True or Lies?[16]
posted on 18 Jul 2008 07:39 by kyokoong in TrueorLiesTrue or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style:
Yaoi
Couple:
Yunho/Jaejoong
Category:
Drama/Romance
Rating(this part):
PG-13
16.Comfront
บรรยากาศหน้าลานเวทีกับผู้ต้องสาปเสน่ห์นางฟ้านับพัน..
นี่มันกำลังประกวดมิสยูนิเวิร์สอยู่รึไงกัน?
ชางมินมองผู้ชมหน้าลานที่อ้าปากค้างน้ำลายไหลด้วยสายตาเคืองๆ อยู่เนืองนิจ ก็ดูไอ้เจ้าลิงป่าพวกนี้สิ ทีตอนแรกล่ะทำเป็นโห่ พอเห็นของจริงมายืนอึ้งน้ำลายไหลอยู่ได้ ..น่าเกลียดชะมัด..
แต่จะว่าไปตอนแรกเขาเองก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะ (?)
จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรเล่า ภาพแจจุงที่สลัดคราบมาดขรึมที่มีอยู่เพียงน้อยนิดออกไปทำเอาเจ้าตัวดูเป็นสาวเต็มตัวนั้นชางมินได้วาดภาพและเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าฝีมือของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นช่างเสริมสวยมือหนึ่งจะพลิกแจจุงที่จืดๆ เรียบๆ ให้สวยผิดมนุษย์ได้ขนาดนี้ จะไปโทษเจ้าพวกนั้นซะทีเดียวก็ไม่ถูก สวยถูกใจจริงๆ พับผ่าสิ (?)
นัยน์ตาสีม่วงอ่อนที่ปราดมองไปยังผู้ชมทุกคนโดยไร้แววเขินอายนั้นทำเอาหนุ่มๆ ช็อคสตรีมกันเป็นช็อตๆ ท่อนแขนกล้ามน้อยๆ ที่ดูจะแปลกที่สุดในบรรดาทุกส่วนของแจจุงเมื่อหล่นไปหลนซ่อนอยู่ใต้ยูคาตะตัวหนาก็ทำให้เจ้าตัวดูไม่ขัดรูปลักษณ์เท่าใดนัก ไหนจะพร็อบสุดเริ่ดสไตล์ลีอิน พัดกรีดสลักลายหงส์ฟ้าที่เข้ากับชุดยูคาตะแหวกอกสุดเช็กซี่นั่นอีกล่ะ..
พระเจ้าช่วย..นางฟ้าผู้เรียบร้อยในคราบสาวญี่ปุ่นสุดเซ็กซี่..
อย่าเพิ่งเป็นบ้าตาย อย่าลืมสิ นี่มันผู้ชายนะ..
จะผู้ชายผู้หญิงกูไม่สนแล้ว แม่งสวยขาดใจแบบนี้..
เสียงในหัวที่ตีกันมั่วในหัวของเหล่าลิงทโมนจากต่างโรงเรียนดังกันให้วุ่นไปหมด แจจุงกลืนน้ำลายอึกใหญ่พยายามซ่อนแววเขินอายในดวงตาไว้ไม่ให้ใครเห็น นัยน์ตาประดับคอนแทคเลนส์หันไปมองชางมินแวบหนึ่ง ก่อนจะรับไมค์ขึ้นมาถือไว้ในมือ
“ฉัน..คิมแจจุง ตัวแทนจากโรงเรียนรินไค” ละไว้แทบไม่ทัน เกือบจะหลุดคำว่า ”ผม” ไปแล้วสิ.. ทุกเสียงค่อยๆ เงียบ ก่อนจะค่อยๆ สดับหูฟังแจจุง ราวกับคนบาปที่อยากได้ยินเสียงสวรรค์ แจจุงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอึ้งๆ ตะกี้ยังคุยจอกแจกๆ กันดังลั่นอยู่เลย เงียบอย่างนี้เขาก็เขินแย่สิ..
“ร้านคุณหนูขนมหวานของเราจะตั้งร้านอยู่บริเวณลานหน้าตึกสอง ดำเนินร้านในสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด โดยผู้รับรองร้านคือฉันเอง สำหรับเมนูอาหารรับรองว่าอร่อยถูกปากทุกคนแน่ๆ ยังไงก็แวะมาเยี่ยมชมแล้วช่วยลงคะแนนให้โรงเรียนเราด้วยนะ..” จะติดครับอีกแล้ว ไม่ไหวๆ..
ลิงทโมนฟังเสียงแจจุงราวกับมีรถไฟวิ่งผ่านหน้าไปเฉยๆ ..น่ารัก ..เสียงก็หวาน ในขณะที่อึ้งๆ กันอยู่นั้นเอง ความเงียบทำให้แจจุงเผลอหลุดปากอ้อนผู้ชมไปอีกครั้งแบบไม่ตั้งใจ (รึเปล่า)
“อย่าลืมมา..นะ” และนั่นก็ดูเหมือนจะทำให้แม้แต่พิธีกรมาดขรึมอย่างชางมินต้องอ้าปากค้างตามอย่างลืมตัว เมื่อศีรษะกลมๆ ของแจจุงเอียง 45 องศาอย่างน่ารักก่อนเอ่ยคำอ้อนผู้ชมหวานจ๋อยจนแทบลืมหายใจ แม่เจ้าโว้ย..ชิมชางมินอยากเป็นเกย์ซะเดี๋ยวนั้น..
แล้วไอ้ท่านี่มันคุ้นๆ อยู่นะ?
เหมือนท่าประจำของโลมาปัญญาอ่อนนั่นเลย..
นี่คงฝึกซ้อมแจจุงมาอย่างดีเลยสิ..
ชางมินพยายามส่ายหัวไล่ความคิดอกุศลออกจากหัวแล้วตั้งหน้าตั้งตาสร้างสมาธิอีกครั้ง คราวนี้ตาคมลองปราดมองไปเบื้องล่างเพื่อดูฟีดแบ้คจากผู้ชมบ้าง แล้วเขาก็พบว่าไม่ได้ต่างจากที่คิดซักเท่าไหร่..
เพราะขณะนี้เจ้าพวกทโมนก็เอ๋อกินไม่ต่างอะไรจากเขาเมื่อครู่..
เฮ้อ..
งานนี้ได้วุ่นวายกันใหญ่แน่..
.
.
.
สายลมที่พัดพาในยามนี้ดูรุนแรงกว่าปกติจนน่าแปลกใจ ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้วอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะได้เวลาแสดงละครเวที สองเท้าเรียวยาวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าคมอมยิ้มอยู่ที่มุมปากดูอารมณ์ดีกว่าทุกวัน หลังจากได้แกล้งคนสวยสุดน่ารักไปเมื่อเช้า จนถึงตอนนี้ยุนโฮก็ยังได้แต่เดินชมงานไปเรื่อยเปื่อยราวกับกำลังรอคอยเวลา
..เวลาที่จะได้จูบแรกจากแจจุง
“ให้ตายสิ แกคิดอะไรของแกเนี่ยยุนโฮ”
เสียงทุ้มเอ่ยลอยๆ ราวกับจะดับความคิดอกุศลที่ริอ่านไปนึกทะลึ่งกับนางฟ้า ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อนึกถึงสภาพหน้าเพื่อนรักอีกสามคนที่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าเขาจูบแจจุง
..คนอย่างเขาที่ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาให้เห็นแม้เพียงนิด..
เจ้าชายน้ำแข็งตายด้านของสาวๆ..
ฮึ
ได้เวลาจบฉายาตัวเองแล้วซะล่ะมั้งเนี่ย..
คิดแล้วก็ชวนให้ขำขึ้นมาอีกซักระลอก ปกติยุนโฮไม่ใช่คนพูดมาก แล้วก็ค่อนข้างจะมีโลกส่วนตัวสูงอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ยุนโฮได้รับฉายาเจ้าชายน้ำแข็งไม่ใช่เพราะอย่างนั้น เพียงแต่เขารู้สึกเบื่อชีวิตกินๆ เรียนๆ ที่จำเจซ้ำซากมาหลายปีแล้วต่างหาก
แล้วตั้งแต่วันที่เขาได้เจอแจจุง
ยุนโฮก็รู้สึกว่าโลกของเขามีสีสันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
ในขณะที่สองตากำลังเหม่อลอยจมห้วงอยู่ในความคิดตัวเอง ร่างสูงโปร่งไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครอีกคนกำลังวิ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วสูง สองมือเสยกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นไปอย่างเร่งรีบ ด้วยไม่ทันระวังจึงชนเข้ากับยุนโฮที่ยืนอยู่จนเซ แม้จะรีบแค่ไหน แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่ลืมรักษามารยาทโดยการหันมาขอโทษ บุคลิกที่ราวกับลูกผู้ดีมีตระกูลนั้นทำให้ยุนโฮรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ขอโทษครับ..พอดีว่าผมกำลังรีบ”
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ”
ตาเรียวปราดมองไปยังเข็มเงินที่ปักบริเวณอกด้านซ้ายของอีกฝ่าย อินทรีย์สีเงินหรือ.. โรงเรียนนันไคสินะ
“ผมคงต้องไปก่อนนะครับ” ยุนโฮยิ้มให้ก่อนจะเดินปลีกออกมา แต่ไม่ทันไรก็มีอันต้องหยุดเดินเสียก่อน
“เอ่อเดี๋ยวครับ”
“ครับ?”
“คุณเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้ใช่ไหมครับ”
“ครับ” ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ หัวใจเต้นรัวและแรงขึ้นทุกจังหวะที่ได้คุยกับผู้ชายคนนี้ ความรู้สึกพลัดพรากเสียดแทงเข้ามาจนยุนโฮนึกหวั่น หัวใจว่างโหวงอย่างแปลกๆ ..เราเป็นอะไรไป
“คุณพอจะรู้จักเด็กผู้ชายหน้าหวานๆ ขาวๆ ตัวสูงประมาณนี้ที่เป็นตัวแทนโรงเรียนของคุณบ้างหรือเปล่าครับ” คำถามที่เอ่ยออกมายิ่งทำให้ยุนโฮรู้สึกเวียนหัว หมายถึงแจจุงหรือ? เป็นอะไร..นายคนนี้อาจจะแค่อยากมาจีบแจจุงก็ได้นี่..
“เอ่อ..ไม่รู้จักหรอกครับ ไม่เห็นด้วย ขอตัวก่อนนะครับ” ยุนโฮจบบทสนทนาอย่างสุภาพก่อนเร่งเดินออกมาจากความน่าอึดอัดตรงนั้นโดยเร็วที่สุด..บ้าเอ๊ย ขาสั่นไปหมด นี่เราเป็นอะไรวะ
สัญชาตญาณแห่งความสูญเสียมันแทงใจจนเจ็บไปหมด
..อะไรกัน
จากเบื้องหลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองคู่สนทนาที่เดินจากไปด้วยแววตาจับผิด น้ำเสียงสั่นเครือกับขายาวที่เร่งรีบแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนั้นโกหก เขาไม่เพียงเห็นแต่อาจจะรู้จักกับแจจุงด้วย และซองฮยอนคนนี้ไม่ใช่คนโง่..เซ้นส์ของชายผู้มีสายเลือดผู้คุ้มกันอย่างเขาไม่เคยพลาด..
ผู้ชายคนนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับแจจุงแน่
เขาต้องตามแจจุงให้พบก่อนที่ยัยนั่นจะได้ตัวแจจุงไป..
ซองฮยอนตัดสินใจสะกดรอยตามยุนโฮไป
ชิ้นส่วนโลกสีเทาใบนี้กำลังจะโคจรกลับมาต่อกันจนสมบูรณ์อีกครั้ง
เพื่อดึงโลกแห่งความจริงออกมาจากโลกแห่งความฝัน..
ความจริงที่ว่าเขากับแจจุงรักกัน..
รอก่อนนะ..แจจุง
.
.
.
ขาวเรียวก้าวยาวพาเจ้าของไปสู่เป้าหมายคือร้านคุณหนูขนมหวานประจำโรงเรียนริวไค สองมือคร้ามแดดยกขึ้นป้องตากันแสงแดดที่ส่องแยงตาเข้ามาจนต้องหรี่ตาลง ก่อนชะเง้อมองเข้าไปภายในตัวร้านที่มีผู้คนอยู่แน่นขนัด ร้านค้าได้รับความนิยมมาก..แสดงว่าแจจุงต้องอยู่ในร้านแน่
“ขอทางหน่อยครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยคำสุภาพก่อนพยายามแหวกฝูงคนเข้าไป ตาเรียวปราดมองไปพบกับคนสวยในชุดยูคาตะก็ถึงกับอมยิ้ม จนสาวๆ จากโรงเรียนอื่นที่นั่งจิบน้ำชา ขนมนมเนยอยู่ในร้านต้องหันมามองผู้มาใหม่หน้าหล่อด้วยความสนอกสนใจ
“นั่นพี่ยูโนวนี่”
“ไหนๆ”
“กรี๊ด จริงด้วย น่ารักจังเลย”
“เจ้าชายน้ำแข็งยิ้มเหรอ เป็นไปไม่ได้ เธอมองผิดแล้ว”
“ไม่ผิดนะ พี่เค้ายิ้มจริงๆ” เสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อยๆ จนโสตประสาทของคนน่ารักที่ยืนโปรยยิ้มให้ลูกค้าอยู่ไม่ขาดต้องหันกลับมามองตามเสียง
ยุนโฮมาเหรอ..
ตากลมโตย้ายไปประสานเข้ากับตาตี่ๆ ของอีกฝ่ายที่หน้าร้านก็เผลอยิ้มออกมา มือเรียวที่ยกขึ้นโบกราวกับเป็นสัญญาณว่า เขาอยู่ตรงนี้ เรียกให้แจจุงเดินเข้าไปหาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องตะโกนเรียก
“มายืนทำไมหน้าร้าน เข้ามาก่อนสิ”
“อื้ม”
“นี่ๆ ร้านฉันเปิดมาตั้ง2ชั่วโมงแล้วนะ ทำไมเพิ่งมา พวกชางมินจุนซูยูชอนมากินกันจนแยกย้ายไปตามชมรมตัวเองกันหมดตั้งนานแล้ว นายไปไหนมาฮะ?” เสียงหวานบ่นอย่างหงุดหงิดปนกระเง้ากระงอดที่ยุนโฮมาช้าอย่างน่ารัก ฮิ..ถ้าฉันมาเร็วก็อดเห็นนายงอนน่ะสิ
ก็เวลานายงอนน่ะ มันน่ารักจะตาย..
ว่าในใจแต่ไม่พูด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะง้อด้วยดีๆ อย่างหมีพ่อพระ
“น่าๆ ฉันก็มาแล้วไง มีอะไรกินบ้างล่ะ”
“เนี่ยๆ ฉันทำเองหมดเลยนะ ลองกินดูสิ น้ำชาด้วยนะ” เสียงหวานว่าอย่างตื่นเต้น แนะนำนู่นนี่ให้ยุนโฮจนเต็มโต๊ะไปหมด แต่คนหน้าหล่อก็ไม่ได้ว่าอะไรให้คนน่ารักเสียน้ำใจแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มือหนายกส้อมขึ้นตักเอาๆ ปล่อยเสียงอู้อี้ดังออกมาทั้งที่ขนมยังเต็มปาก
“เยอะแบบนี้ใครจะไปกินไหว”
“อร่อยนะ กินเหอะ”
ยุนโฮยิ้มออกมาเมื่อเห็นความลังเลของแจจุง จึงอดไม่ได้ที่จะหยอดขนมจีบซาลาเปาไปอีกชุดให้แจจุงกลายร่างเป็นปลาหมึกปิ้งหมุนเล่นๆ
“รู้น่าว่าอร่อย แต่ฉันว่ากินนายอร่อยกว่าเยอะ”
.
.
.

#1 By YooChun (124.120.248.75) on 2008-07-22 20:43