะพึ่งพามากที่สุ
และยุนโฮก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างดี ยุนโฮพร้อมจะเป็นที่ระบายความทุกข์ใจของน้องๆ ในวงและให้กำลังใจทุกครั้งที่มีอุปสรรค ยามนี้..ทุกคนต่างก็ห่วงจุนซูและยูชอนเหมือนๆ กัน แจจุงที่เห็นน้องคนเล็กหงอยก็ลูบหัวเบาๆ อย่างปลอบใจ ทั้งที่ตัวเองก็สีหน้าไม่สู้ดีพอๆ กัน
.
.
.
“เฮ้ พี่จุนซู”
“อ้าว ซึงรี”
“ว้าว ผมดีใจชะมัดเลยที่ได้เจอพี่”
“เฮ้ยๆๆ”
ศิลปินจากวงรุ่นน้องเดินเข้ามากอดจุนซูหมับจนเจ้าของตัวจริงถึงกับร้องเฮ้ยด้วยความห
งหวง ซึงรีเป็นแฟนคลับตัวจริงของจุนซูตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนักร้อง แต่หลังจากที่ได้เปิดตัวในฐานะศิลปินวงฮิพฮอพอย่าง บิ๊กแบง ไม่นานชื่อเสียงก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจนโด่งดังไม่แพ้ศิลปินวงอื่นๆ
ในงานสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวครั้งหนึ่งซึงรีได้ประกาศต่อสาธารณชนว่าเป็นแฟนคลับของจุ
ซูวงทงบังชินกิ และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้จักจุนซูเป็นครั้งแรกในฐานะศิลปินด้วยกัน ซึ่งจุนซูก็ดูจะชื่นชอบซึงรีอยู่ไม่น้อย จนในบางครั้งก็ทำให้ยูชอนรู้สึกไม่พอใจลึกๆ เมื่อเห็นจุนซูชื่นชมรุ่นน้องคนดังคนนี้อย่างออกหน้าออกตา
“แยกเลยๆ ทำไมต้องกอดด้วยวะเนี่ย”
“โถ่ พี่มิกกี้ผมคิดถึงพี่จุนซูจะแย่แล้วนี่หน่า” รุ่นน้องได้แต่บ่นงึมงำอย่างเซ็งๆ
“ใครอนุญาตให้เรียกชื่อจริง เรียกซีอาก็พอแล้ว”
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ยูชอน”
“เป็นสิจุนซู”
“ทำไมอ่า”
“เอ่อ..เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังทีหลัง มานี่ก่อนเร็วๆ”
“อืมๆ”
“พี่จุนซูเดี๋ยวซี่”
“หา อะไรเหรอซึงรี”
“ขอกอดหน่อย “
“อะมาๆ”
“เฮ้ย!!”
ยูชอนกระชากจุนซูออกจากอ้อมแขนของซึงรีอย่างตกใจ บ้าเอ๊ย..เผลอไปแปปเดียว จุนซูนี่! ยอมให้มันกอดได้ยังไงวะ!
“จุนซู!! มานี่เลย โธ่เอ๊ย!!”
“โอ๊ยยูชอน อย่าลากสิ!”
“งั้นคราวหลังไปกินข้าวด้วยกันนะครับพี่จุนซู!”
เสียงรุ่นน้องตะโกนไล่หลังคู่รักซาดิสม์ไปอย่างใสซื่อ เล่นเอายูชอนหน้าแดงด้วยความโกรธอีกครั้ง..ไอ้นี่ ชวนแฟนกรูเดทต่อหน้ากรูเลยเว้ย! กล้าเกินแล้วไอ้เด็กนี่!
ฉุดกระชากลากถูจนคนตัวเล็กมานั่งจุมปุ้กในรถเสร็จ มาสเซอราติคันเหยียบสิบล้านจึงเคลื่อนตัวออกมาอย่างหงุดหงิด
“ยูชอนอ่ะ..เจ็บนะ ดูดิ แขนฉันแดงเถือกหมดเลย”
“ก็นายอยากไปหนุงหนิงกับเด็กนั่นก่อนทำไมเล่า”
“ไม่ได้หนุงหนิงซะหน่อย ซึงรีแค่ชวนคุย”
“แล้วทำไมต้องกอด”
“ก็ไม่ได้เจอกันนาน กอดกันก็เรื่องธรรมดา”
“ธรรมดาที่ไหนเล่า! นายเป็นแฟนฉันนะ”
“อือ ก็เป็นแฟนนายไง แล้วทำไมถึงกอดซึงรีไม่ได้ ไม่เห็นจะเข้าใจ”
..จุนซูที่ไร้เดียงสา
ผมพยายามทำใจกับความรู้สึกนี้มาตลอด
วันนี้ไม่เข้าใจ
แล้วเมื่อไหร่นายจะเข้าใจ..
ต้องรอให้ฉันบ้าตายก่อนรึไง..
บอกฉันทีสิ..จุนซู
จุนซูแอบออกมาพบซึงรีตามคำนัดที่ว่าจะกินข้าวกันโดยที่ไม่ได้บอกยูชอน ความจริงวันนี้ยูชอนก็นัดเขาไปกินข้าวเหมือนกันแต่เป็นตอนเย็น จุนซูไม่รู้ว่าทำไมยูชอนต้องอารมณ์เสียทุกทีที่เขาคุยกับซึงรี เขารู้แต่ว่าจะให้ยูชอนรู้ไม่ได้เด็ดขาด ความจริงจะไม่ไปมันก็ได้..แต่รุ่นน้องอุตส่าห์ชวนทั้งทีอีกอย่างวันนี้เขาก็ไม่ได้ยุ
งอะไร ถ้าไม่ไปก็เสียน้ำใจแย่สิ
“พี่จุนซู ผมอยู่นี่ครับ”
“อ้าวซึงรี”
“ฮ่าๆ พี่ยังแต่งตัวน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ”
“อิยะฮะฮะฮ่า! ฉันก็น่ารักอยู่ทุกวันนั่นแหละ”
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาตลอดทางที่ไปร้านอาหาร จุนซูมีความสุขสดใสร่าเริงเหมือนอย่างที่เคยเป็น รอยยิ้มสดใสนั่นทำให้คนรอบข้างพลอยยิ้มตามได้เสมอ ระหว่างทางที่กำลังจะข้ามถนนนั้นเอง จุนซูไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครอีกคนมองเห็นเขาและกำลังตะโกนเรียกอยู่จากทางด้านหลัง
“จุนซู เฮ้ย ไอ้จุนซู”
อีฮยอกแจ หรือ อึนฮยอก เพื่อนรักเพื่อนซี้สมัยเด็กของโลมาน้อยตะโกนเรียกเพื่อนเสียงดังลั่น ทำไมไอ้จุนซูมันมาเตร็ดเตร่แถวนี้กับไอ้หน้าละอ่อนนั่นได้วะ! แถมยังผ่าไม่ได้ยินเสียงตูอีก ติ๊งต๊องจริง..เอ๊ะ! นั่นมันซึงรีวงบิ๊กแบงนี่หว่า แล้วบิ๊กแบงกับทงบังมันมาตะแล๊ดแต๊ดแต๋ด้วยกันแถวนี้ได้ไง ลิงโคตรงง!!
เพื่อไขความข้องใจ ฮยอกแจตัดสินใจโทรเข้าเครื่องเพื่อนซี้ที่กำลังตรงเข้าร้านอาหารสุดหรูข้างหน้าอย่าง
ซ็งๆ เปลืองตังค์อีก! ใกล้แค่นี้ตะโกนดันผ่าไม่ได้ยิน!
“지금처럼만...then I will never cry 또 언제까지 내 맘 속에 네가 살 수 있게~”
เสียงเรียกเข้า ‘지금처럼’ หรือ’จิกึมชอรอม’ เพลงที่พวกเขาทงบังชินกิเป็นคนขับร้องดังขึ้นใต้เสื้อกันหนาวสีฟ้าตัวใหญ่ที่กองอยู่บนเบาะหน้าคอนโซลรถ เรียกความสนใจจากเจ้าของรถมาสเซอราติคันงามได้ไม่น้อย
..เสียงโทรศัพท์จุนซูนี่ สงสัยเมื่อวานตอนลงคงลืมเอาไปมั้ง..
ใบหน้าคมคายครุ่นคิดอยู่ชัวครู่ ก่อนจะล้วงมือหยิบมือถือสีขาวในเสื้อกันหนาวตัวหนาออกมารับสาย
“สวัสดีครับ ยูชอนพูดครับ”
.
.
.
วันนี้ศิลปินทุกคนจะมาร่วมรับประทานอาหารค่ำเพื่อฉลองที่ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ
้อมกันอีกครั้ง แขกเหรื่อมากมายนอกจากศิลปินในค่ายก็ถูกเชิญให้มาร่วมงานปาร์ตี้สุดหรูนี้ด้วยเช่นกั
บรรยากาศ อาหาร แสงไฟ ล้วนเป็นใจให้ทุกๆ คนมีความสุขกันถ้วนหน้า หากแต่จุนซูที่นั่งอยู่มุมสุดของโต๊ะวันนี้กลับไม่มีท่าทีร่าเริงผิดแปลกไป ด้ามช้อนถูกยกตักกับข้าวเพียงไม่กี่คำก็ยกน้ำขึ้นดื่ม ไม่ตักของหวานหรือข้าวเพิ่มเหมือนอย่างเคย ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มักเงยหน้าส่งเสียงหัวเราะสดใสบัดนี้กลับก้มนิ่งราวกับกลั้นน้ำตาท
่กำลังหลั่งใหลอยู่ในใจไม่ให้ใครเห็น พี่ๆ ในวงต่างมองมาที่จุนซูอย่างเป็นห่วง ยังโชคดี..ที่ทุกคนไม่ได้สงสัยอะไรนัก ไม่งั้นจุนซูอาจโดนซักไซ้จนบ่อน้ำตาแตกก็เป็นได้
“จุนซู พี่ว่านายกลับไปนอนพักที่บ้านดีกว่ามั้ย”
“นั่นสิเมื่อวานนายไปตากฝนมาทั้งคืนนะ ตัวยังร้อนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
..ตากฝนเหรอ นายไปตากฝนทำไมจุนซู..แล้วเป็นอะไรรึเปล่า..
ร่างสูงต้นเหตุจอมใจร้ายทารุณของคนน่ารักตรงหน้าร้อนใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินที่แจจ
งพูด แต่ถึงกระนั้นใบหน้าคมคายก็ยังตีสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างเป็นปกติ
“ไม่เป็นไรฮะ ผมยังไหว..” เสียงเล็กตอบรับความหวังดีจากพี่ชายอย่างระโหยโรยแรงผิดกับคำพูด แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังยืนกรานที่จะไม่ไปไหน
“คุณยูชอน วันนี้รู้สึกจะมีคิวเต้นรำด้วย สนใจจะคู่กับฉันซักเพลงไหมคะ”
เสียงหวานๆ เรียกให้คู่กรณีที่หน้าตายกว่าทุกวันหันหน้าไปมอง สเตฟานี่ในชุดราตรีสีดำแหวกหลังสุดเซ็กซี่เอ่ยปากถามเขาอย่างยั่วยวนบนโต๊ะอาหาร ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของอีกสามสาวที่อยากจะยุให้เพื่อนของเจ้าหล่อนเอ่ยปากชวน
ุ่นน้องสุดหล่อคนนี้ได้เร็วๆ ซะเต็มประดา
สายตาเรียวคมค่อยๆ หรี่ไปมองคนที่มุมโต๊ะอย่างระวัง จุนซูที่นั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จากับใครทำให้เขารู้สึกไม่ดี..หัวใจที่เคยแข็งกร้าวกับ
นตัวเล็กแทบจะร้าวเมื่อเห็นที่สุดในหัวใจมีสีหน้าเจ็บปวดราวกับจะร้องไห้เช่นนั้น
“..ผมขอคิดดูก่อนแล้วกัน”
เสียงตอบรับที่ดูจะไม่ได้แยแสเธอเลยทำเอาเจ้าหล่อนถึงกับหน้าเสีย ถึงยูชอนจะไม่ได้ปฎิเสธแต่สายตาของเขาขณะตอบไม่ได้จับจ้องมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามดวงตาเรียวคู่นั้นกลับเหม่อลอยไปยังคนมุมโต๊ะด้วยสายตาที่แสดงถึงความเป็น
่วงหาอาลัยเหลือเกิน
.
.
.
“สวัสดีครับ ยูชอนพูดครับ”
“ไอ้จุน..อ้าว ยูชอนเหรอ”
“อืม ฮยอกแจเหรอ มีไรเปล่า จุนซูเค้าลืมมือถือไว้ที่รถฉันน่ะ”
“กรรม เป็นงั้นไป นี่ฉันยิ่งงงใหญ่แล้วเนี่ย มือถือจุนซูอยู่ที่นาย แล้วทำไมไอ้บ้านั่นมันไปกินข้าวกับวงบิ๊กแบงได้วะ”
“ฮะ นายว่าอะไรนะ!!!!!!!!!!” เสียงทุ้มแหบตะโกนลั่นจนคนปลายสายถึงกับสะดุ้ง..เป็นไรของเค้าวะ
“ก็เมื่อกี้ฉันเห็นจุนซูมันเดินเข้าไปในร้าน XXX ตรงบล็อคสี่กับไอ้หนูหน้าอ่อนวงบิ๊กแบงนี่นา” ยูชอนอึ้งเหมือนวิญญาณออกจากร่าง ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“ระ เหรอ แล้วเค้ายังอยู่รึเปล่า”
“อืมอยู่สิ ..ยูชอน นายเป็นอะไรรึเปล่า” เมื่อเห็นว่าเสียงต้นสายเบาลงจนแทบจับความไม่ได้ฮยอกแจก็เริ่มใจเสีย มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า
“นายมีเรื่องอะไรกับไอ้โลมารึเปล่า...”
“เปล่า ขอบใจนะ แล้วฉันจะบอกจุนซูให้ว่านายโทรมา แค่นี้ก่อนนะ..”
‘ตู๊ด’
ปลายสายถูกตัดออกไปแล้ว ยูชอนก้มหน้าลงกับคอนโซลรถอย่างเหนื่อยใจ ในมือหนากำโทรศัพท์มือถือที่มีรูปเขากับจุนซูถ่ายคู่กันขึ้นหน้าจอโทรศัพท์จนชื้นเหง
่อ
..ฉันรู้ว่านายรักฉัน
นายจะไม่ทิ้งฉันใช่มั้ยจุนซู..
“ฮ้า ซึงรีขอบใจมากที่เลี้ยง อาหารอร่อยมากๆ”
“ฮ่าๆ ครับก็ผมเป็นแฟนคลับนัมเบอร์วันของพี่นี่ ก็ต้องรับรองดีๆ หน่อย”
“อิยะฮะฮ่าๆ พูดได้ดีๆ”
“งั้นคราวหน้ามาด้วยกันอีกนะครับ”
รุ่นน้องยิ้มพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานเชื่อมไปให้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของจุนซูเท่านั้น
“เอ่อ..คงจะไม่ได้แล้วล่ะ”
“อ่าว ทำไมละฮะ”
“ก็ยูชอนคงจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่ฉันมากับนายแบบนี้”
“อ๋อไม่เป็นไรครับ คราวหน้ามากินกันทั้งวงเลยก็ได้ วงพี่ยิ่งดังๆ อยู่ผมเลยกล้าชวนพี่มาแค่คนเดียว ว่างๆ แล้วค่อยว่ากันอีกทีแล้วกันครับ”
“อืม..” จุนซูยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ติดใจอะไร
“แต่ว่าพี่ยูชอนน่ะ..เข้าหูมาใกล้ๆ ซิฮะ” ซึงรีกวักมือเรียกให้จุนซูก้มหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างจนจุนซูอายหน้าแดง
“บะ บ้าสิ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นซะหน่อย!!”
ในอีกมุมของข้างร้านอาหาร ยูชอนกำมือขยำกระดาษเนื้อเพลงในมือแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด ภาพตรงหน้าทำให้ใจของเขาเย็นชาลงจนแทบจับความรู้สึกไม่ได้ เขาไม่ได้ยินที่ซึงรีกับจุนซูคุยกัน แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาเจ็บปวดยิงกว่าโดนฟาดด้วยของแข็งซะอีก ภาพคนรักที่ถูกรุ่นน้องก้มหน้าลงไปใกล้จนราวกับหอมแก้ม กับหน้าแดงๆ เขินอายที่เคยมีให้เขาเพียงคนเดียว เสียงหัวเราะสดใสยามพูดคุยกับเด็กนั่น..มันกำลังฆ่าปาร์คยูชอนคนนี้ให้ตายทั้งเป็น
เรา..ต้องจบกันแค่นี้จริงๆ เหรอจุนซู..
หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว จุนซูมาทานข้าวกับยูชอนตามสัญญา โลมาน้อยยังยิ้มน่ารักสดใสให้กับคนรักเหมือนเคย จะแปลกก็ตรงที่เขากลับไม่ได้รับรอยยิ้มจากยูชอนตอบกลับมาเลย
“ฮะๆ ยูชอน แล้วตอนนั้นนะชางมินก็..”
“จุนซู วันนี้ตอนเช้านายไปไหนมาเหรอ”
“ฮะ อะ เอ่อ”
“เมื่อเช้าพวกยุนโฮไม่เห็นนาย หากันให้วุ่นไปหมด นายไปไหนมา”
“กะ ก็..ฉันไปเล่นบอลกับฮยอกแจมาไง!”
ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านยูชอนเงียบลงไปอีกจนหัวใจรู้สึกโหวงเหวง ยูชอนเป็นอะไร..ยูชอน จุนซูไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยูชอนไม่คุยกับเขาเลย
“อ้าวยูชอน จุนซู กลับมาแล้วเหรอ มากินขนมก่อนสิ เดี๋ยวชางมินมันจะกินหมดแล้วนั่น! เฮ้ ชางมิน นายกินมากเกินไปแล้วนะ”
เสียงพี่คนโตหน้าสวยนามคิมแจจุงเรียกน้องทั้งสองให้มาทานขนมที่ตัวเองลองทำสูตรใหม่ด
พลางตะโกนว่าน้องคนเล็กที่กินไม่หยุด แต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็มีอันต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุที่แสนร้าวรา
ของน้องทั้งสองคน
“ยูชอน..”
“แจจุง ฉันทานมาจากข้างนอกแล้ว ขอบใจมาก แต่ว่าให้ชางมินมันกินไปเถอะ”
“เดี๋ยวก่อนสิยูชอน! นายมีปัญหาอะไร ทำไมถึงไม่พูดกับฉันเลย”
หึ..ปัญหาอะไรงั้นเหรอ ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นคนพูดอย่างนั้น
“เปล่า..” มือหนาขยำม้วนกระดาษที่ถือติดตัวไม่ยอมห่างจนยับยู่ยี่ขึ้นไปอีก
“ใครจะเชื่อ! ฉันไม่ได้โง่ซะหน่อย ใครๆ ก็มองออกว่านายโกรธฉันอยู่!”
เสียงจุนซูที่เริ่มจะแข็งขึ้นมาบ้างเรียกให้ยุนโฮกับชางมินตกใจจนต้องมาคอยสังเกตการ
์อยู่ข้างๆ แจจุงที่เป็นคนกลางรีบเดินไปหลบหลังยุนโฮอย่างตื่นตระหนกจนคนรักต้องลูบหัวเบาราวกับ
อกว่า ‘ใจเย็นๆ’
“..หึ ไม่ได้โง่ นายจะบอกว่านายไม่ได้โง่งั้นเหรอ งั้นก็แสดงว่านายมันเจ้าเล่ห์สุดๆ ไปเลยงั้นสิ”
“นายหมายความว่าไง” ใบหน้าจิ้มลิ้มมุ่ยขึ้นมาอย่างงงๆ
“ทำไมนายต้องโกหกฉัน ทั้งๆ ที่นายไปกินข้าวกับไอ้เด็กนั่น! แล้วทำไมนายต้องจู๋จี๋กับมันขนาดนั้น นายตอบฉันได้มั้ยล่ะจุนซู!” เสียงยูชอนตะคอกจนคนพูดปดถึงกับใจหายวูบ ยูชอนรู้งั้นเหรอ..
“ใช่ ฉันไปกินข้าวกับซึงรีมา แต่ที่ฉันไม่บอกนาย เพราะฉันเห็นว่าฉันคุยกับซึงรีทีไรนายก็โกรธฉันทุกที ซึ่งมันก็ไม่เห็นจะมีเหตุผลตรงไหน”
“นายจะบอกว่านายไม่รู้สินะ ว่าทำไมฉันถึงไม่พอใจน่ะ..” เสียงทุ้มแหบเอ่ยอย่างสกัดกั้นความโกรธที่แทบจะพุ่งทะลุออกมาไม่หมด จุนซู..นาย..
“ใช่ ฉันไม่รู้” พอกันที..พอ!!
“เพราะฉันหึงนายยังไงเล่า!!! นายจะเคยเข้าใจอะไรบ้างหรือเปล่า นายจะยินดีแค่ไหนที่เห็นแฟนนายจู๋จี๋ กอด หอมแก้ม กับใครที่ไหนก็ไม่รู้!! แล้วนายคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงนายเคยเข้าใจบ้างมั้ยเล่า!!” ยูชอนตะโกนอย่างสุดกลั้น มือหนาปากระดาษโน้ตเพลงที่พยายามเขียนแทบตายลงไปในถังขยะอย่างไม่ใยดี จุนซูที่รู้ว่าตัวเองทำผิดมหันต์แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อรู้เหตุผลของคนรัก
“ย..ยูชอน ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ”
“แล้วนายยังจะกล้าพูดว่านายไม่โง่อีกเหรอ!”
“....” น้ำตาใสๆ เริ่มไหลรื้นขึ้นมาที่ขอบตา..ยูชอน ฉันขอโทษ..
“เมื่อไหร่นายจะโตซักทีนะจุนซู”
“ยูชอนฉันขอ..”
“ขอโทษเหรอ!!! นายพูดคำนั้นมากี่ครั้งแล้วจุนซู ไม่ว่าฉันจะพยายามพร่ำบอกอะไรนายก็ไม่เคยเข้าใจ ฉันเบื่อที่นายไร้เดียงสาแบบนี้เต็มทนแล้ว!”
“ฮึก..ขอโทษ”
“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้! ถ้านายยังไม่หายโง่ซักทีละก็ ก็อย่าหวังว่าจะมาคุยกับฉันเลย!”
“ไม่..ไม่นะ ยูชอน...”
“ปึง!!!”
ยูชอนปิดประตูหนีเข้าห้องดังลั่นจนทุกคนสะดุ้ง แจจุงที่เกาะแขนยุนโฮแน่นขึ้นเม้มปากเข้าหากันราวกับจะร้องไห้แทนน้อง ..จุนซู..ยูชอน
“ไม่เป็นไร ชางมิน แจจุง ไม่เป็นไรนะ” ยุนโฮโอบแขนพาตัวคนรักและน้องคนเล็กมาไว้ในอ้อมกอด ..ทงบังชินกิไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้..
.
.
.
จุนซูที่เหม่อลอยเปิดประตูก่อนเดินออกจากบ้านมาอย่างไร้จุดหมาย สองเท้าเล็กๆ เดินออกมาไกลเรื่อยๆ ท้องฟ้าสีเทาที่เริ่มตั้งเค้าฝนไม่ทำให้จุนซูสนใจอยากจะกลับบ้านแต่อย่างไร ถึงเร็วๆ นี้จะมีงานที่ต้องถ่าย Only Love ร่วมกับทุกคนในค่ายที่จุนซูชอบมากที่สุดมันก็ไม่มีประโยชน์..ถ้าความสุขที่จะได้รับไ
่ได้มาพร้อมกับยูชอน
สองมือคลี่กระดาษที่ถูกขยำยี่จนไม่เหลือชิ้นดีขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ ตอนนี้สิ่งที่จุนซูสงสัยก็เหลือเพียงสิ่งเดียว นั่นคือกระดาษสองสามใบที่ยูชอนมักจะถือมันอย่างถนุถนอมตลอดช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้กลับถูกปาทิ้งอย่างไม่ใยดี จุนซูไม่รู้ว่าทำไมต้องเก็บมันขึ้นมา แต่ตอนที่ยูชอนขยำกระดาษใบนั้น หัวใจของเขามันก็กระตุกอย่างเจ็บปวดทุกครั้ง เป็นเพราะอะไร.. กระดาษใบนี้มันคืออะไรกันแน่?
‘Rainy night..’
แต่ราวกับคิมจุนซูได้ทำผิดมหันต์อีกครั้ง เมื่อสายตาคู่เรียวปราดพินิจไปยังเนื้อความในกระดาษ หยาดน้ำมากมายก็พลันพรั่งพรูออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ ร่างเล็กสะอื้นหนักขึ้นเรื่อยๆ จนตัวโยน พลางกร่นด่าตัวเองไม่หยุดปากด้วยความเจ็บปวด
“จุนซู..นายมันโง่จริงๆ”
Rainy night…
Baby my Heart もうやわない 涙は Tonight…
君が最後に残した はかない忘れ物のように
I miss you
君のいない世界は 闇に震えて
ねぇ…すべて夢ならいいのに
会いたくて Oh my girl… 会えないわけは
君のさよならを 聞きたくなかったから
Baby I Still love you…
もう泣かないで いつもYou're Cry baby
そんな ところも So sweet
今は 僕じゃない 誰かが 涙を 拭ってるんだね
だけど 君が好きだよ 忘れられない
思い出の中だけ 生きてる
この想い Forever… 抱きしめたいだけど
君の香り ずっと 体を離れなくて
Baby I Still love you
... 外せない 胸奥のすにきずんだその名前 Baby You're my love…
君のいない世界は 闇に震えて
ねぇ..すべて夢ならいいのに
会いたくて Oh my girl 会えないわけは
君のさよならを 聞きたくなかったから
今も君が好きだよ (Baby I Still love you)
忘れられない
思い出の中だけ 生きてる この想い Forever
やまない雨が僕の心だけ限りなく濡らしても…
I can't say goodbye cause I love you…
ในคืนนี้..หัวใจของฉันไม่สามารถหยุดน้ำตาไว้ได้แล้ว
สุดท้ายสิ่งที่เธอลืมไว้..เหลือแต่ความว่างเปล่า
ฉันคิดถึงเธอ..
โลกที่ไม่มีเธอทำให้ตัวฉันสั่นระริกในความมืด
หากทุกสิ่งเป็นเพียงความฝันก็คงดี
อยากพบเธอเหลือเกิน..
แต่ฉันไม่สามารถไปพบเธอได้
ฉันไม่อยากได้ยินคำบอกลาของเธอ
เพราะฉัน..ยังรักเธอ
ได้โปรดอย่างร้องไห้อีกเลย..ที่รัก
แม้ว่าตอนนี้คนที่เช็ดน้ำตาให้เธอจะไม่ใช่ฉัน..
แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ยังรักเธอ
ฉันลืมเธอไม่ได้หรอก..
ขอให้ฉันมีชีวิตอยู่ในความทรงจำเธอก็คงเพียงพอ
เพราะอย่างน้อยมันก็ยังคงอยู่ตลอดไป..
อยากโอบกอดเธอไว้
กลิ่นของเธอที่ไม่เคยจางหาย
ฉันไม่สามารถแยกจากมันได้
ที่รัก..ฉันยังรักเธอ
โลกที่ไม่มีเธอทำให้ตัวฉันสั่นระริกในความมืด
หากทุกสิ่งเป็นเพียงความฝันก็คงดี
อยากพบเธอเหลือเกิน..
แต่ฉันไม่สามารถไปพบเธอได้
ฉันไม่อยากได้ยินคำบอกลาของเธอ
และในตอนนี้ก็ยังคงรักเธอ ..ไม่สามารถลืมได้เลย
ขอให้ฉันมีชีวิตอยู่ในความทรงจำเธอก็คงเพียงพอ
เพราะอย่างน้อยมันก็ยังคงอยู่ตลอดไป..
..และฝนที่ตกไม่หยุด ..สุดท้ายมันก็รดลงมาในหัวใจของผมจนชุ่ม..
..เหมือนกับฉันที่ยังไม่สามารถจากเธอได้..เพราะฉันยังรักเธอ..
..เพลงนี้เป็นของนาย
จากฉัน..ถึงนาย
จากปาร์คยูชอน..ถึงคิมจุนซู
แทนทุกคำในหัวใจของฉัน
..ฉันรักนาย..
ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมองท้องฟ้า หยาดฝนที่ตกลงมากระทบใบหน้าแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ตัวเขาจนแทบจะปลิว มันไม่ได้ต่างอะไรจากหัวใจเขาในตอนนี้..ที่เหมือนกับว่าโดนพายุฝนนั้นรดลงไปบนหัวใจจ
แทบหายใจไม่ออก
..ฝนเอย..จงตกเถอะ
เพื่อว่าถ้าฉันร้องไห้จะได้ไม่มีใครเห็น
ได้โปรดปกปิดความอ่อนแอของคนโง่คนนี้เอาไว้
..ให้แม้แต่พระเจ้า ..ก็รับรู้ไม่ได้
.
.
.
“น้องยุนโฮ สนใจจะเต้นรำกับพี่ซักเพลงมั้ย”
“ไม่ละฮะ แต่ถ้าแจจุงละก็ ได้อยู่นะ”
“แหม ล้อเล่นน่า หวงจังเลยน้าแจจุงเนี่ย ฮ่าๆๆ”
“พี่ก็..คนนี้ผมหวังแต่งนะ”
“ฮ่าๆๆ”
เสียงหัวเราะสดใสดังมาจากซันเดย์ หนึ่งในนักร้องวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดเซ็กซี่นาม ‘ซอนซังจีฮี’ เธอเป็นรุ่นพี่ที่มีความสดใสเฮฮาในตัว และไม่ได้แย่มากนักอย่างที่คนอื่นๆ อาจมอง
“ยุนอ่า..พูดอะไร”
“นายนอนไปเถอะน่า หยุดดื่มด้วย” เสียงหมีเผด็จการดุคนรักจนหน้ามุ่ย อะไรอ่า..ยังไม่อิ่มเลย แจจุงที่หน้าแดงสลึมสลือนั่งพิงหัวไปวางเกยบนไหล่ยุนโฮอย่างออดอ้อนจนยุนโฮยิ้มออกมา น่ารักชะมัดเลยนายเนี่ย.. แต่พอเจ้าหมีจะอุ้มให้คนสวยนอนตักดีๆ แจจุงก็เพ้อขึ้นมาอีก
“ยุน..เค้า อึก สงสารน้อง”
“อืมไม่เป็นไรนะ..” ยุนโฮค่อยพยุงศีรษะแจจุงขึ้นมาแล้วลูบหัว น้ำตาใสๆ ไหลรื้นขึ้นตาเต็มดวงตากลมสวยจนยุนโฮตกใจ
“ฮึก ยูชอนจะออกจากวงรึเปล่า อึก แล้วจุนซูจะกลับมาหัวเราะอีกมั้ย ฮือ..ฉัน อยากเห็นจุนซูยิ้ม ฮึก ฮือๆๆๆๆ” ว่าจบก่อนจะปล่อยโฮลั่นจนยุนโฮปิดปากแทบไม่ทัน เมาทีไรเป็นงี้ทุกที เฮ้อ..
ฉันเคยคิดว่าฉันเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก
เพราะฉันมียูชอนอยู่ข้างๆ เสมอ
แต่ในทางกลับกัน..
ฉันกลับไม่เคยคิดเลย
ว่าถ้าฉันไม่มีนาย..
จุนซูคนนี้จะอยู่ได้อย่างไร..
“ผมเต้นกับคุณก็ได้”
“อะฮ้า เยี่ยมไปเลย!”
เสียงคำตอบรับจากรุ่นน้องสุดหล่อทำเอาสเตฟานี่ถึงกับตบมือด้วยความถูกใจ ไม่รู้ว่ายูชอนกำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่สายตาที่จับจ้องไปยังคนตัวเล็กที่นั่งซึมคนนั้นเท่านั้นที่เป็นคำตอบ แสงไฟสลัวลงกับเพลงคลาสสิกได้อารมณ์ที่เปิดคลอให้คู่เต้นรำรู้สึกระรื่นหัวใจยามเคลื
อน
ไหวร่ายกายไปตามทำนองเพลงทำให้สเตฟานี่รู้สึกดี สองแขนของเจ้าหล่อนคล้องลำคอยูชอนก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าแนบชิด พริบตานั้น..ร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่นานก็ถึงกับเลื่อนโต๊ะปึงอย่างแรงจนคนทั้งงานหั
มามอง!
“ปล่อยเขาซะ”
“...”
“ฉันบอกให้ปล่อยเขาเข้าใจมั้ย!!!!”
ดวงตาใสแจ๋วที่เคยประดับไปด้วยเพชรแห่งความสุขบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเปรอะเปื้อนไปด
วยน้ำตา ความรู้สึกสูญเสียที่ทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจอย่างร้ายกาจทำให้จุนซูหมดความอดทนอีกต่อไ
สองขาก้าวตรงเข้าไปดึงตัวสเตฟานี่ออกจากอกของยูชอน ก่อนกระชากคอเสื้อของที่สุดในหัวใจขึ้นมาอย่างแรง
“ฉันไม่มีวันสูญเสียนายไป”
“...”
“ไม่ว่าฉันจะต้องสละอะไรไปอีกมากเท่าไร”
“...”
“นายจะเป็นสิ่งเดียวในโลกที่แม้แต่พระเจ้าก็มาช่วงชิงไปจากฉันไม่ได้!!”
เสียงหวานใสตะคอกจบก็โน้มคอร่างสูงลงมาก่อนบดเบียดริมฝีปากนิ่มเข้ากับริมฝีปากกระจั
ได้รูปสวยของยูชอนอย่างรุนแรง ลิ้นเล็กไม่รู้ประสบการณ์ที่เก่งแต่ปากกลับเป็นฝ่ายถูกรุกตอบจากฝ่ายตรงข้ามแทน สองแขนยูชอนเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าหวานก่อนกดจูบตอบไปจนจุนซูแทบละลาย ลิ้นหนากวาดต้อนเกี่ยวกระหวัดความหอมหวานอย่างเร่าร้อน ก่อนจะต้องตกใจเมื่อจู่ๆ คนตัวเล็กในอ้อมกอดก็ล้มลงจนเขาแทบรับตัวไว้ไม่ทัน
“เฮ้ จุนซู” มือหนาตบเบาๆ ที่แก้มใสแต่คนในอ้อมกอดยังไม่รู้สึกตัว
“....” ยูชอนไล้มือไปยังหน้าผากของคนรักก่อนจะยกมือออกแทบไม่ทันด้วยอุญหภูมิบนใบหน้าที่ร้อ
ผ่าวของจุนซู
“จุนซู!!!!!”
ห้องสี่เหลี่ยมกว้างสีขาวที่ปนเปไปด้วยกลิ่นยารักษาโรคน่าคลื่นเหียนทำให้จุนซูรู้สึ
ตัว สองมือเล็กยกขึ้นกุมศีรษะอย่างมึนๆ ก่อนปรับสายตาให้เข้ากับทัศน์ตรงหน้า จึงได้พบกับสายตาสี่คู่ที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
“จุนซูฟื้นแล้ว!”
“...อือ ฉันมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”
“จุนซูอย่าเพิ่งลุกนะ นายยังไม่หายดีเลย” คนหน้าสวยที่กุลีกุจอไปปรับหมอนให้น้องชายเอ่ยบอกจุนซูด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนเลื่อนมือไปอังหน้าผากน้องแล้วยิ้มบางๆ ให้
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ”
“เมื่อวานนายไข้ขึ้นสูงมาก สลบไปกลางงานปาร์ตี้เลย ฮยองยุนโฮแบกนายมาโรงพยาบาลทั้งชุดสูทเลยรู้มั้ย แล้ววิ่งมาด้วยนะวิ่งน่ะ! ฉันล่ะโคตรปลื้มฮยองเค้าเลย” เสียงน้องเล็กเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“เหอะๆ จะหาว่าพี่ถึกงั้นสิ”
“เปล๊า ใครจะกล้าครับพี่ แหะๆ”
“ขอบคุณฮะฮยองยุนโฮ”
เสียงเล็กหวานเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ ก่อนหันหน้าไปมองคนรักด้วยแววตาตัดพ้อ..ทำไมนายไม่ช่วยฉันล่ะยูชอน?
หรือว่าไม่รักกันแล้ว..
ใบหน้าหวานก้มลงอย่างเศร้าๆ เสียงพูดคุยจอกแจกจอแจของพี่ๆ ยังดังอยู่เป็นระยะๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด..สิ่งที่ลอยเข้ามาในโสตประสาทของคิมจุนซูกลับมีเพียงประโยคเดียว
“ผม...ขออยู่กับจุนซูสักพักได้มั้ยฮะ”
ยุนโฮ แจจุง ชางมิน รวมถึงคนป่วยมองไปทางต้นเสียงอย่างแปลกใจ แจจุงหันหลังกลับมามองน้องอีกครั้ง แต่สักพักก็ยอมเดินออกไป ..เค้าสองคนคงมีเรื่องต้องคุยกัน
“นาย..อ๊ะ”
ไม่ทันจะได้พูดอะไร ร่างสูงก็คว้าคนตัวเล็กเข้ากอดหมับ ใบหน้าคมคายซุกลงไปที่ไหล่ของคนรักเบาๆ ก่อนเอ่ยคำพูดประโยคเดียวด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“ฉันขอโทษ เพราะฉันแท้ๆ นายถึง..” มือเล็กกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ศีรษะกลมๆ แนบไปที่ไหล่ตอบก่อนขับเสียงหวานใสข้างๆ หูที่ทำให้ยูชอนต้องเกร็งมือจนเจ็บ
“君のいない世界は 闇に震えて
ねぇ…すべて夢ならいいのに
会いたくて Oh my girl… 会えないわけは
君のさよならを 聞きたくなかったから
Baby I Still love you…”
โลกที่ไม่มีเธอทำให้ตัวฉันสั่นระริกในความมืด
หากทุกสิ่งเป็นเพียงความฝันก็คงดี
อยากพบเธอเหลือเกิน..
แต่ฉันไม่สามารถไปพบเธอได้
เพราะฉัน..ยังรักเธอ
ทำนองหวานดุจราวกลีบดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิยังคงกังวานใสอยู่ภายใต้ห้องสี่เหลี่ยมสี
าว เสียงใสๆ ขับร้องอย่างเชื่องช้าจวบจนท่อนสุดท้ายที่บ่งบอกความในใจทุกอย่างไปจนหมดเปลือก ก่อนคลายอ้อมกอดเพื่อมองสีหน้าของร่างสูงที่เคียงข้างเขามาตลอดเวลาราวสี่ปีด้วยสายต
ที่แท้จริงจากเบื้องลึกในหัวใจ
“I can’t say goodbye ‘cause I love you..”
“นาย..”
“ฉันรักนายนะยูชอน ฉันจะไม่โง่ ไม่ดื้อกับนายแล้ว ฉันจะไม่ไปกินข้าวกับคนอื่น ไม่หนีไปเที่ยวกับใคร เพราะฉะนั้น ได้โปรด..อย่าทิ้งฉันไปไหนเลยนะ..ฮึก ถ้าฉัน..ไม่มียูชอน ฉันจะอยู่ได้ยังไง ฮึก โลกที่ไม่มีนาย ฉันไม่เอา ไม่..”
น้ำตามากมายเริ่มไหลลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าน่ารักอีกครั้ง ยูชอนยิ้มจางๆ ออกมาก่อนยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้แผ่วเบา เสียงทุ้มหวานเอ่ยคลอเสียงสะอื้นอย่างปลอบใจ พร่ำบอกความในใจที่เคยพูดไม่รู้กี่ครั้งอีกครั้งหนึ่งราวกับจะย้ำให้สลักเข้าถึงหัวใ
คนตัวเล็กตลอดกาล
“ฉันไม่มีวันทิ้งนายไปไหน..”
“...”
“เพราะฉันยังรักนาย..รักตลอดเวลา”
ผมสาบานกับพระเจ้ามานับครั้งไม่ถ้วนว่าจะดูแลเขา
แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมทำให้เขาต้องร้องไห้
ถึงผมจะต้องถูกพระเจ้าลงโทษ
ให้ตามหาเขาไปชั่วชีวิต..
มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว
ในเมื่อผมได้ค้นพบสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าชีวิต..
นั่นคือการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับจุนซู..
ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไปเท่าไหร่หรือนานแค่ไหน..
ผมก็จะไม่มีวันเสียใจเลย
ในเมื่อตอนนี้ผมยังเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเขา..

ซึ้งมากเลยอ่า
#1 By minnie (58.8.122.103) on 2008-07-20 16:09