True or Lies?[6]
posted on 07 May 2008 19:18 by kyokoong in TrueorLies
True or Lies?
TVXQ Fan Fiction
Author: Kyokoong
Style:
Yaoi
Couple:
Yunho/Jaejoong
Category:
Drama/Romance
Rating(this part):
PG-13
06. School
“ขะ ขอโทษแจจุง อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นเลยนะ โธ่..”
“..ฉันมารบกวน..”
“ไม่ช่ายยยยย ไม่ใช่เลย ฉันเพิ่งตื่น กำลังสดชื้น สดชื่น” -*-
“...งั้นไปทานข้าวเช้ากันนะ”
“หือ ข้าวเช้าที่ไหน”
“ที่ห้องของยุนโฮไง”
“..???? ปกติไปกินที่โรงเรียนนี่”
“ไปเถอะน่า น้า เดี๋ยวฉันปลุกจุนซูกับยูชอนให้เอง” ทนลูกอ้อนคนสวยไม่ไหว..สุดท้ายก็ต้องยอมเดินมึนไปห้องข้างๆ จนได้ให้ตายสิ เฮ้อ..
ชางมินเดินปลกๆ ไปถึงห้องยุนโฮเรียบร้อย แจจุงก็ค่อยๆ เดินย่องเข้ามาในห้องของชางมินจนได้ ไม่ต่างจากห้องยุนโฮเท่าไหร่ จะแปลกก็แต่ผนังห้องที่เป็นสีฟ้าอ่อนๆ ดูสบายตาไปอีกแบบ ขาเรียวลากย่องเข้ามาในโซนห้องนอนอย่างระวังจนมาจ๊ะเอ๋กับเตียงขนาดคิงไซส์แผ่หลากลางห้อง แต่พอสายตาปะเข้ากับสองร่างกลางเตียง เท่านั้นเอง..แจจุงก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ร่างสูงเจ้าของริมฝีปากอวบอิ่มนอนหลับตาพริ้มแสดงประกายออร่าหล่อออกมาเต็มที่แม้ยังจะยังไม่ได้สติ ขาสองข้างที่ชี้ไปคนละทางถีบผ้าห่มผืนโตลงไปกองกับพื้น ชวนให้นึกถึงสภาพของเจ้าหมียุนเมื่อเช้าราวกับแกะ ต่างออกไปก็แต่ ร่างเล็กที่นอนคุดคู้ซุกอกอยู่เคียงข้าง จุนซูนอนกอดแขนยูชอนแน่น หัวกลมๆ ซุกไซ้ไปมาบนแผงอกของร่างสูงอย่างออดอ้อน แขนข้างหนึ่งของยูชอนสอดรับเข้าใต้ร่างเล็กแล้วโอบไว้ทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่ แค่สภาพที่แจจุงเห็นก็ชวนให้คิดอะไรต่อไปเป็นไหนๆ..
“พะ พวกนาย..”
“หืมม์..”
เสียงทุ้มแหบเจือหวานครางอืออย่างได้อารมณ์เมื่อได้ยินเสียงแว่วๆ ดังขึ้น ตาคมปรือลืมขึ้นก่อนจะเห็นแจจุงที่ยืนตกใจอยู่ข้างเตียงแล้วก็ชวนให้นึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
แจจุงนี่? แจจุงมาอยู่ที่นี่ได้ไง..แล้วทำไมทำหน้างั้นวะ..คนหล่อโคตรงงเลย??
แล้วความสงสัยก็เริ่มกระจ่างเมื่อแจจุงยกมือขึ้นชี้ตรงมายังเขา ยูชอนก้มลงมองตัวเองก่อนจะเห็นคนตัวเล็กที่ซุกดุกดิกๆ อยู่ในอ้อมอกสมชายชาตรีของเขาอย่างชวนจิ้น เมื่อเริ่มจะรู้ว่าคนสวยเก็บตกของไอ้ยุนโฮคิดเตลิดไปถึงไหนแล้วยูชอนก็ได้แต่หน้าแดงแปร๊ดพลางตะโกนลั่นห้องอย่างไม่เกรงใจใครในทันที
“ไม่..ไม่ใช่อย่างที่คิดนะว้อยยยยยยยยยยยย”
--
เล่นเอาเช้านี้วุ่นวายกันไปหมดสำหรับการกระทำอันเกินความคาดหมายของผู้มาใหม่ กว่าจะเรียกทุกคนให้มากินข้าวรวมกันได้ก็เล่นเอาหัวฟูกันถ้วนหน้า แต่พอได้ลิ้มรสอาหารที่แจจุงทำก็ช่วยให้ลืมความมึนเมื่อเช้าไปเป็นปลิดทิ้ง อาหารที่แจจุงทำอร่อยเว่อร์จนรุ่นน้องคนเล็กชางมินแย่งกันกินกับเจ้าโลมาจนโต๊ะแทบแตก กว่าจะได้ฤกษ์ไปโรงเรียนกันก็เล่นเอาตะวันส่องหัวกันเลยทีเดียว แจจุงยืนส่งทุกคนหน้าห้องยิ้มๆ แต่ทว่ายังมีใครอีกสามคนที่รู้สึกตะขิดตะขวงไม่รู้จะพูดอะไรดีอยู่ ยุนโฮ ยูชอนและชางมินคิ้วขมวด เอ..ความรู้สึกแบบนี้มันคุ้นๆ ..อะไรฟะ นึกไม่ออก
ไม่ทันได้คิดเจ้าโลมาก็เฉลยคำตอบรวดเร็วทันใจให้ตรงใจเป๊ะ
“ขอบใจนะแจจุง ตั้งแต่นายมาที่นี่ ฉันเหมือนได้แม่ใหม่เลยล่ะ”
..เออว่ะ
อย่างกับแม่..
“แหะๆ เหรอ” แจจุงได้แต่ยิ้มรับเขินๆ
เรื่องนี้สอนให้ทั้งสามหน่อทราบคำจำกัดความของเจ้าโลมาน้อยนี่ว่า..
บทจะโง่ก็โง่จนโอเว่อร์แต่บทจะฉลาดก็หัวไวได้โล่เชียวนะจุนซู!
“ว่าแต่นายอยู่ห้องคนเดียวได้รึเปล่า?” พ่อพระหมีถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
“อื้อ ได้สิ”
“เงินในกระปุกน่ะหยิบได้ตามสบายเลย อ๊ะ ฉันมีบัตร จะพกติดตัวหน่อยมั้ย?”
“เอ่อ ไม่ล่ะๆ นายไม่กลัวชั้นยกเค้าบ้านนายรึไงกัน”
..กลัวทำไมน่ารักขนาดนี้ ปล้นทั้งใจหมีตัวนี้ก็ยอม..
“นายน่ารักขนาดนี้ ไอ้ยุนโฮไม่กลัวโดนยกเค้าหรอก” น่าน...รู้ดีอีกไอ้หนูผี
“งั้นเดี๋ยวตอนเย็นมาเล่นเกมส์กันนะแจจุง”
.
.
.
กระจกบานเกล็ดใสสะอาดวาววับจากฝีมือเวรทำความสะอาดของห้อง 2-A สะท้อนเป็นเงายามถูกแสงแดดต้องจากริมระเบียง ยุนโฮนั่งเท้าคางเหม่อลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตอนนี้เหลืออีกราวสิบนาทีก่อนจะเข้าเรียนรอบเช้า ปีนี้เป็นปีที่สองที่เขาเข้ามาเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายรินไค ที่นับว่าเป็นโรงเรียนชายล้วนชื่อดังที่ใครๆ ก็อยากเข้าได้ ทั้งสถานที่ที่กว้างใหญ่โออ่าสวยงาม ทัศนาจรโดยรอบก็ดูดี ดูยังไงๆ ก็โรงเรียนเกรดเอ ที่สำคัญยังอยู่ติดกับโรงเรียนหญิงล้วนเซนต์มาเรียที่ขึ้นชื่อว่ามีเด็กผู้หญิงน่ารักๆ เรียนอยู่เต็มไปหมดอีกต่างหาก แน่นอน...โรงเรียนแบบนี้เด็กผู้ชายรุ่นๆ อย่างเขาใครบ้างจะไม่อยากเข้า แต่ยุนโฮไม่ได้เข้าโรงเรียนนี้ด้วยเหตุผลพวกนั้น ที่สอบเข้าก็เพราะแม่อยากให้เข้ามาเรียนที่เดียวกับยูชอน เพื่อนรักสมัยเด็กของเขาเท่านั้นเอง
ยุนโฮสอบเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยผลการเรียนปานกลางค่อนไปดี ถ้าไม่ติดว่าโรงเรียนนี้พวกอัจฉริยะแบบรุ่นน้องเขามันมีเยอะ ยุนโฮก็คงติดท็อบเท็นในสายได้ไม่ยาก และก็เช่นเดียวกับยูชอน ที่ผลการเรียนใกล้เคียงกับเขาอยู่เหมือนกัน ในขณะที่ใจลอยไปถึงไหนๆ เจ้าตัวก็ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีวัตถุประหลาดลอยพุ่งเป้าจ่อมาที่หัวของเขาอย่างแรง
“ลูกชู้ตแทยังงงงงงง”
“ฟึ่บ”
“รับได้แจ๋ว ยูโน ฉันอุตส่าห์หาโอกาสตอนนายเหม่อแล้วแท้ๆ”
“มีไรอ่ะ” หันหน้าไปถามเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร มือข้างที่รับบาสดีดลูกขึ้นหมุนติ้วๆ อยู่บนนิ้วอย่างชำนาญ เรียกยิ้มกว้างจากเพื่อนจอมประทุษร้ายได้ไม่ยาก
“ตอนกลางวันไปเล่นบาสกันป่าว” เสียงแทยัง เพื่อนร่วมห้องจอมชู้ตเอ่ยชวนยุนโฮเหมือนทุกวัน
“ไอ้มิก แกจะไปป่ะ”
“พรุ่งนี้แล้วกัน วันนี้ฉันจะไปกับจุนซู”
“เวร จุนซูเป็นเมียแกรึไงวะ พักนี้เกาะติดหนึบเป็นปาท่องโก๋ตั้งแต่ตื่นยันนอนเลยนะ”
“พูดงี้ก็สวยดิไอ้ยุน ชางมินก็ไป พรุ่งนี้ต้องส่งสเก็ตทัศนาจรในโรงเรียนที่ยัยป้าเฮจองจอมเพ้อสั่งแกลืมไปแล้วรึไงวะ ฉันยังไม่ได้กระดิกสักกะนิด เลยว่าวันนี้จะไปหาวิวดีๆ ปั่นกับพวกชางมินมันซะหน่อย”
“ชางมินมันอยู่ปี 1 นี่ ต้องทำด้วยเหรอ”
“เปล่า มันไปอ่านหนังสือเป็นเพื่อนจุนซูเพราะห้องสมุดปิดซ่อม แล้วนี่แกเสร็จแล้วรึไง”
“เออ..ยังๆ เฮ้ แทยัง ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน”
“อืมๆ”
“แล้วจะไปทำที่ไหน”
“ยังไม่รู้ว่ะ”
“อาจารย์มาแล้วๆ”
เสียงโฆษกประจำห้องบอกต้นทางให้เพื่อนก่อนผจญมรสุมอีกราวสามเมตรข้างหน้า สภาพพื้นที่ลูกบาสเกลื่อนโต๊ะเละเทะระเกะระกะ เสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นห้องเรียนตัวอย่างได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที ทุกคนเข้าที่ประจำอย่างเคยชิน เป็นอันต้องจบบทสนทนาแต่เพียงแค่นั้น ก่อนห้อง 2-A จะเริ่มเรียนรอบเช้าที่แสนน่าเบื่อเหมือนอย่างทุกวัน...............
.
.
.
.
ใต้ร่มไม้ข้างสนามบาสอันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจก็ใครหลายๆ คน ด้วยจำนวนเด็กนักเรียนที่เยอะเกินความต้องการของพื้นที่โรงอาหาร ทำให้นักเรียนหลายคนเปลี่ยนบรรยากาศมากินข้างสนามบาสแทน กินไปเชียร์ไปมันส์เป็นที่สุด แต่สำหรับพวกยุนโฮกลับต้องมานั่งปั่นการบ้านกันซะนี่ โดยมียูชอนผู้มีลีลาในการจับดินสอห่วยแตกที่สุดเป็นแกนนำในการสบถแหลกกับภาพทุเรศๆ ในมือ
“โอ๊ย ไม่ได้เรื่อง
ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ศิลป์เลย”
“ปกติก็ไม่มีไม่ใช่เหรอยูชอน”
“จุนซู!”
“เอาน่าใจเย็นๆ..ยูชอนนายก็รู้ว่าจุนซูเขาไม่ได้ตั้งใจ”
“อือ”
..ใช่..ไม่ได้ตั้งใจ
..ไม่ได้ตั้งใจเพราะไม่เข้าใจ..
..ไม่ได้ตั้งใจก็เพราะไร้เดียงสา..
..แต่ถ้าเป็นคนอื่นทำแบบนี้บ่อยๆ เขาก็คงต่อยไปแล้ว..
..แต่พอเป็นจุนซู..
..ไม่โกรธเลย..
..ทำไม..
“ฉันว่าฉันปีนขึ้นไปบนนั้นดีกว่า ฮึบ”
“เฮ้ยไอ้มิก ลงมา!”
“ยูชอน”
“พี่ยูชอน”
สามเสียงส่งเสียงเรียกจอมบ้าพลังที่ไต่ต้นไม้อย่างกับลิงขึ้นไปแป้นแล้นอยู่บนนั้นได้หน้าตาเฉยอย่างปลงตก..หาเรื่องอีกแล้วไอ้มิก
.
.
.
.
“ท่านประธานครับ”
“เออเข้ามา”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทหรูเดินเข้ามาอย่างสุขุม สายตาคมปราดเปรียวจ้องประสานกับผู้ที่เป็นเจ้านายอย่างไม่มีหลบหลีก ก่อนจะเอ่ยข้อมูลที่อีกฝ่ายต้องการให้อย่างสั้นๆ
“ว่าไง”
“ยังไม่เจอครับ”
“อะไรนะ!!! ทำงานกันยังไง ทำไมยังไม่เจออีก นี่แจจุงหายตัวไปสามวันแล้วนะ!!!!”
“ตามที่สายรายงาน มีคนบอกว่าวันที่สองจากที่คุณหนูถูกจับตัวไป คุณหนูหลบหนีออกมาได้ครับ”
“หนีออกมาได้???? แล้วไปที่ไหน?”
“ไม่มีใครพบเห็นคุณหนูอีกเลยครับ”
“รีบไปตามตัวให้เจอ อย่าให้ไอ้พวกบ้านั่นจับแจจุงไปได้อีก เงินจะเสียเท่าไหร่ฉันไม่สน ฉันสนใจแค่ลูกของฉันเท่านั้น ถึงแม้ว่าเขา...จะไม่อยากเห็นหน้าฉันเลยก็ตาม”
“ครับ”
“ฉันจะไว้ใจนายได้ไหม..ซองฮยอน”
“ครับ”
“ฉันรู้ว่าแจจุงรักนายมาก”
“..”
“และนั่นจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แจจุงกลับมาหาเรา”
to be continued...
แจจุงเป็นใครกันแน่นะ
#1 By minnie (58.8.116.146) on 2008-05-07 21:10