True or Lies?[11]

posted on 13 Jun 2008 18:01 by kyokoong  in TrueorLies

True or Lies?

TVXQ Fan Fiction

Author: Kyokoong
Style: Yaoi
Couple: Yunho/Jaejoong
Category: Drama/Romance
Rating(this part): PG-13

 

11.Festival

 

 

 

 

                    “น่าเบื่อ!! น่าเบื่อที่สุดดดดดดดดดด”

 

                    เสียงบ่นกร่นด่าลั่นห้องซ้อมการแสดงดังมาจากชายผู้เรื่องมากนาม ปาร์คยูชอน มันก็ดูจะไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักสำหรับสถานการณ์ที่น่าขันในยามวิกาลเช่นนี้

 

 

น่าขันยังไงน่ะเหรอ..

 

 

                    “นี่ยูชอน! นายจะช่วยหุบปากแล้วอยู่เฉยๆ ซักห้านาทีได้รึเปล่า บทเด่นรึเปล่าก็ไม่ แต่นี่อาทิตย์นึงแล้วนายก็ยังจำบทไม่ได้ซะที ฉันก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

                    “ถ้านายให้ฉันไปเล่นเป็นองครักษ์ หรือคนขายล็อตเตอรี่ฉันยังจะไม่บ่นเท่านี้เลย แต่นี่อะไร เต่า! เต่าเนี่ยนะ โอ๊ยยยยยยย แล้วภาพพจน์พ่อยอดชายนายปาร์คยูชอนของสาวๆ ฉันจะทำยังไงล่ะฮะ!!

                    “ก็ช่วยไม่ได้..บทหลักๆ ก็ต้องให้คนในชมรมแสดงสิ เพราะนายหน้าตาพอดูได้หรอกฉันถึงเชิญมา อย่าบ่นมากนักเลย”

                    “เอ่อ คุณปาร์คจองซูครับ คือไอ้ผมเนี่ยไม่ได้อยากจะแสดงละครเหวแหกอะไรนี่เลยนะครับ แต่พอคุณเสนอชื่อผมลงปุ๊บ ยัยแก่นั่นเลยมาตามจิกหัวฉันว่าถ้าไม่แสดงจะไม่ให้ฉันผ่านวิชาเลือกเสรีบ้าบอเนี่ย นายจะรับผิดชอบยังไงฮะ!!!

                    “มันไม่ใช่ความผิดของฉันซะหน่อย..ฉันก็แค่เลือกบทไปตามความเหมาะสม”

                    “แล้วหน้าหล่อๆ ของฉันมันเข้ากับบทเต่ายังไงวะ!!!!

         

 

                    ท้องฟ้ายังมืดครึ้มดังเช่นทุกวัน แสงนภาไร้ดาวคงเหลือแต่เสียงหิ่งห้อยรำพันที่ดูไม่น่าพิศเท่าไหร่นักสำหรับปาร์คยูชอนในเวลานี้ สองทุ่มแล้ว..แต่ยูชอนเพิ่งจะกลับบ้าน แสงไฟจากโคมข้างทางไม่ช่วยอะไรได้มากนัก ดวงตาเรียวยังคงต้องเพ่งคลำหาทางข้างหน้าอย่างอารมณ์เสีย นี่มันวันอะไรของเขากัน! ทำไมไอ้แสงไฟนี่มันถึงหรี่แบบนี้วะ!! มองไม่เห็นเลย..

 

 

 

                    “เฮ้อ ไอ้ยุน เปิดประตูหน่อย”

                    “อ้าว ลืมเอากุญแจไปเหรอ”

 

                    เสียงตอบรับจากเพื่อนรักดังลอดออกมาก่อนเจ้าของเสียงจะตามมาเปิดประตูให้ ภาพหลังประตูที่ยูชอนอยากจะเห็นทำให้เขาหายเหนื่อย..อย่างน้อยไอ้เจ้าพวกนี้ก็ยังอยู่ดี..

 

                    “ยูชอนนน เค้าแพ้อีกแล้วอ่ะ มาเล่นให้เค้าหน่อยสิ เจ้าชางมินมันไม่ออมให้มั่งเลยเนี่ย”

                    “ไม่ใช่ความผิดผมนะ”

                    “เอ้าๆ ใจเย็น มาเลยชางมินเดี๋ยวฉันแก้แค้นให้จุนซูเอง”

                    “เห็นมั้ยล่ะ สุดท้ายผมก็โดนรุม พวกพี่นี่ขี้โกงชะมัด”

                    “เค้าเรียกว่าเพื่อนเยอะต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆ ใช่มั้ยแจจุง”

                    “อื้ม”

 

                    ฝ่ายโดนโกงไม่ยอมออมมือให้ดังที่ถูกกล่าวหาจริงซะด้วย ชางมินเล่นแบบสู้เป็นตายทั้งๆ ที่นี่ก็แค่เกมส์ แต่ทุกคนก็ชอบที่จะเป็นแบบนี้ เสียงหัวเราะยังกังวานห้องเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นนี้ไม่ขาด เพราะอย่างน้อยวันนี้พวกเขาก็ยังอยู่เคียงข้างกัน..

 

 

                    “นี่ แล้วแกซ้อมละครไปถึงไหนแล้ววะ”

                    “ตาย ฉันตายแน่ๆๆๆ ไอ้ยุนไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้นเลย ให้ฉันตายซะเถอะถ้าต้องไปเล่นเป็นเต่าน่ะ!

                    “อ้าว แล้วแกทำไง”

                    “ยังไงถ้าต้องแสดงจริงๆ ฉันจะไปลากไอ้พวกปีหนึ่งที่มันเล่นเป็นองครักษ์มาอัดให้น่วม แล้วขู่ให้มันแลกบทกับฉันซะ”

                    “เวร”

                    “ยังไม่รู้เลยว่ามีใครบ้าง นี่เป็นเพราะเจ้าอีทึกคนเดียวเลย!!!

                    “แต่ยุนโฮก็แสดงด้วยไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ค่อยไปซ้อมเลยล่ะ”

         

                    เสียงหวานใสจากคนสวยหน้าใสคนเดิมทำเอาท่านมิคกี้ยูชอนยิ่งเดือดเข้าไปใหญ่

 

                    “โธ่แจจุง นายน่ะไม่รู้อะไร ก็บทมันน่ะเป็นถึงเจ้าชายยยยยยย พระเอกน่ะพระเอก! บทบ้าอะไรไม่รู้ยืนนิ่งๆ อย่างเดียว พอตอนจบก็จูบ แมร่ง นี่มันบทไอ้หื่นชัดๆ”

                    “เวร ไม่เกี่ยวด้วยนะเว้ย ไอ้พวกชมรมการแสดงใส่ชื่อไปเอง รู้ตัวอีกทีชั้นก็โดนเรียกไปเหมือนกัน”

                    “โถ่ ถามจริงเหอะ ถ้าไอ้ยุนมันหล่อแล้วฉันไม่หล่อตรงไหนวะ ทำไมต้องไปเล่นเป็นเต่าด้วยเนี่ย”

                    “ว่าแต่ปีนี้เค้าจะทำอะไรกันบ้างอ่ะ” จุนซูถามต่อ

                    “ฉันไม่รู้หรอก”

                    “ฉันก็ไม่”

         

 

                    เมื่อไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ เจ้าโลมาก็หันหน้ากลมๆ ขวับไปที่รุ่นน้องห้องสมุดเคลื่อนที่เหมือนเดิมตามระเบียบ จนชางมินต้องยกมือยอมแพ้กับความเจ้าสงสัยของรูมเมทคนนี้

 

 

                    “เอาล่ะๆ ฮยองไม่ต้องมองหน้าผมแบบนั้นหรอก เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง”

                    “ยังไงล่ะ”

                    “ก็ปีนี้งานจตุรมิตรโรงเรียนเราเป็นเจ้าภาพใช่ไหมล่ะ ตอนเช้าก็คงเปิดงานมั้ง รู้สึกว่าโรงเรียนที่มาจะมี*เซนต์มาเรีย *นันไค แล้วก็*กึนซังนะ”

                    “กึนซัง! อ๊าคคคค ที่นั่นแฟนคลับฉันบานเลยทำไงดีๆๆๆ”

                    “เงียบก่อนเถอะน่ายูชอน”

                    “ของชมรมที่มีแข่งกีฬาก็มีบาส บอล วอลเล่ย์ ปิงปอง สี่อย่างส่วนชมรมอื่น ถ้าผมจำไม่ผิดก็มีชมรมการแสดงที่พวกฮยองโดนจับไปลงก็มีเปิดแสดงให้นักเรียนจากสี่โรงเรียนเข้าชม ค่าบัตรผมไม่แน่ใจ แต่นักเรียนโรงเรียนเราฟรี มีขบวนเปิดร้านจากโรงเรียนอื่น แล้วตอนกลางวันก็จะมีสัมภาษณ์พิเศษของวีเจกระจายเสียงด้วย”

                    “วีเจกระจายเสียง? สัมภาษณ์พิเศษ? นายหมายถึงฝาแฝดของฮีชอลใช่มั้ย”

                    “ใช่ ฮีบิน หมอนั่นนั่นแหละ”

                    “อ้าวแล้วสัมภาษณ์พิเศษนี่อย่าบอกนะว่า..”

                    “ก็แจจุงไง”

                    “เฮ้ย!

 

 

                    พ่อหมีอดจะว้ากลั่นไม่ได้เมื่อได้ยินคำกล่าวของรุ่นน้อง แจจุง?? เรื่องอะไรทำไมต้องเอาคนสวยของเขาไปด้วยเนี่ย(?)

 

 

                    “ก็อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง..วันนั้นที่แจจุงไปที่โรงเรียน ฮีชอลเป็นคนยื่นข้อเสนอกับแจจุงเอง แจจุงก็รับปาก..”

                    “จริงเหรอแจจุง”

                    “ก็..วันนั้นฉันไม่รู้จะทำยังไงนี่นา แล้ววะ วันก่อนที่ฉันทำข้าวกลางวันไปให้พวกนาย ฮีชอลก็เข้ามาคุยกับฉันอีกที เขาบอกว่าจะให้ฉันมาร่วมงานโรงเรียนของพวกนาย เอ่อ..ร่วมงานกับน้องชายของเขานั่นแหล่ะ”

                    “แน่ล่ะสิ หมอนั่นต้องเล็งแจจุงอยู่แล้วก็พักนี้โรงเรียนเราคลั่งแจจุงแค่ไหนเราก็รู้ๆ กันอยู่ ทั้งครูทั้งนักเรียน โอ้ยฉันล่ะอยากจะบ้า นายย้ายมาเรียนโรงเรียนเราเลยดีกว่า”

                    “แหะๆ ฉันเปล่าน้า..” คนสวยยิ้มหน้าเขินเหมือนเคย น่ารักจริงๆ ..

                    “ใช่ๆๆๆ เดี๋ยวนี้ฉันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน วันไหนที่นายไม่ไปโรงเรียน ฉันต้องโดนรุมถามทุกทีว่านายไปไหน นายเป็นอะไรรึเปล่า น่ารักจริงๆ แจจุงของชั้น” ว่าจบโลมาน้อยก็ยิ้มจนตาปิดแล้วกระโดดเข้าเกาะแจจุงแน่น ได้ไงล่ะ!

                    “อะไรๆๆๆ แจจุงของพี่ที่ไหน แจจุงชอบทำอาหารเลี้ยงผม เค้าต้องเป็นของผมสิ”

                    “ไม่เกี่ยว ของฉันๆๆๆ”

                    “ของผมๆๆ”

                    “เฮ้ยของพี่ปาร์คด้วยเส่ะ” ยุ่งไรด้วยวะแก

                    “พอๆๆ ฉันเป็นของทุกคนนั่นแหละ ><” คนสวยว่าปิดศึกก่อนจะยกมือยอมแพ้ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อีกครั้ง

                    “แล้วฮีชอลเค้านัดนายวันไหน อีกอาทิตย์เดียวก็จะงานโรงเรียนแล้วนี่ ยังไงนายไปโรงเรียนเราทุกวันก็ดี อย่างน้อยโรงเรียนเราก็ปลอดภัย” ยุนโฮออกความคิดเห็น

                    “จริงด้วย เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าคนที่ตามจะจับนายมันเป็นใครน่ะ”

                    “อะ อือ..”

                    “ไม่ต้องเป็นห่วงไป พี่ปาร์คคนนี้ขอใช้เกียรติพ่อยอดชายเป็นเดิมพันว่าแจจุงจะปลอดภัยแน่นอน”

                    “แหวะ ฉันว่ายูชอนคงจะเครียดเรื่องละครจนสติแตกไปแล้วแน่ๆ”

                    “นายหึงรึไงเด็กน้อย” คนขี้แกล้งไม่เลิกแหย่

                    “บ้าสิ หลงตัวเอง” แม่คนนี้ก็ขี้งอนไม่แพ้กัน

                    “นายหน้าแดงใหญ่แล้วนะจุนซู ฮ่าๆๆๆ” แต่ได้ข่าวว่าเสียงนี้..

                    “นายไม่เกี่ยวด้วยซะหน่อยเจ้าหมีขาวยุนโฮ!” โดนเต็มๆ..

                    “กริ๊วๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”

                    “คิก..”

                    “แจจุง แม้แต่นายก็ขำฉัน”

                    “ขอโทษ คิก..โอ้ยจุนซูอย่าตีฉันน่า ฮ่าๆๆ”

 

 

                    เสียงหัวเราะยังไม่ซาไปไหน ยุนโฮ แจจุง ชางมิน จุนซูและยูชอนยังคงมีความสุข ห้องสีครีมนี้ยังสดใสดังเช่นวันวาน แต่ใครกันเล่าจะรู้..ว่างานจตุรมิตรในครั้งนี้ อาจเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือเป็นจุดจบที่น่าเศร้ากันแน่?

 

 

                    ข้อมูลแนะนำสำหรับพาร์ตนี้

*เซนต์มาเรีย เป็นโรงเรียนหญิงล้วนฝ่ายตะวันออก ก็คือโรงเรียนหญิงที่อยู่ติดกับโรงเรียนรินไคของพวกยุนโฮ ที่ยูชอนตกต้นไม้ลงไปสร้างความวุ่นวายในพาร์ต 7 (ใครยังไม่ได้อ่านไม่ต้องตกใจ โรงเรียนหญิงล้วนธรรมดา) เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย คือมากกว่ารินไคที่เปิดเฉพาะมัธยมปลาย ดังนั้นยุนโฮจึงเรียกชางมินว่าอยู่ปี1 หรือเทียบเท่ากับม.4ของโรงเรียนเซนต์มาเรีย (ไม่งงนะจ๊ะ)

**นันไค เป็นโรงเรียนชายล้วนฝั่งตะวันตก ขึ้นชื่อเรื่องการกีฬาเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นคู่รักคู่แค้นของรินไคก็ว่าได้ ทั้งนี้ข้อมูลอื่นๆ ยังไม่มีการเปิดเผยใดๆ (เดี๋ยวได้มันส์แน่คับไม่ต้องห่วง)

***กึนซัง โรงเรียนสหศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มีจำนวนนักเรียนเป็นสองเท่าของสามโรงเรียนที่กล่าวมาข้างต้น (รินไค นันไค เซนต์มาเรีย) มีทั้งนักเรียนหญิงและนักเรียนชายเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่มัธยมต้นเช่นเดียวกัน

                    Special

          ยุนโฮ ยูชอน และจุนซูในเรื่องนี้อยู่ปี 2 หรือม.5 ของโรงเรียนทั่วไป (เปิดแค่ม.ปลาย) ยุนโฮกับยูชอนจะอยู่ห้อง 2-A ส่วนจุนซูจะอยู่ห้อง 2-B ซึ่งไม่ใช่ห้องเดียวกันนะคะ (ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องนัดกินข้าว) ชางมินจะอยู่ 1-A

          เนื้อเรื่องต่อจากนี้จะเป็นเกี่ยวกับงานจตุรมิตร (ชื่อไท๊ย ไทย) ก็แบบงานโรงเรียนอะไรงี้แหละค่ะแต่จะเป็นงานโรงเรียนที่ 4 โรงเรียนนี้จะจัดร่วมกัน รายละเอียดก็อย่างที่มินมินบอกไปในพาร์ตนี้นะคะ

 

          ทั้งนี้ชื่อโรงเรียนที่ถูกกล่าวอ้างไม่ได้มีอยู่จริงแต่อย่างใด รวมไปถึงความหมายอะไรก็ตาม เป็นชื่อที่คิดขึ้นในจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ขอให้สนุกกับฟิคชั่นเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ ตามมาจาก board TVXQ-Thailand นะเนี่ย

#1 By chieko (118.174.200.146) on 2008-06-22 22:13

อ๊ากกกกกก รีบอัพนะค่ะ

#2 By (118.172.65.196) on 2008-06-23 22:23

เหอะๆ ปาร์คเป็นเต่าคงฮา อิอิ

#3 By (118.172.70.230) on 2009-03-22 14:19